ได้สติเสียที
"เธอเป็นอย่างไรบ้างครับคุณหมอ" อู๋เทียนสงก้มลงมองร่างบอบบางที่มีใบหน้าซีดเซียวแต่ก็ยังมองออกว่ามีความงามไม่เป็นสองรองใครด้วยสายตาที่เป็นห่วง ทั้งที่เธอยังคงนอนหลับอยู่บนเตียงพยาบาลของภาครัฐและไม่มีท่าทีเลยว่าจะลืมตาขึ้นมา เกือบเดือนแล้วที่กวนหว่าหวาคู่หมั้นของเขาเข้ารับการผ่าตัด ณ ศูนย์แพทย์ที่ดีที่สุดของปักกิ่งหลังถูกลอบสังหารในระหว่างที่เขาเดินทางไปเซี่ยงไฮ้
"อาการทุกอย่างของคุณกวนหว่าหวาไม่มีสิ่งใดผิดปกติครับ ชีพจรเต้นคงที่ สีหน้าและผิวพรรณดูดีขึ้นมาก ให้เวลาเธอได้ฟื้นตัวอีกสักหน่อย เธอก็จะสามารถลุกจากเตียงได้อีกครั้ง" คุณหมอเปิดประวัติการรักษาออกดู สำหรับผู้ป่วยรายนี้เป็นรายแรกที่หลังจากการผ่าตัดมาเกือบเดือนแล้วเธอก็ยังไม่ได้สติเสียที
"ผมทราบแล้วครับ ไว้พรุ่งนี้ผมจะมาใหม่อีกครั้ง" อู๋เทียนสงยังมีงานอีกมากมายที่รอให้เขากลับไปจัดการ เขาอยากทำงานทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่จะรับตัวเธอกลับไป
ชายหนุ่มตัดสินใจแล้วว่าเขาจะนำคู่หมั้นกลับไปรักษาตัวที่บ้านของเขา ไม่ว่าเธอจะฟื้นขึ้นมาหรือไม่ก็ตาม สำหรับเขาแล้วกวนหว่าหวาคือผู้หญิงที่เขาจะต้องดูแลไปตลอดชีวิต ไม่ว่าเธอจะเผ็นอย่างไร
"หมอขอตัวก่อนนะครับ" ทันทีที่คุณหมอจากไปอู๋เทียนสงก็ก้มลงมองร่างตรงหน้าอีกครั้ง
"ทางเซี่ยงไฮ้เป็นอย่างไรบ้าง" ชายหนุ่มเอ่ยถามลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่ข้างประตูทางออกพลางเกลี่ยเส้นผมที่ตกลงมาระหน้าผากของคู่หมั้นสาวออกให้ กวนหว่าหวาถูกยิงเข้าที่หน้าอกขวาถึงสองนัดด้วยกัน แม้ตอนนี้เธอจะปลอดภัยดีแล้วแต่เธอก็ยังไม่ลืมตาขึ้นมามองเขาเสียที
"กระทรวงพิทักษ์สันติราษฎร์มีหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ชื่อว่าสายฟ้าฟาดกำลังออกปราบปรามกลุ่มคนที่ออกนอกลู่นอกทางอยู่ครับนาย" เหวินฟงรายงานสถานการณ์ของเมืองเซี่ยงไฮ้ในตอนนี้ที่กำลังเกิดการปะทะกันระหว่างภาครัฐกับกลุ่มคนที่ออกนอกลู่นอกทาง ผู้มีอำนาจหลายกลุ่มที่ไหวตัวทันและไม่อยากถูกหน่วยปฏิบัติการพิเศษสายฟ้าฟาดจับตามองกำลังอพยพไปยังเกาะมาเก๊าและเกาะฮ่องกง เพื่อสร้างฐนอำนาจใหม่ของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะที่อู๋เทียนสงไม่เคยทำอะไรที่เกินขอบเขตจึงไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง สามารถดำเนินกิจการของตนอยู่ในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ได้ต่อไป
"ช่วงนี้บอกคนของเราอยู่นิ่ง ๆ ไปก่อนก็แล้วกัน วันนี้ฉันจะไปที่บ้านของเธอเสียหน่อย นายไปกับฉันแค่เพียงสองคนก็พอ"
"ครับนาย" เหวินฟงโค้งคำนับแล้วเปิดประตูห้องออกไปรอด้านนอก เพื่อทำหน้าที่เฝ้าหน้าประตูห้องพิเศษให้กับคู่หมั้นของผู้เป็นนายอีกครั้ง
เมื่ออู๋เทียนสงแน่ใจแล้วว่าคู่หมั้นของเขาคงยังไม่ตื่นขึ้นมาในตอนนี้ ชายหนุ่มกับเหวินฟงจึงตรงไปที่บ้านของเธอทันทีเพื่อบอกกับทุกคนว่าเขาจะย้ายเธอออกจากศูนย์แพทย์ในอีกไม่กี่วัน
ทันทีที่ประตูห้องถูกปิดลงคนที่นอนอยู่บนเตียงก็พลันได้สติขึ้นมา กวนหว่าหวารู้สึกว่าสายตาของเธอไม่อาจทนรับแสงสว่างที่อยู่ภายในห้องนี้ได้ในทันทีจึงหลับตาลงก่อนที่จะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้เธอกำลังนั่งอ่านประวัติศาสตร์ในยุค 80 - 90 อยู่ดี ๆ กับกลุ่มเพื่อนสนิทแล้วเผลอวิจารณ์แก๊งมาเฟียที่กำลังรุ่งเรืองมันปากไปหน่อย จนเกิดเป็นเสียงดังขึ้นมา เจ้าหน้าที่ห้องสมุดจึงเรียกเธอไปตักเตือน แล้วให้เธอทำการยืมหนังสือกลับไป
กวนหว่าหวาก้าวเท้าออกจากห้องสมุด ตั้งใจกลับไปดูหนังเก่า ๆ ในยุค 80 - 90 อีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ดูมานานเพราะยุ่งอยู่กับธุรกิจของตัวเอง หญิงสาวจำได้ว่าเรื่องที่ตัวเองชื่นชอบในสมัยที่ยังเป็นเด็กก็คือเรื่องเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ กู๋หว่าไจ๋ และผู้ใหญ่ข้าใครอย่าแตะ เมื่อเธอโตขึ้นกลับหันมาติดซีรีส์โบราณแทนจึงห่างหายไปจากวงการมาเฟียถาวร
ทันทีที่สัญญาณไฟแดงปรากฏกวนหว่าหวาก็ข้ามถนนพร้อมกับทุกคน ระหว่างข้ามถนนมีรถกระบะกับรถบิ๊กไบค์สองคันขับตามกันมา รถกระบะคันนั้นตั้งใจฝ่าไฟแดงด้วยความเร็วในระหว่างที่กวนหว่าหวาข้ามทางม้าลายได้กลางถนนพอดี
หญิงสาวรีบเบี่ยงตัวหลบ ขณะเดียวกันก็ทันได้เห็นคนที่ซ้อนบิ๊กไบค์หยิบปืนออกแล้วเล็งปลายกระบอกปืนมาทางเธอ เธอหลบไม่ทัน
เหตุการณ์สุดท้ายที่กวนหว่าหวาจำได้คือเธอถูกยิงเข้าที่หน้าอกด้านขวาสองนัดก่อนที่รถทั้งสองคนนั้นจะหายไปจากสายตา กวนหว่าหวาไม่คิดว่าอาการของเธอจะสาหัสจนถึงแก่ความตาย แต่เมื่อได้มองดูรอบห้องที่เธอกำลังนอนอยู่ในเวลานี้กับความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาราวกับสายน้ำก็ทำให้เธอรู้ว่าเธอได้ทะลุมิติมายังยุคสมัยโบราณที่กำลังมีการเปลี่ยนผ่านของแผ่นดิน
กวนหว่าหวาฟื้นขึ้นมาในร่างของกวนหว่าหวาที่ถูกยิงและมีชื่อเดียวกันกับเธอ
หญิงสาวอยากทำความรู้จักกับเจ้าของร่างเดิมอีกนิดจึงไม่ได้เรียกให้ใครเข้ามา เมื่อเธอทราบความเป็นมาของเจ้าของร่างนี้จากความทรงจำเธอก็ตัดสินใจแล้วว่าเธอจะต้องใช้ชีวิตต่อไปให้ดี ไม่ว่าเจ้าของร่างเดิมจะมีความเป็นอยู่อย่างไร
หลังจากนั้นเมื่อได้เวลาเปลี่ยนสายน้ำเกลือ พยาบาลผู้รับผิดชอบก็เดินเข้ามา พยาบาลเมื่อเห็นว่าคนไข้สามารถลืมตาได้แล้วจึงรีบสอบถามอาการเบื้องต้นแล้วกดกระดิ่งส่งสัญญาณถึงคุณหมอเจ้าของไข้ทันที
กวนหว่าหวานอนนิ่งปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ เวลานี้เธอรู้แล้วว่าสาเหตุที่เจ้าของร่างเดิมถูกยิงเป็นการลอบสังหารอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่อุบัติเหตุแน่นอน
"รีบติดต่อคุณชายอู๋เร็วเข้า คุณกวนหว่าหวาครับคุณเป็นอย่างไรบ้าง" คุณหมอเจ้าของไข้ตรวจอาการของคนไข้อย่างละเอียดอีกครั้ง
"ฉันหิวน้ำค่ะ ขอน้ำให้ฉัน" เธอรู้สึกคอแห้งผากจนแทบพูดอะไรออกมาไม่ได้
"ค่อย ๆ จิบนะครับ เวลานี้คุณยังไม่สามารถทานอะไรได้มาก"
"ฉันทราบค่ะ" กวนหว่าหวาทำตามอย่างเคร่งครัด ก่อนที่จะหมดสติไปอีกครั้งเพราะความอ่อนเพลีย
สองสัปดาห์ต่อมา
ตลอดระยะเวลาที่พักรักษาตัวอยู่ที่ศูนย์แพทย์ของภาครัฐ กวนหว่าหวาได้ทำความรู้จักกับคู่หมั้นมากขึ้น และเรียนรู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร อู๋เทียนสงมาเยี่ยมเธอเป็นประจำทุกวัน เวลานี้กวนหว่าหวาเริ่มคุ้นชินกับความเป็นอยู่ในยุคสมัยที่เธอได้ทะลุมิติมาแล้วและรู้ว่ายุคสมัยนี้เป็นปลายยุค 80 ยุคทองของการปฏิรูปการศึกษา หลังจากมีการใช้นโยบายลูกคนเดียวก่อนหน้านี้ ทำให้มีอัตราการเกิดลดลง ปัจจุบันจึงมีแนวคิดเรื่องการมีสัมพันธ์ก่อนการสมรสเกิดขึ้นอีกครั้ง
"เป็นอย่างไรบ้าง อีกสองวันเธอก็จะออกจากที่นี่ได้แล้ว ดีใจไหม"
กวนหว่าหวามองชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทแบบคนตาฟ้าด้วยสายตาของนักออกแบบพลางส่ายหน้าไปมา อู๋เทียนสงจัดเป็นเป็นบุรุษหน้าตาหล่อเหลาคมเข้มอย่างกับฮั่วเจี้ยนหัวกับหวังเฮ่อตี้ผสมกัน เขามีรูปร่างสูงเพรียวขาวยาวต่างจากฝรั่งที่มีรูปร่างสูงใหญ่ เสื้อผ้าที่เขาใส่ในยุคสมัยนี้จึงไม่ได้ตัดแบบกระชับไปกับรูปร่าง ทำให้ดูเหมือนแฟชั่นของคุณลุง กางเกงสแล็คขาตรงทรงกระบอกกับเสื้อสูทตัวนอกตัวใน
"ฉันจะได้กลับบ้านแล้วหรือคะ ดีจังเลย พี่เทียนสงพาฉันออกไปวันนี้เลยได้ไหม"
อู๋เทียนสงมองสาวน้อยตรงหน้าด้วยความเอ็นดู เขาดีใจที่เธอกลับมาสดใสอีกครั้ง "รออีกหน่อยก็แล้วกัน คฤหาสน์หลังใหม่ของพวกเราใกล้เสร็จแล้ว เธอจะได้ย้ายไปอยู่ที่นั่นเลย"
"แต่ฉันอยากกลับบ้าน" กวนหว่าหวารู้สึกว่าหากเธอได้กลับบ้าน เรื่องที่เธอถูกลอบสังหารก็จะมีหลักฐานเพิ่มขึ้นและผู้บงการก็อาจจะเป็นคนใกล้ตัวของเธอเอง
อู๋เทียนสงขมวดคิ้วเข้าหากัน เวลานี้ที่บ้านของคู่หมั้นนอกจากแม่เลี้ยงของเธอก็มีพี่ชายต่างมารดาอีกคน เขาไม่อยากให้เธออยู่บ้านเดียวกันกับเจ้าหมอนั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าพี่ชายต่างมารดาของเธอกำลังทำสิ่งใด
คุณอาของเขาหรือก็คือคุณพ่อของกวนหว่าหวาเพิ่งแต่งภรรยาคนที่สามเข้าบ้านมาในบ้านได้ไม่นาน สายสืบของเขาได้ข้อมูลมาว่าลูกชายของว่านหลิงหลิงภรรยาใหม่คนนี้เป็นสมาชิกของกลุ่มมีดครัวที่กำลังถูกหน่วยพิเศษสายฟ้าฟาดจับตามอง
"ให้ฉันกลับบ้านเถิดนะคะ หากพี่เทียนสงกังวลใจพี่จะให้คนของพี่มาอยู่กับฉันด้วยก็ได้" กวนหว่าหวาเองก็อยากได้คนคุ้มครองสักคนอยู่พอดี เพราะเธอเคยอ่านเจอในประวัติศาสตร์แล้วพบว่าอีกไม่นานคนของกลุ่มมีดครัวก็จะถูกกวาดล้างจากกระทรวงพิทักษ์สันติราษฎร์แน่นอน
กวนหว่าหวาเชื่อว่าพี่ชายต่างมารดาของเธอก็คงไม่รอดเช่นกัน
"เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน หากเธออยากกลับบ้านจริง ๆ อีกสามวันพี่จะมารับเธอออกไป แต่เธอต้องสัญญาก่อนนะว่าเธอจะให้คนของพี่คอยดูแลเธอตลอดเวลา" อู๋เทียนสงรู้ดีว่าหากเรื่องใดที่กวนหว่าหวารับปากหรือสัญญาแล้วเธอที่ไม่มีวันผิดคำสัญญาแน่นอน
กวนหว่าหวารู้ว่าเธอจะได้รับอิสระน้อยลงหลังจากนี้ แต่ก็ยังดีกว่าที่ต้องอยู่คนเดียว "ฉันตกลงค่ะ วันนี้พี่จะอยู่เพื่อนฉันทั้งวันหรือเปล่าคะ กิจการของพี่เป็นอย่างไรบ้าง" หญิงสาวสามารถกลายเป็นเจ้าของเก่าได้อย่างสนิทในราวกับเป็นคนเดียวกัน
"ช่วงนี้พี่กำลังมองหาลู่ทางใหม่ ๆ ส่วนการคุ้มครองนักธุรกิจเหล่านั้นพี่ไม่อยากยุ่งเกี่ยวอีกแล้ว พี่อยากเลิกทำ เธอคิดอย่างไร" อู๋เทียนสงมองตาคู่หมั้นเพื่อดูว่าเธอจะรู้สึกอย่างไรกับคำพูดนี้
"ดีเลยค่ะ ฉันเองก็อยากจะทำบางอย่างเหมือนกัน"
เมื่อรู้ว่ากวนหว่าหวาไม่ได้รู้สึกผิดหวังที่เขาจะเลิกให้การคุ้มครองคนใหญ่คนโตบางคน เนื่องจากงานประเภทนี้ได้เงินดีกว่างานประเภทอื่นเขาก็โล่งใจ
"เธอพักอีกสักหนอยเถิด ไว้พรุ่งนี่พี่จะมาเยี่มเธออีกที"
"พี่เองก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะคะ" หญิงสาวรู้สึกเป็นห่วงเขาขึ้นมา ความรู้สึกนี้แทบแยกไม่ออกว่าเป็นความรู้สึกของกวนหว่าหวาคนใด หรือทั้งสองคนรวมกัน