bc

เมียนำโชค

book_age16+
130
ติดตาม
1.0K
อ่าน
จบสุข
รักเพื่อน
ผู้สืบทอด
ชายจีบหญิง
เบาสมอง
assistant
like
intro-logo
คำนิยม

สำหรับครอบครัว เธอเป็น...ตัวกาลกิณี

สำหรับสามี เธอเป็น...เมียนำโชค

++++++++++++++++++++++++++++++++

เรื่องราวของสาวดวง(โคตร)ซวย กับ ชายหนุ่มหน้านิ่งแสนเพอร์เฟค(ในสายตาคนทั่วไป)

ต่างกันทั้งฐานะและนิสัย แต่พวกเขาต้องร่วมเดินทางกันไปบนเส้นทางสาย 'คู่ชีวิต'

ฝากติดตามด้วยนะคะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++

"ทำไมทำหน้าแบบนั้น อยากให้พี่ชมเหรอ?" แกล้งถามทั้งๆ ที่รู้

"เปล่าค่ะ" เด่นดวงปฏิเสธโดยไม่ยอมสบตา โอฬารเลยยิ้ม ก้มลงกระซิบข้างหูเบาๆ

"ที่พี่ไม่พูดเพราะพี่ไม่อยากให้หนูเด่นอายพวกนั้น"

"อาย? ทำไมคะ?"

"ก็หนูเด่นสวยจนน่าจูบไปทั้งตัวเลย พี่กำลังคิดว่าน่าจะพาหนูเด่นกลับคอนโดแล้วจูบให้ทั่วทั้งตัวดีกว่ามายืนตรงนี้นะ" พูดจบเขาก็ยืดตัวตรง ทำสีหน้าได้เฉยราวกับไม่ได้เพิ่งพูดให้เธอแก้มแดงและร้อนวูบวาบไปทั้งตัว

คนบ้า! ตัวเองเก๊กหน้าเก่ง แต่เธอสิ บังคับหน้าไม่ให้แดงไม่ได้เลย!

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทนำ -ดวงนารี
เจ้าสัวอัศวิน อัศววงศ์ธรรม ในวัยเจ็ดสิบสองปี เจ้าของบริษัทเอดับบลิวกรุ๊ป กำลังนั่งเซ็นเอกสารอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ บุคลิกของเขายังดูดีแม้จะอยู่ในวัยชรา สุขภาพร่างกายก็ยังคงสมบูรณ์แข็งแรงอย่างคนที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องกิน นอน และสุขภาพจิตเพราะถือคติว่า จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว เขาจึงมักไม่ปล่อยให้อารมณ์เสียง่าย ๆ กับเรื่องใด ยกเว้น... “ปากกาหมึกหมด ?” เสียงทุ้มกังวานไร้ความแหบแห้งอย่างคนอายุเยอะ คิ้วดกขมวดเข้าหากัน เหลือบมองผู้ช่วยประจำตัวที่ยืนอยู่ไม่ไกล ยิ่งยศสะดุ้งด้วยรู้ว่าเจ้านายถือเรื่องนี้มาก ซึ่งความจริงปากกาด้ามนี้เขาเพิ่งเปลี่ยนมาเมื่อวาน ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่อยู่ ๆ หมึกจะหมด ราคาของมันสมกับแบรนด์ที่สลักไว้บนด้าม แต่ทำไมถึง... เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้น ยิ่งยศรีบกดสปีกเกอร์โฟนทันที “ซินแสหวังมาถึงแล้วค่ะเจ้าสัว” อุบลเลขาวัยสี่สิบปีของอัศวินเอ่ยรายงาน “ให้เข้ามาได้เลย” เพียงเจ้าของห้องเอ่ยอนุญาต ประตูห้องก็เปิดเข้ามาทันที ชายชราวัยเดียวกัน สวมเสื้อสีแดงคอจีนเดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและท่าทีสนิทสนม เขาเดินมาหาอัศวินที่ลุกยืนต้อนรับ พยักหน้าให้แล้วทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ที่ยิ่งยศเลื่อนให้ ซินแสหวังกวาดสายตามองห้องทำงานแล้วยิ้มพอใจ ทุกอย่างถูกตกแต่งและจัดวางตามฮวงจุ้ยที่เขาเพิ่งแนะนำไปเมื่อต้นปี เป็นการปรับฮวงจุ้ยตามปีเพื่อหนุนดวงและนำโชค กระทั่งสายตามาหยุดอยู่ที่ปากกาบนโต๊ะทำงานของอัศวิน รอยยิ้มก็จางลงเล็กน้อย ยิ่งยศสังเกตเห็นพอ ๆ กับอัศวิน ผู้ช่วยหนุ่มวัยสามสิบหกปีกลืนน้ำลายฝืด ๆ ลงคอ ภาวนาอย่าให้ซินแสรู้ว่าปากกาด้ามนั้นหมึกหมด ไม่อย่างนั้นเขาชะตาขาดแน่ ๆ “ปากกาหมึกหมด วางไว้บนโต๊ะทำไม มันไม่ดี ของใช้ใช้หมดแล้วก็ทิ้งไป เปลี่ยนใหม่ซะสิ” “เอ่อ...ซินแสรู้ได้ไงครับ ?” ยิ่งยศถามกล้า ๆ กลัว ๆ เหลือบมองเจ้านายก็เห็นว่าเขาส่งสายตาดุมาให้ “ถามได้ดี...นั่นไง ดูสิ เอกสารที่คุณอัศวินเซ็นอยู่ หางลายเซ็นขาดไป รู้มั้ยว่ามันเป็นลางไม่ดี” ยิ่งยศหลับตาปี๋ ปากพาซวยแท้ ๆ ไม่น่าถามเลย ยิ่งแย่กว่าเดิมไปอีก “ยังไม่เอาไปทิ้งอีก” อัศวินเอ่ยเตือนผู้ช่วย ฝ่ายนั้นจึงรีบเข้ามาหยิบปากกาออกไปทิ้งด้านนอกอย่างรวดเร็ว “ผู้ช่วยลื้อคนนี้ทำงานเก่งไม่ใช่เหรอ เรื่องแค่นี้ไม่น่าบกพร่องนะคุณอัศวิน” ซินแสเอ่ย นัยน์ตาเหมือนยิ้มได้ อัศวินเลยคิดว่านั่นไม่ใช่คำถามหรือการตำหนิ แต่เป็นการสื่อนัยบางอย่าง “ซินแสต้องการจะบอกอะไรผม ?” “อ่า...ไม่มีอะไรซับซ้อน แค่จะบอกว่าลื้อควรพักได้แล้ว อายุเลยวัยเกษียณมาหลายปีแล้ว ทำงานเกินอายุแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องดี ปากกามันก็มีอายุของมัน แต่บางทีซื้อมาเดี๋ยวเดียวใช้ไม่ได้ก็มี เหมือนชีวิตคนเรา มันพร้อมจะหยุดได้ทุกเมื่อ” “ซินแสกำลังจะบอกว่าผมกำลังจะตายงั้นเหรอ ?” เขาถามตรง ๆ ไม่ได้โมโหหรือไม่พอใจแต่อย่างใด “ไม่ใช่ อั๊วบอกความเป็นความตายใครไม่ได้หรอก ที่พูดนี่ก็แค่เตือนในฐานะเพื่อนเฉย ๆ ลูกหลานก็มีตั้งหลายคน วางใจให้เขาทำงานบ้างซี ไม่ต้องเอาเรื่องดวงมาเกี่ยว อายุอย่างเรา ๆ ก็มีโอกาสป่วยโอกาสไปได้ทุกเมื่อนั่นแหละ” “ผมเข้าใจ นี่แหละถึงได้เชิญซินแสมา” คราวนี้ซินแสหวังเลิกคิ้วแปลกใจ อัศวินเลยลุกยืนแล้วเชิญเขาไปนั่งที่โซฟามุมห้องแทน “เอาแฟ้มที่ให้เตรียมไว้มาให้ซินแสด้วยนะ” หันไปสั่งยิ่งยศที่เพิ่งเดินกลับเข้ามา ขณะที่อุบลยกชาเกรดดีกลิ่นหอมมาให้ซินแสแล้วถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่ ซินแสหวังสูดดมกลิ่นชาก่อนจะดื่มแล้วพยักหน้าเป็นเชิงว่าชื่นชอบ พอวางแก้วลงยิ่งยศก็นำแฟ้มมายื่นให้พอดี เขาไม่ถามอัศวินว่าเป็นแฟ้มอะไร แต่เปิดออกดู มีเอกสารแนบอยู่ด้านในทั้งหมดสามชุด เปิดดูคร่าว ๆ จนครบ จึงเงยหน้าขึ้นมองคนที่นั่งตรงข้าม “ลื้อต้องการให้อั๊วทำอะไร ?” “บริษัทผมใหญ่ก็จริง มีบริษัทในเครือมากพอจะแบ่งให้หลานทั้งสามคน แต่ก็อย่างที่รู้ อำนาจใหญ่สุดมีได้แค่หนึ่งเดียวเท่านั้น...” “ลื้อรู้จักหลานตัวเองดีทุกคน ไม่เห็นต้องพึ่งอั๊วเลย” “ถ้าไม่ยุติธรรม คนที่ได้อำนาจไปอาจจะอยู่ยาก ผมแค่อยากได้ตัวช่วยในการตัดสินใจ” ซินแสหวังยิ้ม พยักหน้ารับว่าเข้าใจแล้วก้มลงเปิดแฟ้มอีกครั้ง ไล่ดูเอกสารประวัติแบบละเอียดของชายหนุ่มทั้งสามทีละคน อัศวินอดทนรออย่างใจเย็น ซินแสขอปากกาจากยิ่งยศเพื่อจดบางอย่างลงบนเอกสาร กระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วโมงแฟ้มในมือซินแสหวังก็ถูกปิดลง “ทำไมอยู่ ๆ ลื้อถึงคิดจะวางมือ ?” ซินแสกล้าถาม เพราะนอกจากเขาจะเป็นซินแสประจำตระกูลอัศววงศ์ธรรมแล้ว ยังเป็นเพื่อนของอัศวินอีกด้วย คนถูกถามมีสีหน้าหนักใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบอย่างไม่ปิดบัง “เมื่อสามวันก่อนผมไปตรวจสุขภาพประจำปี หมอบอกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ เลยนัดตรวจอีกครั้งอาทิตย์หน้า” “อาการเจ็บป่วยไม่หนักหนาสาหัสหรอก ถ้ามีเหลนสักคน คงทำให้แข็งแรงขึ้นนะ” ซินแสหวังพูดด้วยรอยยิ้มจนอัศวินไม่แน่ใจว่านั่นคือการหยอกล้อประสาเพื่อน หรือเมื่อครู่เขาแอบดูดวงให้ตนเองด้วยหรือเปล่า “ปีนี้หลานชายลื้อทั้งสามคนมีดวงนารีเข้ามาเกี่ยวข้อง คนนึง...มีดวงนารีอุปถัมภ์ นำโชคมาให้ ปีนี้เขาจะรุ่งโรจน์ หยิบจับอะไรก็ดีไปหมด แต่นั่นหมายถึงว่าหลังจากตกลงแต่งงานแล้วนะ อีกคน...ดวงนารีจะทำให้ฉิบหาย แต่ความจริงจะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว คนใจร้อน โลภมาก ก็ต้องแพ้ภัยตัวเองเป็นธรรมดา แต่นารีแค่เป็นคนทำให้เขาได้รับโทษเร็วขึ้นก็เท่านั้น และคนสุดท้าย...ดวงนารีนำรักแท้มาให้ เขาจะได้เจอเนื้อคู่ที่ไปกันได้ดี และจะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองฝันไว้จริง ๆ” “แล้วดวงใครเป็นของคนไหน ?” “อั๊วเขียนไว้ในนี้หมดแล้ว แต่ถ้าลื้ออยากให้การมอบตำแหน่งเป็นไปด้วยความยุติธรรม ก็อย่าเพิ่งเปิดแฟ้มนี้ออกดู เก็บไว้ให้ดี ค่อยเปิดเมื่อถึงเวลา” “แล้วนารีทั้งสามคนนั้นเป็นใคร ?” อัศวินถามด้วยความแปลกใจเท่าที่เห็นหลานชายของเขา แต่ละคนยังไม่มีใครมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเลยสักคน “ไม่ใช่สามคน...” ซินแสหวังพูดแล้วหัวเราะเบา ๆ ยกชากลิ่นหอมขึ้นจิบอย่างรื่นรมย์ “นารีที่อั๊วพูดถึงเป็นคนคนเดียวกัน” “ฮื่อ!” อัศวินตกใจ ยิ่งยศที่ยืนร่วมรับฟังด้วยก็ตกใจไม่แพ้กัน “อย่าบอกนะว่าหลานผมจะต้องแย่งผู้หญิงคนเดียวกัน” “ใช่ แต่คงแย่งกันไม่เอานะ” ฟังซินแสแล้วยิ่งยศต้องรีบตะครุบปากตัวเองที่เกือบหลุดหัวเราะออกมา “ทำไมเป็นแบบนั้น ซินแสหมายความว่าไง ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันแน่ ?” ซินแสวางแฟ้มลงบนโต๊ะแล้วใช้ปลายนิ้วดันไปตรงหน้าอัศวิน “ลื้อไม่ต้องกังวลเรื่องสุขภาพ ถ้ามีเหลน เหลนคนนี้จะช่วยส่งเสริมให้สุขภาพลื้อแข็งแรง” ซินแสลุกยืน อัศวินเลยลุกตาม ทั้งสองคนออกเดินเรื่อย ๆ ไปทางประตูห้อง ซินแสหวังหยุดก่อนถึงประตูสามก้าว หันไปจับแขนอัศวินแล้วบีบเบา ๆ “ช่วงนี้ไปไหนก็ระวังตัวหน่อย...นารีที่อั๊วบอกเป็นคนดวงซวยขั้นสุด แต่ชีวิตเธอจะแลกชีวิตลื้อเอาไว้” ซินแสเดินออกจากห้องไปแล้ว แต่คำพูดสุดท้ายของเขายังเหมือนลอยวนอยู่ในอากาศ อัศวินรู้สึกใจโหวงอย่างประหลาด เขาไม่ใช่คนงมงายจนเสียสติ แต่มีความเชื่อเรื่องดวงและโชคชะตาพอสมควร ซึ่งที่ผ่านมาซินแสหวังไม่เคยพูดอะไรผิดเลยแม้แต่อย่างเดียว!

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.8K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.7K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
3.0K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook