ตอนที่1ทาบทามสู่ขอ+เตรียมตัวแต่งงาน
ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งแถวชานเมือง
“เจ้าจะว่าอย่างไรสำหรับสิ่งที่ข้าขอ” ฮ่องเต้ทรงตรัสถามอออมา
“ว่าอย่างไรซีเออร์มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าพ่อแล้วแต่เจ้า” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถาม
“หม่อมฉันตกลงเพคะฝ่าบาท แต่หม่อมฉันขอคำสัญญาจากพระองค์เพียงข้อเดียวจะได้หรือไม่เพคะถ้าพระองค์ให้หม่อมฉันได้หม่อมฉันก็ยินดีทำตามคำขอของพระองค์เพคะ
“ได้ ข้าตกลง ว่าแต่เจ้าจะขออะไรจากข้าเจ้าขอมาได้เลยข้ายินดี” ฮ่องเต้เอ่ยออกมา
“ขอบพระทัยเพคะ สิ่งที่หม่อมฉันจะขอก็คือ….”
“เจ้าคิดดีแล้วรึ? ได้ถ้าอย่างงั้นเจ้าเตรียมตัวให้พร้อมอีก 10 วันข้างหน้าข้าจะให้คนมารับเจ้าเข้าวังหลวงเพื่ออภิเษกสมรสกับโอรสของข้า ฮ่า ฮ่าๆๆๆๆ”
“หม่อมฉันน้อมรับพระบัญชาเพคะ”
“ส่วนเจ้าอาลู่ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง นางก็เปรียบเหมือนบุตรสาวของข้าเหมือนกัน ข้าจะดูแลนางเอง และข้าก็เชื่อว่านางต้องเก่งและฉลาดอย่างเจ้านางเป็นถึงบุตรสาวอดีตท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉีเชียวนะ ฮ่า ฮ่าๆๆๆ” ฮ่องเต้ตรัสกับสหายรัก
“กระหม่อมขอบพระทัยฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะที่รักและเอ็นดูนางเหมือนกับบุตรสาวคนหนึ่ง” เถาลู่เจียงเอ่ยบอกฮ่องเต้ซึ่งเป็นสหาย
“อาลู่ ข้าบอกเจ้าแล้วยังไงว่าเวลาอยู่กับข้าเช่นนี้ห้ามเจ้าใช้คำราชาศัพท์กับข้ายังไงเจ้าก็คือสหายรักของข้าข้าไม่ถือ”
“เอ่อ…ข้าเข้าใจแล้ว แล้วเจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าวิธีนี้จะได้ผล”
“ก็คงต้องลองดูแต่ข้าเชื่อในฝีมือซีเออร์เหมือนที่ข้าเคยเชื่อในฝีมือเจ้า” ฮ่องเต้ตรัสออกไปตามความรู้สึกจริงๆ
“ข้าไปก่อนนะอาลู่ ไปกันเถอะซ่งหยวน ซ่งเหยียน”
“พ่ะย่ะค่ะ /พ่ะย่ะค่ะ” ซ่งหยวน ซ่งเหยียนองครักษ์หนุ่มสองพี่น้องข้างกายฮ่องเต้ขานรับพร้อมกัน
การที่ฮ่องเต้จ้าวม่านฉีทรงเดินทางออกจากวังมาอย่างเงียบๆ เพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าพระองค์เดินทางมาทำอะไรที่นี่ เพราะไม่ต้องการให้มันเอิกเกริกพระองค์ไม่ชอบความวุ่นวายถ้าเลือกได้พระองค์ก็คงเลือกที่จะไปอยู่แบบเถาลู่เจียงสหายรักของเขานั่นเอง แต่ด้วยภาระและหน้าที่ ที่เขาต้องทำเพื่อราษฎรในแผ่นดินแคว้นฉี เขาจึงเลือกที่จะอยู่เป็นฮ่องเต้ต่อไป เพราะไม่อาจสละบัลลังก์มังกรให้กับคนอื่นได้ในตอนนี้
วังหลวง
“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย” ทหารที่เฝ้าพระตำหนักฮ่องเต้ ถวายความเคารพต่อองค์ชาย
“อืมลุกขึ้นเถอะ ข้ามาหาเสด็จพ่อ” องค์ชายจ้าวซือเยว่บอกความประสงค์ของพระองค์ออกไป
“ทูลองค์ชายฮ่องเต้ไม่ได้ประทับอยู่ในพระตำหนักพ่ะย่ะค่ะ”ทหารหน้าตำหนักกล่าวรายงาน
“แล้วเสด็จพ่อเสด็จไปที่ใด เจ้าทราบหรือไม่”
“เอ่อ กระหม่อม..มะ..ไม่ทราบเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าแน่ใจรึ” องค์ชายถามอีกครั้ง
“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมทราบแต่เพียงว่าพระองค์เสด็จออกจากวังไปพร้อมกับองครักษ์ข้างกายอีกสองนายแต่ไม่ทราบว่าพระองค์เสด็จไปที่ใดพ่ะย่ะค่ะ” ทหารรายงานตามที่เขาทราบ
“ออกนอกวังไปกับซ่งหยวนและซ่งเหยียนอย่างงั้นหรือ? เสด็จพ่อออกไปทำอะไรนอกวังโดยไม่บอกกล่าวให้ผู้ใดทราบเลย แปลกจริงๆๆ”
“แปลกจริงๆๆ พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย” จางเหว่ยองครักษ์คู่กายขององค์ชายจ้าวซือเยว่เอ่ยขึ้น
“เจ้ามีอะไรกับพ่อรึ? ซือเยว่” ฮ่องเต้ทรงเอ่ยถามโอรสของเขา
“ลูกมีเรื่องจะทูลขอเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ”
“ขออะไรรึ? พูดมาสิพ่อก็มีธุระจะคุยกับเจ้าเหมือนกัน”
“ลูกจะทูลขอเสด็จพ่อทรงประทานอนุญาติให้ลูกรับถังลู่ฟางมาเป็นพระชายาของลูกพ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ได้พ่อไม่อนุญาติ นางไม่เหมาะกับเจ้า หรอกซือเยว่เชื่อพ่อสิและพ่อก็ได้หาคนที่เหมาะสมกับเจ้ามาแต่งงานกับเจ้าแล้ว”
“อะไรนะพ่ะย่ะค่ะ ท่านพ่อจะให้ลูกแต่งงานกับใครหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าต้องแต่งงานกับเถาอวิ๋นซีบุตรสาวของอดีตแม่ทัพเถาสหายรักของพ่อในอีก 10 วันข้างหน้า”
“แต่…”องค์ชายจ้าวซือเยว่เอ่ยท้วง
“ไม่มีแต่ ทุกอย่างได้เตรียมการไว้หมดแล้ว ถ้าเจ้าไม่แต่ง ตำแหน่งองค์รัชทายาทเจ้าก็ไม่สมควรได้รับ”
“เสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อจะให้หนี้บุญคุณที่ท่านแม่ทัพเถาเคยช่วยชีวิตเสด็จพ่อเอาไว้เมื่อครั้งออกรบมาเป็นข้ออ้างที่จะให้บุตรสาวของตัวเองมาเป็นชายาของลูกไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ”
“มันไม่ได้เกี่ยวกับหนี้บุญคุณหรอกซือเยว่ บอกไปเจ้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดี”
“เสด็จพ่อก็อธิบายให้ลูกๆ ฟังสิพ่ะย่ะค่ะลูกจะได้เข้าใจ”
“พ่อเคยบอกเจ้าแล้ว”
“แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับถังลู่ฟางพ่ะย่ะค่ะ ลูกไม่เข้าใจว่าทำไมเสด็จพ่อถึงไม่ชอบนาง ทั้งที่นางก็เป็นบุตรสาวขุนนางชั้นสูง กริยามารยาทก็เรียบร้อยงดงาม หาใครเทียบได้ไม่ ทุกคนก็พากันต่างชื่นชมนางกันทั้งนั้นจะมีก็แต่เสด็จพ่อนี้แหละพ่ะย่ะค่ะ ลูกไม่เข้าใจจริงๆ”
“เอาละๆ พ่อไม่มีอะไรจะพูดกับเจ้าแล้ว เจ้ากลับไปก่อนเถอะ เตรียมตัวให้ดีล่ะสำหรับการเป็นเจ้าบ่าวในอีกสิบวันข้างหน้า เจ้าสาวของเจ้าน่ารักนิสัยดีเหมาะกับเจ้าที่สุดพ่อเชื่อว่าสักวันเจ้าต้องหลงรักนางเป็นแน่ ฮ่า ฮ่า ฮ่าๆๆ ซ่งหยวน ซ่งเหยียนห้ามใครรบกวนข้าข้าต้องการพักผ่อน” หลังจากนั้นฮ่องเต้ก็ทรงเสด็จเข้าห้องบรรทมทันทีโดยไม่หันหลังกลับมามองสีหน้าของโอรสของตนเองเลยว่ามีสีหน้าเป็นอย่างไร
จวนตระกูลถัง
“องค์ชายว่าอะไรนะเพคะ องค์ชายจะทรงแต่งงานกับบุตรสาวอดีตแม่ทัพเถา ในอีกสิบวันข้างหน้างั้นหรือเพคะ แล้วหม่อมฉันละเพคะองค์ชาย หม่อมฉันรักพระองค์นะเพคะ แล้วอย่างนี้หม่อมฉันจะทำเช่นไรหรือจะให้หม่อมฉันตัดใจจากพระองค์ หม่อมฉันทำไม่ได้เพคะหม่อมฉันเสียใจนะเพคะ ฮื้อ ฮื้อๆ” ถังลู่ฟางแสร้งทำเป็นบีบน้ำตาร่ำไห้ องค์ชายจ้าวซือเยว่เห็นดังนั้น จึงรีบเข้าไปปลอบทันที พระองค์ทรงรู้สึกเสียพระทัยมากที่ทำให้หญิงสาวอันเป็นที่รักต้องผิดหวังทั้งที่เขารับปากกับนางแล้วว่า จะแต่งนางเป็นชายาเอกของเขาคนเดียวเท่านั้น
“เจ้าอย่าร้องไห้ไปเลยฟางเออร์ เดี๋ยวข้าจะหาวิธีแก้ไขเอง”
“วิธีอันใดหรือเพคะ”
“ถ้ามันเลี่ยงไม่ได้ก็คงต้องงานกับนางไปก่อน แต่ข้าจะไม่แตะต้องนางเด็ดขาด ข้าจะรอเจ้า”
“ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันก็จะรอองค์ชายเช่นกันเพคะ”
“วันนี้ข้าขอตัวกลับก่อน ไว้วันหลังข้าจะมาใหม่”
“เชิญองค์ชายเสด็จเพคะ” จากนั้นองค์ชายจ้าวซือเยว่ก็เสด็จออกไปจากจวนตระกูลถังเพื่อกลับตำหนักของตัวเอง
1 เค่อผ่านไป(15นาที)
‘เพล้งงง!’ เสียงแจกันที่ถูกขว้างไปกระทบกับผนังห้องอย่างแรงแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ
“มันเป็นใคร ถึงบังอาจมาแย่งของๆ ข้า” ถังลู่ฟางเอ่ยออกมาด้วยความโมโห มันจะเป็นใครก็ช่างถ้ามาขวางทางของนางมันต้องตาย
"เถาอวิ๋นซี เจ้าบังอาจนัก"