bc

ลิขิตสวาท

book_age18+
366
ติดตาม
1.2K
อ่าน
จบสุข
คนใช้แรงงาน
ดราม่า
เมือง
สตรีนิยม
like
intro-logo
คำนิยม

ชายคนรักหายไปในวันที่เธอมองเห็น แล้วก็มีชายอีกคนนำ้เสียง กลิ่นกาย ของเขาคล้ายกับคนรัก เธอจึงตามตื้อเพื่อให้คนรักกลับมา แต่เขายังยืนยันว่าไม่ใช่คนรักของเธอ

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ตอนที่ 1 เพียงพบ
บทนำ สายตาคมจ้องมองเจ้าเล่ห์ร่างแกร่งเดินเข้าประชิดตัวหญิงสาวถอยหลังหนีจนตัวติดกับผนังอิงฟ้าอึกอักจะหนีแต่แขนแกร่งกั้นเอาไว้หญิงสาวมองเขาด้วยความหวั่นไหว ชายหนุ่มยิ้มมุมปากเบียดตัวเข้าใกล้มือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกเผยให้เห็นกายแกร่งกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ “ลองลูบดูสิ” เสียงทุ้มแหบพร่า มือหนาจับให้มือบางลูบไล้หน้าอกแกร่งไล้ลงไปจนถึงซิกแพคหญิงสาวหลับตาเพื่อจำสัมผัสที่เธอคุ้นเคย ชายหนุ่มหายใจไม่ทั่วท้องวาบหวิวกับมือนุ่มที่ลูบไล้ร่างกาย เสียงหอบหายใจอดกลั้นสายตาคมจ้องมองหน้าหวานเคลื่อนลงมายังริมฝีปากบาง อยากฉกจูบริมฝีปากชมพูอ่อนนั้นเหลือเกิน “เป็นไงเหมือนของคนรักคุณไหม” “เหมือน”หญิงสาวลืมตามามองใบคมหน้าคมเธอนิ่งไปสักพักก่อนจะตอบ และนั้นทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที “มันต้องเหมือนสิเพราะคนรักของคุณไม่มีอยู่จริง เขา ไม่มีตัวตน ไม่ว่ากลิ่นกายหรือร่างกายผมก็เหมือนเขาเพราะคุณเอาผมมาเป็นต้นแบบของคนรักมโนไง คุณรู้ว่าผมไม่มีทางมองผู้หญิงอย่างคุณ ก็เลยสร้างเรื่องเล่าโง่ ๆ บอกว่าผมเหมือนคนรักเพื่อหาเรื่องเข้าใกล้ผม” “ฉันไม่ได้หาเรื่องเข้าหาคุณ และคนรักฉันเขามีตัวตนจริง ๆ” “มีจริงแล้วอยู่ไหน ทำไมต้องตามหา แล้วโยงมั่วว่าคนอื่นเป็นผัวตัวเองโคตรน่ารังเกียจ”สายตาคมแข็งกร้าวมองหญิงสาวอย่างสะอิดสะเอียน “ถ้าคุณไม่เชื่อแล้วทำแบบนี้ทำไม!”สายตาหวานสั่นระริกน้ำตาคลอกับท่าทางที่เขาแสดงออกมา “ทำให้รู้ไงว่าผมไม่ได้โง่ ให้คุณอ้างอะไรก็ได้ เลิกตามรังควานผมสักทีมันน่ารำคาญ!” “บอกกับฉันดี ๆ ก็ได้ไม่เห็นต้องทำแบบนี้” อิงฟ้าฮึดสูดหายใจเข้าเก็บความอ่อนแอทั้งที่น้ำตาไหลลงแก้มเนียน ใบหน้าคมยิ้มมุมปากแกล้งยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วกระซิบข้างหูเธอ “แบบนี้แล้วทำไมคิดว่าผมอยากนอนกับคุณจริง ๆ สินะ” “ฉันไม่น่าโง่ คิดว่าคุณเป็นเขา คุณหยาบคายเกินกว่าจะเป็นผู้ชายดี ๆ อย่างเขา” หญิงสาวเสียงสั่นน้ำตาไหลเป็นทาง มือบางผลักให้เขาออกแต่ชายหนุ่มไม่ยอมดันตัวเข้ามาใกล้จ้องหน้าไม่พอใจที่เธอต่อว่า “มันดีมากขนาดนั้นแล้วทำไมถึงทิ้งคุณล่ะ ถ้ามันมีตัวตนจริง ๆ มันก็โคตรเลว” “เขาเป็นคนดี เขาต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่างถึงได้หายไป” “เลิกหลอกตัวเองได้แล้ว” ภาคภูมิตะคอกใส่ไม่พอใจ เธอยังปกป้องคนรักทั้งที่ทำให้เธอเสียใจ อิงฟ้าไม่อยากฟังสองมือปิดหูตัวเองไม่อยากได้ยินที่เขาพูดเธอยังเถียงว่าไม่จริงทั้งน้ำตา ชายหนุ่มทนไม่ไหวดึงมือเธอออกทั้งสองสบตากัน “ฉันรักเขา ถึงเขาจะไม่ดีฉันก็รักเขา” ใบหน้าหวานแดงก่ำแก้มเนียนเปื้อนไปด้วยน้ำตา ชายหนุ่มเกิดความสงสารมือหนาลูบไล้เช็ดน้ำตาให้หญิงสาว “ความรักมันไม่มีอยู่จริง ตอนนี้คุณรักเขาแต่ถ้าเจอคนใหม่คุณก็จะลืม แล้วก็เปลี่ยนใจไปรักคนอื่น” สายตาคมเลื่อนมองริมฝีปากบางแล้วประกบจูบปากบางเบา ๆ อิงฟ้านิ่งอึ้งไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้ “เห็นไหมเมื่อกี้คุณบอกรักเขาแต่พอผมจูบคุณก็เคลิ้มซะแล้ว”เขายิ้มเหยียดสายตาดูถูก หญิงสาวอายที่ตัวเองเผลอใจ ผลักตัวเขาเพื่อจะหนีออกไป ชายหนุ่มไม่ยอมดันร่างบางเข้ากำแพงอีกครั้งประกบปากจูบหนักน่วงรุนแรงขึ้น มือบางทุบตีอกแกร่งจนเขารำคาญ ดึงแขนเธอตรึงไว้กับกำแพงจูบต่ออย่างดูดดื่มถอนริมฝีปากมาซุกไซ้ลำคอเรียว หญิงสาวดิ้นสุดแรงเตะเข้าเป้ากางเกงของเขาจนร่างแกร่งตัวงอ ร้องโวยวาย อิงฟ้าหลุดจากเงื้อมมือเขา มือบางปาดริมฝีปากและน้ำตาที่เปื้อนหน้า “ฉันจะไม่เข้าใกล้คุณอีก” ร่างบางรีบวิ่งออกไปจากห้อง ชายหนุ่มมองไม่มีแรงวิ่งตามไปได้แต่ประคองตัวไปนั่งบนโซฟา เขาแค่แกล้งทำให้เธอกลัวไม่เข้าใกล้เขาอีก แต่เมื่อได้ใกล้ชิดเขากลับห้ามใจไม่อยู่ เผลอจูบเธอจนได้ ด้านอิงฟ้าวิ่งกลับมาที่ห้องร้องไห้โฮ กลิ่นกายเขา เสียงที่คุ้นเคย การสัมผัสร่างกายเขา ทำให้เธอมั่นใจว่าเขาคือคนรักของเธอแต่การกระทำของเขาช่างแตกต่างกันเหลือเกิน ตอนที่ 1 เพียงพบ บริษัทขายสินค้าออนไลน์แห่งหนึ่งที่ธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด จากผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ผู้หล่อเหลา เงียบขรึม ไม่ค่อยมีคนกล้าเข้าใกล้ ยกเว้นเลขาที่ชื่อพิษณุ แต่ไม่ว่าเขาจะดูเข้าถึงยากหรือดุแค่ไหน ก็ไม่วายที่จะมีสาวสวย มาตามติดและเขาชอบมีความสุขชั่วคราวกับนางแบบ ดารา และไฮโซ เพื่อคลายเหงาเท่านั้น “สินค้าของเราเป็นลิปมันปลุกเสกลงคาถาให้ขายดิบขายดี ช่วงนี้ต้องสายมูเราขายในช่องทางออนไลน์แล้วขายดีมาก จึงอยากขยายตลาดมาที่สื่ออื่นด้วยค่ะ” “ไม่เป็นการหลอกลวงไปหน่อยเหรอครับ” ภาคภูมิหยิบลิปมันขึ้นมาจับดูแล้วถามหน้านิ่ง ๆ “ของเราปลุกเสกจริง ไม่ได้หลอกลวงนะคะ” ผู้ช่วยของเจ้าของแบรนด์รีบทักท้วง แล้วหันไปมองหน้าเจ้าของแบรนด์ที่เป็นสาวใหญ่แต่งหน้าเข้มจัด “คุยรายละเอียดกับทีมผมได้เลยนะครับ ผมขอตัว” ภาคภูมิตัดบทโยนงานให้ลูกน้องแล้วทำท่ากำลังจะลุกขึ้น “เดี่ยวก่อนค่ะ” เจ้าของสินค้าเป็นคนสูงวัยแต่งหน้าเข้มจัด เอ่ยเรียกภาคภูมิจึงหยุดเดินแล้วหันมาหา “ระวังผู้หญิงที่มีผมหยักศกสีน้ำตาล ดวงตาพิเศษ คุณต้องอยู่ให้ห่าง ผู้หญิงคนนั้นเป็นเจ้ากรรมนายเวร จะทำให้คุณประสบอุบัติเหตุและเรื่องร้ายอันตรายถึงชีวิต” หญิงชราเดินเข้ามาใกล้จ้องใบหน้าคมและพูดน้ำเสียงสุขุมฟังแล้วชวนขนลุก “ครับ” ภาคภูมิยืนนิ่งสีหน้าไม่เชื่อก่อนจะขอตัวออกไปจากห้อง ด้านพิษณุตกใจจนหน้าเสียไม่กล้ามองหน้าแม่หมอเขาก้มหน้าแล้วเดินตามเจ้านายไป หญิงชรามองตามเขาจนสุดสายตา “ทักซะหน้ากลัว ผมขนลุกไปหมดเลย” พิษณุเดินตามเจ้านายแล้วเอามือลูบขนแขนตัวเอง “ก็แค่คำพูดที่หลอกให้คนกลัวไปวัน ๆ” “คุณภาคไม่เชื่อเหรอครับ” “เชื่อบ้าอะไร ลูกค้าคงไม่พอใจที่ฉันไม่เชื่อถือสินค้าของเขาก็เลยแกล้งพูดขู่ให้เรารู้สึกว่าเขามีของดีจริง ๆ ก็แค่นั้น” ภาคภูมิกดลิฟต์แล้วยืนนิ่ง ๆ “อ๋อ เป็นแบบนี้นี่เองหลอกกันซึ่ง ๆ หน้าคิดว่าพวกเราโง่มากหรือไง” พิษณุพยักหน้าเข้าใจ “อย่างน้อยเขาก็หลอกนายได้นะ” ชายหนุ่มอมยิ้มเหล่ตามอง จนพิษณุรู้ตัวว่าเจ้านายหลอกว่าตัวเองซะแล้ว ช่วงเย็น หลังจากเลิกงาน ภาคภูมิจะไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสหรูของหมู่บ้าน แต่วันนี้เขาอยากวิ่งที่สวนสาธารณะ ข้าง ๆ หมู่บ้านจึงออกมาวิ่งและนั่งพักชมวิวริมบึงน้ำใหญ่ บรรยากาศยามเย็นอากาศสดชื่นทำให้เขาสบายใจพลางมองไปเก้าอี้ที่ว่างอยู่ สายตาของเขาก็หดหู่ ก่อนที่จะหันกลับมามองบึงน้ำด้านหน้า เห็นเด็กผู้ชายเล่นโรเลอร์เบสผ่านหน้าเขาไป สักพักก็ได้ยินเสียงร้องจึงหันไปดู “โอ๊ย” เด็กผู้ชายนั่งหงายดูแขนขาตัวเอง อีกด้านก็มีผู้หญิงนั่งพับอยู่ “เป็นอะไรหรือเปล่า” หญิงสาวเอ่ยถามแล้วค่อย ๆ พยุงตัวเองลุกขึ้น “เป็นอะไรลูก ชนกันเหรอเดินยังไงยายป้า ไม่ดูทางเลยหรือไงเดินเป็นคนตาบอดไปได้” แม่เด็กวิ่งออกกำลังกายตามมาเห็นเข้าก็รีบเข้าไปดูร่างกายลูกแล้วต่อว่าผู้หญิงตรงหน้า “ขอโทษนะคะ ฉันตาบอด ไม่ได้ตั้งใจทำให้น้องเจ็บ” “ตาบอดแล้วมาเดินเพ่นพ่านแบบนี้ เดือดร้อนคนอื่นเขาหมด แย่จริง ๆ ไปกันเถอะลูกน่าเบื่อพวกภาระสังคม”แม่เด็กต่อว่าแล้วมองเหยียด “ขอโทษนะคะ” หญิงสาวขอโทษอีกครั้งสีหน้าเศร้า เมื่อเสียงฝีเท้าผ่านไป ร่างบางจึงหยิบถุงส้มที่ถือมาแต่มันหล่นหมด มือบางจึงค่อย ๆ คลำหาส้มบนพื้นแล้วเก็บได้ทีละลูก ภาคภูมินั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดเขาไม่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นแต่พอเห็นเธอพยายามเก็บส้ม ก็เลยตัดใจเดินไปช่วยเก็บ “ส้มของคุณ” เขาเดินเก็บส้มจนครบแล้วนั่งยอง ๆ ยื่นส้มให้ หญิงสาวหันตามเสียงแล้วยิ้มหวาน ใบหน้าสวยหวานรอยยิ้มสดใสของเธอทำให้เขานิ่งงันไปแล้วนึกไปถึงรอยยิ้มของเด็กน้อยคนหนึ่งที่เขาเคยเห็น “ขอบคุณมากนะคะ” มือบางเอื้อมไปไขว่คว้า ชายหนุ่มจึงยื่นมือเข้าไปใกล้ให้เธอจับใส่ถุงจนเสร็จ หญิงสาวขอบคุณเขาอีกครั้ง แล้วใช้ไม้เท้านำทางไปจนถึงเก้าอี้ริมบึง ร่างบางนั่งสูดหายใจเข้าออกยาว ๆ เขามองการกระทำของเธอแล้วยิ้มมุมปากก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ เธอ “ฉันให้เป็นการขอบคุณ” มือบางยื่นส้มส่งให้เขา ชายหนุ่มทำหน้าแปลกใจก่อนจะหยิบส้มมาถือไว้ “คุณรู้ได้ยังไงว่าผมเป็นคนช่วยเก็บส้ม” “กลิ่นน้ำหอมกับกลิ่นเหงื่อของคุณไงคะ คนตาบอดมักจะมีสัมผัสอื่นที่ดีเพื่อทดแทนดวงตาที่เสียไป” หญิงสาวตอบไปยิ้มไป ใบหน้าหวานมองตรงไปยังบึงน้ำ ทำให้เขามองเธอได้แค่ข้าง ๆ เท่านั้น แปลกมากกับความรู้สึกเขาอยากมองผู้หญิงคนนี้ไปเรื่อย ๆ ทั้งที่ไม่ได้สวยโฉบเฉี่ยวแบบที่เขาชอบ แต่รอยยิ้มและใบหน้าหวานนี้กลับสะกดใจให้เขามองไม่เบื่อเลยสักนิด ทั้งสองนั่งคุยกันในเรื่องต่าง ๆ จนค่ำก็แยกย้ายกันกลับ “ให้ไปส่งไหม” “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับเองได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” “เช่นกันครับ ไว้เจอกันใหม่นะ” ชายหนุ่มอมยิ้ม ซึ่งก็ไม่รู้จะยิ้มทำไมเพราะเธอมองไม่เห็น เขาหันหลังเดินไปอีกทาง แต่ก็หันมามองหญิงสาวที่เดินไปอีกทาง เขาหันหลังกลับจะเดินกลับบ้านแต่ก็เปลี่ยนใจเดินตามดูเธออยู่ห่างๆ จนมาถึงหอพักใกล้ ๆ สวนสาธารณะ หญิงสาวยิ้มทักยามแล้วเดินขึ้นตึกไป เมื่อส่งเธอกลับห้องแล้วเขาจึงเดินกลับบ้านตัวเอง เช้าวันรุ่งขึ้น ณ บริษัทออนไลน์ ภาคภูมิ นั่งหลับตาหยิบแก้วกาแฟเขาจับได้แต่ก็ดันทำกาแฟหกเลอะโต๊ะทำงาน “หลับตาหยิบก็หกหมดสิครับ” พิษณุเข้ามาเห็นตั้งแต่แรกก็งง ว่าเจ้านายเป็นอะไร “คนตาบอดใช้ชีวิตลำบากมาก แล้วเขาจะทำมาหากินอะไร แค่ใช้ชีวิตปกติจะแย่แล้ว” ภาคภูมิชายตามองลูกน้องก่อนจะนั่งหลับตา แล้วพูดพร่ำคนเดียว “บ่นอะไรครับนาย” “เรียกประชุมหัวหน้าแผนกทุกทีมฉันอยากคุยเรื่องคอลเซ็นเตอร์สำหรับคนพิการแล้วก็ซัพพอร์ตคนตาบอดด้วย” “ประชุมวันไหนดีครับ” “ตอนนี้เลย” ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมามองแล้วยิ้มเล็กน้อยไปยังพิษณุที่ยืนอึ้งต้องเรียกประชุมด่วนไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ต้องทำให้ไม่อย่างนั้นเจ้านายจะของขึ้น การประชุมยาวนานจนเย็น ภาคภูมิคอยมองเวลาที่ข้อมือแล้วเริ่มนั่งไม่ติด จึงสั่งให้พนักงานไปคิดแผนงานมาแล้วประชุมกันต่อวันพรุ่งนี้ ท่ามกลางสีหน้าที่อ่อนล้าของทุกคนจากการระดมสมองเพื่อทำงานด่วนที่เจ้านายต้องการ ณ สวนสาธารณะ ภาคภูมิ มาสวนแทนที่จะวิ่งขากลับเดินมาเก้าอี้ริมบึงน้ำ แล้วก็พบหญิงสาวนั่งกินสตรอเบอร์รี่อย่างสบายใจเขาอมยิ้มแล้วนั่งลงข้าง ๆ “ทานสตรอเบอร์รี่ไหมคะ” หญิงสาวยิ้มน้อย ๆ เมื่อได้กลิ่นกายเขา เธอยื่นกล่องสตรอเบอร์รี่ให้ “เปรี้ยวจัง” คำแรกที่กินก็เปรี้ยวจี๊ดเขาคิดว่ามันจะหวาน “ไม่ชอบทานเปรี้ยวเหรอคะไว้วันหลังฉันจะซื้อแบบที่หวาน ๆ มาให้” หญิงสาวหันมามองเขาตามเสียงแล้วยิ้มสดใส ทำให้ชายหนุ่มยิ้มตาม ทั้งสองคุยกันจนค่ำวันนี้เขาอาสาเดินไปส่งเธอที่หอพัก ก่อนแยกย้ายกันกลับก็ได้นัดหมายว่าจะเจอกันตอนห้าโมงเย็นแล้วทั้งคู่ก็เจอกันแบบนี้ตลอดหกวันที่ผ่านมา ณ คอนโดหรู ช่วงบ่าย ภายในห้องนอนกว้าง ภาคภูมิยืนแต่งตัวอยู่ในห้องเสื้อผ้า สักพักก็มีหญิงสาวสวยเซ็กซี่เดินเปลือยเปล่ามากอดหลังแกร่ง “วันนี้วันหยุดอยู่ด้วยกันจนถึงเช้าไม่ได้เหรอคะ” มินนี่ทำเสียงหวานออดอ้อนมือบางลูบไล้กล้ามเนื้ออกไล้ไปหน้าท้องเป็นมัด ๆ ก่อนที่มือหนาจะจับไว้แล้วดึงออก “ไว้วันหลัง” ภาคภูมิใส่เสื้อเชิ๊ตแต่งตัวต่อ “นาน ๆ ทีคุณจะนัดเจอ ขอให้มินนี่ ปรนเปรอให้คุณทั้งวันทั้งคืนไม่ได้เหรอคะ” “เสร็จธุระจะมาหาอีกก็แล้วกัน” ชายหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่มจุ๊บปากบางแล้วเดินผละออกไป มินนี่มองตามเขาแล้วยิ้มดีใจ ณ สวนสาธารณะ ภาคภูมิมาถึงเก้าอี้ประจำริมบึงน้ำ ตามเวลานัดแต่เขาไม่เห็นหญิงสาวมานั่งเหมือนเดิม ชายหนุ่มกังวลว่าเธอจะเป็นอะไรระหว่างทางจึงรีบเดินตามหาเธอจนถึงหอพักก็ไม่มีวี่แวว เลยถามยามที่จำได้ว่าชายหนุ่มเดินมาส่งหญิงสาวตาบอดเป็นประจำ “มาหาหนูฟ้าเหรอคุณ” “ครับ ผมไม่เจอเลยเป็นห่วง” “วันนี้วงดนตรีคนตาบอดมารับไปงานแสดงที่ต่างจังหวัด หนูฟ้าฝากบอกคุณว่าเจอกันอีกทีอาทิตย์หน้า” “ไปหลายวันขนาดนั้นเลย” “ปกติก็อาทิตย์บางทีก็เป็นเดือน” “พอรู้ไหมครับว่าไปที่ไหน” “ไม่รู้สิ คุณลองโทรไปถามที่วงเสียงสวรรค์ดูแล้วกัน” ลุงยามบอกได้แค่นี้แล้วเดินไปเฝ้ายามต่อ ด้านชายหนุ่มลังเลว่าจะโทรศัพท์ไปถามดีหรือไม่แต่ก็ตัดใจเพราะอาทิตย์หน้าเธอก็กลับมาแล้วเขาจะห่วงอะไรเธอนักหนา จึงเดินทางกลับคอนโด ตลอดเวลาที่อยู่ในห้องกับมินนี่แทนที่จะมีเซ็กส์กัน เขากลับนั่งดูเฟสบุ๊คของวงเสียงสวรรค์ที่ไปทำงานตามสถานที่ต่าง ๆ และภาพไปแสดงหลายจังหวัด เขาเห็นหญิงสาวสีไวโอลิน บางทีก็เป็นคนร้องเพลง ในวงมีทั้งผู้หญิง ผู้ชายและผู้จัดการวงเป็นผู้ชายสายตาปกติ “ไอ้หมอนี่มีลูกเมียหรือยัง” ใบหน้าคมนั่งเพ่งมองผู้จัดการวงดนตรี นิ้วมือหนาดีดขึ้นลงบนโต๊ะเวลาที่เขาใช้ความคิดภาคภูมิจะดีดนิ้วขึ้นลงตลอด สักพักเขาก็กดโทรศัพท์ไปวงดนตรีเสียงสวรรค์ ด้านมินนี่นั่งมองเขาอย่างงอน ๆ ที่เขาไม่สนใจเธอเลย จนเมื่อเขาวางโทรศัพท์ภาคภูมิก็เดินออกจากห้องทันที ทำให้มินนี่มึน อึน ๆ ที่เขาทำเหมือนเธอไม่มีตัวตน ณ หอพัก จ.ชลบุรี ทุกคนในวงดนตรีลงมานั่งทานข้าวพร้อมกันที่โต๊ะหน้าหอพัก มีคนตาบอดและทีมงานรวม 8 คน ผู้จัดการวงและคนขับรถเป็นผู้ชายสายตาปกติ นั่งอยู่ใกล้อิงฟ้า ผู้จัดการวงชื่อชีวาชอบอิงฟ้าอยู่แต่ไม่กล้าบอกเขาคอยดูแลเธอและให้เกียรติเธอมาตลอด เมื่อทานอาหารเสร็จทุกคนกำลังเดินกลับเข้าห้องอิงฟ้าเดินสะดุดทางเดินที่ไม่สม่ำเสมอ ชีวาเห็นจึงรีบวิ่งเข้ามาดูแลและจับแขนอิงฟ้าพยุงเธอไปส่ง แต่กลับโดนมือหนามากระชากแขนของเขาออก “อะไรของคุณ” ชีวามอง งง ๆ “จะทำอะไร” ภาคภูมิถามสีหน้าเอาเรื่อง “คุณ มาได้ยังไงคะ” อิงฟ้าได้ยินเสียงก็จำได้ รีบเอ่ยทักด้วยความดีใจ ชายทั้งสองหันมองอิงฟ้ายืนยิ้มสดใสดีใจที่ภาคภูมิอยู่ตรงนี้ ภาคภูมิเดินไปหาหญิงสาวแล้วพาไปนั่งคุย ชีวามองไม่พอใจ ด้านภาคภูมิมองกลับกวน ๆ จนชีวาถอนใจไม่อยากมีเรื่องเลยเดินเลี่ยงไปที่อื่น “จะไปไหนไม่บอกกันเลย” ภาคภูมินั่งงอน ทำตึงใส่ก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องทำแบบนั้นเธอมองไม่เห็น “ขอโทษที่ทำให้รอนะคะ ฉันก็เพิ่งรู้ว่าต้องมางานเมื่อเช้า ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของคุณเลยไม่ได้โทรบอก” หญิงสาวหน้าเศร้า คิดว่าเขาคงโกรธที่ไปรอนาน “ช่างเถอะ” “แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่” “ลุงยามให้โทรถามวงดนตรีก็เลยรู้” “แล้วคุณมาที่นี่ทำไมคะ มีธุระแถวนี้เหรอ” หญิงสาวถามเสียงใสแปลกใจว่าเขามาทำอะไรที่ต่างจังหวัด “ก็เป็นห่วงไงถามได้ มาดูให้รู้ว่าไม่เป็นอะไรเดี๋ยวก็กลับแล้ว” ชายหนุ่มยังไม่เลิกทำหน้าตึงใส่ “ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวดีใจที่เขาเป็นห่วงจึงยิ้มสดใสสะกดใจเขาให้หลงใหลเธออีกแล้ว ใบหน้าคมมองความน่ารักตรงหน้าเหมือนเคลิ้มไป “อย่ายิ้มแบบนี้ให้คนอื่นนะ” “ฉันไม่รู้หรอกคะว่าตัวเองยิ้มแบบไหน” “ก็แบบที่ยิ้มให้ผมไง ผมไม่อยากให้ใครเห็นว่าคุณยิ้มน่ารักขนาดไหน” ภาคภูมิเขยิบเข้ามาใกล้อมยิ้มกับสิ่งที่ตัวเองพูดไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงหวงสาวตาบอดคนนี้นัก “ฉันต้องทำหน้านิ่งตลอดเหรอคะ” “ใช่ ยิ้มแค่เวลาอยู่กับผม” “ยากจังฉันชอบยิ้มซะด้วย ถ้ายังไงจะยิ้มให้น้อยลงแล้วกันนะคะ” หญิงสาวยิ้มหวานให้กับเขาทำให้ชายหนุ่มอดใจไม่ไหวจุ๊บริมฝีปากบาง แล้วผละออกมามองหน้าหญิงสาวที่นั่งนิ่งสักพักก็มีน้ำตาคลอเบ้า “คุณไม่ควรทำแบบนี้ ถึงจะตาบอดฉันก็มีศักดิ์ศรีไม่ใช่จะให้ใครมาทำอะไรก็ได้” “ผมขอโทษ ไม่ได้คิดจะดูถูก ผมไม่ได้ตั้งใจ” ชายหนุ่มรีบขอโทษไม่คิดว่าจะทำให้เธอไม่พอใจ ปกติหญิงสาวคนอื่นจะชอบให้เขาทำเกินเลยแม้จะรู้จักกันไม่ถึงชั่วโมงก็พาขึ้นเตียงได้ เขาคิดน้อยเกินไปที่คิดว่าเธอจะเหมือนผู้หญิงที่เคยผ่านมา ด้านหญิงสาวไม่พูดต่อลุกขึ้นเดินเร็ว ๆ จนสะดุดกับท่อนหินล้มลงไปนั่งกับพื้น ภาคภูมิตกใจรีบวิ่งไปประคองแต่เธอสะบัดตัว มือไม้ปัดป่ายไม่ให้เขาแตะต้อง “ได้ ๆ ผมปล่อยแล้ว” ชายหนุ่มนั่งมองหญิงสาวก้มหน้างุด เสียงร้องไห้ลอดออกมาจนเขาใจหาย มือหนาจึงจับแก้มเนียนให้เธอเงยหน้าขึ้นมามอง เมื่อเห็นน้ำตาอาบแก้มเขายิ่งรู้สึกผิด “ฉันอยากเป็นเพื่อนกับคุณ ไม่อยากทะเลาะกัน ขอร้องอย่าดูถูกฉันแบบนี้อีกได้ไหม” เสียงหวานสั่นเครือน้ำตานองหน้า “ได้สิ ผมจะไม่ล่วงเกินคุณอีก เรามาดีกันนะ ผมขอโทษ” สายตาคมมองหญิงสาวอย่างกังวล กลัวว่าเธอจะไม่ยอมยกโทษให้ ก่อนที่นิ้วก้อยน้อยของเธอจะยกขึ้นมาให้เขา ชายหนุ่มยิ้มดีใจเกี่ยวก้อยดีกันกับเธอ มือหนาลูบหน้าเช็ดน้ำตาให้หญิงสาว ทั้งสองยิ้มให้กัน

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.3K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.7K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook