ตอนที่ 1 ผู้หญิงของหมอหัสดี
@โรงพยาบาลเซนต์เคย์
“อ้าว เวรละ!!”
เสียงบ่นอย่างหัวเสียที่ดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกลตามมาด้วยเสียงทุบตู้เครื่องดื่มดังปึงปังทำให้ม่านไหมละสายตาจากแก้วโกโก้ในมือหันไปมองต้นเสียง ก่อนจะหลุดขำออกมาเบาๆ
“คุณหมอเอาตังค์ไหมไปหยอดก่อนก็ได้ค่ะ”
เธอเอ่ยกับวิสัญญีแพทย์หนุ่มหน้าตาอิดโรย แววหงุดหงิดปรากฏชัดบนใบหน้าหล่อเข้มเมื่อไม่ได้เสพคาเฟอีนอย่างที่ตั้งใจเพราะโดนตู้กินเหรียญที่หยิบมาแค่พอดีไปฟรีๆ
“อา ขอบใจ”
คนตัวโตหันมาหยิบเหรียญบนฝ่ามือเล็กไปหยอดอีกครั้ง ดวงตาคมใต้กรอบแว่นจ้องตู้เครื่องดื่มตาไม่กระพริบ เหมือนกำลังลุ้นหวยรางวัลที่ 1 จนกระทั่งได้ยินเสียงตู้อัตโนมัติเริ่มทำงานเจ้าตัวถึงได้ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ก่อนจะหันมาหาคนที่ให้ยืมเหรียญที่ยืนลุ้นจนตัวโก่งไม่แพ้กัน
“ขอบใจนะ เดี๋ยวฉันคืนให้วันหลัง” คุณหมอวิสัญญีเอ่ยกับหญิงสาวในชุดนักศึกษาที่เพิ่งช่วยชีวิตเขาไว้หมาดๆ
“ไม่เป็นไรค่ะ”
ม่านไหมส่งยิ้มให้ เธอยืนรออยู่จนกระทั่งเห็นว่าคุณหมอตัวโตได้กาแฟเรียบร้อยแล้วจึงถอยกลับไปนั่งที่โซฟาเหมือนเดิม
“มาเฝ้าคุณแม่ใช่ไหม?”
หัสดีถามขึ้นหลังจิบกาแฟหมดไปครึ่งแก้ว พอคาเฟอีนเริ่มซึมเข้าสู่กระแสเลือดคุณหมอวิสัญญีก็เริ่มมีสติพอจะพูดคุยกับคนอื่นได้
“ค่ะคุณหมอ”
ดวงตาแสนเหนื่อยล้าของคุณหมอหนุ่มอ่อนแสงลงวูบหนึ่งเมื่อเห็นแววตาเศร้าสร้อยของคนตรงหน้าที่แม้จะพยายามฝืนยิ้มแค่ไหนมันก็ปิดไม่มิด เด็กคนนี้แทบจะกินนอนอยู่ที่โรงพยาบาลมา 3 เดือนแล้วตั้งแต่ผู้เป็นแม่ซึ่งเป็นหัวหน้าเภสัชกรของโรงพยาบาลต้องแอดมิทเพราะวูบหมดสติและตรวจพบว่ามีเนื้องอกในสมอง ถึงแม้จะไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายเพราะมีประกันและสวัสดิการของทางโรงพยาบาลแต่เขารู้ดีว่าการวนเวียนอยู่ในโรงพยาบาลนานๆ มันดูดพลังชีวิตแค่ไหน
ที่สำคัญอาการผู้เป็นแม่ไม่ได้มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น ตอนนี้เหลือเพียงแค่รอเวลาเท่านั้น
จุดพักผ่อนตรงนี้ดูเหมือนจะเป็นที่ประจำของเธอ อาจเพราะเป็นเวิ้งกระจกมองเห็นสวนหย่อมสีเขียวสดชื่น ไม่ค่อยมีผู้คนเดินพลุกพล่าน มีทั้งที่นั่ง ตู้กดอาหารแช่แข็ง ขนมและเครื่องดื่ม
“สู้ๆ นะ”
เขาเอ่ยให้กำลังใจก่อนจะพาร่างที่ใกล้แหลกของตัวเองกลับห้องพักแพทย์ หมอหนุ่มพลิกดูนาฬิกาข้อมือพลางทำหน้าหน่าย เพราะตอนนี้เขามีเวลานอนอีกแค่ประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนจะเริ่มเคสใหม่
“ลุงชัยไม่ต้องมายุ่งกับไหม”
ม่านไหมเค้นเสียงรอดไรฟันพลางพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของชายวัยกลางคนที่เธอเรียกว่าลุงซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของเธอ
“ที่แกไม่กลับบ้าน เพราะไปนอนกับผู้ชายใช่ไหม?”
“จะนอนกับใครก็เรื่องของไหม!!”
“กลับบ้าน!!”
มือหยาบเข้าเกาะกุมท่อนแขนขาวผ่องของลูกเลี้ยงพลางออกแรงฉุดกระชากจนร่างระหงเซถลา
“ไม่ ปล่อยนะ!!”
ม่านไหมถลึงตาใส่พ่อเลี้ยง ปากบางเม้มจนสั่นพยายามจะไม่กรีดร้องออกมาเพราะนึกเกรงใจว่าตอนนี้เธออยู่ในโรงพยาบาลแต่ถ้าอีกฝ่ายยังไม่ปล่อยเธอก็ไม่มีทางเลือก
“มึงวอนเองนะ อีนี่” ฝ่ามือหยาบใหญ่เงื้อขึ้นสุดโดยมีเป้าหมายอยู่ที่แก้มเนียนของลูกเลี้ยงสาว
“ปล่อย”
เสียงเข้มๆ เย็นๆ ที่ดังขึ้นทำให้สองร่างที่กำลังยื้อยุดกันอยู่หยุดชะงัก เมื่อวันชัยหันมาทางต้นเสียงก็พบคุณหมอตัวโตยืนพิงตู้กดเครื่องดื่มอยู่ ในมือใหญ่นั้นมีแก้วกาแฟร้อนควันกรุ่นทำให้พอเดาได้ว่าอีกฝ่ายน่าจะอยู่ตรงนี้มาได้สักพักแล้ว
“เอ่อ คุณหมอ” วันชัยลดมือที่กำลังเงื้อลงแต่ยังไม่ปล่อยมือจากแขนลูกเลี้ยง
“บอกให้ปล่อย”
ดวงตาคมภายใต้กรอบแว่นหรี่ลง ประกายตาวาววับของคุณหมอทายาทเจ้าของโรงพยาบาลทำให้เทคนิคการแพทย์เจ้าปัญหาเริ่มตัวสั่นแต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือหยาบจากท่อนแขนของลูกเลี้ยง
“ตะ แต่ นี่มันเรื่องในครอบครัวคุณหมออย่ายุ่งดีกว่า” วันชัยทำใจดีสู้เสือโต้แย้งออกไป
“จะปล่อย ไม่ปล่อย”
คุณหมอตัวโตหยัดกายขึ้นเต็มความสูงแล้วเริ่มก้าวช้าๆ เข้ามาหา ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งแต่ดวงตาคมนั้นกลับเป็นประกายวาววับจนวันชัยตัวสั่น ในที่สุดก็ยอมปล่อยท่อนแขนของลูกเลี้ยงก่อนจะถอยหลังไปสองสามก้าวตามสัญชาตญาณด้วยความหวาดหวั่น พลางนึกเสียใจว่าก่อนหน้านี้ไม่น่าไปต่อปากต่อคำเลยเพราะการทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจอาจจะไม่ได้จบแค่เสียงานแต่อาจจะถึงขั้น...เสียชีวิตด้วย
“ต่อไปห้ามยุ่งกับเด็กคนนี้อีก”
“ตะ แต่ว่า ผมเป็นพ่อมันนะ” วันชัยพูดออกไปแล้วก็ตกใจกับความปากไวจนเผลอเอามือตบปากตัวเอง
หัสดีปรายตามองท่อนแขนของหญิงสาวที่ตอนนี้ขึ้นรอยนิ้วมือแดงเถือกก่อนพูดเสียงเย็นโดยไม่ได้สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายโต้แย้งเลยสักนิด
“ม่านไหมเป็นผู้หญิงของผม ถ้ายังยุ่งกับเขาอีกผมไม่รับรองนะว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
“ห้ะ!!”
“หรือว่าคุณมีปัญหา?”
“ปะ เปล่าครับ”
“งั้นก็อย่าให้ผมเห็นว่าคุณมายุ่งกับม่านไหมอีก”
“ขะ ครับ” วันชัยตอบตะกุกตะกัก ดวงตาเรียบนิ่งที่มองมาพาให้เขาขาสั่นอย่างห้ามตัวเองไม่ได้
“ไม่มีงานทำเหรอครับ?”
“มะ มีครับ ขะ ขอตัวครับ!”
พูดจบเทคนิคการแพทย์วัยกลางคนก็ลนลานเดินแกมวิ่งออกไปทันที แต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาคาดโทษมาที่ลูกเลี้ยงสาวแวบหนึ่งและนั่นก็ไม่พ้นสายตาคมของคุณหมอตัวโต
หัสดีทอดสายตามองหญิงสาวที่เอาแต่ยืนเม้มปากนิ่งแม้พ่อเลี้ยงจะเดินลับหายไปนานแล้ว ร่างเล็กๆ ยืนหันข้างให้เขาสองมือกำเข้าหากันแน่นจนสั่น
“ไม่เป็นไรแล้ว”
คุณหมอวิสัญญีเอ่ยขึ้นเบาๆ นั่นทำให้หญิงสาวสะดุ้งนิดๆ เหมือนเพิ่งรู้สึกตัว ดวงหน้าเล็กหันมาทางคุณหมอพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นสายอย่างสุดกลั้นเพราะความอัดอั้นในใจ
‘ฉิบหายแล้ว’
หัสดีนึกสบถ ดวงตาคมที่ปกติเรียบนิ่งเริ่มสั่นไหวเพราะทำอะไรไม่ถูก เมื่อเห็นน้ำตาที่กำลังร่วงเผาะๆ ของคนตรงหน้า
“เอ่อ...” คุณหมอตัวโตได้แต่ยิ้มแห้งยกมือใหญ่ขึ้นเกาท้ายทอย
“ขอบคุณคุณหมอนะคะที่ช่วยไหม” เป็นฝ่ายม่านไหมที่พูดขึ้นมาก่อนทำให้บรรยากาศกระอักกระอ่วนเริ่มคลายลง
“อือ...เอ่อ เอาโกโก้ร้อนไหม?”
หัสดีถามขึ้นแม้จะรู้ว่ามันไม่เข้ากับบรรยากาศตอนนี้เลยสักนิดแต่นั่นก็เรียกรอยยิ้มจากคนตัวเล็กได้
“คุณหมอจะเลี้ยงไหมเหรอคะ?”
“อื้อ เอาสิ สั่งแบบพิเศษเลยก็ได้นะ” หัสดีพูดด้วยอินเนอร์พ่อบุญทุ่ม
“คุณหมอคะ”
“ว่าไง?”
“จริงเหรอคะ ที่บอกว่าไหมเป็นผู้หญิงของคุณหมอ”
ม่านไหมถามขึ้นด้วยใบหน้าแดงซ่านและพอจบคำถามก็เหมือนมีความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างทั้งคู่จนเธอรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองกำลังเต้น
“แล้วเธออยากเป็นหรือเปล่าล่ะ?”