ตอนที่1 เด็กหญิงวัย5ขวบ
เริ่มร้ายกลายรัก
ตอนที่1 เด็กหญิงวัย 5 ขวบ
เสียงไซเรน รถพยาบาล และกู้ภัยดังระงม ร่างผู้ประสบอุบัติเหตุถูกส่งมาที่โรงพยาบาล หมอและพยาบาลต่างรีบเร่งที่จะทำงานแข่งกับเวลา เพื่อช่วยเหลือคนไข้อย่างสุดความสามารถ
เด็กหญิงวัย5ขวบนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่เพียงลำพังหน้าห้องฉุกเฉินเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด เธอมาที่นี่พร้อมกับแม่แต่ว่าแม่อยู่ด้านในพี่พยาบาลคนสวยบอกว่าให้รออยู่ที่นี่เผื่อว่าพ่อตามมาจะได้พบ แต่ว่าพี่พยาบาลไม่ได้ถามเธอสักคำว่าเธอมีพ่อไหม ?
ในเมื่อไม่มีแล้วนั้นสิ่งเดียวที่เด็กอย่างเธอทำได้ก็คือเธอต้องนั่งรอแม่จนกว่าแม่จะออกมา เพราะว่าเธอไม่สามารถจะไปที่ไหนได้อีกแล้วนอกจากรอแม่เท่านั้น
อีกด้านหนึ่งเจ้าสัวใหญ่ที่ได้รับข่าวว่าลูกชายและลูกสะใภ้ประสบอุบัติเหตุนั้นก็รีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วงทั้งสองคนเป็นอย่างมาก กว่าจะมาถึงก็ใช้เวลานานพอสมควร เมื่อมาถึงแล้วนั้นสิ่งที่ได้รับก็คือข่าวร้ายของบ้าน เมื่อหมอออกมาแจ้งว่าทุกคนเสียชีวิตทันทีที่มาถึงโรงพยาบาล
เด็กน้อยยังคงร้องไห้ระงม เจ้าสัวเดินไปหาพร้อมกับนั่งยองๆแล้วล้วงผ้าเช็ดหน้าให้กับเด็กน้อยคนนั้นก่อนที่ท่านจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและอบอุ่นทำให้เด็กที่ได้ฟังอยู่นั้นรู้สึกถึงความปลอดภัย
“เด็กน้อยหนูร้องไห้ทำไมเหรอคะ“ เด็กน้อยปาดน้ำตาแล้วเงยหน้ามามอง...พร้อมกับรับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตา
“แม่หนูอยู่ข้างในค่ะ” เสียงเล็กๆ สะอื้น.. “เขาพาแม่ไปตั้งนานแต่ยังไม่ออกมา พี่พยาบาลบอกว่าให้นั่งรอก่อนจนกว่า...” เด็กน้อยสะอื้นไห้ออกมาเพราะจุกแน่นในอก
สุพจน์คนสนิทของเจ้าสัวกระซิบ...”แม่เธอคือคนที่คุณชายใหญ่ขับรถชนครับ” เมื่อได้ฟังดังนั้นเจ้าสัวพยักหน้า...
“แล้วพ่ออยู่ไหนเดี๋ยวจะไปส่ง กว่าแม่จะออกมาคงใช้เวลาอีกนาน” ท่านเจ้าสัวพยายามปลอบเด็กหญิงตัวน้อยที่นั่งร้องไห้อยู่ตรงหน้า
“พ่อไม่มีค่ะ..พี่พยาบาลบอกว่าให้นั่งรอพ่อ พ่อมาจะได้หากันเจอ แต่หนูไม่มีพ่อหนูเลยต้องนั่งรอแม่ค่ะ” เสียงเล็กๆเอ่ยออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ทำชายวัยกลางคนถึงกับสะอึก
คำตอบนี้นั้นเล่นเอาหัวใจคนแก่ทรุดฮวบ...
“เด็กน้อยหนูชื่ออะไรล่ะลูก” เจ้าสัวเอ่ยถามออกมาอีกครั้ง
“ชื่อหมวยค่ะ”..หมวยตอบเจ้าสัวทั้งน้ำตา
“ฟังนะหมวย ตอนนี้แม่หนูเขาไป ...ต่างประเทศแล้ว”
“แม่ฝากให้หนูไปอยู่กับฉัน หนูต้องไปอยู่ที่บ้านกับฉันว่ายังไงล่ะหนูจะไปไหม?” เจ้าสัวเอ่ยออกมาทำเอาสุพจน์ถึงกับต้องรีบเบรกเอาไว้
“นายท่าน!!”
เจ้าสัวหันไปหาสุพจน์แล้วส่ายหน้า
“ไปอยู่ด้วยกัน..แม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงที่บ้านมีสนามเด็กเล่น มีสระว่ายน้ำ มีคนดูแล มีพี่ชายด้วยนะ ตอนนี้พี่ชายก็คงร้องไห้เหมือนหมวย” เจ้าสัวเริ่มใช้จิตวิทยาในการคุยกับเด็กน้อย
หมวยหันมามอง “ทำไมคะ?”
“เพราะว่า พ่อแม่พี่ชายก็ฝากให้ฉันดูแลเหมือนแม่หมวยไง พี่ชายเลยร้องไห้ไม่ต่างจากหมวย”
หมวยพยักหน้า...”พ่อแม่พี่ชายไปต่างประเทศเหมือนกันเหรอคะ?” เด็กน้อยถามด้วยความอยากรู้
เจ้าสัวได้แต่พยักหน้า “เอาล่ะงั้นต่อไปเรียกฉันว่าคุณปู่นะ ไหนเรียกซิ”
“ค่ะคุณปู่”
“ดีมากงั้นเรากลับกันเหอะ” เจ้าสัวลุกขึ้นพร้อมกับจูงมือ หมวยเอาไว้ เจ้าสัวหันมาสั่งสุพจน์...”จัดการพิธีศพให้ถูกต้องตามศาสนาด้วย”
“ครับท่าน”
รถยนต์หรูแล่นเข้าไปในบ้าน หมวยดูตื่นเต้นจนลืมเรื่องแม่ เจ้าสัวจูงหมวยเข้ามาในบ้าน คนงานในบ้านต่างมารอย่างใจจดใจจ่อ
นมแจ่มแม่บ้านของที่นี่เอ่ยถามเมื่อเห็นท่านเจ้าสัวเข้ามาพร้อมกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง “นายใหญ่เป็นไงบ้างคะท่าน”
“ให้ทุกคนแต่งชุดดำแล้วไปที่วัด” สิ้นเสียงเจ้าสัวทุกคนในบ้านต่างร้องไห้กันระงม
นมแจ่มเอ่ยถาม “เด็กนั่น”
“ทุกคนฟังนะนี่ หมวย ต่อไปจะมาอยู่ที่นี่ในฐานะหลานฉัน ขอให้ทุกคนดูแลให้ดีด้วย อย่าให้รู้นะว่าใครต่อต้าน”
ชายหนุ่มวัย15ปีวิ่งมาหา...”คุณปู่ครับ พ่อกับแม่ผมเป็นไงบ้าง”
เจ้าสัวเดินเข้าไปหาหลานชายเพียงคนเดียว “พ่อแม่ไปสบายแล้ว ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวจะได้ไปวัด”
“แล้วนี่ใคร เด็กที่ไหนกันครับ??” ชายหนุ่มชี้มาที่หมวย
เจ้าสัวเดินมาจับมือหมวยแล้วพามาหาหลานชายเพียงคนเดียวของท่าน “นี่หมวย ต่อไปจะมาอยู่ที่นี่ในฐานะน้องสาวแกต้องดูแลน้องดีๆ นะ”
หมวยยกมือไหว้อย่างรู้งาน “สวัสดีค่ะพี่ชาย”
“เรียกพี่ว่าพี่เสือสิ” เจ้าสัวรีบบอกหมวยทันที
“ค่ะ คุณปู่ ...สวัสดีค่ะพี่เสือ”
“คุณปู่!! พ่อกับแม่ผมตายคุณปู่ยังมีอารมณ์พาเด็กที่ไหนก็ไม่รู้มาเป็นน้องผมอีกเนี่ยนะบ้าไปแล้ว”
เสือโกรธวิ่งเข้าห้องไป
“นมแจ่มพาหมวยไปอาบน้ำ แล้วจัดห้องให้ด้วย เสื้อผ้าก็ไปจัดการมาให้เรียบร้อย อย่าให้มีอะไรที่ขาดตกบกพร่องไปได้เข้าใจไหม”
“ค่ะท่าน.. ไปกันค่ะคุณหนูเดี๋ยวนมแจ่มพาไปพักนะคะ”
“ค่ะ” หมวยรับคำอย่างว่าง่าย
เจ้าสัวตามเสือไปที่ห้อง
“คุณปู่ทำอะไรเนี่ย พ่อแม่ผมตายคุณปู่ยังมีอารมณ์พาเด็กที่ไหนไม่รู้มาเลี้ยงอีก”
“ฟังปู่นะหมวยคือลูกของคนที่พ่อแม่แกขับรถไปชนเขาจนตายนั่นแหละ แล้วจะให้ปู่ทำไงในเมื่อหมวยเขามีแค่แม่คนเดียว หรือต้องให้ทิ้งเขาให้อยู่ตามลำพัง ถ้าพ่อแม่ของเสือไม่ได้ชนเขาปู่จะไม่ยุ่งเลย เสือไม่เห็นหรอกว่าน้องน่าสงสารแค่ไหนในตอนที่นั่งรอแม่อยู่หน้าห้องไอซียู น้องต่างกับเสือมากเลยนะ ปู่อยากให้เสือรักและเอ็นดูน้องบ้าง”
ท่านเจ้าสัวบอกหลานเพียงคนเดียวของท่านด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนทำเอานายเสือเถียงแทบไม่ได้
“เสือ.....”
“บ้านช่องเราก็ใหญ่โตสมบัติที่ปู่มี แค่เลี้ยงหมวยเพิ่มก็ไม่ทำให้ลดลงหรอก ดีกับน้องให้มากๆนะ แกยังมีปู่ ถ้าหมวยอยู่คนเดียวเขาไม่มีใครเลยนะ คิดดูเหอะว่าพ่อแม่เราน่ะ พรากชีวิตแม่เขาไปนะ”
คำตอบของคุณปู่นั้นแทงใจดำของเสือเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ชายหนุ่มได้แต่นิ่งเงียบ