อาปรางค์
สามคนแล้ว” เสียงแหลมนั่นดังลั่นห้องรับแขกของบ้าน ห้องที่ไม่ค่อยได้ใช้รับแขกเหมือนชื่อสักเท่าไหร่ บางครั้งเขาอยากจะเปลี่ยนให้คนในบ้านเรียกมันว่าห้องประชุมเสียด้วยซ้ำ ตามประโยชน์การใช้งานที่คนในบ้านมักจะมานั่งประชุมกันในห้องนี้เสมอ ค่ำวันนี้ก็เช่นกัน และเรื่องที่ทุกคนหยิบยกมาพูดกันก็ไม่ล้วเรื่องของเขา ผู้ชายเพียงคนเดียวของบ้านหลังนี้ โซฟาตัวใหญ่ลายดอกไม้สีเทาตั้งอยู่กลางห้อง เจ้าของเสียงแหลมเมื่อครู่นั่งอยู่กลางโซฟา มีสาวใช้นั่งบีบนวดขาให้ ทำให้เขาคิดถึงฉากละครที่เคยดูบ่อยๆ คุณยายของเขาจับพัดจีนแสนสวยที่ท่านชอบมีติดมือไว้เสมอ โบกพัดลมใส่ตัวเองแรงๆ ทั้งที่อากาศในห้องก็เย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอุณหภูมิตัวใหญ่ที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียนบนเพดานห้อง
“สามคนแล้วนะ แม่ปราย ดูลูกชายหล่อนสิ แม่หรืออุตส่าห์นัดหลานสาวเพื่อนให้มากินข้าวด้วย แต่ละคนหน้าที่การงานดีๆทั้งนั้น หน้าตาก็สะสวยน่ารัก นิสัยก็ดี เหมาะจะเป็นเมียเป็นแม่ของลูกทั้งนั้น แต่ลูกชายหล่อนทำให้สาวๆเปิดแน่บตั้งแต่สิบนาทีแรกที่เจอกัน ไม่ทันจะกินข้าวหมดจานด้วยซ้ำไป สามรายซ้อนในสามเดือน อกแม่จะแตก”
พูดไปคุณยายเขาก็กระพือพัดในมือแรงขึ้นตามไปด้วย คราวนี้คุณยายของเขาคงจะโกรธจริงๆ ชายหนุ่มเพียงคนเดียวในห้อง ที่นั่งอยู่ตรงโซฟาอีกตัวยิ้มน้อยๆ เขาประสานมือบนหัวเข่าที่ยกขาไขว่ห้างไว้ มองอาการโกรธของญาติผู้ใหญ่ ถ้าเขาทำอะไรให้คุณยายถูกใจ สรรพนามที่เรียกเขาก็จะเป็น ‘ หลานชายของยาย’ แต่เมื่อไหร่ที่เขาทำให้ท่านไม่พอใจ หรือโมโห จากหลานชายของยายจะกลายเป็น ‘ ลูกชายของหล่อน’ เหมือนที่ท่านเพิ่งพูดไปเมื่อครู่
หล่อนในที่นี้ คือมารดาเขาที่นั่งทำหน้าอ่อนอกอ่อนใจอยู่ในห้องนี้ด้วย ท่านปรายตามองเขาแล้วก็ขึงตาใส่เมื่อเห็นเขายังยิ้มได้ทั้งที่ตกเป็นจำเลยของคนทั้งบ้าน
“ยังมีหน้ามายิ้มอีกนะปรางค์”
“คุณแม่จะให้ผมร้องไห้หรือครับ ไม่น่าดูหรอก ตาช้ำด้วย”
ปรางค์พูดยิ้มๆ เลยโดนคนที่นั่งใกล้ที่สุดยื่นมือมาหยิกเขาไม่แรงนัก “อุ๊ย! ป้าปริม เจ็บนะครับ”
“เจ็บเสียบ้างจะได้รู้ตัว เราน่ะทำป้า ทำแม่ ทำคุณยายโมโหแล้วยังจะมาทำหน้าทะเล้นอีกนะ”
ปริมทำเสียงดุใส่หลานชายเพียงคนเดียว ลูกของปรายแก้ว น้องสาวของตน หยิกไม่แรงเท่าไหร่หรอกนางรู้ดี เพราะตัวเองทั้งรักทั้งหลงหลานชายคนนี้ เลี้ยงมาเองกับมือตั้งแต่สมัยน้องสาวหอบท้องหนีผัวมากลับมาจากเมืองนอก มีหรือจะกล้าหยิกให้เป็นรอยจริงๆ แต่อดหมั่นไส้พ่อตัวดีไม่ได้ ดูสิ... ขนาดมารดาเธอ ประยงค์นั่งทำตาพองมองอยู่ก็ยังมีหน้ามายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ยั่วให้หญิงชรา ประมุขของบ้านหลังนี้โกรธอยู่ได้
“ตาปรางค์ เมื่อไหร่เราจะยอมมีเมียเสียที สามคนแล้วนะที่ยายสรรหามาให้เราดูตัว เราก็ทำเขากระเจิงไปหมด ซ้ำร้าย ตอนนี้ยายพยายามขอนัดลูกนัดหลานสาวใครให้เรา ก็มีแต่คนบ่ายเบี่ยง คงเอาไปพูดไปเล่าต่อๆกันหมดทั้งบางแล้วเรื่องวีรกรรมที่เราทำไว้ แล้วแบบนี้เมื่อไหร่เราจะได้มีลูกมีเมียเสียที จะให้นามสกุลยายมันกุดที่รุ่นเราหรือไง”
คนแก่ที่สุดในบ้านถามเสียงดัง ค้อนควักหลานชายอย่างโกรธๆ นางเป็นถึงคุณประยงค์เจ้าของตลาดตั้งสี่ตลาด มีตึกพาณิชย์ให้เช่าทั้งที่ฝั่งธน ทั้งแถวบางเขน แต่ละที่ราคาที่ดินสูงๆแพงๆทั้งนั้น แต่กลับไม่มีบ้านไหนกล้าให้ลูกสาวมากินข้าว มาทำความรู้จักกับหลานชายเพียงคนเดียวของนาง มันน่าเจ็บใจใช่เล่นที่ไหน มิหนำซ้ำเวลาเอ่ยปากเกริ่นๆยังโดนเหน็บกลับว่าควรหาหลานเขย ไม่ใช่หลานสะใภ้ ไปๆมาๆ แทนที่จะได้ดองก็กลายเป็นถอง ประยงค์ไม่มีวันยอมให้ใครมาว่าหลานชายสุดที่รักฝ่ายเดียวแน่ เถียงกลับไปจนตัดเพื่อนไม่เผาผีเสียก็หลายคน วันนี้ก็เช่นกัน นางสู้อุตส่าห์ติดต่อเพื่อนคนหนึ่งที่หลานเป็นถึงทนายความชื่อดัง เป็นสาวทำงานหน้าตาสะสวยปราดเปรียว หว่านล้อมจนฝ่ายนั้นบอกให้หลานสาวมากินข้าวกับหลานชายนางที่ร้านอาหารในห้างหรู ตอนนางไปกับหลานชาย ก็เห็นทนายความสาวคนนั้นมองปรางค์อย่างพอใจอยู่ แต่พอประยงค์กับยายของฝ่ายนั้นเช่นกันแยกตัวไปเพื่อให้คนหนุ่มคนสาวได้คุยกัน ยี่สิบนาทีเท่านั้นแหละ หลานสาวเขาก็โทรมาฟ้องยายเป็นฉากๆ ว่าหลานชายตัวดีของนางทำอะไรบ้าง จนเพื่อนเก่าเพื่อนแก่พลอยสะบัดหน้าเดินหนีนางไปอีกคน ทิ้งให้นางยืนงงอยู่กลางร้านเครื่องประดับที่มาเดินดูของด้วยกัน แล้วเจ้าหลานตัวแสบก็เดินมาหานางพร้อมบอกหน้าตาระรื่นว่า
‘กลับบ้านกันครับคุณยาย กลับไปทานข้าวเที่ยงที่บ้านอร่อยกว่าเป็นไหนๆ’
พอมาถึงบ้านก็เลยเป็นอย่างที่เห็น ประยงค์หายใจแรงจนปลายจมูกพะเยิบ
“หรือชาตินี้จะไม่เอาแล้วเมีย จะมีผัวแทน หา... ตาปรางค์”
หญิงชราถามประชดอย่างหงุดหงิด
“คุณยายล่ะก็” หลานชายเพียงคนเดียวพูดเสียงอ่อน เขาลุกเดินมานั่งที่พื้นข้างผู้เป็นยาย ปรายแก้วกับปริมมองตากัน แล้วก็พยักหน้าให้กันเป็นอันรู้ว่า ประเดี๋ยวเถอะ แม่ของพวกตนจะต้องหายโกรธเป็นปลิดทิ้งเมื่อหลานชายสุดสวาทขาดใจควักไม้ตายขึ้นมา และก็จริง เมื่อปรางค์เกยคางบนเข่าของหญิงชรา จับมือที่เหี่ยวย่นตามวัยของนางมาแนบใบหน้า เขากดจมูกโด่งเป็นสันของตนที่ได้จากสายเลือดตะวันตกครึ่งหนึ่งในตัวที่หลังมือของประยงค์สองสามครั้ง สูดกลิ่นน้ำอบสมัยเก่าที่ยายเขาชอบใช้เข้าโพรงอกลึกๆ แล้วพึมพำ
“ชื่นใจของหลาน”
เท่านั้นแหละ ตัวเลขความดันที่พุ่งปรี๊ดแทบติดเพดานก็ดิ่งลงเป็นปรกติ อารมณ์ร้อนๆเพราะว่าโมโหเย็นวาบอย่างรวดเร็ว ประยงค์ถอนหายใจมองพ่อตัวดีที่พอมาอ้อน นางก็ใจแข็งด้วยไม่ได้สักครั้งอย่างหมั่นไส้แกมเอ็นดู วันนี้หมั่นไส้มากหน่อยเลยดึงมือที่อีกฝ่ายหอมเอาๆมาหยิกแก้มเขาเบาๆ แต่พอเจ้าตัวร้องก็ตกใจรีบลูบๆ วางพัดแล้วใช้ให้สาวใช้ที่เขยิบหลบให้ชายหนุ่มมานั่งแทนไปเอายามาทาแก้มของหลานตนเอง
“ไม่ต้องมาอ้อนยายเลยนะตาปรางค์ สามสิบห้าสามสิบหกเข้าไปแล้ว คิดว่าน่ารักหรือไง”
“แล้วรักผมไหมล่ะครับคุณยาย”
เขายิ้ม คราวนี้คนแก่เลยเอานิ้วชี้จิ้มหน้าผากแรงๆ
“ไม่ต้องมาทำประจบ ยายยังโมโหเราอยู่นะ ไปทำอีท่าไหน หนูลักษณ์ถึงได้โทรมาฟ้องยายเขาฉอดๆ จนเพื่อนยายสะบัดหน้าเดินหนียายไปเลย”
“ผมเปล่าทำอะไรสักหน่อย”
ปรางค์บอกเสียงทุ้ม นึกถึงใบหน้าคุณทนายสาวที่เบิกตากว้างมองเขาจิบน้ำชาร้อนในร้านอาหารญี่ปุ่นแล้วกลั้นยิ้ม ไม่อย่างนั้นเป็นได้โดนยายหยิกเอาจริงๆแน่ เขาไม่ได้ทำอะไรจริงๆ แค่จับจอกน้ำชาแล้วแกล้งดีดนิ้วก้อยให้กระดก ทำน้ำชาหกรดตักตัวเองแล้วก็อุทานดังๆว่า
‘คุณพระ!’ ก่อนจะกรีดนิ้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขลิบลูกไม้ฝรั่งเศสราคาแพงที่แอบดึงมาจากลิ้นชักของป้าปริมเมื่อตอนเช้าออกมาเช็ดไปกระพือขนตาไป เพียงเท่านี้เอง คู่นัดดูตัวของเขาก็ทำหน้าเหมือนเห็นผี
“แน่ใจนะตาปรางค์”
“แน่สิครับ ผมไม่ได้ทำอะไรหยาบคายต่อหน้าน้องเขาเลยจริงๆ”
เขาออกจะสุภาพเรียบร้อยมากๆเสียด้วยซ้ำ นี่ถ้านั่งพับเพียบกินข้าวด้วยได้ เขาทำไปแล้ว ชายหนุ่มลอบถอนหายใจเมื่อยายพยักหน้าให้แกนๆ ซบหน้ากับตักคุณยายเสียหน่อย ซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้อย่างแนบเนียน