บทที่1เขตหวงห้าม
หนุ่มลูกครึ่งยืนเต็มความสูงอยู่ท่ามกลางสุสานของตระกูล ดวงตาสีอำพันจ้องมองไปที่หลุมฝังศพของบิดาและมารดาได้จากเขาไปด้วยอุบัติเหตุตั้งแต่เขาอายุเพียงสิบขวบ
ความทรงจำที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับความรักนั้นกลับเลือนรางไปตามกาลเวลา แทบไม่เหลือสิ่งใดให้จดจำ
เขาแค่เพียงขับรถผ่านทางนี้ในวันครบรอบการเสียชีวิตของท่านทั้งสอง ไม่ได้ใส่ใจจะแวะมาเยี่ยมหากปีไหนที่เขาติดงาน เพราะฝังใจว่าทั้งคู่ได้ทอดทิ้งเขาไป
"ผมอยากให้พ่อเข้าฝันบอกท่านปู่ให้เลิกวุ่นวายหาเมียให้ผมสักที แล้วผมก็ไม่อยากมีทายาทด้วย"
แม็กเครย์บ่นยืดยาว แล้วจึงนำดอกไม้สีขาวช่อใหญ่วางไว้หน้าหลุมศพที่ได้รับการทำความสะอาดอย่างดี ก่อนจะปรายตามองลูกน้องคนสนิทที่พึ่งเดินตามมาทีหลัง
"นายครับ ยังไม่เจอไอ้คเชนทร์เลยครับ" เข็มทิศรีบรายงานให้เจ้านายหนุ่มได้ทราบหลังจากที่เขาและเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาได้ตามล่าน้องชายของคนทรยศซึ่งหนีไปซ่อนตัวมาสามวันสามคืนแล้ว
"...มึงไปหาที่เขตหวงห้ามหลังโรงแรมรึยัง"
"ยังครับ แต่มันไม่น่าจะกล้ามาซ่อนตัวในพื้นที่ของนายนะครับ"
"แต่ถ้ากูเจอมันที่นั่น กูจะหักเงินเดือนมึง"
"ขอโทษครับ ผมจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้" เข็มทิศรีบรับคำบัญชาแล้วหมุนตัวออกไปจากสุสานทันที
หลายชั่วโมงต่อมา...
ตึก ตึก ตึก
เสียงเท้าหนากระแทกลงบนพื้นคอนกรีตสลับกับเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นถี่ของชายหนุ่มร่างใหญ่กำลังวิ่งหนีเอาตัวรอดจากเงื้อมมือปีศาจหน้าหล่ออย่างเอาเป็นเอาตาย
หลังจากที่เขาหลบซ่อนตัวอยู่ในโกดังเก็บของที่ไม่ได้ใช้งานในเขตพื้นที่หวงห้ามหลังโรงแรมดังมาสามวันสามคืน เพราะเขาคิดว่า ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่ทว่าเขาคิดผิด มีหรือที่จะรอดพ้นสายตาแหลมคมของแม็กเครย์
นักธุรกิจหนุ่มที่เบื้องหลังเขาคือมาเฟียจิตใจโหดเหี้ยม ใครที่คิดหักหลังเขา จะถูกฆ่าล้างบาง ลูกน้องใต้บังคับบัญชาต่างรู้เรื่องนี้ดีและไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งเขา
หมับ!! ผลัวะ!!
"เฮือก อ๊ากกกก!!" ลมหายใจหอบถี่ของเหยื่อที่ลงไปนอนแนบใบหน้ากับพื้นคอนกรีตเมื่อแม็กเครย์ใช้รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงบนศีรษะ ท่อนแขนท่อนขาถูกทารุณกรรมด้วยคมมีดเป็นทางยาว โลหิตสีแดงสดค่อยๆ หลั่งไหลตามรอยแยกออกมาเป็นจำนวนมาก
"คิดว่ากูโง่จะหามึงไม่เจอสินะ มึงก็เลยหนีมาซ่อนตัวแถวโรงแรมกู" เสียงทุ้มต่ำจากชายหนุ่มเจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเก้าเซนติเมตร มีใบหน้าหล่อคมตามแบบฉบับลูกครึ่งยุโรปเอเชีย ดวงตาสีอำพันกลับไร้ความรู้สึกบอกน้องชายของคนทรยศที่นอนโหยหวนด้วยความเจ็บปวดตรงหน้าอย่างใจเย็น
"มึงมันอำมหิต ไอ้แม็กเครย์ มึงฆ่าพี่ชายกู"
"หึ...แล้วมึงกับพี่ชายมึงทำอะไรกับกูไว้"
"ให้ผมลงมือเลยไหมครับนาย" มือขวาคนสนิทของแม็กเครย์รีบเอ่ยขึ้น เพราะเขารู้ดีว่าได้ทำงานพลาด ปล่อยให้น้องชายของหนอนบ่อนไส้หนีมาได้ แถมแอบมากบดานเพื่อหนีมารักษาชีวิตอยู่แค่เพียงปลายจมูก
"ไม่ต้อง ก็แค่ปรสิต ดีเหมือนกัน กูได้มีอะไรสนุกๆ ทำ มึงไปซะไอ้คเชนทร์" จบประโยคเยือกเย็นมาเฟียหนุ่มสูดสารนิโคตินเข้าเต็มปอดก่อนจะปล่อยควันสีขาวคละคลุ้งล่องลอยในอากาศ ในขณะที่เข็มทิศหันมองขันเงินซึ่งเป็นมือซ้ายคนสนิทของเจ้านายด้วยความไม่เข้าใจ
เมื่อจู่ๆ เจ้านายหนุ่มผู้ไม่เคยคิดจะปล่อยให้คนที่สมคบผู้คิดทรยศรอดชีวิตไปสักราย แต่วันนี้กลับแปลกไปกว่าทุกครั้ง ไม่กี่วินาที ดวงตาคู่วูบไหวเต็มไปด้วยความหวาดกลัวก็รีบประคองสังขารอันบอบช้ำจ้ำอ้าวออกมาจากบริเวณนั้นทันที
"ทำไมนายถึงปล่อยมันไปครับ" เข็มทิศรีบโพล่งถามอย่างไม่เข้าใจนัก
"ให้แบล็กกับบราวน์จัดการ"
"อ๋อ...เข้าใจแล้วครับ/อืม...เข้าใจแล้วครับ" มือขวาและมือซ้ายพร้อมใจกันรับคำโดยไม่ได้นัดหมาย ไม่นานนักขันเงินและชายฉกรรจ์ชุดดำรีบไปปลดโซ่ของสุนัขล่าเนื้อสีดำและสีน้ำตาลที่แม็กเครย์เลี้ยงไว้ ปล่อยให้มันไปจัดการเหยื่อโดยทันที
อีกฟากหนึ่งของโรงแรมแอมมิวตันสุดหรู
"วันนี้พอแค่นี้ก่อน ว่าแต่น้องมีชื่อเล่นไหม" เสียงเอ่ยถามอย่างเป็นกันเองของสิริบอกนักศึกษาสาวร่างอรชรตรงหน้าซึ่งเธอมีโอกาสได้มาฝึกงานวันแรกที่โรงแรมแห่งนี้เหตุเพราะเป็นหนึ่งในนักศึกษาชั้นปีที่สาม ที่มีผลการเรียนดี แถมเธอยังได้รับค่าจ้างตอบแทนในการฝึกงานที่โรงแรมแห่งนี้อีกด้วย
"หนูไม่มีชื่อเล่นหรอกค่ะ เรียกหนูว่าลิตาก็ได้"
ปาลิตา เด็กสาวที่โตมาจากมูลนิธิเด็กด้อยโอกาสบ้านในเหมืองจังหวัดชุมพร เธอมีริมฝีปากอวบอิ่มที่มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยส่งผลให้ใบหน้าหวานชวนมอง ทำให้มองผ่านๆ เหมือนคนอมยิ้มตลอดเวลาอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เด็กสาวดูหน้าตาเป็นมิตร เธอมีสร้อยคอที่มีจี้เป็นล็อกเกตเล็กๆ รูปหัวใจโดยมีตราสัญลักษณ์บางอย่างสลักอยู่ มันเป็นของชิ้นเดียวที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด
เด็กสาวและพี่ๆ น้องๆ โตมาในมูลนิธิจนเติบใหญ่โดยมีเจ้าหน้าที่เก่าแก่คอยดูแล และเมื่อเด็กในมูลนิธิอายุครบสิบแปดปีก็จะมีสิทธิ์ตัดสินใจที่จะเลือกทางเดินของตัวเอง บางคนก็เลือกที่จะออกไปทำงานเลี้ยงตัวเอง บางคนก็เลือกจะเรียนต่อ ส่วนปาลิตาเธอเลือกที่จะทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วยที่กรุงเทพมหานคร
"อืม นี่ก็ดึกแล้วลิตากลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้พี่มีงานที่ต้องสอนเราอีกเยอะ แล้วอย่าไปเดินเพ่นพ่านแถวเขตหวงห้ามล่ะ" สิริที่ซึ่งรับหน้าที่ตำแหน่งพี่เลี้ยงให้กับปาลิตา ได้ย้ำเตือนถึงกฎเกณฑ์ของโรงแรมหรูแห่งนี้
โดยพนักงานทุกคนจะต้องใช้ทางเข้าออกด้านหลังของโรงแรม และห้ามใครเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเขตหวงห้ามซึ่งอยู่ไม่ห่างกันนัก ส่วนแขกของทางโรงแรมและผู้บริหารระดับสูงเท่านั้นที่จะสามารถเข้าออกทางด้านหน้าของโรงแรมได้
"ได้ค่ะ พรุ่งนี้ลิตาจะมาทำงานให้ทันเวลา ไม่สายค่ะ" เธอรับคำมั่นเหมาะเพราะวันนี้เธอดันมาสายซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุรถชนกันกลางสี่แยกทำเอารถติดพรืดยาว
หลังจากนั้นมือเล็กยกไหว้ผู้จัดการแผนกด้วยความนอบน้อม ก่อนจะกระชับหูกระเป๋าผ้าขึ้นสะพายคล้องไหล่ แล้วเดินออกไปทางด้านหลังของโรงแรมเพื่อไปที่ป้ายรถประจำทาง