ต้นตอของปัญหา
“แกว่าไงนะไอ้ธาร!!” เสียงโหวกเหวกของขวัญจิราดังสวนขึ้นมาหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวบ้าๆ ที่หลุดออกมาจากปากเพื่อนรักที่พ่วงตำแหน่งเจ้านายด้วยใบหน้าตื่นตะลึง
คนตัวเล็กรูปร่างผอมเพรียว ผิวขาวราวกระดาษกำลังโกรธจนควันออกหู เมื่อธารธาราบอกกล่าวหน้าตาเฉยว่าจะให้เธอช่วยไปสวมรอยเป็นเมียรักของพี่ชายเพื่อเลี่ยงการแต่งงานที่ถูกโมเมเอาไว้ตั้งแต่เมื่อสามสิบปีก่อน สมัยที่คุณยายของมันยังสาวๆ โน่น
“แกจะตะโกนทำไม ฉันแค่สั่งงานเองนะ” ธารธารากะพริบตาปริบๆ มองเพื่อนด้วยท่าทางสงบนิ่ง เพราะเตรียมใจไว้แล้วว่าเจ้าตัวจะต้องโวยแบบนี้ แล้วผิดไปจากที่คิดเมื่อไหร่กัน
“สั่งงานบ้าอะไร ให้ฉันไปสวมรอยเป็นเมียพี่ชายแกเนี่ยนะ!”
“หยุดตะโกนได้มั้ย เดี๋ยวคนที่เดินผ่านไปผ่านมาข้างนอกก็ได้ยินหมดหรอก ถ้าแผนแตกแล้วมีใครไปบอกคุณยายเนี่ย ฉันไล่แกออกนะ”
ธารธารามองเพื่อนที่คบมาตั้งแต่สมัยมัธยมด้วยรอยยิ้ม คำว่าไล่ออกไม่มีผลต่อคนฟัง ข้อนี้เธอรู้ดีเพราะไม่มีทางที่ขวัญจิราจะลาออกง่ายๆ เพราะหากเอาเข้าจริงเธอและพี่ชายก็คงไม่เซ็นให้ง่ายๆ อยู่ดี
“แกจะมาไล่ฉันออกด้วยเรื่องอะไรมิทราบ!” เธอตวาดกลับเสียงดัง ไม่ลดเสียงลงแม้แต่น้อย อารมณ์คุกรุ่นในใจไม่จางหายหลังจากได้ฟังเรื่องราวบ้าๆ นั่นจากปากเพื่อน
“ก็เรื่องที่แกไม่ช่วยพี่ชายฉันไง”
ขวัญจิราอยากกรี๊ดออกมาดังๆ กับประโยคนั้นของเพื่อน มองธารธาราด้วยสายตาขุ่นเคืองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พร้อมกับเดินมาทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ยกมือขึ้นมากอดอกแล้วจ้องหน้ากลับอย่างเอาเรื่อง ไม่เข้าใจว่ามันจะมาไม้ไหนกันแน่
“แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบหน้าเขา”
“เหตุผลล่ะ?” หญิงสาวถามกลับ ใบหน้ายังคงยิ้มแย้มราวกับไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรกับอาการโมโหโทโสของคนตรงหน้า
“ขี้เก๊ก กวนประสาท ไม่มีมารยาท ไม่มีน้ำใจ และไร้เหตุผล!”
ขวัญจิราพรั่งพรูทุกความรู้สึกออกมา นึกไปถึงใบหน้ากวนประสาทของของนายธาดาแล้วยิ่งหงุดหงิด เจอหน้ากันทีไรไม่อยากเข้าใกล้ เพราะคำพูดไร้มารยาทของเขาและการกระทำเถื่อนๆ ที่ชอบทำใส่เธอนั่นแหละคือปัญหาใหญ่ที่ทำให้เธอไม่ชอบเขา กลับกัน...หากวันนี้คนที่เธอต้องไปช่วยเหลือเป็นเฮียธี พี่ชายคนโตของธารธารา เธอจะตอบตกลงรับข้อเสนอนี้โดยไว ไม่มีเกี่ยงงอนเลยแม้แต่คำเดียวด้วยซ้ำ!
“ตายละ...นี่เฮียธามเลวร้ายขนาดนั้นเชียวหรือ ไม่ยักรู้มาก่อน” หญิงสาวไหวไหล่ไปมาเล็กน้อยราวกับไม่รู้สิ่งใดทั้งนั้น
“อย่ามาทำเป็นไม่รู้ แกรู้ดีกว่าใครเพราะแกเป็นเพื่อนฉัน!”
“ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้นแหละ และหมายความว่าฉันก็จะไม่รับรู้ด้วย ว่าแกจะรู้สึกอะไรกับเฮียธาม เพราะงานนี้แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ!”
“ไอ้ธาร!” ขวัญจิราเรียกเพื่อนอย่างเหลืออดเพราะหมดความอดทนเสียดื้อๆ ไม่คิดว่าจะกล้ามัดมือชกกันขนาดนี้
“เงินตั้งสองแสน งานสองเดือน แกจะไม่สนใจจริงๆ หรอ ไม่มีงานไหนสบายเท่านี้แล้วนะ แถม...”
ธารธาราเงียบไปชั่วครู่ราวกับครุ่นคิดบางอย่าง ก่อนจะล้วงมือลงไปในกระเป๋าสะพายใบหรูแล้วยื่นกระดาษสีขาวหนึ่งใบมาตรงหน้า ขวัญจิรามองดูตัวเลขที่ถูกเขียนกำกับไว้ พร้อมลงลายมือชื่อเฮียธีเสร็จสรรพ ทำให้เจ้าตัวเข้าใจได้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว
“จะเล่นอะไรของแก ป๊ากับแม่แกรู้เรื่องนี้ด้วยมั้ย” ขวัญจิราถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลง แต่ยังคงห้วนกระด้างเพราะไม่สบอารมณ์อยู่ลึกๆ
“ป๊าน่ะรู้ แต่แม่ไม่รู้หรอกว่าพวกฉันวางแผนเอาไว้แบบนี้ ขืนรู้ขึ้นมาอาจจะถูกคุณยายหลอกถามเอาได้ง่ายๆ น่ะสิ”
“แล้วทำไมต้องเป็นฉัน?” สุดท้ายความอยากรู้ก็เอาชนะความโกรธเกรี้ยวในใจได้
“เพราะยายอินทุอรมันร้าย ผู้หญิงคนอื่นเอาไม่อยู่หรอก แล้วก็...เฮียเป็นคนเลือกแกเอง ฉันกับเฮียธีก็เห็นด้วยกับความคิดนี้แค่นั้นแหละ”
“เห็นด้วย?”
“เออ...จะตะโกนทำไม อยู่ใกล้แค่นี้เอง”
“มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะไอ้ธาร แกบอกว่าจะให้ฉันไปอยู่กับพี่ชายขี้เก๊กของแกในฐานะเมีย และฉันก็ต้องอยู่ห้องเดียวกับเขาเพราะคุณยายของแกไม่เชื่อแน่ว่าเขาจะมีเมียไปแล้ว นี่มันไม่ใช่เรื่องตลกนะ!”
“แลกกับเงินสามแสนนี่ยังตลกไม่ออกอีกหรอ?”
“อย่าเอาเงินมาฟาดหัวกันแบบนี้!”
“เปล่าฟาด แต่ยื่นให้ดีๆ เลยล่ะเพื่อนรัก”
ธารธาราตอบด้วยรอยยิ้มจนทำให้ไฟคุกรุ่นของขวัญจิราเตรียมปะทุขึ้นมาอีกรอบ ก่อนจะได้อ้าปากพ่นวาจาไม่น่าฟังออกไปประตูกระจกบานใหญ่ก็ถูกผลักเข้ามา และผู้มาใหม่นี่เองที่ทำให้ขวัญจิราจำต้องสงบเสงี่ยมลง แต่ไม่ลืมที่จะส่งสายตาคาดโทษไปให้เพื่อนสนิทที่ยืนไม่ห่าง
“สวัสดีค่ะป๊า” หญิงสาวยกมือไหว้ตามหน้าที่ แม้ว่าในใจยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้าพ่อของธารธาราและตัวปัญหาใหญ่ในตอนนี้ก็ตาม
ก็แล้วมันเรื่องอะไรที่พี่น้องบ้านนี้ต้องมาขอความช่วยเหลือเรื่องนี้ด้วยเล่า! ฉันไม่ใช่แม่พระ และไม่ใช่คนเห็นแก่เงินนะ!! นึกอยากจะตะโกนออกไปแบบนี้แต่ก็ไม่กล้า
“คุยกันเรียบร้อยแล้วหรือยัง ป๊าจะได้โทรบอกธามให้มารับขวัญ”
“คุยแล้ว ยัยขวัญตกลงค่ะป๊า”
“ไม่ตกลงค่ะ!” ขวัญจิราสวนขึ้นทันควัน ไม่ยอมให้นังเพื่อนรักงูพิษของตัวเองมัดมือชกกันได้ง่ายๆ
“อ้าว...” ท่านถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเดินนำไปนั่งที่โซฟารับแขก ทั้งขวัญจิราและแม่เพื่อนรักที่พ่วงตำแหน่งเจ้านายจึงต้องเดินมานั่งเคียงข้างกันในเวลาต่อมา
ความเงียบขรึมราวกับใช้ความคิดบางอย่างอย่างหนักทำให้หญิงสาวรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมา รู้เต็มอกว่าท่านเป็นนักเจรจาชั้นยอด จึงค่อนข้างกลัวหากท่านจะเสนอบางสิ่งออกมาและอาจจะเผลอตะครุบมันเข้าให้เพราะความเสียดาย ป๊ากระเป๋าหนักและใจถึง คุณสมบัติข้อนี้ทำให้ขวัญจิรากลัวท่านมากที่สุด และยิ่งรู้ว่าหากท่านมาเจรจาด้วยตัวเองแบบนี้ ยิ่งไม่มีทางรอด
“รถที่ขวัญอยากซื้อให้แม่...ป๊าจะจัดการให้”
นั่นปะไร...ข้อเสนอใหญ่พร้อมความใจถึงของท่านทำให้เธอกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อกเลยเชียว