ตอนที่1 การเลี่ยนแปลงครั่งยิ่งใหญ่
ประเทศไทย พ.ศ.2600
ณ โรงเรียนประถมไทย-จีนแห่งหนึ่ง
เวลา 16.30น.
“อ้าว! ครูรินทร์ยังไม่กลับอีกเหรอครับ ลุงนึกว่าไม่มีใครอยู่แล้ว เลยจะขึ้นมาปิดประตูห้องเรียนนะครับ” ลุงมีชายชราวัย50ปี ภารโรงประจำโรงเรียน ถามรสรินทร์ครูสาวโสดวัย22ปี ว่าทำไมเธอถึงยังไม่กลับบ้านอีก
“รินทร์กำลังจะกลับพอดีค่ะลุงมี พอดีรินทร์ เช็คเมลล์จากผอ.คนเก่าอยู่ค่ะ ท่านผอ.บอกว่า ผอ.คนใหม่ เดินทางมาถึงไทยแล้วนะคะ อาจจะเข้ามาที่นี่ไม่เกินวันสองวัน”
“เหรอครับครูรินทร์ ไม่รู้ว่าท่านผอ.คนใหม่จะใจดี เหมือนกับท่านผอ.คนเก่าหรือเปล่านะครับ”
“อันนี้รินทร์ก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่ผอ.คนใหม่ก็หล่อดีนะคะคริๆ คริๆ” ครูสาวพูดพร้อมหัวเราะออกมาเบาๆ
“เหรอครับ หล่อตรงสเป็กครูรินทร์หรือเปล่าครับ ฮ่า ฮ่าๆ"
"ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงค่ะลุงมี คริๆ คริๆ"
"เอ่อ..ถ้าครูรินทร์ทำงานเสร็จแล้ว ลุงขออนุญาตปิดประตูเลยแล้วกันนะครับ”
“ปิดเลยค่ะลุงมี ถ้าอย่างงั้นรินทร์กลับก่อนนะคะ” รสรินทร์พูดจบก็ได้เดินออกจากห้องเรียนไป
“เดินทางปลอดภัยนะครับคุณครู” จากนั้นลุงมีก็กำลังจะเข้าไปปิดหน้าต่าง แต่เผอิญนึกขึ้นได้ว่า มีคนฝากของไว้ให้ครูสาว จึงเลยตะโกนเรียกครูสาวบอกว่าให้รอก่อน
“เดี๋ยวก่อนครับครูรินทร์”
“มีอะไรเหรอคะลุงมี”
“พอดีมีคนเขาฝากของไว้ให้ครูรินทร์นะครับ”
“ของอะไรเหรอคะ แล้วใครเป็นคนฝากไว้ให้รินทร์” รสรินทร์ครูสาวถามลุงมีออกไปด้วยความสงสัย ว่าใครกันเป็นคนฝากของไว้ให้เธอ
“เอ่อ นี่ครับของที่เขาฝากไว้ แต่ว่าเขาไม่ได้บอกนะครับว่าเขาเป็นใคร เขาบอกแค่ว่า ฝากให้ครูรินทร์เอาไปคืนเจ้าของ แล้วเขาก็ไปครับ” ลุงมีพูดพร้อมกับหยิบห่อผ้าเล็กๆออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วยื่นให้กับครูสาว รสรินทร์เห็นลุงมียื่นของสิ่งนั้นมาให้ เธอก็รีบยื่นมือไปรับห่อผ้านั้นมาจากลุงมีทันที
“แล้วเขาเป็นหญิงหรือชายคะ แต่งตัวแบบไหน”
“เป็นชายแก่ๆ อายุสักประมาณเกือบร้อยปีได้นะครับ แต่งตัวแปลกๆ เหมือนอาแปะ ผมยาวไว้หนวดเครา ใส่ชุดสีขาวทั้งตัวครับ”
“ขอบคุณลุงมีมากนะคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว รินทร์กลับก่อนนะคะ”
“ครับเดินทางปลอดภัยครับครูรินทร์” หลังจากรสรินทร์ได้ร่ำลากับลุงมี ภารโรงประจำโรงเรียนแล้ว เธอก็ได้เดินลงไปยังชั้นล่าง เพื่อที่เธอจะเดินไปยังลานจอดรถ ที่อยู่ใกล้ๆกับสระน้ำ แต่ในขณะที่เธอกำลังจะเดินผ่านสระน้ำไป เธอก็ทำห่อผ้าที่ลุงมีให้มาร่วงลงพื้น เผอิญกับห่อผ้านั้นเปิดออกพอดี เธอจึงหยุดแล้วก้มลงเก็บมันขึ้นมา เธอจึงได้รู้ว่าของที่อยู่ในห่อผ้านั้นคือ
“แหวนรูปมังกรเหรอ แล้วใครฝากมาให้ฉันกันนะ แล้วเอามาให้ฉันทำไมกัน” รสรินทร์ได้แต่บ่นพึมพำให้กับตัวเอง แต่ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าเดินต่อไปนั้น จู่ๆฝนก็ตกและมีลมแรง ทำให้เธอเสียหลัก พลัดตกสระน้ำไปพร้อมกับแหวนที่เธอพึ่งได้มาเมื่อสักครู่
‘ตู้ม!!! ซ่า!!!’
ร่างของเธอจมดิ่งลงก้นสระ พร้อมกับสติของเธอก็ดับวูบไปเช่นกัน
แคว้นซ่ง
จวนท่านเจ้ากรมตุลาการ
ยามโหย่ว (17.00-18.59)
ข้างๆสระน้ำในจวน มีผู้คนทั้งชายหญิงจำนวนมาก ที่มาร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของเหยียนชิงหว่านในค่ำคืนนี้ ทุกคนกำลังยืนดูเหตุการณ์บางอย่าง ที่พึ่งจะผ่านไปเมื่อสักครู่ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“หว่านเอ๋อร์เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง หว่านเออร์ ได้ยินพี่หรือไม่หว่านเออร์” ท่านแม่ทัพเยี่ยซีเฉิน เอ่ยเรียกหญิงคนรักด้วยเป็นห่วง หลังจากที่เขาได้ช่วยนางขึ้นมาจากน้ำแล้ว
“แค่กๆๆๆ พี่ซีเฉิน ข้าคิดว่าข้าจะไม่รอดเสียแล้วเจ้าค่ะ แค่กๆๆๆ” เหยียนชิงหว่านเอ่ยเสียงสั่นพร้อมทั้งร้องไห้ เรียกร้องความสนใจจากท่านแม่ทัพเยี่ย
“เจ้าไม่เป็นอะไรแล้วหว่านเอ๋อร์เจ้าปลอดภัยแล้ว”
“ขอบคุณพี่ซีเฉินมากนะเจ้าคะ ที่อุตส่าห์ลงไปช่วยข้า”
“พี่ต้องลงไปช่วยเจ้าอยู่แล้ว พี่ไม่ปล่อยให้เจ้าเป็นอะไรไปแน่” ในขณะที่ทั้งสองคน กำลังพูดปลอบใจกันไปมาอยู่นั้น จู่ๆก็มีเสียงไอขึ้นมา จากด้านข้างของพวกเขาทั้งสอง
“แค่กๆๆๆ” รสรินทร์ในร่างของมู่ฟางหลิน รู้สึกตัวขึ้นมาพอดี
“ใครก็ได้รีบไปดูนางหน่อยเร็ว นางฟื้นแล้ว” เสียงบุรุษคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ในขณะที่เขาเห็นว่าหญิงสาวที่จมน้ำอีกคนเริ่มรู้สึกตัวแล้ว แต่ก็ไม่มีผู้ใดคิดที่จะเข้าไปช่วยนางเลยสักคน แต่ก็ยังดีที่มีสตรีสูงวัยนางหนึ่ง ได้เดินเข้าไปดูหญิงสาว ตามที่บุรุษคนนั้นบอก เมื่อนางเห็นว่าไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปช่วยหญิงสาวเลยสักคนเดียว
“แม่นาง เจ้าเป็นอะไรหรือไม่? พวกข้าเห็นเจ้านอนแน่นิ่งอยู่เสียนาน นึกว่าเจ้าตายไปแล้วเสียอีก”
“แค่กๆๆ ฉันไม่เป็นไร แล้วนี่คนมามุงดูอะไรกันเยอะแยะขนาดนี้คะ เขามีงานอะไรกันเหรอคะคุณป้า” รสรินทร์ถามหญิงสูงวัยคนหนึ่งออกไป แต่เมื่อเธอสังเกตดีๆก็พบว่า คนที่มามุงดูเธอนั้นสวมใส่ชุดแปลกๆ เอ๊ะ! นี่มันชุดจีนโบราณนี่ หลังจากที่เธอมองดูรอบๆแล้ว เธอก็หันมามองตัวเองก็พบว่า ตัวของเธอเองก็ใส่ชุดจีนโบราณเช่นกัน แต่สภาพของเธอในตอนนี้นั้น เธอเหมือนลูกหมาตกน้ำไม่มีผิด
“ที่นี่ที่ไหนกันเหรอคะคุณป้า” เธอเอ่ยถามสตรีสูงวัยออกไปแต่ดูเหมือนว่า สตรีสูงวัยนางนั้นเหมือนจะฟังเธอไม่รู้เรื่อง เธอจึงเปลี่ยนคำพูดใหม่
“เอ่อ..ที่นี่ที่ไหนกันหรือเจ้าคะท่านป้า”
“ที่นี่ก็คือจวนท่านเจ้ากรมตุลาการอย่างไรเล่า แม่นางเจ้าจำไม่ได้หรือ?”
“ขะ..ข้าเอ่อ..อ๋อจำได้เจ้าค่ะ เมื่อครู่นี้สมองของข้าอาจจะเบลอไปหน่อยเจ้าค่ะ ก็เลยไม่ค่อยมั่นใจว่าใช่หรือไม่ แล้วข้าทำไมถึงมีสภาพเป็นเช่นนี้เจ้าค่ะท่านป้า” ยังไม่ทันที่สตรีสูงวัยจะเอ่ยใดๆออกมา ก็มีเสียงดังเอ่ยขึ้นมาจากทางด้านข้างของเธอ
“นี่เจ้าจำไม่ได้หรือว่า ทำไมเจ้าถึงมีสภาพเป็นแบบนี้ หึ ช่างน่าขันนัก ทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด ในเมื่อเจ้าจำไม่ได้ ข้าก็จะบอกเจ้าเอง ที่เจ้าต้องมีสภาพเป็นแบบนี้ ก็เพราะผลกรรมของเจ้าอย่างไรเล่า เจ้าผลักหว่านเออร์ตกน้ำ เจ้ายังจะจำไม่ได้อีกหรือ เจ้านี่มันมารยาสาไถจริงๆ เลิกแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเสียทีเถิดมู่ฟางหลิน คนอื่นเขารู้กันหมดแล้วว่าเจ้าเป็นคนเช่นไร” เป็นเสียงของท่านแม่ทัพเยี่ยซีเฉิน คู่หมั้นของร่างนี้นี่เองที่เอ่ยขึ้น
“แล้วข้าเป็นคนเช่นไรเจ้าคะ” รสรินทร์เอ่ยถามท่านแม่ทัพเยี่ยซีเฉินออกไป
“นี่เจ้า!!” ท่านแม่ทัพเยี่ยซีเฉินเอ่ยขึ้นเสียงด้วยความไม่พอใจ ที่เห็นนางยังทำหน้าตาระรื่นไม่รู้สึกรู้สากับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป
“ก็ข้าไม่รู้จริงๆนี่นา ทำไมต้องขึ้นเสียงกับข้าด้วย ข้าถามท่านดีๆนะ” มู่ฟางหลินพูดจบ ถิงถิงสาวใช้ของมู่ฟางหลิน เมื่อเห็นว่ามู่ฟางหลินฟื้นขึ้นมาแล้ว ก็รีบเข้าไปเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง พร้อมทั้งช่วยพยุงนางลุกขึ้นมาด้วย
“คุณหนูเป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ” แต่ในขณะที่ถิงถิงเอ่ยถามมู่ฟางหลิน นางกลับไม่กล้าที่จะสบตามู่ฟางหลินตรงๆ เหมือนว่านางกำลังมีความผิดติดตัวอยู่ แต่มู่ฟางหลินไม่ตอบ จู่ๆเสียงของแม่ทัพเยี่ยซีเฉินก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“เจียงสุ่ย” ท่านแม่ทัพเยี่ยซีเฉิน เอ่ยเรียกองครักษ์ประจำตัวของเขา
“ขอรับท่านแม่ทัพ” เจียงสุ่ยขานรับในทันที
“เจ้าพามู่ฟางหลินกลับจวนไปก่อน เสร็จธุระแล้วข้าจะตามไป”
“ขอรับท่านแม่ทัพ เชิญแม่นางมู่ขอรับ”
“เจ้าจะพาข้าไปไหน?” รสรินทร์ถามคนที่กำลังจะพาเธอไป
"ข้าจะพาแม่นางมู่กลับจวนขอรับ เชิญขอรับ”
“กลับบ้านเหรอ อืมไปสิ" หลังจากนั้นมู่ฟางหลิน ก็ได้นั่งรถม้ากลับจวนตระกูลเยี่ย ส่วนงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ เป็นอันต้องยกเลิกไป