bc

เล่ห์รักสายลับที่รัก

book_age18+
827
ติดตาม
4.3K
อ่าน
ครอบครัว
ตำรวจ
ดราม่า
หวาน
เมือง
first love
like
intro-logo
คำนิยม

เมื่อเธอถูกมัดมือชกให้ไปดูตัวกับลูกชายของเพื่อนสนิทแม่ที่มีฐานะเป็นถึง 'คุณอา' ของเพื่อนชายสมัยเรียนที่ทั้งเย็นชา เยือกเย็นไม่ใจดี อีกทั้งยังปากร้ายใจร้ายเป็นที่หนึ่ง แต่ไหงเลยความจริงมันกลับไม่ใช่อย่างที่เธอเจอมาเล่า!

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
๑ คู่ปรปักษ์
๑ คู่ปรปักษ์ ภาพหญิงสาวใบหน้าหวานที่กำลังบูดบึ้งเดินตามผู้ใหญ่สองคนไปตามโถงทางเดินของคฤหาสน์ของตัวเอง เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนที่เธอเพิ่งกลับมาจากท่องเที่ยวต่างประเทศ ยังไม่ทันได้นอนพักให้หายเหนื่อยก็ถูกเด็กรับใช้ที่คุณหญิงทิพย์ธาราออกคำสั่งให้จับเธอแต่งตัวให้สวยหวานก่อนจะถูกพามายังเรือนกระจกเพื่อดูตัว ระหว่างทางเดินไปเรือนกระจก แม้เธอแอบหนีไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแต่ก็ถูกบอดีการ์ดของคุณชายวรกิต ผู้เป็นพ่อตามจับกลับมาก่อนจะได้หนีออกจากคฤหาสน์ทันทุกครั้งจนตอนนี้ถูกสั่งเดินล้อมหน้าล้อมหลังจึงเป็นสาเหตุทำให้ใบหน้าหวานบูดบึ้ง            เมื่อเดินมาถึงเรือนกระจกก็พบกับครอบครัวของฝ่ายชายนั่งรออยู่แล้ว มินธาราไม่คิดจะมองอีกฝ่ายตลอดที่เดินเข้ามายังเรือนกระจกเพราะเธอไม่ได้เต็มใจ ซึ่งแตกต่างจากอีกฝ่ายที่จับจ้องใบหน้าหวานของหญิงสาวด้วยสายตานิ่งเฉยแม้ในใจยังคงจดจำเรื่องที่เธอเคยทำไว้กับเขาเมื่อสองปีก่อน            “ขอโทษนะคุณหญิงสาที่ทำให้รอนาน” คุณหญิงทิพย์ธารากล่าวด้วยรอยยิ้มหวานพลางนั่งลงบนเก้าอี้ขาวพร้อมกับสามี ยกเว้นมินธาราที่ยังยืนมองแผ่นหลังบอดีการ์ดที่ยืนบังอยู่ด้านหน้าโดยไม่คิดจะก้าวไปนั่งร่วมวงสนทนา จนกระทั่งอีกฝ่ายถามหา “ไม่คิดมากค่ะคุณหญิงทิพย์ แล้วหนูมินละคะ” คุณหญิงรสากล่าวพลางสอดสายตามองหน้ามินธาราด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เจอ นับจากไม่ได้เจอมานานหลายปี “ก็...อ้าว ยายมิน มานั่งนี่สิ ทำไมยังยืนอยู่ เสียมารยาทกับคุณหญิงรสาได้ยังไง” คุณหญิงทิพย์ธารากล่าวกับลูกสาวพลางส่งสายตาดุ มินธาราจึงค่อยๆ ก้าวเดินออกมาและเดินก้มหน้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ว่างระหว่างผู้เป็นแม่และชายหนุ่มที่เธอกำลังจะได้เห็นและเมื่อเธอหันไปมองก็ต้องยืดหลังตรงชี้นิ้วไปหาอีกฝ่ายด้วยความตกใจ “ไอ้คุณอาปากร้าย!” มินธารากล่าวด้วยน้ำเสียงตกใจแต่ก็เกือบหลุดคำหยาบคายออกไปมากกว่าเดิม เมื่อเห็นท่าทางทำเหมือนไม่รู้จักเธอด้วยสีหน้านิ่งเฉยมองมาที่เธอพร้อมคำพูดที่หักหน้าเธออย่างเจ็บแสบ “ดีแล้วล่ะคะที่ทั้งสองรู้จักกัน แบบนี้ค่อยคุยกันเข้าใจง่ายหน่อย จริงไหมคะคุณพี่” คุณหญิงทิพย์ธารากล่าวด้วยน้ำเสียงแห้งเพราะตกใจกิริยาของลูกสาวที่แสดงออกไปทั้งที่พยายามจับแต่งตัวให้ดูเรียบร้อยแล้ว และรู้สึกเสียมารยาทเป็นอย่างมากต่อหน้าคุณหญิงรสา “หนูขอยกเลิกการดูตัวในครั้งนี้ หนูยอมแต่งกับ...” มินธารากล่าวแทรกผู้เป็นพ่อที่กำลังจะกล่าวขึ้นต่อมาจากผู้เป็นแม่ทันทีด้วยความหงุดหงิดชายหนุ่ม “คุณน้าครับ ที่จริงแล้วเราสองคนคบกันอยู่แต่ก่อนหน้านี้เราทะเลาะกัน พอแม่บอกว่าลูกสาวของเพื่อนเป็นใครก็คิดว่าจะมาขอคืนดีและเป็นการบอกให้รู้ด้วยว่า...ผมจะแต่งงานกับเธอ” ด้วยความนึกหมั่นไส้และอยากเอาชนะผู้หญิงที่ทำเขาเกือบซวยเมื่อสองปีก่อนจึงกล่าวคำโกหกออกไป ซึ่งทำให้มินธารายืนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงในการเอาคืนของชายหนุ่ม สายตาล้อเลียนของชายหนุ่มที่มองมาทำให้เธอไม่ยอมจึงกล่าวตอบตกลงออกไปซึ่งทำให้ชายหนุ่มอดแปลกใจไม่น้อยที่เธอมีความกล้าที่จะรับคำท้าทายของเขา “ก็ได้ ดูสิ ว่าใครจะมีความอดทนมากกว่ากันระหว่างฉันกับคุณอา” มินธาราลากเสียงยาวก่อนจะกล่าวออกไปให้ชายหนุ่มได้รู้ว่าเธอจะเล่นเกมกับเขาโดยใช้ความอดทนเป็นเครื่องมือในการแต่งงานในครั้งนี้ “เอ่อ คุณหญิงทิพย์ว่ายังไงดีคะ” คุณหญิงรสามองลูกชายและลูกสาวเพื่อนอย่างเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี แต่ก็เลือกที่จะเก็บความสงสัยเอาไว้และหันไปถามเพื่อนด้วยความเกรงใจ “ตอนแรกก็ไม่คิดจะจับยายมินแต่งงานกับใครโดยไม่ดูให้ดี แต่ถ้าผู้ชายที่ยายมินรักเป็นลูกชายคุณหญิงสาฉันก็ยินยอมยกให้ค่ะ” คุณหญิงทิพย์ธารากล่าวตอบด้วยรอยยิ้มแห้งๆ อย่างทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน “เอาละ ในเมื่อทั้งสองคนรักกันก็ปล่อยให้พวกเขาได้ปรับความเข้าใจกัน ส่วนเราเข้าไปคุยกันด้านในกันดีกว่า” คุณชายวรกิตกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายใจแต่ก็อดที่จะห่วงลูกสาวไม่ได้เมื่อเห็นท่าทางที่ดูเหมือนไม่ใช่คนรักของทั้งสองคน แต่ในเมื่อลูกสาวของเขาเป็นคนกล่าวออกมาด้วยตัวเองก็คงไม่มีอะไรมากไปกว่าที่คนสองคนทะเลาะกัน “กล้ามากเลยนะ ไม่กลัวว่าฉันจะแฉเรื่องของคุณอาเหมือนเมื่อสองปีก่อนเหรอ” เมื่อผู้ใหญ่เดินออกจากเรือนกระจกไปจนลับตา มินธาราจึงหันกลับมากล่าวกับชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ซึ่งทำให้ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นว่าปฏิกิริยาของหญิงสาวเป็นอย่างที่เขาคาดคิดก่อนมาถึงที่นี่และเมื่อผู้ใหญ่ออกไปกันหมดก็ยิ่งทำให้เธอไม่มีความเคารพต่อเขาที่เป็นถึงคุณอาเพื่อนสมัยเรียน “ตามสบาย” ชายหนุ่มกล่าวเพียงคำสั้นๆ ด้วยท่าทางยียวน “นี่คุณอา!”  เมื่อเห็นท่าทางยียวนและไม่ใส่ใจ หากเธอจะกล่าวเบื้องหลังของเขาให้กับคนอื่นรับรู้ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าไม่มีเรื่องต่อกรกับชายหนุ่ม แต่ด้วยความที่เป็นคนไม่ยอมใครจึงกล่าวออกไปด้วยท่าทางไม่ยี่หระ “ถึงยังงั้นฉันก็ไม่ทำให้คุณอาเดือดร้อนแน่นอน เพราะฉันรับปากกับชัชไว้แล้ว ฉะนั้นที่ฉันไม่พูดออกไปตอนแรกก็เพราะว่าชัช หลานชายของคุณอา” “เธอกับชัช...” คำกล่าวของมินธาราทำให้เขาลุกขึ้นเต็มความสูงจ้องมองไปที่หญิงสาวด้วยแรงโทสะ “คุณอาจะคิดยังไงก็ได้ ก็ดีเหมือนกัน แต่งเข้าบ้านก็ได้ใกล้ชิดชัชมากขึ้นจะได้ไม่ต้องเหนื่อยหาวิธีแอบมาเจอกัน” เมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มมีโทสะเธอจึงยิ่งใส่ไฟมากขึ้น ทว่า กลับถูกอีกฝ่ายบีบเข้าที่ต้นแขนจนต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ “อย่าคิดที่จะเข้าไปเป็นมือที่สามของชัชกับแนนนี่เด็ดขาด!” ชายหนุ่มตะคอกใส่หญิงสาวด้วยความโมโห “ทำไมจะทำไม่ได้ละคะ หลานสาวอย่างมิ้นของคุณอายังทำได้เลย ตอนนี้หลานของฉันต้องขาดพ่อมาหลายปีและยังไปๆ มาๆ บ้านของเจ็ทเป็นประจำ ทำไมผู้หญิงอย่างฉันจะทำไม่ได้!” มินธารากล่าวถึงบุคคลที่สามที่เป็นต้นเหตุทำให้เธอเกือบทำให้ชายหนุ่มหมดอนาคต แม้เธอจะไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายเรื่องครอบครัวคนอื่นแต่เธอก็อดเห็นหลานสาวที่เธอคอยไปๆ มาๆ เพื่อเป็นเพื่อนเล่นที่มักจะถามหาผู้เป็นพ่อตลอดห้าปี แม้ตอนนี้เพื่อนของเธอจะส่งข่าวมาว่ากำลังจะให้โอกาสพ่อของเด็กแต่ผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุก็ยังคงวนเวียนอยู่กับพ่อของเด็กอยู่แบบนั้นเธอก็อดห่วงหลานและเพื่อนไม่ได้ “เธอ!” “ก่อนจะด่าว่าฉัน คุณอาไปสั่งสอนหลานตัวเองก่อนเถอะ ขอตัวก่อนนะคะคุณอา” มินธารากล่าวเสียแข็งพลางผลักอีกฝ่ายจนมือที่บีบต้นแขนหลุดออกก่อนจะเดินออกมาจากเรือนกระจก เมื่อเธอเดินออกมาน้ำตาที่พยายามเก็บเอาไว้ก็ไหลรินออกมาทันที หลังจากชยากูลกลับไป มินธาราก็รีบกล่าวถามผู้เป็นแม่ทันทีด้วยความฉงนในตัวชายหนุ่ม “คุณแม่ มินมีเรื่องอยากถามค่ะ” “เรื่องอะไรล่ะหืม แต่แม่กับพ่อก็มีเรื่องอยากถามลูกเหมือนกัน” “งั้นเรามาถามตอบกันนะคะ” มินธาราไม่รีรอรีบคว้าแขนพ่อและแม่ตรงไปยังห้องนั่งเล่นทันที เมื่อเข้ามาในห้องนั่งเล่นเธอให้พ่อและแม่นั่งลงบนโซฟาตัวยาวก่อนจะเดินไปนั่งลงที่โซฟาเดี่ยวด้านข้างและกล่าวถามในทันที “แม่คะ เขาเป็นอาของเพื่อนมิน ทำไมอยู่ๆ กลายมาเป็นลูกชายเพื่อนคุณพ่อกับคุณแม่ได้ละคะ” “คิดว่าเรื่องอะไร...ที่จริง แม่กับพ่อก็ไม่ค่อยเข้าใจครอบครัวคุณหญิงรสาเท่าไร ถ้าคิดไปคิดมาคุณหญิงรสาเป็นผู้ใหญ่กว่าแม่เทียบได้ว่าเป็นรุ่นเดียวกับคุณยายของมิน ลูกของคุณหญิงรสาก็เท่ากับว่าเป็นรุ่นเดียวกับแม่ที่อายุน้อยกว่าหลายปี อืม...ถ้าไม่นับแบบนี้แต่ไปนับอายุเขาเป็นพี่มินนะ” “ลูกคบกับเขา ไม่รู้เรื่องเลยเหรอ” ผู้เป็นพ่อที่นั่งฟังกล่าวถามในข้อที่สงสัยตั้งแต่ครั้งแรกที่มินธาราเอ่ยถาม “เอ่อ...มินไม่ทันถามก็ทะเลาะกันก่อนค่ะ” มินธารากล่าวปดพลางนึกขอโทษผู้เป็นพ่อและแม่อยู่ในใจ “เอาเถอะจ้ะ ถึงยังไงลูกยังเป็นแฟน เรื่องครอบครัวของเขาก็ควรให้เขาบอกเอง อย่าไปถามให้มาก ถ้าเราเงียบรอเขาพูดเองจะดีต่อความสัมพันธ์นะลูก” คุณหญิงทิพย์ธารากล่าวยิ้มๆ กับมินธาราก่อนจะหันไปชวนสามีไปห้องหนังสือเพื่อพักผ่อนยามว่างก่อนบินไปทำงานต่อหลังจากลาหยุดกลับบ้าน มินธารามองทั้งสองท่านเดินไปทางห้องหนังสือจนลับสายตา จึงตัดสินใจเดินเลี่ยงมาอีกฝั่งของคฤหาสน์ ซึ่งถูกจัดเป็นสวนขนาดกลาง มากมายไปด้วยดอกไม้นานาชนิด ที่เด่นกลางสวนเห็นจะเป็นศาลาทรงแปดเหลี่ยมสีขาวสะอาดตา ซึ่งเป็นที่ประจำของมินธาราที่ชอบความร่มรื่น สงบเงียบ หญิงก้าวเข้ามาภายในศาลาเพื่อคิดทบทวนเหตุการณ์ในวันนี้ เมื่อคิดทบทวนเป็นอย่างดี เธอก็อยากจะตีปากตัวเองที่ตอบตกลงไปทั้งที่เธอสามารถหักหน้าชายหนุ่มโดยไม่ต้องสนใจว่าอีกฝ่ายจะดูไม่ดีต่อหน้าผู้ใหญ่ แต่เธอกลับตอบตรงกันข้ามจนอยากทั้งตีปากทั้งกัดลิ้น ความอยากเอาชนะทำให้เธออาจพบผลเสียได้ นึกโทษตัวเองที่เอ่ยก่อนคิดเมื่อมีคนมายั่วโทสะ เป็นข้อเสียในตัวของเธอที่ทำให้เธอต้องเดือดร้อนเพราะปากมามากมาย คฤหาสน์จิรวัฒพิบูล “จริงเหรอครับ อาชยาเนี่ยนะ บอกว่ายายมินเป็นแฟน!” ชัชวาลเอ่ยพลางจ้องใบหน้าเรียบเฉยของอาหนุ่มที่นั่งไม่ทุกข์ร้อนต่อคำบอกเล่าของคุณหญิงรสาหลังจากทุกคนมานั่งในห้องนั่งเลานจนครบตามคำสั่ง “ใช่นะสิ ย่านี่ตกใจมากแถมงงที่หนูมินเรียกอาของชัชว่าอา แบบนี้มันไม่ดูวัวแก่กินหญ้าอ่อนหรอกเหรอ ตายแล้ว! หนูมิน อาจถูกนินทาในทางเสียๆ หายๆ ได้นะ” คุณหญิงรสากล่าวขึ้นกับหลานชายสุดรักสุดหวงเย้าหยอกลูกชาย ทว่า เมื่อนึกถึงฝ่ายหญิงก็อดเป็นห่วงชื่อเสียงที่อาจถูกมองไม่ดีได้ “ไม่ต้องห่วงครับคุณย่า อาชยาเขาไม่ทำให้ผู้หญิงที่เป็นถึงรักแรกและเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้อาหนุ่มสุดหล่อคนนี้เกือบซวยเมื่อสองปีก่อนให้เสียหายแล้วมาเดือดร้อนตัวเองได้อีกแน่นอนครับ” ชัชวาลกล่าวเย้า “ฉันจะเป่าหูให้แนนนี่เลิกกับแก ไอ้ชัช!” แต่ดูเหมือนว่าคนที่ทำให้ผู้ชายที่ยังเฉยปรี๊ดแตกขึ้นมาได้ “หรือไม่จริง อาลืมแล้วเหรอครับว่าผมรู้...” “แกจะพูดจะทำอะไรก็เรื่องของแก ฉันจะไปเตรียมตัว” ชยากูลกล่าวจบก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องนั่งเล่นขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเอง  “รู้อะไรบอกพวกเรามาไอ้ลูกชาย” ชยากิต ผู้เป็นพ่อของชัชวาลเอ่ยเร่งลูกชายที่ส่งยิ้มแก้มหัวเราะอาหนุ่มที่เดินออกจากห้องไป “บอกน่ะบอกได้ครับ แต่เจ้าของเรื่องสองคนคงได้ฆ่าผมตายก่อนได้แต่งงานกับแนนนี่แน่” “บอกมา ปู่ย่า พ่อกับแม่ จะปกป้องไม่ให้ถูกฆ่าก่อนพวกเราแน่นอน ถ้ายังไม่ยอมบอก” “ปู่ครับ ขู่แบบนี้ขอเปลี่ยนเป็นทริปสุดหวานกับแนนนี่จะได้ไหมครับ ผมจะเล่าตั้งแต่สองคนนั้นสบตากันเลย” ชัชวาลกล่าวเย้า แม้จะรู้ว่าปู่เอ่ยอย่างไม่จริงจังแต่กับย่าและพ่อคงไม่เล่นอย่างปู่ แต่เห็นแม่เงียบนิ่งฟังใช่ว่าจะไม่สนใจ เพียงแค่รอจังหวะบทบาทของตัวเองเท่านั้น “ครับๆ ผมจะเล่าอย่างละเอียดยิบ...เรื่องมันเริ่มเมื่อสองปีก่อน...” ชัชวาลเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเมื่อนึกถึงอดีตเมื่อสองปีก่อน แม้จะเป็นการเจอที่โรแมนติกสำหรับคนอื่นแต่สำหรับมินธาราและชยากูลทั้งโรแมนติกทั้งน่าหงุดหงิดในเวลาเดียวกัน เรื่องมันเริ่มจากที่ชัชวาลและเพื่อนๆ รวมทั้งมินธาราตัดสินใจไปเที่ยวทะเลในช่วงวันหยุดแต่ไม่คิดว่าคุณอาผู้ไม่เคยว่างจะเดินทางมาหาเขาถึงอเมริกา แต่ในเวลาที่ชยากูลเดินตรงไปหาพวกเขาก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเมื่อมินธาราที่เดินถือถาดน้ำดื่มที่อาสาเดินไปเอาน้ำมาให้กับเพื่อน สะดุดขาตั้งร่มของนักท่องเที่ยวคนอื่นถลาไปด้านหน้าซึ่งมีร่างสูงของชยากูลเดินนำหน้า มินธาราถลาล้มใส่ชยากูลเป็นเหตุให้น้ำในแก้วสี่ห้าใบหกใส่ทั้งเธอและชายหนุ่ม แต่ที่แย่ไปกว่านั้นทั้งสองกลิ้งไปบนพื้นทรายเมื่อชายหนุ่มหันมารับตัวหญิงสาวด้วยสัญชาตญาณ ทั้งสองหยุดนิ่งด้วยท่าที่ชายหนุ่มคร่อมอยู่ด้านบนแต่มือรับศีรษะหญิงสาวไว้ไม่ให้กระแทกพื้น แต่แล้ว มืออีกข้างของชายหนุ่มกลับอยู่บนหน้าอกอวบของมินธาราอย่างไม่ตั้งใจ ด้วยความที่ไม่รู้จักและแรกพบสบตาดันสร้างความอับอายให้กับหญิงสาวจึงเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ถึงกับโรแมนติกไปเสียหมด แม้จะมีช่วงที่ปากของเธอไปกระแทกมุมปากของชายหนุ่มตอนถลาเข้าไปใส่ตัวของชายหนุ่มก็ตาม ผู้คนมากมายที่ยืนมองต่างอมยิ้มเมื่อเห็นชายหญิงสองคนมีฉากโรแมนติก ต่างจากสีหน้าของชายหนุ่มที่ตกใจแกมทำตัวไม่ถูกและมือยังคงค้างอยู่ที่เติม ส่วนหญิงสาวกำลังเบิกตาโพลงมองค้างที่มือของชายหนุ่มก่อนจะเงยใบหน้าขึ้นสบตา เพียงเสี้ยววินาทีหมัดหนักๆ ก็พุ่งเข้าที่เบ้าตาขวาของชายหนุ่มทันที ชยากูลรีบลุกจากตัวหญิงสาวพลางกุมมือที่ตาขวาด้วยความเจ็บปวด ชัชวาลที่เริ่มเห็นว่าเหตุการณ์ไม่ดีเมื่อมินธาราลุกขึ้นยืนมองคุณอาสุดหล่อของเขาตาเขียวด้วยความโกรธ กำหมัดแน่นเตรียมจะพุ่งเข้าใส่ชยากูลอีกครั้ง ด้วยความไวชัชวาลรีบตรงเข้าไปล็อกตัวมินธาราทันทีและรีบเคลียร์สถานการณ์พร้อมแนะนำชยากูลให้ทุกคนได้รู้จัก แม้ทุกคนจะอมยิ้มทำความรู้จักอาของชัชวาลแต่สำหรับมินธาราที่ทั้งอายทั้งเขินยังคงมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ตลอดทั้งวันจนกระทั่งถึงเวลาแยกย้ายกันกลับ หลังจากวันนั้นเธอก็ไม่เจอกับชยากูลอีกเลยแม้จะไปไหนมาไหนกับชัชวาลแต่ก็มักจะได้ยินชัชวาลคุยโทรศัพท์กับชยากูลอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งก่อนที่ทุกคนจะบินกลับไปเรียนอีกเมือง มินธาราได้พบกับชยากูลด้วยความบังเอิญระหว่างที่กำลังเดินเลือกซื้อของกับชัชวาล แต่การพบเจอกันอีกครั้งก็ต้องมีประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเมื่อชยากูลวิ่งชนเข้ากับร่างของมินธารา และก็อีหรอบเดิมแต่ที่ต่างกันก็ตรงที่มือทั้งสองข้างจับเข้าเต็มๆ มือ ด้วยความที่ชยากูลกำลังทำงานจึงรีบขอโทษและลุกขึ้นเตรียมวิ่งแต่ถูกมินธาราดึงเข้าที่คอเสื้อเอาไว้ไม่ให้หนีเพื่ออยู่เคลียร์เรื่องที่ชายหนุ่มจับหน้าอกเธอถึงสองรอบ ทั้งสองยืดเยื้อกันอยู่พักใหญ่จนตำรวจในพื้นที่เข้ามาเคลียร์ มินธาราจึงยอมปล่อยให้ชายหนุ่มกลับไปทำงานต่อ แต่ได้ทิ้งท้ายตราหน้าชยากูลเอาไว้ว่าอย่าได้เจอผู้ชายโรคจิตไร้ความเป็นสุภาพบุรุษต่อหน้าตำรวจและทุกคน เช่นเดียวกับชยากูลที่ทั้งหงุดหงิดและโมโหหญิงสาวที่ทำให้เขาเสียเวลาในการทำงานจนทำให้คนที่เขาไล่ตามคาดสายตาไปจนเกือบซวยถ้าไม่ได้ตำรวจเข้ามาเคลียร์ ชยากูลได้ตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ไม่มีความเป็นกุลสตรี ไร้คำอ่อนหวานไม่ควรมีผู้ชายมาขอบและขอให้เธอเป็นโสด อีกทั้งยังกล่าวว่า... ‘ต่อให้เหลือเธอเพียงคนเดียวบนโลกนี้ ฉันก็ไม่มีวันเอาเธอแน่นอน ยายผู้หญิงไร้มารยาท’ ชายหนุ่มได้ทิ้งท้ายเอาไว้ ซึ่งทำให้เธอเจ็บปวดและอายไม่น้อย แต่ชายหนุ่มก็เช่นกันแม้เขาจะไม่ได้ตั้งใจแต่การถูกหญิงสาวต่อว่าต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้คนมากมายทำให้เขากำลังรู้สึกถูกหญิงสาวดูถูกเหยียดหยาม หากไม่ใช่ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังทำงานก็คงไม่หงุดหงิดได้มากจนต่อว่าหญิงสาวกลับ เมื่อแยกย้ายกันกลับชัชวาลก็รีบติดต่อไปหาชยากูลเพื่อขอโทษแทนมินธาราโดยใช้เหตุผลที่ว่าเธอไม่รู้เรื่องแต่ก็ถูกคุณอาหนุ่มตอกกลับมาเสียหน้าหงายจึงเลิกยุ่งเรื่องของทั้งสองไป แต่ใครจะคิดว่าในเดือนต่อมาชัชวาลดันจับได้ว่าคุณอาหนุ่มของเขาตกหลุมรัก        มินธาราที่ตราหน้าเอาไว้ต่อหน้าผู้คนมากมาย อาจเพราะความบังเอิญหรือคนเจ้าแผนการอย่างชยากูลกันแน่ที่ทำให้หญิงสาวได้กลับมาพบชยากูลอีกครั้งในสถานบันเทิงใจกลางเมือง แต่ยิ่งไปกว่านั้นคนที่รู้เรื่องราวการพบกันในสถานบันเทิงเป็นชัชวาลเมื่อชยากูลขอความช่วยเหลือให้หลานชายพามินธารามาเที่ยวสถานบันเทิงเพื่อช่วยงานพ่วงไปด้วยความตั้งใจที่อยากเจอมินธาราอีกครั้งเพื่อขอโทษและต้องการให้เธอช่วยกำจัดผู้หญิงที่หมดประโยชน์กับเขา ทันทีที่ชัชวาลและมินธารามาถึงและสนุกสนานไปกับเพื่อนๆ ชยากูลที่นั่งอีกมุมซึ่งเห็นทุกอิริยาบถของมินธาราเพื่อรอจังหวะทำตามแผนที่วางเอาไว้ และทันทีที่ชัชวาลขอให้มินธาราเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์เพื่อสั่งเครื่องเดิมเพิ่ม ซึ่งเป็นทางที่หญิงสาวกำลังเดินตรงมาทางชยากูล ชายหนุ่มจึงสลัดแขนให้หลุดออกจากมือปลาหมึกของหญิงสาวผมบลอนด์ลุกขึ้นเดินไปประชันหน้ากับมินธาราพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มินธารามองชยากูลด้วยความสงสัยแต่เมื่อนึกออกว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นใคร เธอก็เตรียมจะต่อว่าแต่ไม่ทันชายหนุ่มที่รั้งท้ายทอยหญิงสาวพลางรั้งเอวดึงเข้ามาชิดตัว ประกบปากจูบต่อหน้านักท่องราตรีมากมายจนเกิดเสียงโหร้องแซวชยากูลและมินธารา หญิงสาวผมบลอนด์เมื่อเห็นคู่ควงที่เดินไปจูบกับผู้หญิงชาวต่างชาติกลางผับก็ลุกขึ้นเดินออกไปที่อื่นด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด ชยากูลเหลือบสายตามองไปทางด้านหลังก็พอใจที่แผนของเขาได้ผล แต่ยังคงมอบจูบแสนเร่าร้อนให้หญิงสาวจนชัชวาลนึกภาพออกได้ทันทีว่าหลังจากที่คุณอาหนุ่มของเขาผละออกจากเกิดอะไรขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าตกใจของมินธาราที่ตาโตจ้องมองชยากูลด้วยความตกใจกึ่งโมโหที่ถูกชยากูลไร้มารยาทและกระทำตัวต่อเธอไม่เป็นสุภาพบุรุษ “ลูกชายฉันช่างเจ้าแผนการเหมือนแม่เลย” คุณหญิงรสาเอ่ยขึ้นอย่างภาคภูมิใจเมื่อชัชวาลหยุดเล่าเหตุการณ์เมื่อสองปีเพื่อดื่มน้ำ “คุณย่าอย่าเพิ่งภูมิใจ มินตบเข้าเต็มๆ สองแก้มอาชยาเต็มแรงจนเป็นรอยมือเลยนะครับแถมด้วยหมัดหนักๆ เข้าที่เดิมและก็รีบกลับที่พักไปเลย ยังพูดกับผมเลยว่าจะไม่ขอเจออาชยาอีก จนผ่านมาสองปีนี่แหละครับ แต่สุดท้ายวันนี้สิ่งที่เธอตั้งใจก็ทำไม่ได้เพราะดันถูกจับคู่แบบนี้” ชัชวาลกล่าวขึ้นกับเหตุการณ์ที่เขานึกสภาพออกหลังจากที่ชยากูลถอนจูบออก “เจ็บตัวนิดๆ หน่อยๆ ให้ได้ผู้หญิงที่ชอบมาก็คุ้มนะ” คุณหญิงนรินทิพย์ แม่ของชัชวาลกล่าวขึ้นพลางมองลูกชายที่ทำตัวไม่ต่างจากชยากูลน้องชายสามี “แม่ครับ อย่ามองผมแบบนั้น อย่างน้อยผมก็ไม่เจ้าแผนการเท่าอาชยาหรอกนะครับ ดูสิ พอรู้ว่าว่าที่คู่หมั้นเป็นใครก็รีบตอบตกลงทั้งที่ปฏิเสธคุณย่ามานับครั้งไม่ถ้วน” “ก็เพราะเป็นผู้หญิงที่เขาจูบและโดนทั้งต่อยทั้งตบถึงได้สนใจเป็นพิเศษนะสิ หมอนั่นแปลกคน ผู้หญิงอ่อนหวานไม่สนใจแต่ผู้หญิงที่ห้าวหาญเหมือนหนูมินกลับชอบจนต้องวางแผน” ผู้เป็นพ่อกล่าวขึ้นมาบ้าง ซึ่งทำให้ชัชวาลรู้สึกกลัวชยากูลที่ใครๆ ก็ต่างกล่าวว่าเป็นผู้ชายจอมวางแผนและเจ้าเล่ห์ที่สุดในบ้าน หากเขาไม่ช่วยคงทำให้แฟนสาวเลิกกับเขาแน่อย่างที่ได้ขู่เอาไว้ เมื่อนึกว่าตัวเองไม่ยอมช่วยหรือทำให้โกรธจนชยากูลทำให้แฟนสาวเลิกกับเขาก็นึกสันหลังวาบกลัวขึ้นมาอย่างแปลกๆ เหมือนมีสายตาของชยากูลคอยจับตามองอยู่ตลอดเวลาอย่างไรอย่างงั้น ขนาดเขาที่วางแผนทำให้แฟนสาวใจอ่อนรับรักก็ยังยอมรับกับตัวเองเลยว่ายอมแผนชยากูล สงสัยเขาคงต้องระวังตัวเข้าข้างชยากูลเสียแล้ว สำหรับเพื่อนอย่างมินธาราแล้วเขาก็ได้แต่ขอโทษและแอบส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้อยู่ข้างหลังเสียแล้ว สำหรับงานนี้คงต้องตัวใครตัวมันละ ชัชวาลเองก็ไม่อยากเสี่ยงเสียคนรักที่กว่าจะรับรักเขาซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เสียเลย “นั่นสิ น้องคุณก็แปลกคนจริงๆ เลยนะคะ” คุณหญิงนรินทิพย์เอ่ยขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ยกเว้นชัชวาลที่รู้จักอาหนุ่มของเขาเป็นอย่างดี และเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถบอกกับใครได้แม้แต่เรื่องราวที่เขาเล่าให้ทุกคนฟังก็ไม่ได้บอกเจาะจงงานของชยากูล แต่ก็เหมือนเป็นโชคของชัชวาลที่ทุกคนมุ่งสนใจแต่เรื่องที่มินธาราและชยากูลมีเรื่องอะไรกันเท่านั้นจนลืมนึกไปถึงงานของชยากูล ชัชวาลเองก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะรู้เรื่องงานของอาหนุ่มแต่เพราะความจำเป็นจนชยากูลยอมบอกออกไป มีเพียงชัชวาลเท่านั้นที่รู้เรื่องงานของชยากูล และเขาก็ต้องเก็บเป็นความลับต่อไป   หนึ่งสัปดาห์ต่อมา หลังจากวันที่ครอบครัวของชายหนุ่มกลับไปก็ไร้การติดต่อหรือการมาหาที่คฤหาสน์อีกเลยเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ จนกระทั่งวันนี้ วันที่ชายหนุ่มมาหาเธอตั้งแต่ฟ้าสาง เสียงเคาะประตูและเอ่ยเรียกของเด็กในบ้านทำให้มินธาราตื่นจากห้วงนิทรา ลุกขึ้นจากเตียงเดินหลับตามาเปิดประตูโดยไม่รู้เลยว่าเด็กในบ้านไม่ได้ยืนอยู่หน้าประตูเพียงคนเดียว กลับมีชยากูลยืนเงียบอยู่ด้านหลังเพราะได้ความอนุเคราะห์จากพ่อและแม่ของหญิงสาวให้เดินตามเด็กในบ้านขึ้นมาหามินธาราด้วยเหตุผลที่ทุกคนเข้าใจว่าชยากูลและมินธาราเป็นแฟนกันและกำลังจะได้เป็นครอบครัวเดียวกันจึงมองว่าไม่เสียหายอะไรจึงยอมปล่อยผ่าน “มีอะไรงั้นเหรอ เรียกแต่ฟ้าสางเลย” มินธารายังคงหลับตาเอ่ยถามเมื่อเปิดประตูให้กับเด็กในบ้าน “รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและเก็บกระเป๋า เราต้องเดินทางไปนครราชสีมา” แต่เสียงที่ตอบกลับมาทำให้มินธาราลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ มองหน้าของเด็กในบ้านก่อนจะมองเลยไปด้านหลัง เมื่อเธอพบเจ้าของเสียงที่แท้จริงจึงรีบยกมือจับลูกบิดเพื่อจะปิดประตู ทว่าถูกชายหนุ่มที่มือไวกว่ารีบคว้าและเป็นฝ่ายดันเธอเข้าห้องปิดประตูล็อกแทน เด็กในบ้านยืนตกใจอยู่กับที่เมื่อตั้งสติได้จึงรีบเดินลงไปด้านล่างเพื่อรายงานคุณผู้หญิงของบ้าน ด้วยความตกใจที่ถูกชายหนุ่มเป็นฝ่ายดันเธอเข้ามาในห้องและปิดประตูล็อกให้เรียบร้อยก็ยืนอ้าปากค้างมองชายหนุ่ม ก่อนจะรีบหุบปากพลางยกมือปิดเมื่ออีกฝ่ายกล่าวแซว “แมลงวันบินเข้าเป็นสิบตัวแล้ว อ้อ เช็ดคราบน้ำลายด้วย” “เอ่อ...เดี๋ยว นี่คุณอาไม่มีสิทธิ์เข้ามาในห้องส่วนตัวของฉันนะ” เมื่อได้สติมินธาราก็รีบปรับสีหน้าและท่าทางให้เป็นตัวเองมากที่สุด “ไม่เรียกไอ้ก่อนแล้วเหรอ” “คุณอาอย่ากวนประสาทฉันได้ไหม ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะคะ” “ไม่ออก เธอต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวเก็บของ” “ไปไหน” “นครราชสีมา...เขาใหญ่” “เป็นคำทักทายที่ดูไม่ใช่คนตระกูลไชยวงศ์ตระกูลเลยนะครับ แล้วก็ถ้าจะเรียกไอ้...ไม่ต้องเรียกคุณก็ได้” “ตาชยา ลูกรู้จักหนูมินด้วยเหรอ” คุณหญิงรสากล่าวถามด้วยความฉงน แม้จะแอบตกใจที่มินธาราเรียกขานลูกชายของตัวเอง แต่ก็แอบชื่นชอบอยู่ไม่น้อย

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.5K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.9K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook