bc

วอนรัก

book_age18+
101
ติดตาม
1K
อ่าน
จบสุข
ผู้สืบทอด
คนใช้แรงงาน
ดราม่า
ลึกลับ
friends with benefits
like
intro-logo
คำนิยม

วันนั้นเขาเป็นคนอ้อนวอนให้เธอปล่อยเขาไป ทว่าวันนี้ใจกลับโหยหา... หากว่า 'ไม่มีอะไรสายไป สำหรับการเริ่มต้นใหม่' เขาจะใช้มันเริ่มต้นใหม่กับเธอ จะอ้อนวอนยอมทำทุกอย่าง เพื่อให้ใจของเธอกลับมาเต้นได้ใหม่อีกครั้ง...

“คุณกานต์รู้ไหม มลไม่เคยหวัง ไม่เคยคาดหวังกับใครสักคนว่าเขาจะมารัก ว่าเขาจะเป็นของมล”

“...”

“แต่กับเขา...” เธอว่าแล้วใช้มืออีกข้างจับท้องของตัวเอง “มลรู้สึกมีความสุขมากที่มีเขาอยู่ในนี้กับมล ถึงเขาจะไม่รักมล... แต่เขาทำให้มลมีความหวัง มลจะดูแลเขาให้ดีที่สุด เขาคงรักมลบ้าง แต่หากไม่... มลจะรักเขา จะรักให้หมดหัวใจ ให้ทั้งหมดที่มลมี”

“มล...”

“คุณกานต์ขา มลอยู่ไม่ได้หรอกนะ แค่คิดว่าจะไม่มีเขา มลอยู่ไม่ได้ มลต้องตาย ต้องตายแน่ ๆ ฮือ ๆ”

ร่างของวิมลกานต์ถูกรวบไปกอดไว้อีกครั้ง กานต์พงศ์จุมพิตย้ำ ๆ ตรงขมับของคนในอ้อมกอดหวังให้สัมผัสของเขาช่วยปลอบโยนให้เธอรู้สึกดีขึ้น และสัญญากับตัวเองว่าต่อไปนี้เธอจะได้ในสิ่งที่ต้องการ

“มลทำตามที่คุณกานต์ขอทุกอย่าง แต่ครั้งนี้... มลขอนะคะ”

แววตาคนพูดรอคอย กานต์พงศ์จับเส้นผมที่รุ่ยร่ายเปียกชื้นด้วยน้ำตา แล้วเช็ดมันออกอีกครั้ง แต่เป็นปากของเขาที่จูบซับให้แทน ก่อนจะแนบหน้าลงกับหน้าผากมน ทิ้งสัมผัสนิ่งนาน เรียกกำลังใจให้ทั้งตัวเขาและเธอ

กานต์พงศ์จับมือของเธอเอาไว้ทั้งสองข้าง ยิ้มให้เธอด้วยรอยยิ้มที่จริงใจแตกต่างไปจากทุกที

วิมลกานต์หัวใจเต้นถี่ขึ้น ความรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาดเกิดขึ้นกับใจ

“ผมคงให้ตามที่มลขอไม่ได้”

แต่ครั้นได้รับคำตอบ รอยยิ้มก็พลันเลือนหายไปจากใบหน้า น้ำตาที่แห้งเหือดไปเริ่มคลอนัยน์ตาคู่สวย มองไปที่ชายหนุ่มอย่างตัดพ้อ

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทที่ 1 แรกพบเจอ100%
บทที่ 1 แรกพบเจอ "เอี๊ยด! " เสียงล้อรถบดไปกับท้องถนนดังอยู่ในหูของคนที่นั่งอยู่บนรถสปอร์ตคันหรู ในนาทีต่อมารถก็หยุดลงด้วยการควบคุมของเขา "เมี้ยว...เมี้ยว..." เสียงร้องที่ดังขึ้นปลุกชายหนุ่มขึ้นมา ‘กานพงศ์’ เงยหน้าขึ้นจากพวงมาลัยรถ ก่อนจะพบเข้ากับภาพของหญิงสาวคนหนึ่งใส่เสื้อคลุมตัวยาวคล้ายชุดนอน มือของเธออุ้มแมวตัวสีดำขึ้นมา "บ้าเอ๊ย! " ชายหนุ่มสบถออกมาเมื่อพบว่าอะไรเป็นอะไร หญิงสาวคนนั้นตัดหน้ารถเขาเพราะเจ้าแมวสีดำเกือบทั้งตัว แมวที่มีหน้าตาไม่น่ารักเอาเสียเลย ทว่าสุดท้ายชายหนุ่มก็ยอมเปิดประตูรถออกไปเผชิญกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า "เป็นอะไรหรือเปล่าครับ" กานต์พงศ์ถามพร้อมกับถอดแว่นกันแดดออก หญิงสาวลุกขึ้นยืน มือลูบเจ้าตัวปุกปุยในอ้อมแขน ก่อนจะหันมาหาเสียงที่ดังขึ้นด้านหลัง "ไม่เป็นไรค่ะ แต่เจ้าตัวนี้เหมือนจะตกใจ" ‘วิมลกานต์’ มาทันก่อนที่เขาจะชนเจ้าแมว นั่นหมายความว่าเขาไม่ได้ชนมัน "คุณไปเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะพามันไปหาหมอเอง" เพราะเจ้าแมวร้องเหมือนกำลังเจ็บ แต่มองจากภายนอกกลับไม่เจอบาดแผลใด แต่การไม่เห็นบาดแผลก็ไม่ได้หมายความว่าภายในของมันจะไม่มีบาดแผล... "แน่ใจนะครับว่าจะไม่ให้ผมช่วยอะไร" "คุณไม่ได้ชนมันสักหน่อย ดูท่าคุณจะรีบด้วย" คำพูดตรง ๆ จากหญิงสาวพร้อมท่าทีราวกับเมินเฉยทำให้กานต์พงศ์รู้สึกประหลาดใจ เขาไม่เคยเจอใครเมินเฉยใส่แบบนี้เลยสักครั้ง มุมปากได้รูปเหยียดยิ้ม ก่อนจะกดโทร.หาใครคนหนึ่ง เสร็จแล้วจึงหันมาบอกกับเธอ "ขึ้นรถเถอะครับ เดี๋ยวผมไปส่ง" ชายหนุ่มบอกพร้อมกับเปิดประตูรถให้ เห็นแบบนั้นวิมลกานต์จึงขึ้นรถของเขา ก็ดีเหมือนกันจะไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินในกระเป๋าเธอ! ณ คลินิกรักษาสัตว์แห่งหนึ่ง แผลที่วิมลกานต์หาไม่เจอจากเจ้าแมวก็ได้รับการตรวจพบ มันอยู่ในขนสีดำปุกปุย ตรงข้างหลังของเจ้าแมว บริเวณนั้นถูกโกนขนทำให้พบแผลที่เกิดจากน้ำร้อนสาด "ให้กินยาให้ตรงเวลา และทายาวันละครั้ง ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ก็หายแล้วครับ" "ขอบคุณครับ/ขอบคุณค่ะ" ทั้งสองคนเอ่ยพร้อมกันในทันทีที่ได้รับการแนะนำจากสัตวแพทย์ "คุณอยู่ไหน เดี๋ยวผมไปส่ง" เมื่ออกมาจากห้องตรวจเขาก็ถาม ชายหนุ่มขันอาสา มองหญิงสาวที่อยู่ในชุดเสื้อคลุมนอนผ้ายืด ผมยาวคล้ายไม่ใส่ใจ และแว่นกรองแสงทำให้เขายิ่งละสายตาไม่ได้ ไม่ใช่เพราะว่าเธอสวย แต่เขาไม่เจอผู้หญิงแบบนี้ หน้าตาธรรมดาแต่การแต่งกายของเธอธรรมดาไปยิ่งกว่า ราวกับไม่ใส่ใจตัวเองสักเท่าไหร่ ไม่สิ...ราวกับไม่ใส่ใจสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ ทว่าก็น่าแปลกที่เธอใส่ใจสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่เลือกจะไม่สนใจ แมวสีดำเป็นเสมือนลางร้ายสำหรับบางคน ใคร ๆ ต่างก็บอกว่ามันไม่น่ารัก เขาก็เองก็คิดเช่นนั้น ยิ่งมองแมวที่เธออุ้มอยู่ ตัวของมันสีดำเกือบทั้งตัว จะมีก็แต่ส่วนที่เป็นจมูกและหาง และเท้าด้านหน้าทั้งสองข้างที่มีสีขาวที่มันดูต่างจากแมวดำทั่วไปอยู่บ้าง "บ้านฉันอยู่ไม่ไกลจากที่คุณเจอเมื่อเช้า ฉันกลับเองก็ได้" "ไปด้วยกันนี่แหละ สงสารเจ้าแมวนี่" "งั้นฉันไม่เกรงใจนะ เจ้ากีวี่เองก็คงอยากจะพัก" หืม...กีวี่หรือ ชายหนุ่มคิดในใจมองแมวในอ้อมแขนเธอที่หลับปุ๋ยไปแล้วในตอนนี้ เจ้าตัวนี้สีดำเกือบทั้งตัวกี่วี่มันก็ต้องมีสีเขียวสิ "ไม่กลับเหรอคุณ" กานต์พงศ์หลุดออกจากสิ่งที่คิดก่อนจะเดินไปยังรถที่จอดอยู่หน้าคลินิก แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อหญิงสาวคนนั้นขึ้นรถราวกับไม่ต้องการการกระทำเยี่ยงสุภาพบุรุษจากเขา ชายหนุ่มยักไหล่กับภาพที่เกิดขึ้น มุมปากมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นเมื่อมองท่าทีแปลกประหลาดของเธอ ก่อนจะเดินเข้าไปภายในรถแล้วออกรถตามคำสั่งของเธอ บ้านหลังเล็กที่อยู่ตรงหน้าของกานต์พงศ์มีพื้นที่น้อยกว่าห้องน้ำบ้านเขาเสียอีก ทำให้ชายหนุ่มลอบมองอย่างสนใจ ทางเข้าของมันเปลี่ยวและขรุขระพอสมควร หน้าบ้านมีต้นลีลาวดีเด่นหราอยู่ต้นเดียว ขนาดบ้านยังธรรมดา ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยสักนิด "ขอบคุณนะ ไม่มีอะไรแล้ว คุณกลับไปเถอะ" คำบอกที่ไม่ต่างอะไรจากการไล่ มันกลับทำให้กานต์พงศ์อยากทำตรงกันข้ามกับสิ่งที่หญิงสาวบอก ก็เขาไม่ชอบความเมินเฉยแบบนี้ เธอทำให้เขารู้สึกว่าตนเองไม่น่าสนใจ และไม่มีใครทำให้เขารู้สึกแบบนี้มาก่อน "ผมอุตส่าห์ขับรถมาส่ง แค่น้ำสักแก้วคุณยังไม่ให้ดื่มมันเกินไปหน่อยไหม" หญิงสาวนิ่งไป ก่อนจะหันมาหาเขา "ทำไม หรือว่า...คุณมีแฟน อ้อ! หรือมีสามีแล้ว เลยกลัวเค้าจะหึง..." "ฉันไม่มีใคร..." คนบอกบอกเสร็จก็เปิดประตูรถออก ก่อนจะหันมาบอกกับแขกอีกครั้งเมื่อเห็นเขายังนิ่งเฉย ขณะที่มือบางจับตะกร้าใส่เจ้าแมวเอาไว้ "อยากลงก็ลงมาสิ แต่อย่าอยู่นานนะ ฉันมีงานต้องทำ" ว่าแล้วเธอก็ดึงตะกร้าเจ้าแมวไปไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินเข้าบ้านไป สาบานเหอะ! ว่านี่คือที่ที่เธอเรียกมันว่าบ้าน ยิ่งเข้ามาภายในกานต์พงศ์ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าที่นี่จะมีคนอาศัยอยู่ "โทษที ฉันไม่ค่อยมีเวลา ปกติก็ไม่มีใครมาเลยรกนิดนึง" หญิงสาวบอกพลางเก็บหนังสือที่วางอยู่บนพื้นพรม บนนั้นมีโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กที่ยังไม่ได้พับเก็บและโน้ตบุ๊กที่เปิดไฟล์เวร์ดค้างไว้อยู่ "นั่งตรงนี้ก็ได้ เอ้อ! โซฟาท่าจะดีกว่า นั่งไปก่อนนะ เดี๋ยวไปเอาน้ำมาให้" บอกเสร็จหญิงสาวก็จากไป ทิ้งให้เขากวาดตามองไปทั่วบ้านของเธอ บ้านหลังนี้มีเฟอร์นิเจอร์ไม่มาก มีโซฟาที่พอดีตัวคนนอนได้อยู่หนึ่งตัว มีโต๊ะญี่ปุ่นที่หญิงสาวน่าจะเอาไว้ใช้ทำงาน และมุมหนึ่งยังมีชั้นหนังสือ มองเลยเข้าไปจะเห็นตู้เย็นตู้เล็ก และครัวที่แยกเป็นสัดส่วนด้วยฝากั้น เวลาต่อมาเขาก็เห็นหญิงสาวเดินมาจากทางนั้น "น้ำค่ะ" น้ำเย็นใสถูกยื่นมาตรงหน้า ชายหนุ่มรับมันมาแล้วนั่งลงบนโซฟา ก่อนจะยกขึ้นจิบ "ขอโทษด้วยนะ มีแค่น้ำธรรมดา ปกติไม่เคยมีใครมาหา" "ไม่เคยมีใครมาหา..." ชายหนุ่มทวนคำราวกับได้ยินเรื่องแปลกประหลาด แต่ทว่ามันกลับสะกิดใจของคนที่ได้ฟัง "คุณจะกลับไปได้หรือยัง โทษที...ฉันต้องทำงาน" กานต์พงศ์ถึงกับเหวอกับคำไล่ตรง ๆ นั้นอีกครั้ง แต่ก็อีกเช่นเคย เขาไม่เคยโดนเมิน และไม่ชอบเลย "ผมกลับก็ได้ แต่มาอีกได้หรือเปล่า" "ฮะ! จะมาทำไมอีก" แน่นอนว่าวิมลกานต์ไม่ได้คิดว่าเขาจะสนใจเธอ รักชอบเธอตั้งแต่แรกพบหรืออะไรเทือกนั้น เพราะสภาพของเธอ และตลอดชีวิตที่ผ่านมามันบอกกับเธอว่าเธอไม่เหมาะที่จะเป็นที่รักของใครสักคน ก็ขนาดที่ว่าคนที่ควรจะรักเธออย่างเช่นผู้ให้กำเนิดยังทิ้งเธอ และป้าก็ยังทิ้งเธอไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้เลย "ผมอยากมาดูอาการเจ้าแมว ทำไม...ไม่ได้เหรอ หรือคุณกลัวว่าผมจะ..." "ไม่ ๆ ไม่เลย คุณนี่นะ... ตลกแล้ว" ท่าทีโบกไม้โบกมือรวมทั้งการหัวเราะที่คล้ายกับขบขันเสียนักหนานั้นยิ่งทำให้กานต์พงศ์ประหลาดใจอีกครากับสิ่งที่ได้พบเจอ เป็นอีกครั้งที่อยากรู้จักผู้หญิงคนนี้ เขาเหมาเอาว่าเพราะเธอแปลก... "ถ้าอยากมาก็มาได้" หญิงสาวบอกออกมาในที่สุด "คุณจะเลี้ยงมันไว้เหรอ" เขาพยักพเยิดไปทางเจ้าแมว "ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น ฉันว่ามันคงกินไม่จุมั้ง" ส่วนหนึ่งเพราะเจ้าแมวมีชะตากรรมที่ไม่ต่างจากเธอ มันถูกทิ้งให้เผชิญกับโลกใบนี้ มันโดดเดี่ยว ต้องต่อสู้เพียงลำพัง มันถูกมองว่าเป็นตัวโชคร้ายทั้งที่ไม่ได้ทำผิดอะไร... ชายหนุ่มกวาดตามองตามสายตาของเธอ มันเผยแววเอ็นดู ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววตาเศร้าหมอง ไม่ต่างกับตอนที่บอกเขาเมื่อกี้ ในตอนที่เธอบอกเขาว่า... 'ฉันไม่มีใคร' "จะกลับยัง" ชายหนุ่มปรับสีหน้าแทบไม่ทันเมื่อเธอหันกลับมาไม่มีปี่มีขลุ่ย "อื้ม ไม่ต้องไปส่งหรอก ไว้เจอกันนะ" "อื้ม ขอบคุณที่เข้าใจ" และนั่นคือการจากลากันของคนทั้งสองคน การจากลาเพื่อเจอกันใหม่ เพื่อเริ่มต้นเรื่องราวต่าง ๆ มากมายในชีวิตของคนทั้งสอง!

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.6K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.6K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.7K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K
bc

โซ่รัก ใยปรารถนา

read
6.5K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook