ปฐมบท การฟื้นคืน
หลับใหลไปเนิ่นนานเพียงใด ที่นี่คือที่ใด
เหน็บหนาวแต่ก็อบอุ่น หอมกลิ่นดอกจวี๋ฮวา[1]...
ผานเยว่ถิง
ขนตาแพยาวหนาขยับเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มปรือตาลืมขึ้นอย่างช้าๆ กวาดสายตามองไปรอบห้อง
อ่า บรรยากาศหนาวเช่นนี้ที่แท้ข้าอยู่ที่วังหิมะหรือนี่
ความทรงจำครั้งสุดท้ายก่อนจะหลับใหลไป ข้าจำได้ว่า ข้าประมือกับเผ่ยอวิ๋นจวินจนหมดแรง สลบไสลไปทั้งโลหิตท่วมตัว สัมผัสเย็นวาบวางอยู่บนมือของข้า บุรุษหนุ่มเกศาขาวเงางามวางมือลงเกาะกุมมือข้าไว้หลวมๆ ใบหน้าของเขาฟุบลงอยู่ข้างๆมือข้า กลิ่นหอมดอกจวี๋ฮวามาจากตัวเขานี่เอง
“อี้จวิน[2]” ข้าเอ่ยเรียกเขาเบาๆ ไร้สิ้นเรี่ยวเเรงจะยกมือขึ้นด้วยซ้ำ ดูเหมือนจะหลับนานไปเสียหน่อย 'เสวี่ยหย่งอี้' บุรุษข้างกายข้าท่านนี้ก็ดูอิดโรยอยู่ไม่น้อยเลย
“อี้จวิน” จอมมารหิมะหนุ่มได้ยินเสียงเรียกคล้ายกระซิบแผ่วเบาจึงลืมตาตื่นขึ้น เห็นมารสาวที่ตนนอนเฝ้ามาเจ็ดวันเจ็ดคืนฟื้นตื่นก็ลนลานจับมือเรียวสวยแตะดูชีพจร
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ข้าเจือยิ้มส่งไปให้เขา ข้ากับเขาเรารู้จักได้ไม่นานนัก ก่อนหน้านี้เรามีเรื่องกันเล็กน้อยและเขาก็ช่วยข้าไว้ ช่วยไว้มาก
“ดีขึ้นแล้ว ขอน้ำหน่อยได้หรือไม่” เสวี่ยหย่งอี้เดินไปหยิบน้ำรินใส่แก้วส่งให้หญิงสาวในทันที
“ข้าจะไปต้มโอสถบำรุงร่างกายให้เจ้า” เขาเอ่ยเช่นนั้น
ขณะกำลังลุกออกไป ข้าคว้ามือเขาไว้ ข้ารู้ว่าตนเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น
ก่อนหน้านี้ข้ามาที่นี่กับโม่โฮ่ว[3]และโม่จวิน[4] ภายหลังถูกลอบทำร้ายจนตัวเจ็บ นอนเป็นผักปลาอยู่นาน เพิ่งจะฟื้นคืนวันนี้
อย่างน้อย หากไม่ได้พบเพื่อขอบคุณก็อยากส่งจดหมายบอกท่านทั้งสองว่า ข้าปลอดภัยดี เรื่องราวของข้าเป็นเรื่องน่าเศร้า ต่อให้ข้าจบเรื่องนี้ไปแล้ว ตัดขาดความสัมพันธ์กับคนผู้นั้นไปแล้ว มันจะสำคัญอย่างไรหากพวกเขายังไม่ยอมหยุด
“ข้าอยากส่งจดหมายให้หวังเยี่ยนเกอกับเจี่ยเจีย บอกพวกเขาว่า ข้าสบายดี”
“หายดีก่อนแล้วข้าจะให้เจ้าเขียน”
“ทำไมถึงขัดใจข้าอยู่เรื่อย” ข้ากอดอกเชิดหน้าขึ้นให้เขารู้ว่าข้าไม่พอใจ
ทว่า...ฝ่ามือใหญ่วางลงบนศีรษะของข้า เขาลูบศีรษะข้าเบาๆ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเสมือนมีฟ้าผ่าแปล่บเข้าที่ดวงใจน้อย
“ป่วยอยู่ อย่าดื้อรั้นนักเลย ข้าไม่ตามใจเจ้าเหมือนเยี่ยนเยี่ยนดอก”
“ข้าหลับไปนานเท่าไหร่”
“เจ็ดวันแล้ว”
“ข้าถามได้หรือไม่ เหตุใดเยี่ยนเกอถึงทิ้งข้าไว้ที่นี่” เสวี่ยหย่งอี้ในตอนนี้ดูอบอุ่นมากจริงๆ มากกว่าครั้งแรกที่ข้าคุยกับเขา
ตอนนั้น เขาทั้งเย็นชา เกรี้ยวกราด วางมาดได้น่าเลื่อมใสยิ่ง แม้กระทั่งตอนนี้ ท่าทีของเขาช่างสง่างามราวกับรูปปั้นเทพเคารพ เนื้อตัวเย็นเฉียบผิวขาวละเอียดประดุจหิมะสมกับที่เป็นประมุขเผ่าวิหคหิมะ วาจาเหมือนจะบังคับแต่แฝงไปด้วยความเป็นห่วง
ใครที่ว่าเขาไม่มีหัวใจ ข้าเถียงสุดใจขาดดิ้น
“หวังเยี่ยนต้องลงไปประสบด่านเคราะห์เร็วๆนี้ และ เจ้าก็มีศัตรูอยู่รอบด้าน เขาฝากเจ้าให้อยู่ในการดูแลของเปิ่นจวิน”
“อ๋า เหตุใดหวังเยี่ยนเกอถึงไว้ใจท่านนัก”
“ข้ากับหวังเยี่ยน พวกเรามีไมตรีที่ดีต่อกัน ไม่แปลกที่เขาจะไว้ใจข้า หรือว่าเจ้าไม่ไว้ใจ”
“ยิ่งกว่าไว้ใจอีก” เสียงพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ดังขึ้น ปากเล็กขมุบขมิบบ่น
“หิวแล้วหรือไม่ จะได้กินข้าวกินยาหลับสักตื่นหนึ่ง” น้ำเสียงของอี้จวินอ่อนโยนเสมอ ข้าส่ายหัวปฏิเสธ
ทว่า ร่างกายกับใจไปด้วยกันไม่ได้ ท้องร้องขึ้นเสียอย่างนั้น
“หิวก็ได้”
“ถ้าดื้อมากจะให้อยู่แต่ในวัง”
“เดี๋ยว ข้ามีอีกคำถาม” ผานเยว่ถิงกระตุกแขนเสื้อคนที่กำลังลุกขึ้น
“ว่าอย่างไร” ดวงตาคู่สวยช้อนตามองชายหนุ่มเอ่ยถามคำถามที่ค้างคาใจ
“เหตุใดถึงต้องปกป้องข้า ท่านรู้ใช่หรือไม่ว่าปีนั้นเกิดอะไรขึ้น” เสวี่ยหย่งอี้เเกะมือเล็กออกจากแขนเสื้อตนเอง
“เจ้าจำวันนั้นได้หรือไม่ วันแต่งตั้งโม่โฮ่ว วันที่ข้ายื่นมือไปเกี่ยวพันกับเจ้า เมื่อยื่นมือเข้าไปสอดแล้วครั้งหนึ่ง อาจหมายความว่าตลอดไป เรื่องปีนั้นที่เจ้าพูดถึง ข้าพอได้ยินมาบ้าง แต่ก็ได้ยินมาอย่างที่เขาเล่าลือกัน”
“แล้วท่านเชื่อข่าวลือเหล่านั้นหรือไม่”
“ไม่ได้พบเห็นกับตา จริงเท็จอย่างไรสิ่งไหนคือความจริงไหนเลยจะเชื่อได้”
“ท่านอยากฟังความจริงหรือไม่”
“หากเจ้าพร้อม ข้าก็ยินดีจะรับฟัง”
“ข้าเคยแต่งงานแล้ว”
“ข้ารู้”
“เรื่องราวปีนั้นเป็นเรื่องในวังหลัง”
“ข้าทราบดี”
“ท่านรังเกียจข้าหรือไม่” เสวี่ยหย่งอี้มองมารสาวนิ่ง นางมองเขาค้างอย่างรอคำตอบเช่นกัน
คำถามที่คล้ายคำอ้อนวอนนี้ ต่อให้ทั่วหล้าไม่ยอมรับ ตราหน้าว่าเขารับของเหลือเดนจากผู้อื่น เขาคงไม่สนใจมากนัก เดิมเป็นหนึ่งในราชามารเจ็ดเหล่า มีชื่อเสียงฉาวโฉ่มากมาย มีอีกสักเรื่องจะเป็นอะไรไป นางโดนทำร้ายมามาก ถึงเวลาที่นางจะได้รับการปกป้อง
วังหิมะเเห่งนี้จะเป็นบ้านหลังใหม่ที่ให้ความปลอดภัย ให้ความสบายใจแก่นาง
“ข้าไม่เคยรังเกียจ” ฝ่ามือใหญ่ลูบหัวนางอีกครั้ง หากนางไม่หลงรักผิดคน นางคงเป็นเพียงแค่หญิงสาวบริสุทธิ์คนหนึ่งที่รักคนผู้หนึ่งมากไปเท่านั้นเอง
น่าเห็นใจ อำนาจใดๆ นางล้วนไม่มี นางคงจะรู้สึกเดียวดายอยู่ไม่น้อย
“ข้าจะไปเอาข้าว เอายามาให้ นอนนิ่งๆว่าง่ายหน่อย” ผานเยว่ถิงพยักหน้ารับเก็บมือลงในผ้าห่ม
ในใจลึกๆของข้าตั้งคำถามขึ้น เสวี่ยหย่งอี้คนนี้จะปกป้องข้าได้ใช่หรือไม่
ลมหนาววันนี้ไม่หนาวเหมือนวันวาน ความอบอุ่นราวกับมีแดดส่องผ่าน ดวงใจของข้าอาจยังคิดถึงคนอีกคนหนึ่ง คนที่เป็นสาเหตุทำให้ข้าต้องบาดเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้าเกลียดเขาเเต่ข้าก็เกลียดตัวเองด้วยเช่นกันที่รักเขามาก
เรื่องราวความแค้นนี้จะจบลงได้หรือไม่?
หรือนี่เป็นเพียงแค่เริ่มต้น?
หรือข้าต้องตายก่อนทุกอย่างถึงจะจบลง…
[1] ดอกเบญจมาศ
[2] คำเรียกขาน กษัตริย์ หรือ ราชา
[3] คำเรียกขานตำแหน่งจักรพรรดินีมาร
[4] คำเรียกขานตำแหน่งจักรพรรดิมาร