บทที่ 1 ฝันร้ายในอดีต
“เสี่ยวหัว มัวนิ่งอยู่ทำไม! รีบไปขุดผักป่าเร็ว!”
ตะกร้าผุพังถูกโยนลงไปที่เท้า ไม้ปลายแหลมท่อนหนึ่งที่อยู่ด้านในโผล่ออกมาแล้วกระแทกลงไปบนเท้าของเฟิงหัวที่บวมเป่งเพราะความเย็นจัดในฤดูหนาว มันเจ็บปวดจนทิ่มแทงใจ
เธอที่นอนป่วยบนเตียงมาเป็นเวลานานรู้ว่า ในฝันเองก็เจ็บปวดได้ นั่นเป็นเพราะร่างกายกำลังเจ็บปวดอยู่จริงๆ
เธอยังไม่ตายงั้นเหรอ? เธอนึกว่าจะไม่รอดจากการช่วยชีวิตครั้งนี้แล้วเสียอีก อย่าช่วยได้ไหม ปลดปล่อยเธอไปเถอะ ไม่ช้าก็เร็วยังไงเธอก็ต้องตายอยู่แล้ว ยังจะให้เธอมีชีวิตอยู่อย่างทนทุกข์ทรมานอีกเหรอ?
ฮึ!นี่ไม่ใช่พวกมือถือสากปากถือศีลเสแสร้งเป็นลูกกตัญญูหรือไง? มาทำให้ลูกน้องที่บริษัทเห็นจากนั้นจะได้รับบริษัทต่อได้ง่ายๆสินะ?
ฮึ่ย! เธออยากจะบอกจริงๆเลยว่าพวกเขาไม่ต้องมาแสดงท่าทีเสียสละเลย เพราะว่าเธอได้ทำพินัยกรรมบริจาคทรัพย์สินทั้งหมดไปเรียบร้อยแล้ว! แม้แต่หุ้นของบริษัทก็แจกจ่ายให้กับพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน!
นับว่าเธอได้บุกเบิกแนวทางไว้แล้วก็ได้เช่นกัน
ไม่ว่ายังไงเธอก็จะไม่มีอะไรไว้ให้พวกหลานชายของเธอที่โฉดชั่วเสมือนหมาป่า เลย
“ป้าบ!” มีคนตีหัวเธออย่างแรง เฟิงหัวล้มลงบนพื้น แขนกระแทกก้อนหินจนเจ็บในทันที
“นังเด็กคนนี้นี่! ยังไม่ไปขุดผักอีก! ขุดไม่เต็มตระกร้าอย่างหวังว่าวันนี้จะได้กินข้าว!”
เฟิงหัวเงยหน้ามองไปทางผู้พูดที่เป็นหญิงชรารูปร่างผ่ายผอมแล้วตะลึงงัน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เจอมานานหลายปีแล้ว แต่เฟิงหัวก็จำหล่อนได้ในทันที
นี่คือย่าของเธอ! ย่าที่ตายไปสิบปีแล้ว!
คนตายสามารถเห็นคนที่ตายไปแล้วได้จริงๆสินะ ที่แท้มันไม่ใช่คำพูดเพ้อเจ้อเลย
เห็นเฟิงหัวยังไม่ขยับ ดวงตาทั้งคู่จ้องตรงมาที่เธอ มองจนเธอรู้สึกเย็นวาบไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ ย่าเฒ่าเฟิงก้าวขึ้นมาทั้งสองเท้า : “นังเด็กคนนี้นี่อยากจะตายใช่ไหม? วันนี้ขุดผักป่าเสร็จแล้วก็อย่าคิดว่าจะได้ข้าวเลย!”
เฟิงหัวโกรธทันที! ตายแล้วยังคิดจะรังแกเธออีกเหรอ? สมัยเด็กสู้ไม่ได้ ต่อมาก็เป็นเพราะคุณธรรมอะไรสักอย่างอีกนั่นแหละ ตอนนี้ทุกคนล้วนแต่เป็นคนตาย ยังไปสนพวกนี้ทำไม!
เฟิงหัวคว้าตะกร้าที่อยู่ข้างๆมือขึ้นมาแล้วเธอโยนตะกร้าใส่ ทันใดนั้นย่าเฒ่าเฟิงก็ล้มคะมำลงไปบนพื้น จากนั้นเธอหยิบตะกร้าขึ้นมาทุบใส่ทันที!
แต่เพราะอายุยังน้อย ทั้งยังไม่มีแรงเพราะกินไม่อิ่ม พอไม่มีพลังแล้วจะทำได้อย่างไร แต่ย่าเฒ่าเฟิงยังร้องโหยหวนราวกับหมูถูกฆ่า
เพื่อนบ้านออกมาดูกันอย่างคึกคัก แต่กลับไม่มีใครเข้ามาแยกพวกเธอสักคน
“โอ๊ะโอ! ยายแก่เฟิงถูกตี! แล้วคนตียังเป็นเสี่ยวหัวหลานสาวของเธอด้วย! พระอาทิตย์ขึ้นจากทิศตะวันตกแล้วเหรอ?”
“พูดกันว่าหมาที่กัดคนจะไม่เห่า แล้วดูเสี่ยวหัวสิ เธอซื่อสัตย์ที่สุดในบรรดาพี่สาวน้องสาวทั้งเจ็ดคน ปกติจะด่าทอทุบตียังไงเธอไม่เคยตอบโต้ ดูท่าวันนี้ จะตียายแก่เฟิงให้ตายเสียแล้ว”
เสียงซุบซิบทั้งสองจบลงแต่กลับไม่มีความคิดก้าวมาข้างหน้าเลยแม้แต่น้อย เพราะจริงๆแล้วมันไม่ใช่เรื่องของตนแล้วจะใส่ใจไปทำไม ยิ่งไปกว่านั้นยายแก่เฟิงก็ไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนอยู่แล้วด้วย
“ถ้าให้ฉันพูดนะยายแก่เฟิงคนนี้ก็สมควรโดนแล้ว ถึงแม้ลูกสาวลูกชายแต่ละบ้านจะได้รับความเสมอภาคแตกต่างกัน แต่ก็ไม่ไม่มีบ้านไหนเหมือนบ้านของยายแก่ตระกูลเฟิงนี้เลย ฉันได้ยินว่าเด็กผู้หญิงได้รับอนุญาตให้กินแต่ข้าวต้มเท่านั้น ไม่ได้กินพวกของแห้งเลย!”
“ใช่แล้ว ฉันเห็นพวกพี่สาวคนโตคนรองบ้านพวกเขาอยู่ด้านนอกขุดผักป่าขึ้นมาแล้วกินเลยโดยไม่ล้างเพราะหิวมากจริงๆ”
ชาวบ้านจำนวนมากรวมตัวกันซุบซิบนินทาตระกูลเฟิง โดยไม่มีแม้แต่คนเดียวเข้าไปห้ามการตบตีกัน
เฟิงหัวฟาดลงไปอีกสองครั้งก็หมดแรงแล้วจริงๆ เธอยกตะกร้าไม่ขึ้นอีกแล้ว ไม่ต้องเข้าไปแยกก็ฟาดต่อไปไม่ไหว
ย่าเฒ่าเฟิงพลิกตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับเหวี่ยงเฟิงหัวลงไปบนพื้นแล้วพุ่งเข้ามาหาเธอเหมือนกับว่าต้องการเอาคืน
เฟิงหัวเห็นท่าไม่ดีจึงรีบปีนลุกขึ้นยืนด้วยการฮึดเฮือกสุดท้ายแล้ววิ่งออกไปเลย
ย่าเฒ่าเฟิงไล่ตามได้ไม่กี่ก้าวก็ไม่ไหวแล้ว ทุกวันนี้ไม่มีใครได้กินอิ่ม แค่หายใจก็ยังลำบากแล้วจะเอาแรงที่ไหนมาวิ่งไล่ได้
“อีนังเด็กเวร! อย่ากลับมานะ! คอยดูสิว่าฉันไม่จะไม่ตีแกให้ตาย! นังหมาสารเลว….”ย่าเฒ่าแก่เฟิงโกรธจัด ด่าตรงปากประตูไม่รู้จบสิ้น ให้ตายเถอะ! กล้าลงมือกับฉันแล้ว! วันนี้ทุกคนของบ้านอย่าคิดว่าจะได้สบายเลย!
เฟิงหัววิ่งไปที่ทุ่งหญ้าด้านนอกอย่างไม่รู้ทิศทางแล้วล้มลงบนพื้นอย่างหมดสิ้นเรี่ยวแรงในทันที
แต่ภายในใจกลับมีความสุขมากๆ ตอนเป็นเด็กเธอถูกย่ารังแกแทบตาย ทั้งทุบตีทั้งด่าทอและไม่ให้กินข้าว ต่อมาเธอประสบความสำเร็จกลับมาเป็นฝ่ายมีอำนาจ หากไม่ยอมทำตามหล่อนก็จะทำทุกวิถีทาง มากลิ้งตัวร้องห่มร้องไห้อยู่ที่หน้าประตูบ้านและที่หน้าองค์กร พูดว่าเธออกตัญญูยังไง แม้แต่ให้ข่าวกับหนังสือพิมพ์ทำให้เธอเสียหน้า
คราวนี้อย่างน้อยก็ได้เอาคืนสักหน่อย!
เฟิงหัวสูดลมหายใจแล้วมองไปรอบๆ นี่คือทุ่งหญ้าบ้านเกิด สวรรค์ในวัยเด็กของเธอ คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เห็นก่อนตาย นับว่าเป็นโชคดีของเธอ
เธอเกิดในปีที่มีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน นับแต่จำความได้ก็มีแต่ความยากลำบาก เว้นเพียงแค่ตอนที่ได้กินข้าวหม้อใหญ่เมื่อปีก่อน ถึงจะนับได้ว่ากินอิ่มจริงๆ เวลาอื่น นอกจากหิวก็คือหิวมาก ทุกๆวันในสมองเอาแต่คิดว่าจะกินอะไร
และแหล่งอาหารเดียวก็คือทุ่งหญ้าผืนนี้
หมู่บ้านของพวกเขามีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน ริมฝั่งล้วนแต่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ เมื่อทำการเพาะปลูกไม่ได้ก็มีแต่วัชพืชขึ้นเต็มไปหมด และเมื่อมีวัชพืชจึงทำให้มีผักป่า และยิ่งไปกว่านั้นคือมีไก่ป่าและเป็ด
เธอตัวเล็กจึงจับเจ้าพวกนั้นไม่ได้เลย แต่โชคดีอยู่บ้างที่บางครั้งเก็บไข่ไก่ป่าได้สองสามฟอง!นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เธอมีความสุขอยู่เป็นนาน
เมื่อนึกถึงความทรงจำอันหวานอมขมกลืนเหล่านั้นแล้ว เฟิงหัวก็หัวเราะขึ้นมา
ไปกันเถอะ ไปเดินชมผืนนาแห่งนี้เป็นครั้งสุดท้ายกัน
เฟิงหัวเดินขากะเผลก แต่กลับชอบเดินอย่างร่าเริงลึกเข้าไปในทุ่งหญ้า โดยไม่รู้เลยว่ามีเงาหนึ่งคอยลับๆล่อๆแอบตามนางอยู่ด้านหลัง
ในฝันนั้นน่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิ ต้นหญ้าเพิ่งมีรากงอกออกมา บนพื้นยังมีหิมะและคราบน้ำแข็งหลงเหลืออยู่ เมื่อกี้นี้นางเพิ่งจะทดสอบดู กดเท้าจมลงไป มันหนาวเย็นราวกับกัดเข้าไปในกระดูก
เฟิงหัวค่อยๆเหยียบลงไปบนหญ้าทีละนิดอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงย่ำลงเต็มเท้าแล้วเดินไปข้างหน้า
เมื่อมองเห็นผักป่าที่กินได้ระหว่างทางก็เก็บมาลองชิมว่ารสชาติเหมือนตอนที่ยังเป็นเด็กอยู่หรือเปล่า
“ว้าว! แครอทป่า!” เฟิงหัวทั้งประหลาดใจระคนดีใจ
สิ่งนี้มีหน้าตาเหมือนกับทั้งสามอย่างนี้ คือ แครอท มันเทศ และโสม เพราะฉะนั้นจึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่าแครอทป่า มันเทศและตังเซียม
ทั้งแข็งทั้งเคี้ยวยาก เธอกินมันได้แค่ตอนหิวโซเท่านั้นแหละ พอโตขึ้นมาถึงได้รู้ว่ามันคือสิ่งเลอค่า เป็นราชาแห่งผักป่า สามารถเสริมสร้างร่างกาย บำรุงปอด โดยปกติแล้วใช้สำหรับส่งออก ทั้งยังถูกขุดไปขายจนใกล้จะเป็นสินค้าคุ้มครองแล้ว คนทั่วไปยากนักที่จะได้กิน
เฟิงหัวขุดออกมาอย่างระมัดระวัง มันใหญ่มาก!
ก่อนที่เธอจะได้ดีใจ จู่ๆด้านหลังก็มีพละกำลังหนักหน่วงมาก ทันใดนั้นเธอก็ถูกกดลงไปบนพื้นโคลน มือคู่หนึ่งรัดคอเธออย่างรุนแรง!
แล้วฉากแห่งฝันร้ายก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง! นี่คือฝันร้ายที่เธอไม่สามารถลืมได้ไปชั่วชีวิต!
ตอนนั้นเธออายุสิบเอ็ดขวบ และเป็นฤดูผลิเช่นเดียวกัน เธอมาที่ผืนนาเพื่อขุดหาผักป่า แต่ถูกหม่าต้าเผ้าชายเร่ร่อนจับได้และคิดที่จะบีบคอเธอจนตาย หลังจากที่ตายแล้ว เธอคาดเดาว่าก็คงคิดที่จะกินเธอ...…
แน่นอนว่าหม่าต้าเผ้าไม่อาจยอมรับสารภาพเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เขาไม่อาจยอมรับเรื่องที่บีบคอเธอได้อย่างสิ้นเชิง!
เพราะว่า…
จู่ๆมือที่อยู่บนคอก็คลายออกและมีเสียงการต่อสู้ดังขึ้นจากด้านหลัง หมัดกระแทกเนื้อเข้าไปติดๆกัน ต่อยจนหม่าต้าเผ้าร้องไห้โหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด
เฟิงหัวกัดริมฝีปากแน่น เธอกัดจนเลือดออก เธอจิกลงไปบนมือบวมแดงที่โดนน้ำแข็งกัดอย่างรุนแรง จะเป็นลมไม่ได้! ครั้งนี้จะเป็นลมไม่ได้เด็ดขาด!
เธอจะต้องเปลี่ยนฝันร้ายนี้! เปลี่ยนตอนจบอันน่าสยดสยองนั่น! ต่อให้เป็นแค่ในฝันก็ตาม!!