ตอนที่ 1 เธอต้องเป็นเมียของฉันเท่านั้น!!
ลูอิส วาเลนส์ ชายหนุ่มเลือดผสมสัญชาติไทย-อังกฤษ วัย 32 ปี ในชุดสูทสีเข้ม ก้าวลงจากรถเบนซ์คันงาม ที่ลูกน้องคนสนิทเปิดประตูให้ ทุกวันเขาจะต้องเข้าไปนั่งบริหารงานโรงแรม แต่วันนี้แตกต่างจากทุกวันที่ผ่านมา เพราะต้องเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวาเลนส์ อินเตอร์เนชันแนล ต่อจากบิดาที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง และวันนี้ก็เป็นวันแรกที่เขาได้มาที่นี่ในฐานะผอ.คนใหม่ ส่วนโรงแรมก็ได้ให้น้องชายอย่างลูเซียสเข้ามาบริหารแทน
“นายกลับไปก่อนเลยเจฟ” ลูอิสบอกลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่ข้างหลัง
“จะไม่ให้ผมอยู่ด้วยเหรอครับบอส เผื่อมีอไรผมจะได้ช่วยบอสได้” เจฟถามบอสหนุ่มรูปหล่ออย่างเป็นห่วง ถ้าเขาอยู่ด้วยยังสามารถช่วยงานได้
“ไม่ต้อง ตอนเย็นค่อยมารับฉัน กลับไปได้แล้ว มีอะไรฉันจะโทรหาเอง” เขามาทำงานเป็น ผอ.ไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตาม ลูอิสพูดจบก็ก้าวเดินเข้าไปในตึกผู้บริหารทันที
“หนูดี วันนี้ไปกินชาบูกันฉันอยากกินอะ ยัยวีต้าก็บอกว่าอยากกิน” สาวน้อยผิวขาวร่างท้วมนั่งเขย่าแขนเพื่อนคนสวย อย่างอ้อนๆ
“หวานแกนี่จะชวนฉันกินทุกเย็นเลยรึไง เมื่อวานขนม วันนี้ชาบู พรุ่งนี้อะไรอีกละยัยอ้วน” หนูดีแกล้งหยิกพุงเพื่อนเบาๆ อย่างมันเขี้ยว
“พรุ่งนี้ยังคิดไม่ออกเอาวันนี้ก่อนละกัน” หนูดีมองเพื่อนแล้วส่ายศีรษะไปมา
“หนูดี! หวานนน” สองสาวหันไปมองตามเสียงเรียก แล้วก็เห็นว่าวีต้าเพื่อนรักอีกคนหนึ่งของพวกเธอกำลังวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาด้วยท่าทางตื่นตูมสุดๆ
“มีอะไรร้องเรียกซะเสียงดังลั่นเลย คนอื่นแตกตื่นกันหมดแกนี่” หนูดีเหลียวมองรอบๆ ตัวก็เห็นว่ามีคนมองมาทางพวกเธอเยอะเลยก้มศีรษะให้เป็นเชิงขอโทษที่เสียงดัง
“คืองี้ แป๊บนะ” วีต้าขยับแว่นให้เข้าที่เข้าทางแล้วพูดต่อ “ยัยฟ้าญาติแกถูกเรียกตัวไปห้อง ผอ.ยัยนั่นไปตบแย่งผู้ชายกับรุ่นน้องเกรด 11 ฉันเข้าห้องน้ำแล้วได้ยินเขาคุยกันเลยรีบวิ่งมาเล่าให้พวกแกฟังเนี่ย เหนื่อยชะมัด” วีต้าหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มอย่างกระหาย
“ไปดูกัน” หนูดีลุกขึ้นเดินนำเพื่อนทั้งสองไปยังตึกผู้บริหาร จริงๆ แล้วเธอกับฟ้าใสไม่ค่อยจะถูกกัน แม้จะอยู่บ้านเดียวกันแต่ฟ้าใสก็ชอบหาเรื่องชวนทะเลาะได้ตลอดเวลา พ่อกับแม่ของเธอเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ทำให้คุณลุงพ่อของฟ้าใสที่เป็นพี่ชายของพ่อรับเธอมาดูแล คุณลุงรักเธอไม่ต่างจากลูกแต่คุณป้าแม่ของฟ้าใสนั้นไม่ชอบเธอ ถึงแม้จะไม่ชอบก็ต้องทนให้เธออยู่บ้านด้วย เนื่องจากคุณลุงไม่ยอมให้เธอไปอยู่ที่อื่นตามความต้องการของลูกและเมีย
“แล้วยัยฟ้ามันตบแย่งผู้ชายคนไหววะวีต้า”
“ไม่รู้วะ แล้วนั่นแกจะรีบเดินไปไหนดูดี รอพวกฉันด้วยสิ” วีต้าดึงแขนอวบของหวานให้วิ่งตามเพื่อน ที่เดินนำไปหลายก้าวแล้ว
“พวกแกก็อย่ามัวแต่คุยกันสิ รีบๆ เดินตามมาเร็วๆ” หนูดีหันหลังมาพูดแล้วเดินเร็วเข้าไปในตึกโดยมีหวานกับวีต้าวิ่งตามมาติดๆ
สายตาคมจ้องมองนักเรียนสาวที่เป็นคู่กรณีกันนิ่ง ใบหน้าหล่อนั้นเรียบเฉยอย่างเดาอารมณ์ไม่ถูก สองสาวคู่กรณีนั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสลดแม้แต่น้อย นั่งหน้าเชิด คอตั้ง ส่งสายตาจิกกัดกันเป็นระยะ ใบหน้าของทั้งสองคนมีรอยแดงจากนิ้วมือ เสื้อผ้านั้นหลุดลุ่ย ผมเผ้ายุ่งเหยิง เป็นภาพที่ไม่น่ามองสักนิด
“ทุเรศชะมัด” เสียงทุ้มพึมพำออกมา เป็นผอ.วันแรกก็เจอเรื่องน่าปวดหัวซะแล้ว “ฉันจะเรียกผู้ปกครองของพวกเธอมา แล้วจะสั่งพักการเรียน” ลูอิสลุกขึ้นยืน เอามือล้วงกระเป๋า
“หนูไม่ผิด ผอ. จะสั่งพักการเรียนก็สั่งพักยัยแพรวาไปคนเดียว” ฟ้าใสพูดขึ้นเสียงดัง มองตาขวางไปยังแพรวา
“เหอะ! กล้าพูดนะว่าตัวเองไม่ผิด ไม่กระดากปากบ้างเหรอ” แพรวาสวนขึ้นอย่างไม่ยอม
ลูอิสมองนักเรียนสองคนที่เถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร อย่างไม่สบอารมณ์ “พวกเธอนี่ยังไม่สำนึกสินะ ตบตีกันในโรงเรียนจนถูกเรียกตัวเข้ามาพบแบบนี้ ยังปากเก่งกันได้นี่น่านับถือในความด้านของหน้าจริงๆ” แขนแกร่งเท้าลงบนโต๊ะทำงาน วาจาเจ็บแสบที่ลูอิสพูดออกมาทำให้เด็กสาวทั้งสองคนถึงกับสะอึก “ถ้าเป็นแบบนี้ฉันว่าเปลี่ยนบทลงโทษจากพักการเรียนเป็น ไปล้างห้องน้ำทุกพักกลางวัน และตอนเย็นตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือน เผื่อพวกเธอจะได้รักและสามัคคีกันมากขึ้น ถ้าขัดคำสั่งหรือไม่ทำตามฉันจะไล่พวกเธอออก แล้วจะเชิญพ่อแม่ของเธอสองคนมารับรู้พฤติกรรมแย่ๆ ที่ได้ก่อเอาไว้”
“อะไรนะคะ” สองเสียงประสานกันดังลั่นอย่างตกใจ
“หนูทำไม่ได้ เกิดมายังไม่เคยต้องมานั่งทำอะไรแบบนี้เลย แล้วอยู่ๆ ผอ.จะมาให้หนูทำ ไม่มีทางซะหรอก ให้ยัยแพรวานี่ทำไปคนเดียวเถอะค่ะ” เหอะ! อย่าว่าแต่ล้างห้องน้ำเลย จานที่บ้านเธอยังไม่ต้องเก็บล้างเองเลย แล้วห้องน้ำสกปรกๆ แบบนี้จะมาให้เธอทำ รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น
“อย่ามาโยนให้กันแบบนี้นะพี่ฟ้า ฉันก็ไม่ทำเหมือนกัน” แพรวาจิกตาใส่สาวรุ่นพี่ เมื่อเห็นฝ่ายนั้นก็จ้องหน้าเธออย่างอยู่
“หยุดกัดกันได้แล้ว! ที่นี่โรงเรียนสอนให้ความรู้กับคน ไม่ใช่โรงเรียนสอนหมานะ เห็นฉันเป็นหัวหลักหัวตอรึไงกัน ถึงไม่เกรงกลัวอะไรเลย” อากรฟึดฟัดใส่กันในตอนแรกหายไป เมื่อโดนคำพูดเปรียบเปรยของ ผอ.หนุ่มหล่อ ไม่คาดคิดว่าหน้าตาหล่อเหลาแบบนี้จะมีปากที่คมยิ่งกว่ากรรไกรเสียอีก “ฉันพูดคำไหนคำนั้น เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่มีข้อต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น นี่ถือว่าฉันใจดีมากแล้วนะ ถ้าทำให้ฉันหงุดหงิดไปมากกว่านี้ ฉันจะไล่เธอออก ไปได้แล้ว!” ลูอิสเดินไปเปิดประตูให้นักเรียนคู่วิวาทออกไป ก็เห็นว่ามีนักเรียนยืนออกันอยู่แถวหน้าห้องทำงานของเขากันเต็มไปหมด “มีอะไรกันทำไมถึงมายืนอยู่หน้าห้องทำงานฉันเต็มไปหมด” เสียงเข้มเอ่ยถามบรรดาไทยมุงที่เริ่มจะแยกย้ายกันออกไปบ้างแล้ว
“เอ่อ คือว่าพวกเราแค่อยากมาเห็น ผอ.คนใหม่นะคะ” เด็กนักเรียนผู้หญิงที่อยู่มอต้นพูดเสียงเบาด้วยท่าทางกลัวๆ
“เห็นแล้วก็แยกย้ายกันไปได้แล้ว ที่นี่ไม่ใช่สวนสาธารณะที่ใครก็ขึ้นมาได้นะ พวกรปภ.นี่ยังไงถึงปล่อยให้พวกเธอขึ้นมาถึงนี่ได้” ลูอิสพูดด้วยสีหน้ายุ่งเหยิง ตอนนี้ไทยมุงได้อันตธานหายไปหมดแล้ว จะเหลือก็แต่เด็กผู้หญิงสาวคนที่คาดว่าจะอยู่มอปลายยืนหลบมุมคุยกันอยู่ เพราะดูจากชุดเครื่องแบบที่สวมใส่ ลูอิสยืนกอดอกจ้องมองทั้งสามคนอย่างไม่วางตา และหนึ่งในนั้นก็ทำให้เขาเกิดความสนใจ
“พวกแก” หนูดีกระตุกแขนวีต้ากับหวานที่ยืนคุยกันอย่างออกรสเรื่องฟ้าใส แต่ก็เหมือนเพื่อนเธอจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยว่าตอนนี้มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องอยู่ที่พวกเธอ ซึ่งเธอก็พอจะเดาออกว่าคงจะเป็นผู้อำนวยการคนใหม่
“อะไรของแกหนูดี” วีต้ากับหวานหันมามองเพื่อนที่สะกิดเรียกพวกเธอยิกๆ
“นั่น ผอ. คนใหม่ปะวะ เขามองพวกเรานานแล้วนะ” หนูดีกระซิบกระซาบกับเพื่อนเบาๆ
“ฉันว่าน่าจะใช่วะพวกแก หล๊อหล่ออ่ะ ต่างจากที่คิดเอาไว้มากเลยอ่า” หวานทำท่าเขินกำกระโปรงไว้แน่น
“ใช่ นึกว่าจะลงพุงหัวล้านๆ เหมือนเดิมซะอีก ผอ.หล่อขนาดนี้ทำให้ฉันอยากมาโรงเรียนทุกวันเลยว่าไหมพวกแก” วีต้ากับหวานยิ้มให้กันอย่างเคลิ้มๆ ต่างจากหนูดีที่ยืนจ้องหน้า ผอ.อย่างไม่ได้คิดอะไร เพราะเธอไม่ได้บ้าผู้ชายหล่ออยู่แล้ว
“พวกเธอเลิกทำหน้าเคลิ้มแล้วตามฉันเข้ามา” ลูอิสพูดเสียงดัง กวักมือเรียกสามสาวให้เดินตามเข้าไปในห้องทำงาน ทำให้เด็กสาวมองหน้ากันเลิ่กลั่กอย่างงงๆ
หวาน หนูดี และวีต้า ยืนก้มหน้าเรียงกันอยู่หน้ากระดานหน้าโต๊ะทำงานใหญ่ ลูอิสจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าเรียวเล็กของเด็กนักเรียนผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงกลาง ที่มีผิวขาวอมชมพู ปากนิด จมูกหน่อย ดวงตาแวววาวสดใส ผมยาวสีน้ำตาลดัดลอนปล่อยลงมาคลอเคลียสองข้างแก้ม รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น น่าทะนุถนอม ยิ่งมองก็ยิ่งชอบ ลูอิสสะบัดใบหน้าไปมาอย่างต้องการจะเรียกสติตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง แล้วกระแอมเรียกเสียงตัวเอง
“เอาละ พวกเธอมาทำอะไรแถวหน้าห้องฉัน คนอื่นก็ลงกันไปหมดแล้วเหลือแต่พวกเธอ มีปัญหาอะไรกับฉันรึเปล่า” ลูอิสพูดรวมๆ กับทุกคนแต่สายตากลับจับจ้องอยู่ที่ร่างบางของคนที่ยืนอยู่ตรงกลาง หนูดีทำปากยื่นน้อยๆ แล้วก็เงยหน้าขึ้นมาตอบคำถาม
“คือว่า พวกเรามาดูยัยฟ้าใส เอ่อ คนที่ ผอ.เรียกพบนะคะ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับ ผอ.” ปากเล็กจิ้มลิ้มเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างเถรตรง ไม่คิดจะโกหก เพราะว่าเธอมาดูจริงๆ ถ้าโกหกไปแล้วโดนจับได้มันจะน่าอายเปล่าๆ สายตากลมโตมองไปยังคนตัวโตที่นั่งพิงหลังไว้กับผนักเก้าอี้อย่างสำรวจ หน้าตาดีอย่างไม่มีที่ติ ถึงเธอจะไม่ค่อยชอบคนมีหนวดมีเครา แต่กับคนตรงหน้ามันไม่ได้ทำให้เธอดูว่าสกปรกเลยแม้แต่น้อย มันออกจะดูดีและสะอาดสะอ้านมาก เมื่อเริ่มรู้ตัวว่ากำลังคิดอะไรที่ไม่เข้าท่า เด็กสาวก็รีบสะบัดหน้าตัวเองแรงๆเพื่อเรียกสติกับเข้าร่าง
ลูอิสมองดูการกระทำของเด็กสาวก็แต่ยิ้มในหน้า มือใหญ่วางประสานไว้บนหน้าตัก ถูกอกถูกใจในคำตอบตรงๆ นั้นเป็นอย่างมาก ส่วนสองสาวก็ยืนเงียบปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเพื่อนรักที่ช่างจำนรรจาเจรจาไป
“เธอเป็นเพื่อนเขาเหรอถึงต้องมาสอดส่องว่าเป็นยังไงบ้าง” ลูอิสเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย ดูท่าทางก็รู้ว่าคงจะไม่ได้เป็นเพื่อนกันแน่ๆ เพราะสองสาวนั่นออกไปตั้งนานแล้ว แต่ที่ถามก็แค่อยากจะหาเรื่องคุย เผื่อได้รู้อะไรดีๆ
“ไม่ใช่เพื่อนแต่เป็นญาติ ที่ไม่ค่อยจะถูกกันต่างหากละ” เสียงหวานพึมพำเบาๆตัวเอง แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นคนหูดีอย่างลูอิสไปได้
“ไม่ถูกกันแล้วจะมาดูเขาทำไมละสาวน้อย หรือว่าเธอก็อยากจะลงสนามแย่งเจ้าเด็กนั่นเหมือนกัน” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างแข็งๆ จ้องมองหน้าหวานนิ่ง
“ไม่ใช่สักหน่อย” หนูดีโบกมือส่ายศีรษะเป็นพัลวัน คนอย่างเธอไม่มีทางลงมือแย่งชิงผู้ชายอยู่แล้ว ผอ.นี่ยังไงมากล่าวหาเธอเฉยเลย “ผอ.อย่ามาพูดให้หนูเสียหายนะ แฟนยังไม่เคยคิดที่จะมีเลย แล้วที่สำคัญหนูไม่ได้บ้าถึงขนาดจะไปตบแย่งผู้ชายเหมือนยัยนั่นสักหน่อย” ใบหน้าสวยงอง้ำลืมตัวมองค้อนคนตรงหน้า ลูอิสตีสีหน้านิ่งแต่ภายในใจกลับลิงโลดเมื่อได้ฟังคำพูดของเด็กสาว
“แกพูดดีๆ สิ นี่ ผอ.นะท่องเอาไว้” วีต้ากระซิบเสียงรอดไรฟัน แล้วยิ้มแหยๆให้กับคนที่นั่งจ้องพวกเธออยู่
“ฉันจะไปรู้เหรอ ไม่เป็นแบบนั้นก็ดีแล้ว” ลูอิสยักไหล่แล้วหันไปมองอีกสองสาวที่ยืนกันนิ่งเงียบ “เธอสองคนออกไปก่อน ฉันจะคุยกับเพื่อนของพวกเธอ”
“เอ่อ” วีต้ากับหวานอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่อยากปล่อยเพื่อนไว้คนเดียว มองหน้ากันเลิ่กลั่ก “ถ้าจะลงโทษก็ลงโทษพวกเราให้เหมือนๆ กันนะคะ หนูสองคนก็มีส่วนรู้เห็นในการมาแอบดูด้วย” วีต้าเกาะแขนหนูดีเอาไว้แน่น กลัวว่าเพื่อนจะถูกลงโทษแค่คนเดียว
“ฉันไม่ได้จะลงโทษเพื่อนเธอ แค่จะขอคุยอะไรด้วยหน่อย ออกไปกันได้แล้วก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจลงโทษจริงๆ” หนูดีพยักหน้าให้เพื่อนเชิงว่าไม่เป็นไร สองสาวจึงยอมออกไป
“ผอ.มีอะไรรึเปล่าคะ” หนูดีเอียงคอถามอย่างน่ารักจนคนมองใจสั่น ลูอิสลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กสาว ถือวิสาสะจับแขนเรียวเล็กให้เดินไปที่โซฟา
“นั่งก่อน” มือหนากดไหล่บางให้นั่งลง ส่วนตัวเองก็นั่งลงข้างเด็กสาวอย่างตีเนียน “เธอชื่ออะไรสาวน้อย” ขายาวนั่งไข่ห้างมือทั้งสองประสานไว้ที่หัวเข่า จับจ้องเรียวปากบางสีระเรื่อที่ขบกันตาปรอย ไม่ได้ฟังในสิ่งที่เด็กสาวบอก
“หนูดีค่ะ” เด็กสาวโบกมือไปมาตรงหน้าหล่อเมื่อเห็นว่าเขาเหม่อมองเธอนานแล้ว แต่ก็ไม่เป็นผล มือบางเลยจับท่อนแขนแกร่งแล้วเขย่าเบาๆ จนคนสติหลุดรู้สึกตัว “ผอ.เป็นอะไรรึเปล่าคะ” ลูอิสมองมือน้อยที่จับแขนเขาเอาไว้ด้วยท่าทางเป็นห่วงเป็นใยก็อมยิ้ม
“เปล่า ว่าแต่เธอชื่ออะไรนะ เมื่อกี้ฉันไม่ทันได้ฟัง” ลูอิสถามอีกครั้งเพราะเมื่อกี้เขาไม่ได้ฟังจริงๆ
“ชื่อหนูดีค่ะ” เด็กสาวพูดอีกครั้ง
“อืม ชื่อน่ารักเหมาะกับตัวเลย” ลูอิสพึมพำเบาๆ “ว่าแต่เธอเรียนอยู่ชั้นไหนและอายุเท่าไหร่แม่หนูน้อย” แม้จะดูรู้ว่าคงอยู่มอปลาย แต่ก็อยากจะถามย้ำเพื่อความแน่ใจว่าอยู่ชั้นไหนและอายุเท่าไหร่กันแน่
“มอหกหรือว่าเกรดสิบสองนี่แหละค่ะ ส่วนอายุก็ 18 ปีค่ะ” รู้สึกเหมือนเธอมานั่งรายงานประวัติส่วนตัวให้เขาเลย
“อืม แล้วเธอมีแฟนรึยัง” ลูอิสถามเหมือนคำถามทั่วไปแต่ภายในใจกลับจดจ่อในคำตอบที่จะได้รับ
“ยังค่ะ” หนูดีส่ายหน้าไปมา ไม่เข้าใจว่าเธอมีแฟนหรือไม่มีแฟนมันจะเกี่ยวข้องอะไรกับเขาตรงไหน “แล้วผอ.จะอยากรู้ไปทำไมเหรอคะ” ปากเล็กๆ ถามออกไปไม่อยากเก็บความสงสัยเอาไว้
“ช่างสงสัยเสียจริง” ลูอิสยิ้ม “ถ้าอยากรู้ฉันก็จะบอกให้ ยื่นหูมาสิ” ด้วยความที่อยากรู้หนูดีเลยเอียงหูให้ ผอ.หนุ่มรูปหล่อที่แอบยกยิ้มอยู่คนเดียว “ฉันจะเอาเธอมาทำเมียน่ะสิคนสวย” เสียงทุ้มกระซิบชิดหูหอมกรุ่น คนฟังถึงกับตาค้างอ้าปากกว้างอย่างตกใจสุดขีด ค่อยๆ เงยหน้ามองชายหนุ่มที่กอดรัดเอวเธอเอาไว้แน่นอย่างอึ้งๆ แทบจะหาเสียงตัวเองไม่เจอ
“ผอ.พูดเล่นใช่ไหมคะ” เด็กสาวถามเสียงเบาหวิว ตั้งรับไม่ทันเมื่อเจอคำพูดน็อคกลางอากาศแบบนี้ ได้แต่หวังว่าเขาจะแค่ล้อเล่นกับเธอเท่านั้น คนบ้าอะไรจะมาชอบกันได้แค่เวลาไม่ถึงสิบห้านาที นี่เขาชักจะน่ากลัวเกินไปแล้วนะ
“ฉันไม่ได้พูดเล่น ฉันจะเอาเธอทำเมียจริงๆ สาวน้อย แล้วถ้าฉันเห็นว่าเธอสนใจไอ้หนุ่มหน้าไหนระวังมันจะเดือดร้อน และเธอก็จะได้เป็นเมียฉันเร็วขึ้น” ถ้าเพื่อนเขารู้คงว่าเขาบ้าแน่ๆ เจอกันได้ไม่กี่นาทีเขาก็ประกาศออกมาว่าจะเอาสาวน้อยคนสวยนี่มาทำเมีย แถมอายุน้อยกว่าเขาถึงสิบห้าปีและยังเรียนไฮสคูลอยู่เลย
“หนูไม่เอานะ หนูไม่ชอบคนแก่ อื้อ ปล่อย ไม่งั้นหนูจะไปแจ้งความว่า ผอ.ลวนลามหนูนะ” หนูดีดิ้นรนอยากออกจากห้องนี้ไป แต่ติดอยู่ที่แขนแข็งแรงที่เกาะเอวเธอเอาไว้เหนียวหนึบ
“ว่า ว่าที่ผัวแก่แบบนี้มันต้องถูกลงโทษ” มือหนาจับคางเรียวไว้แน่นแนบปากหยักบางเฉียบลงบนปากเรียวเล็กสีชมพู หนูดีที่โดนจู่โจมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวตาโต พยายามจะผลักอกหนาออกห่าง มือบางทุบลงบนไหล่แกร่งเป็นพัลวัน ก่อนจะค่อยๆ อ่อนลง คล้อยตามคนประสบการณ์สูงที่ล่อหลอกให้ตกลงไปในหลุมพลางของความแปลกใหม่ เรียวแขนเล็กคล้องไว้ที่ลำคอหนาเพื่อเป็นที่ยึดเกาะ หลับตาพริ้ม ลมหายใจหอบสะท้าน ลูอิสมองอย่างพึงพอใจ ค่อยๆ บดเคล้าแทรกลิ้นสากของตัวเองเข้าไปควานหาน้ำผึ้งหวาน ไล่ต้อนลิ้นเล็กที่ด้อยประสบการณ์ เมื่อชิมความหวานจนพอใจ ลูอิสก็ค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกมาดูดดึงที่ปากล่างแดงก่ำจากฤทธิ์จูบ นิ้วหัวแม่มือคลึงที่มุมปากเล็กเบาๆ หนูดีค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ไม่กล้าสบสายตาคมที่กำลังจ้องมองเธอตรงๆ
“ผอ.ไม่มีสิทธิ์มาจูบหนูนะ แล้วอีกอย่างนั่นมันเป็นจูบแรกของหนูเลยนะ ทำไมต้องทำกับหนูแบบนี้ด้วย เจอกันไม่ถึงสิบห้านาทีก็มาปล้นจูบเด็กนักเรียนแบบนี้ได้ยังไงกัน” หนูดีค่อยๆ หันมามองหน้าลูอิสตรงๆ ใบหน้าหวานบึ้งตึง ถูมือเช็ดปากตัวเองแรงๆ จนมันแดงเถือกไปหมด
“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ จูบแรกของเธอเป็นของฉันมันเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เลิกทำหน้างอแล้วกลับไปเข้าเรียนได้แล้ว ถ้ายังงอแงไม่เลิกฉันจะไม่ให้เธอกลับไปเรียนแล้ว และจะยัดเยียดความเป็นสามีให้เธอแทน”
“พูดอะไรบ้าๆ หนูไม่มีวันยอมตกเป็นเมียน้อยหรือว่าเด็กในสต๊อกของ ผอ.หรอกเลิกคิดไปได้เลย” หนูดีตะโกนเสียงดัง ใบหน้าเนียนแดงก่ำอย่างโมโหแล้ววิ่งพรวดออกมาจากห้องทำงานหรูทันที
“หึ เธอหนีฉันไม่พ้นหรอกสาวน้อย ใครจะว่าว่าฉันพรากผู้เยาว์ก็ยอม” ลูอิสพึมพำเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วเดินกลับไปนั่งทำงานต่อด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“แกบ่นอะไรหนูดี” หวานถามอย่างสงสัย เพราะตั้งแต่เพื่อนเธอกลับมาจากห้องของผอ.ก็เอาแต่นั่งพึมพำ แล้วก็หน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่คนเดียว
“แกเครียดวะเล่ามาสักทีว่า ผอ.ให้แกอยู่คุยเรื่องอะไรต่อบอกมาเลยนะ ฉันกับยัยหวานอยากรู้ใจจะขาดแล้วเนี่ย” วีต้าเขย่าแขนเพื่อนรักที่เอาแต่ปิดปากเงียบ ถามมาตั้งนานแล้วก็ไม่ได้คำตอบ
“เอาไว้คุยหลังเลิกเรียนได้ไหม รับรองว่าฉันจะบอกแกสองคนทุกเรื่อง” เธอตัดสินใจว่าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องของ ผอ.ให้กับเพื่อนได้ฟัง ไม่อยากจะปิดบังและจะได้ช่วยกันคิดหาทางหลีกเลี่ยง ผอ.ชีกอนั่น
“เออๆ” วีต้ากับหวานพยักหน้าอย่างรู้กันว่าเพื่อนคงไม่อยากเล่าในห้องเรียน ที่มีพวกอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านได้ยินแน่ๆ
หลังเลิกเรียนสามสาวเพื่อนซี้ก็มานั่งประจำการกันอยู่ที่ร้านชาบูแถวหน้าโรงเรียน ตามที่พื่อนสาวหุ่นอวบอย่างหวานเรียกร้องมาตั้งแต่กลางวัน และระหว่างกินหนูดีก็เล่าเรื่องที่เธอเจอมาเมื่อตอนกลางวันให้กับเพื่อนสาวทั้งสองคนได้ฟัง ซึ่งหวานกับวีต้านั้นตาโตแล้วตาโตอีกเมื่อได้ฟังเรื่องทั้งหมด
“แล้วแกจะทำยังไงต่อไปเนี่ย จากที่ฟังดูแล้วนะฉันว่า ผอ.ต้องไม่ปล่อยแกไปแน่ๆ เขาเล่นประกาศใส่หน้าว่าจะเอาแกทำเมียขนาดนั้น” วีต้าออกความคิดเห็น
“ฉันว่า ผอ.เขาจริงจังกับแกแน่เลยหนูดี ไม่อย่างนั้นคนระดับนั้น และอายุอานามก็มากกว่าตั้งเยอะจะประกาศออกมาว่าอยากได้เมียเด็กแบบแกเหรอ” หวานวางช้อนในมือแล้วพูดกับเพื่อนอย่างจริงจัง
“แกคิดว่า ผอ.จะโสดหรอหวาน หล่อ รวย แบบนั้น สาวๆ คงติดตรึมหรือไม่ก็มีเมียอยู่แล้ว แต่อยากหากิ๊กเป็นเด็กเอ๊าะๆ เหมือนที่พวกคนแก่ๆ ชอบทำกัน” วีต้าที่ชื่นชอบการอ่านนิยายเป็นชีวิตจิตใจเอ่ยขึ้น ถึงความน่าจะเป็นตามที่เธอคิด
“เออว่ะ ฉันลืมคิดถึงข้อนี้ไปได้ยังไงกันเนี่ย แกอย่าเงียบสิวะหนูดี นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะเนี่ย เอางี้ไหมแกไปบอกลุงแกให้ช่วยสิ ท่านรักแกจะตายไม่ปล่อยให้หลานสาวคนสวยตกอยู่ในกำมือผอ.หรอก”
“ฉันไม่อยากให้ลุงเดือดร้อนนะสิหวาน ฉันว่ารอดูท่าทีของตาลุงนั่นไปก่อนละกัน ตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะเอาไงดี มืดแปดด้านไปหมด ขอกินเติมพลังก่อนเผื่อจะคิดอะไรออก” วีต้ากับหวานพยักหน้าเห็นด้วย แล้วก็ช่วยกันตักนั่นตักนี่ให้หนูดีได้กิน หลังจากกินเสร็จต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านเนื่องจากเย็นมากแล้ว
“แกจะไม่ให้พ่อฉันไปส่งจริงหรอหนูดี” หวานถามอย่างเป็นห่วง
“อือ แกกลับไปเถอะ ฉันกลับรถเมล์เองได้” หวานโบกมือลาเพื่อนก่อนจะขึ้นรถไป ส่วนหนูดีก็เดินไปรอรถประจำทางที่ป้าย มันไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรสำหรับเธอเลยที่จะใช้รถสาธารณะในการเดินทาง เพราะปกติเธอก็กลับบ้านเองแบบนี้อยู่แล้ว แม้ว่าคุณลุงของเธอจะให้กลับบ้านพร้อมกับฟ้าใสที่มีคนรถมารับ แต่เธอก็ไม่เคยได้กลับเลยสักครั้งเนื่องจากญาติสาวของเธอไม่ยอม และเธอเองก็ไม่ได้อยากจะนั่งกับยัยนั่นอยู่แล้ว นั่งรอไปสักพักรถที่ผ่านหน้าหมู่บ้านก็มาจอดรับผู้โดยสาร หนูดีก็ก้าวขึ้นไปนั่งหยิบหูฟังขึ้นมาใส่เปิดเพลงฟัง
“บอสจะให้ขับตามไหมครับ” เจฟมองกระจกส่องหลังอย่างขอความคิดเห็นจากเจ้านาย เมื่อลูอิสพยักหน้าเจฟก็ขับรถตามรถเมล์คันดังกล่าวไป
เมื่อบ่ายเขาได้ให้เจ้าหน้าที่ทะเบียนเอาประวัติของหนูดีมาให้อ่าน และให้เจฟช่วยหาข้อมูลอีกแรงทำให้เขาทราบว่า แม่แมวน้อยของเขาอาศัยอยู่กับครอบครัวของลุง ซึ่งก็คือพ่อของเด็กที่ชื่อฟ้าใสที่มีเรื่องตบตีในวันนี้ เนื่องจากพ่อและแม่ของเธอได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ นายบวรก็ได้พาหลานสาวเข้ามาอยู่ด้วยที่บ้าน แต่ภรรยาและลูกสาวของนายบวรไม่ชอบหนูดี คอยหาเรื่องกลั่นแกล้งอยู่ตลอดเวลา ข้อนี้ทำให้เขาผูกใจเจ็บกับแม่ลูกมหาภัยนั่น
“น้องเขาน่ารักดีนะครับบอส” เจฟชวนเจ้านายคุยแล้วก็แอบเหลือบมองกระจกส่องหลังอยู่เนืองๆ
“อือ น่ารักมาก” ลูอิสรับคำเบาๆ ตอนแรกก็ไม่ได้จะให้เจฟขับรถตามมาหรอก บังเอิญเห็นว่าแม่แมวน้อยนี่กำลังยืนคุยอยู่กับเพื่อนตอนเขาออกจากโรงเรียนพอดี เลยให้ลูกน้องหยุดรถรอดู แล้วเห็นว่าเดินมารอรถเมล์ กะจะชวนให้ขึ้นรถมาด้วยกันแล้ว แต่คิดว่าคงดื้อไม่ยอมแน่ๆเลยให้เจฟขับรถตามมาแบบนี้
“น้องเขาลงรถแล้วครับบอส เราจะเอายังไงต่อดีครับ” เจฟจอดชะลออยู่ที่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน รอฟังคำสั่งจากเจ้านายว่าจะให้ทำอะไรต่อ
“กลับสิวะไม่น่าถาม” ลูอิสตอบแล้วมองตามหลังบอบางที่กำลังเดินเข้าไปในหมู่บ้าน เมื่อเจฟออกรถลูอิสก็หันหน้ากลับมาพร้อมกับหลับตาลง