bc

I'M BAD ผมมันเลว

book_age18+
276
ติดตาม
2.2K
อ่าน
เศรษฐี
ครอบครัว
เย่อหยิ่ง
มาเฟีย
ดราม่า
ชายจีบหญิง
วิทยาลัย
ปิ๊งรักวัยเด็ก
like
intro-logo
คำนิยม

ร่างเล็กก้มหน้าหลบสายตาดุดันของเขาด้วยความหวาดระแวง มือเรียวยกขึ้นไหว้ด้วยท่าทางวิงวอน ขณะที่หยาดน้ำตาที่ยังไม่ทันเหือดแห้งก็รินไหลลงมาอีกครั้งเช่นกัน

“บอกมา วันนั้นเธอเห็นอะไรบ้าง”

“ยะ… อย่าทำอะไรผิงเลย ผิงยอมแล้ว” เสียงของเธอสั่นเครือ

“ถ้าเธอยอมพูด ฉันจะพาเธอออกไปจากที่นี่”

“อย่าทำอะไรผิงเลยนะคะ…”

“พูดไม่รู้เรื่องหรือไงวะ!”

“นายครับ ผมว่าเธออยู่ในสภาพที่ยังให้คำตอบไม่ได้”

โจฮันปรายตามองลูกน้องครู่หนึ่ง ก่อนจะตวัดสายตากลับไปที่หญิงสาว พลันเล็งปืนไปยังร่างเล็กที่นั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น

“เลือกเอา จะตายอยู่ที่นี่… หรือพูดความจริง”

เมื่อเห็นปลายกระบอกปืนเล็งมาทางตน รวมถึงแววตาดุดันของชายตรงหน้า ความกลัวก็แล่นพล่านไปทั่วร่าง หญิงสาวตัวสั่นเทา ฟุบลงกับพื้น ใช้แขนที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำกอดตัวเองราวกับเป็นเกราะกำบัง แม้ว่ามันจะไม่ได้ช่วยอะไรเลยก็ตาม

“ผมว่าเธอ…”

“หุบปาก! กูไม่ได้สั่งให้มึงพูด”

“…” มีนก้มหน้าลงทันที

โจฮันถอนหายใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

“เอาไงต่อครับ”

“เอาตัวมันกลับไป”

“ขี้ยาแบบนี้จะให้ข้อมูลอะไรเราได้เหรอครับ” มีนปรายตามองเข็มฉีดยาบนพื้นอย่างดูแคลน “ผมกลัวว่าจะเสียเวลาเปล่าๆ”

“คิดซะว่าเลี้ยงหมาอีกตัวก็แล้วกัน ถ้ามันเชื่องก็มีประโยชน์” โจฮันกระตุกยิ้มมุมปาก มองหญิงสาวด้วยสายตาไร้ความรู้สึก หากแต่แฝงด้วยความสมเพศเวทนา “แต่ถ้ามันแว้งมากัด… ถึงตอนนั้นค่อยฆ่าทิ้งก็ยังไม่สาย”

“ครับนาย”

เสียงฝีเท้าหนักๆ กระแทกพื้นดังขึ้นขณะที่ลูกน้องของโจฮันก้าวเข้าไปคว้าตัวหญิงสาวที่ยังคงฟุบตัวอยู่กับพื้น เธอสะดุ้งเฮือก พยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่เรี่ยวแรงของเธอมีไม่มากพอจะต่อต้าน

“อย่า… ปล่อยฉันนะ! อย่าพาฉันไป!”

เสียงร้องของเธอสั่นเครือ ปนไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด แต่มีนไม่แม้แต่จะสนใจ เขาเพียงออกแรงกระชากแขนเล็กๆ นั่นให้ลุกขึ้น หญิงสาวเซถลาตามแรงดึง ร่างกายอ่อนล้าจนแทบยืนไม่ไหว

โจฮันกอดอก มองภาพตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย

“มัดมือไว้ จะได้ไม่สร้างปัญหา”

มีนพยักหน้า ดึงเชือกเส้นหนึ่งจากกระเป๋าเสื้อออกมา ก่อนจะบังคับให้เธอหันหลัง หญิงสาวสะบัดตัวสุดแรงเมื่อรู้ว่าเขาจะทำอะไร แต่กลับถูกอีกฝ่ายกดหัวไหล่ลงกับกำแพงอย่างแรง

“อยู่เฉยๆ ซะ!”

เธอเม้มปากแน่น กลั้นสะอื้นขณะที่มือถูกดึงไพล่หลัง เชือกหยาบรัดรอบข้อมืออย่างไม่ปรานี เส้นใยแหลมคมกรีดผิวจนรู้สึกแสบไปหมด

“แค่นี้ก็น่าจะเรียบร้อยแล้ว” มีนเอ่ยขึ้นก่อนจะหันไปทางเจ้านาย “ให้เอาไปไว้ไหนครับ?”

โจฮันหมุนตัวเดินไปยังประตู “โยนขึ้นรถ ขังไว้ก่อน”

“แล้วจากนั้นล่ะครับ?”

ชายหนุ่มหยุดชั่วครู่ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่

“ถ้าปากแข็งมากนัก ก็แค่ต้องใช้วิธีที่ทำให้มันยอมพูด”

รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะค่อยๆ เลือนหายไป พร้อมกับชะตากรรมของหญิงสาวที่กำลังเดินเข้าสู่ห้วงความมืดมนอย่างไร้ทางหลีกหนี…

มีนกระชากแขนของผิงให้เดินตามออกจากห้อง มันเป็นห้องเล็กๆ อับชื้น ผนังแตกร้าวและเต็มไปด้วยคราบสกปรก พื้นห้องเย็นเฉียบเพราะความชื้นสะสม หลอดไฟกระพริบถี่ๆ ส่งเสียงแผ่วเบาเหมือนจะดับลงได้ทุกเมื่อ

ร่างเล็กถูกลากออกไปตามทางเดินแคบๆ หญิงสาวพยายามขืนตัว แต่แรงของเธอไม่มีทางสู้ชายตัวโตได้เลย ทุกครั้งที่เธอชะงักหรือเดินช้า มีนก็เพียงออกแรงบีบแขนของเธอแรงขึ้น จนรู้สึกได้ถึงกระดูกที่แทบจะลั่น

“เดินดีๆ อย่าถ่วงเวลา” น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยเตือน

หญิงสาวเม้มปากแน่น พยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ หัวใจเต้นรัว ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอรู้ว่าไม่ควรต่อต้าน เพราะผลลัพธ์ที่รออยู่มีแต่ความเจ็บปวด แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านไปทั้งตัว

เมื่อพ้นจากทางเดินแคบๆ แสงไฟจากด้านนอกก็สาดเข้ามากระทบใบหน้าซีดเผือดของเธอ หญิงสาวหรี่ตาลงเพราะแสงจ้า ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกผลักให้เดินไปยังรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ริมทาง

ประตูรถถูกเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นภายในที่มืดทึบและเย็นยะเยือก

“ขึ้นไป”

เธอส่ายหน้า ดวงตาสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่น

“อย่าให้ต้องใช้กำลัง”

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
Prologue
Prologue ยามตีสามของคืนเดือนดับ ภายในโกดังเก็บของเก่าที่รกร้างและไร้ผู้คนเงียบสงัดราวกับถูกลืมเลือนไปจากโลก หลังจากครอบครัวล้มละลาย เพราะถูกคนใจร้ายโกงเงินจากบริษัทของพ่อ เธอกับแม่ก็กลายเป็นคนไร้ที่พึ่ง ต้องเร่ร่อนหาที่อยู่อาศัยกันตามยถากรรม ยิ่งไปกว่านั้น พ่อผู้ที่เคยเป็นเสาหลักของบ้านกลับเลือกจบชีวิตตัวเองหนีปัญหา ทิ้งให้เธอกับแม่ต้องเผชิญความลำบากตามลำพัง… ทว่าความเงียบในค่ำคืนนี้กลับถูกทำลายด้วยเสียงเอะอะโวยวายของใครบางคน ร่างผอมบางของเด็กหญิงตัวน้อยนั่งซุกอยู่ในอ้อมอกมารดาตื่นตัวขึ้นจากเสียงรบกวนซึ่งไม่เคยได้ยินมาเป็นเวลานาน ดวงตากลมโตสะท้อนแสงริบหรี่จากภายนอก พลางเงี่ยหูฟังด้วยความสงสัย ใครกันที่กล้ารบกวนความเงียบงันของสถานที่แห่งนี้… “แม่จ๋า…เสียงใครเหรอ?” เด็กหญิงกระซิบถาม ขณะที่ซุกตัวแนบอกมารดา ดวงตาคู่น้อยสอดส่ายไปยังความมืดรอบตัว มันเป็นบรรยากาศที่เธอคุ้นเคยไปเสียแล้ว “ชู่…” ผู้เป็นแม่กระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น พลางโยกตัวไปมาเบาๆ ราวกับจะกล่อมให้ลูกสงบลง “นอนนะลูก” “แต่แม่…เสียงมันดัง ใครกันเหรอ?” “แม่ไม่รู้ แต่หนูนอนเถอะนะ พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว” เด็กหญิงเม้มริมฝีปากแน่น แววตาสุกใสสะท้อนภาพใบหน้าตรอมตรมของผู้เป็นแม่ เธอพยักหน้ารับ แต่ความอยากรู้อยากเห็นยังคงสุมอยู่ในอก เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่นาที เด็กหญิงก็ค่อยๆ ขยับตัวออกจากอ้อมแขนของแม่อย่างเงียบเชียบ ก่อนจะลุกขึ้นยืนและก้าวเดินตามเสียงปริศนานั้นไปโดยไม่รีรอ เมื่อเดินพ้นกองเศษไม้ผุเก่าๆ มา แล้วภาพที่เธอเห็นก็ทำให้หัวใจเต้นดวงน้อยแรง ชายห้าคนยืนล้อมกันอยู่ท่ามกลางเงาสลัว น้ำเสียงของพวกเขาตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด และที่น่าหวาดหวั่นกว่านั้น คือชายในสูทสีดำสามคนที่ยืนอยู่ด้านหลังชายผู้ดูเหมือนเป็นหัวหน้า ต่างก็ถือปืนสีดำทมิฬไว้ในมือ ราวกับพร้อมเหนี่ยวไกทุกเมื่อหากเจ้านายเป็นอันตราย เท้าเล็กที่เปรอะเปื้อนฝุ่นค่อยๆ ถอยหลังไปเรื่อย ๆ ปัง! ปัง! เสียงปืนดังสนั่น ทำให้มารดาของเด็กหญิงสะดุ้งตื่นขึ้นมา เธอเบิกตากว้าง หัวใจแทบแตกสลายเมื่อพบว่าอ้อมแขนของตนว่างเปล่า “ผิง… ผิงอยู่ไหน!?” ใบหน้าซีดเซียวที่เต็มไปด้วยฝุ่นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง น้ำตาที่แทบเหือดแห้งค่อยๆ ไหลรินลงบนแก้มทั้งสองข้าง ก่อนจะหอบร่างผอมบางเดินโซเซไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย กระทั่งเท้าทั้งสองหยุดนิ่ง ตรงหน้า…. “ผิง!!” เธอถลาเข้าหาลูกสาวที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น กอดร่างเล็กไว้แนบอก ความเจ็บปวดพลันถาโถมเมื่อเห็นของเหลวสีแดงสดไหลซึมออกจากหัวไหล่เล็กๆ ของลูกสาว “แม่… ผิงเจ็บ เจ็บตรงนี้…” เสียงเล็กแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวดเกินที่เด็กคนหนึ่งจะทนไหว เด็กหญิงพยายามยกมือขึ้นแตะบาดแผลบนหัวไหล่ แต่ความเจ็บกลับแล่นพล่านไปทั่วร่างจนใบหน้าเล็กเหยเก “เก็บมันให้หมด” เสียงเข้มของชายที่ยืนอยู่ข้างรถสปอร์ตสีดำเอ่ยสั่งลูกน้อง ก่อนเสียงปืนจะดังขึ้นอีกหนึ่งนัด ร่างผอมบางกอดลูกสาวไว้แน่นขึ้น… ขณะที่ตนเองกำลังสิ้นลมหายใจ “นายครับ เด็กคนนั้นยังไม่ตาย” ชายหนุ่มมองหน้าลูกน้อย ก่อนที่สายตาเรียบนิ่งใต้กรอบแว่นมองไปยังสองแม่ลูกที่กอดกันแน่น ไม่มีความสงสารหรือปรานีใดๆ สะท้อนอยู่ในดวงตาคม “จัดการศพผู้หญิงคนนั้น และพาตัวเด็กไป” “ครับ แล้วนายใหญ่…” “จัดการให้เรียบร้อย” “ครับ” เด็กหญิงกัดปากแน่น มองคนที่ออกคำสั่งด้วยสายตาพร่ามัว และภาพตรงหน้าจะมืดดับไป…. ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ แสงไฟสีส้มส่องกระทบโต๊ะอาหารตัวยาวที่เต็มไปด้วยอาหารหลากหลายเมนู ทว่าความร้อนของมันค่อยๆ จางลงตามเวลาที่ล่วงเลยไป เด็กชายในชุดนักเรียนนั่งแกว่งขาไปมา มือประสานกันอยู่บนโต๊ะ ใบหน้าหวานฉายแววหงอยเหงา ดวงตากลมโตเหลือบมองอาหารตรงหน้าก่อนจะเงยขึ้นสบตากับลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “ผมหิวข้าว… เมื่อไหร่ป๊าจะกลับมาครับ” “นายน้อยรออีกสักครู่นะครับ ผมว่านายใหญ่คงกำลังเดินทางกลับมา” เด็กชายเม้มริมฝีปาก สีหน้าเริ่มไม่พอใจ “โทรหาป๊าได้ไหม ผมหิวข้าว” เขาพูดพลางทำตาอ้อน “ป๊ากลับช้ากว่าทุกวันเลย ฝนก็กำลังจะตกแล้วด้วย” พูดจบ ดวงตากลมโตเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นลมแรงพัดกิ่งไม้แกว่งไหวไปมา เมฆครึ้มบดบังแสงจันทร์ เสียงฟ้าคำรามอยู่ไกล ๆ ไม่นานฝนคงตกลงมา ลูกน้องหนุ่มมองเด็กชายด้วยความสงสาร “รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวนายใหญ่ก็มา” เด็กชายถอนหายใจเบา ๆ พร้อมกับพึมพำเสียงแผ่ว “ผมรู้ว่าพี่แค่พูดปลอบใจ แต่ผมแค่อยากกินข้าวพร้อมป๊าสักมื้อ” ความเงียบเข้าปกคลุม ทั้งสองไม่มีใครพูดอะไรต่อ เหลือเพียงเสียงลมพายุที่เริ่มโหมกระหน่ำอยู่ด้านนอก… ปึง! เสียงบางอย่างกระทบกับผนังดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ ดึงความสนใจของเด็กหนุ่มและลูกน้องให้หันขวับไปมอง รอยยิ้มบางๆ เริ่มปรากฏบนใบหน้าที่ก่อนหน้านี้ดูเหงาหงอย ก่อนที่เขาจะรีบวิ่งไปยังหน้าบ้านด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวัง ทว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า…กลับไม่ใช่พ่อของเขา “ปู่? ปู่ตากฝนมาทำไม แล้วปู่เห็นป๊าผมไหม?” คำถามพร้อมแววตาเปี่ยมความคาดหวังของเด็กชายทำให้หัวใจของผู้เป็นปู่แตกสลายอีกครั้ง เขาเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนก้มลงมองหลานรักแล้วกางแขนออก “โจฮัน มาหาปู่มา” เด็กชายรีบพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นโดยไม่ลังเล ความคุ้นเคยจากอ้อมแขนนี้ช่วยปลอบประโลมความกังวลในใจเขาไปชั่วขณะ รอยยิ้มเล็ก ๆ เริ่มผุดขึ้นบนใบหน้าเปียกปอน “โจ ฟังปู่ให้ดีนะลูก” “ครับ?” “ป๊าของหลาน…ตายแล้ว” เปรี้ยง! เสียงฟ้าผ่าดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า โจฮันผละจากอ้อมแขนของปู่ ดวงตาสั่นไหวด้วยความงุนงงจนต้องถามย้ำอีกครั้ง “ปู่ว่าอะไรนะครับ…” “ป๊าของหลานถูกฆ่าตายแล้วโจฮัน” “…ป๊า… ตะ ตายแล้ว?” “ใช่” ลูกน้องที่ยืนอยู่โดยรอบต่างเบิกตากว้าง สีหน้าตกตะลึงไม่ต่างกัน พวกเขารีบกรูกันเข้ามาพยุงเจ้านายทั้งสอง ทว่าเด็กชายกลับสะบัดตัวออกแล้ววิ่งฝ่าฝนไปยังลานหน้าบ้านด้วยหัวใจที่ปวดร้าว เขาล้มลงกระแทกกับพื้นกระเบื้องเปียกชื้นก่อนเงยหน้าขึ้นรับสายฝนที่โปรยลงมา ไม่มีใครรู้เลยว่าเขากำลังร้องไห้ เพราะหยาดฝนได้ชะล้างน้ำตาของเขาไปจนหมด “ป๊า!!” เสียงกรีดร้องของเด็กน้อยดังก้องไปทั่วบ้าน กำปั้นเล็ก ๆ ทุบลงกับพื้นอย่างไม่อาจระงับความเจ็บปวดได้ “ใครมันทำกับป๊า… มันต้องชดใช้!!”

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

นางสาวอินทุอรณ์

read
12.3K
bc

ไฟรักซาตาน

read
54.0K
bc

อ้อนรักพ่อผัว

read
7.9K
bc

ปราบพยศรักยัยรุ่นพี่

read
1.2K
bc

วิวาห์(ไม่)ไร้รัก

read
9.4K
bc

ยังเก็บดวงใจไว้ให้เธอNC25+++

read
9.4K
bc

Warning baby เมียห้ามเลิกรัก

read
3.6K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook