bc

มรรคารัก

book_age18+
498
ติดตาม
5.1K
อ่าน
จบสุข
เย่อหยิ่ง
ผู้สืบทอด
หวาน
ชายจีบหญิง
วิทยาลัย
like
intro-logo
คำนิยม

“ฉันไปทำอะไรให้คุณหนักหนา คุณถึงเกลียดฉันขนาดนี้” “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ ... ไอ้ดวงตาใสซื่อของเธอ มันกำลังบอกว่าเธอจ้องจะงาบพ่อฉันอยู่” “ไหนๆ จะเป็นแม่เลี้ยงฉันแล้ว ขอเจิมสักหน่อยก็แล้วกัน ...!!!” เมื่อรักเข้าแทรกกลางระหว่างใจปากที่พร่ำบอกว่าไม่รักจะทำอย่างไร ...จะคว้าเธอไว้ ... หรือ จะปล่อยเธอไป ...มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
Impressions ความประทับใจ
เมลดา เด็กสาวในวัย 20 ปี ยืนมองบ้านของเธอด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม มือเล็กถือกระเป๋าเสื้อผ้าใบโตไว้แน่น ร่างบางอยู่ในชุดดำเหมือนกำลังไว้อาลัยให้กับเหตุการณ์ใดอยู่ ดวงตากลมโตมองบ้านตรงหน้าด้วยแววตาปวดร้าว “บ้านหลังนี้เป็นบ้านของหนู คืนบ้านให้หนูนะคะ” เธอยื่นมือเข้าไปในซี่ประตูเพื่อขอความเห็นใจ แต่เจ้าของรายใหม่กลับดูรำคาญการกระทำของเธอเสียเหลือเกิน “นังหนู พ่อแม่เอ็งเป็นหนี้เจ้านายฉันตั้งสิบล้าน ถ้าเอ็งมีตังค์พอค่อยมาซื้อคืนละกันนะ ฮะฮ่า ไปไป๊ ! อย่ามาเกะกะ คนจะทำงาน” ชายชุดสีดำตามแบบยูนิฟอร์มพูดเพื่อตัดรำคาญ ตอนนี้ในบ้านของเธอกำลังมีการเคลื่อนย้ายฟอร์นิเจอร์กันวุ่นวาย ของบางส่วนที่ขายได้ถูกยกขึ้นไว้บนรถสิบล้อ ของบางส่วนที่ยังดีอยู่ถูกปรับเปลี่ยนจากตำแหน่งเดิมไปจนหมดสิ้น ต้นมะลิน้อยหน้าบ้านถูกฟันทิ้งจนเหลือแต่ตอ เมลดาร้องไห้สะอื้นหนัก มะลิต้นนั้นเธอกับแม่ช่วยกันปลูกก่อนที่เธอจะไปเรียนเมืองนอก แม่บอกเธอว่าอย่างน้อยจะได้มีต้นมะลิ เป็นตัวแทนของมะลิ ซึ่งเป็นชื่อเล่นของเธอ ‘ทำไมแม่ถึงปลูกต้นมะลิล่ะคะ ปลูกดอกแก้ว มันจะหอมกว่านะคะ’ เมลดาถามผู้เป็นแม่ด้วยสายตาใคร่รู้ มัทนา หญิงสาวในวัยห้าสิบกว่าปีมองหน้าลูกสาวช่างสงสัยก่อนจะตอบขึ้น ‘มะลิไปเรียนตั้งสี่ปี อย่างน้อยก็มีต้นมะลิน้อยต้นนี้ไว้แทนตัวลูกสาวแม่ แม่จะหมั่นรดน้ำ พรวนดิน ให้มะลิน้อยต้นนี้งดงาม รอวันที่ลูกสาวของแม่กลับมานะจ๊ะ’ ภาพความทรงจำที่ไหลวนเข้ามายิ่งทำให้คนร่างบางน้ำตาไหลจนนองหน้า เมลดากอดรูปครอบครัวเอาไว้แนบอก เธอหลับตาลงไม่อยากจะเห็นภาพตรงหน้า ... มันทำร้ายจิตใจเกินไป ปิ๊มมม !! เสียงบีบแตรรถดังขึ้นจากด้านหลัง ราวกับเป็นระฆังที่ช่วยปลุกให้เธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง เจ้าของบ้านคนใหม่หรอ ? เธอคงจะยืนขวางทางเข้าบ้านสินะ ... มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาลวกๆพลางขยับตัวไปให้พ้นจากประตูหน้าบ้าน ไม่นานชายเจ้าของรถก็เดินลงมา อายุอานามด้วยสายตาคงจะราวๆหกสิบปี ร่างสูงของผู้อาวุโสอยู่ในชุดสูทราคาแพง เขาเดินลงมาจากรถคันหรูนั้นก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กสาว “หนูชื่อ เมลดา หรือมะลิใช่มั้ย” เสียงอบอุ่นถามขึ้นอย่างมีระยะห่าง คนถูกถามค่อยๆเงยใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยน้ำตาขึ้น เสียงใสสั่นเครือพยายามปั้นน้ำเสียงกลั้นสะอื้น “ค่ะ ... คุณคือ ...” “ลุงชื่อกำจร เป็นนายของพ่อหนู ก่อนที่พ่อหนูจะตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเอง เขาทิ้งจดหมายเอาไว้ในห้องทำงานของลุง ลุงเพิ่งจะเจอมันวันนี้เอง” มือหนายื่นกระดาษแผ่นเล็กให้เด็กสาวตรงหน้า เมลดาค่อยๆรับจดหมายจากผู้อาวุโสด้วยสายตาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ‘ฝากมะลิ ลูกสาวผมด้วย ขอบคุณนายที่เลี้ยงดูผมและครอบครัวผมอย่างดี และผมขอโทษที่ทำแบบนี้ ... เอนก’ ทันทีที่อ่านจบ คนร่างบางถึงกับปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง คำขอสุดท้ายในจดหมายแผ่นนี้พ่อเธอเป็นคนเขียนเองกับมือ เพียงชั่วแวบเดียวเมลดาก็สามารถจำลายมือผู้เป็นพ่อได้ทันที “พ่อของหนู ทิ้งสร้อยเส้นนี้ไว้ในจดหมายด้วย ลุงเลยเอามันติดมาให้หนูเพื่อจะได้ยืนยันว่า ลุงมาที่นี่เพราะเป็นคนเดียวที่พ่อหนูไว้ใจฝากหนูไว้กับลุงได้” ประธานกำจร ยืนกล่องกำมะหยี่สีแดงให้กับเมลดา เด็กสาวรับไว้ด้วยมือที่สั่นระริกและเมื่อเปิดกล่องออกสร้อยคอเงินเส้นเล็กก็ปรากฏต่อหน้า จี้มุกสีขาวล้อมรอบไว้ด้วยคริสตัล “สร้อยนี่ เป็นสร้อยของแม่ค่ะ แม่สวมไว้ตลอดเวลา มะลิจำได้” เมลดามองของต่างหน้าอย่างรักใคร่ แต่จะให้เลือก เธอขอเลือกเป็นชีวิตพ่อกับแม่เสียดีกว่า ของต่างหน้าราคาแพงเท่าใดมันก็ไม่มีค่าไปมากกว่าความรักในครอบครัว เด็กสาวหันกลับไปมองบ้านที่ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นของเธอ คงต้องตัดใจแล้วสินะ เธอคิด พ่อคงรู้ว่าไม่นานบ้านหลังนี้คงจะตกไปอยู่ในมือของคนอื่น พ่อจึงทิ้งจดหมายที่เป็นคำขอสุดท้ายนี้ไว้ให้กับคนที่พ่อไว้ใจมากที่สุด “วันเผาเอนกกับมัทนา ลุงมีนัดทำบายพาสหัวใจ จึงไม่ได้ไปส่งคนทั้งคู่” เมลดาไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาพูดมันจะจริงหรือไม่ แต่ความรู้สึกบางอย่างในใจมันกลับบอกให้เธอเชื่อและไว้ใจเขา “ไปอยู่กับลุงนะมะลิ ลุงจะดูแลและส่งเสียหนูให้เหมือนลูกสาวคนนึงของลุงเอง เอนก พ่อของหนู เป็นทั้งเพื่อนที่ดีและที่ปรึกษาที่ซื่อสัตย์ของลุง นี่คงจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ลุงจะทำให้เค้าได้” เมลดามองหน้าชายผู้สูงวัยกว่าด้วยสายตาที่ใช้ความคิด ของทั้งสองสิ่งในมือมันก็เป็นเครื่องยืนยันได้แล้วว่าพ่อคงมีจุดประสงค์จะฝากฝังเธอไว้กับชายผู้นี้จริงๆ เด็กสาวหันกลับไปมองบ้านในอดีตที่เคยเป็นของตนอีกครั้ง จะอย่างไรการที่เธอมีที่ซุกหัวนอนในคืนนี้มันก็คงจะดีกว่าระหกระเหินเร่ร่อนเดินไปเรื่อยๆโดยไม่มีจุดหมายอย่างแน่นอน “ขอบคุณที่คุณลุงเมตตาสงสารมะลินะคะ มะลิจะช่วยงานคุณลุงให้สุดความสามารถเลยค่ะ” ‘คุณลุง’ ผู้นั้นยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นเมลดาไว้ใจและยอมไปกับเขาแต่โดยดี เด็กคนนี้มีเงาของเอนกอยู่ไม่ใช่น้อย ทั้งดวงตาที่มุ่งมั่นและอุปนิสัยช่างคิด ฉันจะดูแลลูกสาวแกเอง เอนกเพื่อนรัก รถเบนซ์ของประธานกำจร แล่นเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ เมลดากอดรูปถ่ายของพ่อและแม่แน่น ไม่รู้ว่าชีวิตนับจากนี้จะเป็นอย่างไรภายในบ้านหลังใหญ่หลังนี้ เธอทำได้แค่ภาวนา ขอให้เธอใช้ชีวิตที่นี่ได้อย่างปกติสุข คนรถจอดรถหน้าประตูบ้าน เด็กสาวชะเง้อมองเข้าไปข้างในก็รู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กลงไปทันที บ้านที่แสนจะโอ่อ่าใหญ่โต บนผนังมีภาพวาดจากจิตรกรชั้นเอกหลายคน เมลดาสะดุดตาภาพครอบครัว ภาพนั้นมีคุณลุงกำจร นั่งเก้าอี้ทองอยู่กึ่งกลางภาพ โดยที่มีชายหนุ่มแรกรุ่นคนหนึ่งประกบทางซ้ายและทางขวาข้างเป็นชายหนุ่มวัยทำงานหน้าตาหล่อจัดยืนประกบอยู่ “เข้าไปข้างในเถอะ หนูจะได้พักผ่อน” ท่านประธานกำจรเดินนำเมลดาเข้ามาในบ้าน ท่านเดินทิ้งระยะกับเด็กสาวพอสมควรเพื่อไม่ให้ผู้มาใหม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป “เอ๊ะ ! นั่นพ่อพาใครมาน่ะ” ยังไม่ทันได้เข้าห้องโถง เสียงชายวัยแตกหนุ่มก็ดังขึ้น เมลดาหยุดยืนหลังท่านกำจรอย่างมีมารยาท ดวงตาคู่สวยค่อยๆเงยตรงหน้า นั่นใครกันนะ ทำไมทำให้ใจสั่นได้ขนาดนี้ แม้ชายผู้นั้นจะอยู่ในชุดลำลองสบายๆแต่ทว่ากลับดูดีอย่างไม่น่าเชื่อ เด็กสาวผู้ไม่ประสาถึงกับมองตาค้าง หัวใจมันกวัดแกว่งเร็วขึ้นจนเธอแทบจะหายใจไม่ทัน ‘ใคร’ คนนั้น ละสายตาจากหนังสือในมือพลางตวัดสายตามองมายังเธอ เขาคงรู้ตัวว่าถูกมอง ... ไวเท่าความคิด เมลดารีบหลุบตาลงต่ำ พยายามรักษาระดับการหายใจให้ปกติที่สุด “หนูมะลิ นี่กอปรตระกูล หรือกูล ลูกชายคนเล็กของลุง ส่วนนี่กรภพ หรือพี่กร ลูกชายคนโตของลุงเอง” เมลดายกมือสวัสดีลูกชายเจ้าของบ้านทั้งสอง “ตากูล อายุเท่าหนูนะ วันหลังก็ช่วยสอนให้มันเป็นผู้เป็นคนบ้าง” “โธ่ พ่ออ่ะ ทุกวันนี้ผมก็เป็นผู้เป็นคนอยู่นะฮะ พ่อชอบใส่ร้ายลูกตัวเองอยู่เรื่อย” กอปรตระกูลทำหน้าบึ้งอย่างขัดใจตามประสาน้องสุดท้อง แต่ใบหน้าหวานๆของแขกผู้มาใหม่มันก็ทำให้เขาอดจะถามขึ้นไม่ได้ “ว่าแต่คนสวยนี่เป็นใครฮะ มีแฟนรึยัง จีบได้มั้ย” “เบาๆหน่อยไอ้เสือ นี่หนูมะลิ ลูกสาวเพื่อนพ่อเอง ฝากแกสองพี่น้องดูแลด้วยนะ น้อย ... น้อย ... มาทางนี้หน่อย” ประธานกำจรเอ่ยสั่งลูกชายทั้งสองอย่างหนักแน่น ก่อนที่ปลายประโยคจะหันไปเรียกแม่บ้านวัยไล่เลี่ยกับเมลดาที่เช็ดโต๊ะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล “ขา คุณท่าน น้อยมาแล้วค่ะ” สาวใช้ที่ชื่อน้อย วางมือจากงานของตนก่อนจะรีบปรี่เข้ามารับคำสั่ง “พาคุณมะลิไปที่ห้องพักไป หากเธอต้องการอะไรก็จัดหาให้เธอด้วยนะ” “ค่ะ คุณท่าน” รับคำเสร็จสิ้น น้อยก็เดินนำเมลดาขึ้นบันไดเพื่อจะนำเธอไปที่ห้องพัก ร่างบางก้าวฉับๆเดินตามน้อยไป แต่ทว่าก่อนจะขึ้นบันได เด็กสาวรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องอยู่ เมลดาหยุดกึก ใบหน้าสวยค่อยๆหันไปสบตากับเจ้าของสายตานั้น กรภพมองมาที่เธอนิ่ง ใบหน้าหล่อของเขาดูชะงักไปเมื่อเธอมองกลับบ้าง เขาคลี่ยิ้มน้อยๆให้เธอ และเพราะรอยยิ้มนั่นเองกลายเป็นเมลดาที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ คนร่างบางตัวสั่นวิ่งขึ้นไปบนบันไดอย่างประหม่า กรภพหลุดขำออกมาเมื่อเห็นทีท่าของเด็กสาว มะลิ ... กรภพทวนในใจ ชื่อมะลิ งั้นหรอ ... น้อยนำเมลดาเข้ามาในห้องที่ถูกจัดเตรียมไว้ แม้ในบ้านหลังใหญ่นี้จะมีหลายห้องแต่การทำความสะอาดก็ต้องแบ่งโซนกันทำ ห้องรับแขกจริงๆที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งยังไม่ได้ทำความสะอาดดีนัก เนื่องจากบ้านหลังนี้ไม่ค่อยมีแขกแวะเวียนมาพักสักเท่าไหร่ หากมีคู่เจรจาเดินทางมาจากต่างประเทศ ท่านประธานกำจรจะเปิดห้องสูทโรงแรมในเครือศุภกรุ๊ปให้พักเสียมากกว่า “คุณมะลิพักห้องนี้ก่อนนะคะ ห้องรับแขกยาแนวในห้องน้ำมันหลุดน่ะค่ะ ต้องรอให้ช่างมาซ่อม ถ้าเรียบร้อยเมื่อไหร่น้อยจะแจ้งอีกทีนะคะ” น้อยยิ้มเจื่อนๆ บ้านท่านประธานกำจรใหญ่อย่างกะอะไร มิหนำซ้ำ แม่บ้านที่ดูแลเรื่องงานทำความสะอาดก็มีเพียงสองสามคนเท่านั้น เมลดายิ้มรับ เธอเดินเข้าไปในห้องพลางสำรวจไปรอบๆ “แล้วนี่ห้องใครกันหรอน้อย ไม่ใช่ห้องรับแขกหรอกหรอ” “ห้องคุณกันต์ ลูกชายคนกลางของคุณท่านน่ะค่ะ หลังจากเรียนจบเธอก็ไปทำงานช่วยเหลือสัตว์ที่แอฟริกาอะไรประมาณนี้แหละค่ะ น้อยก็จำไม่ค่อยได้ เธอไม่ได้กลับมาบ้านอีกเลยเกือบๆสี่ปีได้แล้วมังคะ ห้องนี้ก็ถูกปิดไว้แต่คุณท่านก็สั่งให้วางของทุกอย่างให้เหมือนเดิม น้อยก็เลยต้องมาปัด กวาด เช็ด ถูห้องนี้ทุกวันตามคำสั่งคุณท่านนั่นแหละค่ะ” น้อยบรรยายเสียยาวเหยียดขณะเปิดม่านออก ห้องนี้ถือเป็นห้องที่สามารถมองออกไปยังสวนด้านหลังบ้านได้อย่างชัดเจน แม้จะรู้ว่าไม่ใช่ห้องของตน แต่เมื่อได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติแบบนี้เธอก็อดจะชอบห้องนี้ไม่ได้เสียแล้ว “ห้องนี้ทำเลดีมากๆเลยนะ มองออกไปฝั่งหนึ่งเห็นสวนด้านหลัง ส่วนอีกด้านหนึ่งก็เห็นไปถึงประตูรั้วบ้าน ฉันว่าคุณกันต์อะไรนี่คงจะมีวิสัยทัศน์พอตัว” “ใช่ค่ะ คุณมะลิ ห้องนี่ถูกปรับปรุงใหม่ตอนคุณกันต์เธอเรียนชั้นมัธยมปลาย เธอสั่งให้ทุบผนังทำหน้าต่างแบบ 360 องศา แต่เรื่องวิสัยทัศน์นี่ น้อยก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะ ว่าเธอจะมีมั้ย แหะๆ” เมลดาถึงกับหันมองหน้าคนพูดอย่างไม่เข้าใจ ผู้ชายที่ใช้วิชาชีพของตัวเองเพื่อรักษาสัตว์ในดินแดนที่ห่างไกลบ้านแบบนั้นน่ะหรอที่ไม่มีวิสัยทัศน์ แต่ถามมากไปก็ใช่เรื่อง เธอจึงเก็บความสงสัยนั้นไว้ “ถ้าคุณมะลิมีอะไรที่ต้องการบอกน้อยได้นะคะ คุณท่านให้น้อยมาดูแลคุณมะลิ น้อยก็จะทำสุดความสามารถเลยค่ะ” “ขอบใจมากจ้ะน้อย” เมลดารู้สึกขอบคุณออกมาจากใจจริง การมาอยู่ต่างที่แบบนี้ เธอก็แค่หวังว่าจะให้มีที่ซุกหัวนอนไปวันๆ แต่เปล่าเลย คนในบ้านนี้กลับให้การต้อนรับเธออย่างอบอุ่นทั้งๆที่เพิ่งจะรู้จักกันแท้ๆ น้อยยิ้มแป้นแล้นดูภูมิใจกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เสียงใสแจ้ว “ถ้าอย่างนั้น น้อยไม่กวนคุณมะลิแล้วค่ะ เชิญคุณมะลิพักผ่อนนะคะ” เธอคว้าไม้กวาดที่วางไว้ก่อนจะเดินฉับๆออกไปจากห้อง หลังจากที่น้อยเดินออกไปแล้ว เด็กสาวก็จัดการปิดประตูเพื่อจะจัดของให้เข้าที่เข้าทาง มือบางจัดเสื้อผ้าเข้าตู้อย่างเป็นระเบียบ แม้ห้องนี้จะเป็นห้องของผู้ชายมาก่อนแต่เธอก็ไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจแม้แต่น้อย อาจจะเป็นเพราะความสะอาดและระยะเวลาที่ผ่านมานานเกือบสี่ปี เมลดาจึงรู้สึกว่าห้องนี้เป็นห้องของเธอเองเสียมากกว่า ทว่า กรอบรูปที่วางอยู่ตรงหัวนอนทำให้เด็กสาวหยิบมันขึ้นมาดู คนในภาพเป็นหญิงสาวในวัยกลางคนแม้จะดูมีอายุแต่ทว่าเธอยังดูสวยมาก ส่วนบนตักของเธอคือเด็กชายผมบ๊อบคนหนึ่งที่นอนยิ้มยิงฟันมายังกล้อง เมลดาอดยิ้มตามออกมาไม่ได้ กรรมพันธุ์หน้าตาดีครอบครัวนี้คงจะตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นสินะ เพราะเด็กในภาพที่อายุน่าจะราวๆ หกถึงเจ็ดขวบแม้จะตัวเปื้อนมอมแมมแต่หน้าตาน่าเอ็นดูเลยทีเดียว “ขอฉันยืมห้องคุณหน่อยนะคะ คุณกันต์” เมลดามองเด็กในภาพด้วยรอยยิ้ม พลางวางกรอบรูปนั้นไว้ในตำแหน่งเดิมก่อนจะหันไปหยิบกรอบรูปพ่อแม่ของเธอเพื่อนำมาวางไว้ข้างๆกัน หลังจากจัดของเสร็จเรียบร้อยแล้ว ร่างบางจึงทิ้งตัวนอนลงบนเตียงนุ่มอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนที่ความอ่อนล้าจะพาเปลือกตาสวยปิดลง ... กว่าจะรู้ตัวก็ปาไปเกือบสามทุ่ม คนหมดแรงลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ อารมณ์ง่วงหายไปหมดสิ้นตอนนี้เหลือแต่อารมณ์หิวที่มาประท้วงอยู่ร่ำๆ เมลดาดีดตัวลุกออกจากเตียงเพื่อไปจัดการอาบน้ำให้สดชื่น ด้วยความหิวเธอจึงใช้เวลาอาบน้ำเพียงไม่นานก็ลงมาด้านล่าง ตอนนี้บ้านทั้งบ้านเงียบกริบแต่ไฟยังสว่างจ้าอยู่ คนร่างบางรีบเดินดุ่มๆเข้าไปในครัว โชคดีที่ดูเหมือนน้อยจะแบ่งอาหารไว้ให้เธอ เมลดาจึงจัดการสรรพอาหารที่วางอยู่จนเรียบวุธ เมื่อท้องอิ่มแล้ว เด็กสาวจึงตัดสินใจไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน สวนที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างเป็นธรรมชาติ มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาในยามกลางวัน และมีสระน้ำเล็กๆที่ให้มองในยามค่ำคืน เมลดานั่งลงริมสระน้ำ กลิ่นดอกแก้วลอยพัดมาตามลม เสียงหรีดหริ่งเรไรร้องเหมือนเพื่อนคลายเหงา แต่ทว่าบรรยากาศเช่นนี้กลับสร้างความโดดเดี่ยวให้กับใจของเด็กสาวอย่างประหลาด ดาวบนฟ้าที่มีนับล้านดวง เมลดารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงธุลีเล็กๆในห้วงจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ เธอตัวคนเดียว ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ซึ่งเปรียบเสมือนเสาหลักให้เธอเช่นวันก่อน ไม่มีญาติมิตร เธอไม่มีแม้แต่บ้านของตัวเองด้วยซ้ำไป ... พ่อจ๋า แม่จ๋า มะลิอยากให้พ่อกับแม่มาอยู่ด้วยกันตรงนี้ ... หัวใจดวงน้อยร่ำร้องอย่างสุดทน ความอ้างว้างในยามค่ำคืนยิ่งทำให้เธอคิดถึงความทรงจำในขณะที่มีพวกท่านอยู่ เสียงหัวเราะ เสียงหยอกเย้ามันหล่อหลอมให้เธอโหยหาความรู้สึกนั้น เธอแค่อยากหัวเราะ อยากหยอกล้อกับพ่อและแม่ดั่งวันก่อนๆ แต่ตอนนี้ เธอกลับมานั่งในคฤหาสน์หลังใหญ่ซึ่งมีแต่คนแปลกหน้า ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีเสียงหัวเราะของพ่อ ไม่มีเสียงเรียกของแม่อีกต่อไป “มะลิคิดถึงพ่อกับแม่ คิดถึงเหลือเกิน” หยดน้ำตาที่ไหลออกมาแทนคำพูดในใจได้เป็นอย่างดี ดวงตาคู่สวยมองไปสุดขอบฟ้าไกล เธอแค่หวังว่าพ่อและแม่กำลังเฝ้ามองเธออยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง “เอ่อ ... ขอนั่งด้วยคนได้มั้ย” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นทำให้เมลดารีบปาดน้ำตาในทันที ร่างสูงของใครบางคนค่อยๆนั่งลงข้างๆเธอ กลิ่นอาฟเตอร์เชฟของเขาทำให้เมลดารู้สึกปั่นป่วนในใจพิกล “พี่ชงโกโก้ร้อนมาดื่มเอง แต่คืนนี้ดูเหมือนมีคนต้องดื่มมากกว่าพี่ซะละ” คนตัวเล็กค่อยๆลอบมองใบหน้าของคนข้างๆ แม้จะเห็นดวงหน้าหล่อเพียงเสี้ยวหน้า แต่สันจมูกที่รับกับสันกราม ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกคนไม่ประสาขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว กรภพวางแก้วโกโก้ร้อนไว้ระหว่างตัวเขาและเด็กสาว ชายหนุ่มในวัยสามสิบปีดูขัดเขินแปลกๆยามอยู่ข้างๆเมลดาคนนี้ “มานั่งนานแล้วหรอคะ” เขาเริ่มต้นถาม “ค่ะ มะลิมาแย่งที่นั่งพี่กรรึเปล่าคะ” เมื่อได้ฟังคำตอบ คนร่างสูงถึงกับหลุดหัวเราะออกมา ท่าทีเลิ่กลั่กของคนร่างบางเมื่อตอนกลางวันกำลังจะกลับมาอีกครั้ง “พี่ไม่ใช่เด็กสามขวบที่จะมาหวงนั่นหวงนี่นะคะ ถ้าจะหวงคนรักก็ว่าไปอย่าง“ กรภพอยากจะตบปากตัวเองที่พูดอะไรเสี่ยวๆแบบนั้นไป ก่อนจะออกมายังสวนหลังบ้าน เขาเห็นเธอมานั่งอยู่นานแล้วจึงอุตส่าห์พูดกับตัวเองอยู่หน้ากระจกเสียหลายรอบ แต่พอเอาเข้าจริงๆไอ้บทพูดที่เตรียมมากลับหายวับไปซะอย่างนั้น เมลดาก้มหน้านิ่งจนเขาไม่รู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไร คนที่เคยมั่นใจตัวเองเริ่มชักจะใจเสีย กรภพเสหน้าไปทางอื่นเพื่อพยายามหาคำพูดอื่น เอาไงดีว้า ... “พี่กรชอบดูดาวหรอคะ” เมลดาตัดสินใจทำลายความเงียบลง คนถูกถามดูเหมือนจะโล่งอกที่เด็กสาวเป็นฝ่ายชวนคุยบ้าง เขายิ้มน้อยๆก่อนจะตอบเสียงเรียบ “ค่ะ เวลาดูดาวเหมือนเราได้ปลดปล่อยความคิดให้เป็นอิสระอย่างบอกไม่ถูก ...” ดวงตาแดงก่ำของเด็กสาวสะกิดใจเขาทันทีที่สบตากัน เมลดาฝืนยิ้มเจื่อนๆพลางก้มหน้าลงมองปลาในสระ เธอถอนหายใจเบาๆ “แม่ของมะลิก็ชอบดูดาวค่ะ มะลิชอบดูดาวกับแม่ ตอนนี้เลยชักจะงอแง คิดถึงพ่อกับแม่ขึ้นมา” เสียงใสตอบสั่นๆ เมลดาพยายามกลั้นก้อนสะอื้นลงไปในลำคอ เธอไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าใคร เธออยากให้พ่อแม่สบายใจว่าเธอเข้มแข็งและอยู่ได้ มือหนายื่นผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินเข้มไปตรงหน้าของเด็กสาว เมลดาชะงักไปไม่คิดว่าเขาจะรู้ว่าเธออ่อนแออย่างนี้ เธอหันมองชายที่ส่งผ้าเช็ดหน้าให้ ก็พบว่าเขากำลังส่งยิ้มน้อยๆมาให้ แววตาของเขาสะท้อนความห่วงใยจนเธอรู้สึกได้ “ขอบคุณนะคะ” เธอรับผ้าเช็ดหน้านั้นไปซับน้ำตาที่ไหลออกมาช้าๆ “ในโลกนี้ไม่มีใครสมหวังไปหมดทุกอย่างหรอกนะ เราต้องเรียนรู้มัน ยอมรับ และอยู่กับมันให้ได้ ต่อจากนี้มะลิอย่าคิดว่าตัวเองอยู่ตัวคนเดียว ขอให้มะลิรู้ไว้ว่ามะลิยังมีพี่ข้างๆเสมอ” เมลดาไม่เคยฟังคำพูดใดที่ทำให้รู้สึกอุ่นใจเท่านี้มาก่อน ในยามที่เธอขาดไร้ที่พึ่ง เธอขอแค่สักคนที่จะอยู่ข้างๆเธอแบบนี้ก็เกินพอ มะลิ เชื่อใจพี่ได้ใช่ไหมคะ

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.9K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.4K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.4K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
33.9K
bc

รอยแค้นแห่งรัก

read
55.7K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook