
ร่างเล็กก้มหน้าหลบสายตาดุดันของเขาด้วยความหวาดระแวง มือเรียวยกขึ้นไหว้ด้วยท่าทางวิงวอน ขณะที่หยาดน้ำตาที่ยังไม่ทันเหือดแห้งก็รินไหลลงมาอีกครั้งเช่นกัน
“บอกมา วันนั้นเธอเห็นอะไรบ้าง”
“ยะ… อย่าทำอะไรผิงเลย ผิงยอมแล้ว” เสียงของเธอสั่นเครือ
“ถ้าเธอยอมพูด ฉันจะพาเธอออกไปจากที่นี่”
“อย่าทำอะไรผิงเลยนะคะ…”
“พูดไม่รู้เรื่องหรือไงวะ!”
“นายครับ ผมว่าเธออยู่ในสภาพที่ยังให้คำตอบไม่ได้”
โจฮันปรายตามองลูกน้องครู่หนึ่ง ก่อนจะตวัดสายตากลับไปที่หญิงสาว พลันเล็งปืนไปยังร่างเล็กที่นั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น
“เลือกเอา จะตายอยู่ที่นี่… หรือพูดความจริง”
เมื่อเห็นปลายกระบอกปืนเล็งมาทางตน รวมถึงแววตาดุดันของชายตรงหน้า ความกลัวก็แล่นพล่านไปทั่วร่าง หญิงสาวตัวสั่นเทา ฟุบลงกับพื้น ใช้แขนที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำกอดตัวเองราวกับเป็นเกราะกำบัง แม้ว่ามันจะไม่ได้ช่วยอะไรเลยก็ตาม
“ผมว่าเธอ…”
“หุบปาก! กูไม่ได้สั่งให้มึงพูด”
“…” มีนก้มหน้าลงทันที
โจฮันถอนหายใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“เอาไงต่อครับ”
“เอาตัวมันกลับไป”
“ขี้ยาแบบนี้จะให้ข้อมูลอะไรเราได้เหรอครับ” มีนปรายตามองเข็มฉีดยาบนพื้นอย่างดูแคลน “ผมกลัวว่าจะเสียเวลาเปล่าๆ”
“คิดซะว่าเลี้ยงหมาอีกตัวก็แล้วกัน ถ้ามันเชื่องก็มีประโยชน์” โจฮันกระตุกยิ้มมุมปาก มองหญิงสาวด้วยสายตาไร้ความรู้สึก หากแต่แฝงด้วยความสมเพศเวทนา “แต่ถ้ามันแว้งมากัด… ถึงตอนนั้นค่อยฆ่าทิ้งก็ยังไม่สาย”
“ครับนาย”
เสียงฝีเท้าหนักๆ กระแทกพื้นดังขึ้นขณะที่ลูกน้องของโจฮันก้าวเข้าไปคว้าตัวหญิงสาวที่ยังคงฟุบตัวอยู่กับพื้น เธอสะดุ้งเฮือก พยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่เรี่ยวแรงของเธอมีไม่มากพอจะต่อต้าน
“อย่า… ปล่อยฉันนะ! อย่าพาฉันไป!”
เสียงร้องของเธอสั่นเครือ ปนไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด แต่มีนไม่แม้แต่จะสนใจ เขาเพียงออกแรงกระชากแขนเล็กๆ นั่นให้ลุกขึ้น หญิงสาวเซถลาตามแรงดึง ร่างกายอ่อนล้าจนแทบยืนไม่ไหว
โจฮันกอดอก มองภาพตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย
“มัดมือไว้ จะได้ไม่สร้างปัญหา”
มีนพยักหน้า ดึงเชือกเส้นหนึ่งจากกระเป๋าเสื้อออกมา ก่อนจะบังคับให้เธอหันหลัง หญิงสาวสะบัดตัวสุดแรงเมื่อรู้ว่าเขาจะทำอะไร แต่กลับถูกอีกฝ่ายกดหัวไหล่ลงกับกำแพงอย่างแรง
“อยู่เฉยๆ ซะ!”
เธอเม้มปากแน่น กลั้นสะอื้นขณะที่มือถูกดึงไพล่หลัง เชือกหยาบรัดรอบข้อมืออย่างไม่ปรานี เส้นใยแหลมคมกรีดผิวจนรู้สึกแสบไปหมด
“แค่นี้ก็น่าจะเรียบร้อยแล้ว” มีนเอ่ยขึ้นก่อนจะหันไปทางเจ้านาย “ให้เอาไปไว้ไหนครับ?”
โจฮันหมุนตัวเดินไปยังประตู “โยนขึ้นรถ ขังไว้ก่อน”
“แล้วจากนั้นล่ะครับ?”
ชายหนุ่มหยุดชั่วครู่ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่
“ถ้าปากแข็งมากนัก ก็แค่ต้องใช้วิธีที่ทำให้มันยอมพูด”
รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะค่อยๆ เลือนหายไป พร้อมกับชะตากรรมของหญิงสาวที่กำลังเดินเข้าสู่ห้วงความมืดมนอย่างไร้ทางหลีกหนี…
มีนกระชากแขนของผิงให้เดินตามออกจากห้อง มันเป็นห้องเล็กๆ อับชื้น ผนังแตกร้าวและเต็มไปด้วยคราบสกปรก พื้นห้องเย็นเฉียบเพราะความชื้นสะสม หลอดไฟกระพริบถี่ๆ ส่งเสียงแผ่วเบาเหมือนจะดับลงได้ทุกเมื่อ
ร่างเล็กถูกลากออกไปตามทางเดินแคบๆ หญิงสาวพยายามขืนตัว แต่แรงของเธอไม่มีทางสู้ชายตัวโตได้เลย ทุกครั้งที่เธอชะงักหรือเดินช้า มีนก็เพียงออกแรงบีบแขนของเธอแรงขึ้น จนรู้สึกได้ถึงกระดูกที่แทบจะลั่น
“เดินดีๆ อย่าถ่วงเวลา” น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยเตือน
หญิงสาวเม้มปากแน่น พยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ หัวใจเต้นรัว ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอรู้ว่าไม่ควรต่อต้าน เพราะผลลัพธ์ที่รออยู่มีแต่ความเจ็บปวด แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านไปทั้งตัว
เมื่อพ้นจากทางเดินแคบๆ แสงไฟจากด้านนอกก็สาดเข้ามากระทบใบหน้าซีดเผือดของเธอ หญิงสาวหรี่ตาลงเพราะแสงจ้า ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกผลักให้เดินไปยังรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ริมทาง
ประตูรถถูกเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นภายในที่มืดทึบและเย็นยะเยือก
“ขึ้นไป”
เธอส่ายหน้า ดวงตาสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่น
“อย่าให้ต้องใช้กำลัง”

