ฝันของเขาที่ไม่มีเราอยู่ตรงนั้น
“ว่าไงแก ทำกับข้าวเก้ออีกแล้วล่ะสิ” นิรมลทักเพื่อนสาวเมื่อเห็นพริมาหอบข้าวของมาเต็มมือ
“อือ โอมเขารีบไปน่ะคงมีงานด่วน” พริมายิ้มให้เพื่อนแต่สีหน้าเธอไม่สู้ดีนัก
“แล้วแกจะทำไปทำไมทุกวัน ฉันเห็นแกก็หอบเอามากินเองทุกวันแบบนี้” นิรมลถามต่อ
“ก็มันหน้าที่ภรรยาไม่ใช่เหรอ ฉันไม่อยากบกพร่องน่ะ”
พริมาหลบตา เธอเดินเลยเข้าไปด้านในครัวถือถุงอาหารเช้าไปให้พนักงานในร้านที่เป็นลูกน้องของตัวเองไปแบ่งกันทาน
“ภรรยามีหน้าที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันต่างหากแนน แต่เอาเถอะถ้าแกมีความสุขก็ทำไป” นิรมลเลิกพูดเรื่องนี้ หญิงสาวเป็นหุ้นส่วนร้านอาหารกึ่งผับที่มีสมาชิกลงขันกันสามคนคือตัวเธอเอง พริมาและทานตะวันเพื่อนสาวอีกคน
ร้านอาหารแห่งนี้กลางวันจะเปิดขายอาหารทั่วไปและช่วงเย็นจะมีโซนบาร์เปิดอีกส่วนที่เป็นพื้นที่เชื่อมต่อ ต้อนรับลูกค้าได้ทุกเพศทุกวัย
หุ้นส่วนของร้านเป็นเพื่อนสมัยเรียนชั้นมัธยมปลายด้วยกันมาจึงสนิทกันเป็นพิเศษ จนตัดสินใจชวนกันมาทำงานด้วยกันเพื่อหาประสบการณ์ นิรมลและทานตะวันยังโสดส่วนพริมาเพิ่งแต่งงานไปกับปกปราชญ์ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกัน เรียนคณะและชั้นเดียวกันกับพริมา
พริมาและปกปราชญ์คบหากันฉันคนรักตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง และความรักนั้นยืนยาวมาจนถึงวันที่เรียนจบและรับปริญญา ในวันที่ต่างฝ่ายต่างทำงานของตัวเอง ปกปราชญ์ได้เลื่อนเป็นรองผู้จัดการของบริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ และเขาได้ขอแฟนสาวแต่งงานซึ่งเธอตอบรับด้วยความยินดี
หลังแต่งงานได้ไม่นาน ปกปราชญ์ได้เลื่อนเป็นผู้จัดการฝ่ายขายของสาขาแห่งหนึ่ง ทำให้ชายหนุ่มต้องทำงานหนักขึ้นจนไม่มีเวลาให้พริมาเท่าที่ควร แต่เขาไม่เคยลืมว่าทุกวันศุกร์ต้นเดือนเขากับภรรยามีนัดกันไปทานชาบูหรือร้านอาหารไหนที่พริมาอยากไป ยกเว้นในเช้าวันนี้
ที่นอนที่ยวบลงทำให้คนที่หลับไปแล้วลืมตาตื่น
“กลับมาแล้วเหรอคะ โอมกินอะไรมาหรือยัง”
พริมาถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย เธอควานหาโทรศัพท์เพื่อดูเวลาแต่ปกปราชญ์จับมือเธอไว้
“ไม่เป็นไรหรอกแนน ผมกินมาแล้ว นอนต่อเถอะ ผมขอโทษที่ทำให้ตื่น”
ชายหนุ่มรั้งตัวเธอให้นอนลงตามเดิม พริมาขยับตัวเข้าซุกอกกว้างเย็นฉ่ำเพราะเขาเพิ่งอาบน้ำมา เธอเงยหน้าขึ้นรับจูบที่คุ้นเคยสอดมือขึ้นกอดรอบคอแข็งแรงขณะที่ยกตัวจนแผ่นหลังลอยจากที่นอนเพื่อให้เขาดึงชุดนอนออกจากตัวได้สะดวก
ความสัมพันธ์บนเตียงทุกสิ่งยังคงเป็นไปตามปกติของคู่แต่งงาน และนี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ย้ำให้พริมารู้ว่าเขายังต้องการมีเธออยู่ในชีวิตของกันและกัน
“เย็นนี้ผมเลิกงานเร็ว เราไปกินชาบูร้านที่แนนชอบกันไหม” ปกปราชญ์ผูกเนกไทพลางถามหญิงสาวไปด้วย
“จริงเหรอคะ ไปสิ แนนไม่ได้ไปมาตั้งนานแล้ว” พริมาตื่นเต้น
“แต่งตัวสวย ๆ เลยนะ เย็นนี้แนนเลิกงานกี่โมงครับ”
“ตามปกติค่ะ ห้าโมงเย็นแต่แนนออกก่อนเวลาได้นะคะ” พริมายิ้มสดใส
“ไม่เป็นไรครับ ผมคงมาถึงบ้านหกโมงครึ่ง เราออกไปสักทุ่มก็ได้” ปกปราชญ์กะเวลาคร่าว ๆ
“โอเคค่ะ งั้นเจอกันที่บ้านนะคะหกโมงครึ่ง”
เย็นนั้นปกปราชญ์กลับมาก่อนเวลาที่บอกไว้ สองสามีภรรยาควงแขนกันออกไปร้านชาบูอย่างมีความสุข ในขณะที่ทานอาหารชายหนุ่มเริ่มเกริ่น
“แนน ถ้าบริษัทเขาจะเลื่อนตำแหน่งให้ผมเร็วๆ นี้ แนนจะดีใจรึเปล่า”
พริมายิ้มกว้าง
“ก็ต้องดีใจสิคะ ว่าแต่โอมเป็นผู้จัดการสาขาอยู่แล้วถ้าเลื่อนคือบริษัทจะให้เข้าไปรับตำแหน่งที่สาขาใหญ่เหรอคะ” หญิงสาวรู้ว่าหน้าที่การงานเป็นสิ่งที่ปกปราชญ์คาดหวังมาก เขาทำงานหนักและหวังจะก้าวไปยืนในจุดที่มั่นคงกับชีวิต
“ไม่ใช่ไปรับตำแหน่งที่สาขาใหญ่ครับ แต่...” ปกปราชญ์อึกอักก่อนจะพูดต่อ
“บริษัทส่งผมไปที่บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น ไปแค่สามปีถ้าผมกลับมาผมจะได้ตำแหน่งผู้จัดการภาคที่นี่ แนนคิดเหมือนผมไหมว่ามันเป็นโอกาสที่ดีมาก”
พริมาปล่อยช้อนในมือก่อนที่เธอจะยิ้มอย่างดีใจ
“แนนดีใจมากเลยค่ะ เราจะได้ไปอยู่ญี่ปุ่นกันตั้งสามปีแน่ะ แถมกลับมาโอมก็ได้เลื่อนตำแหน่งใหม่อีก เราจะไปกันเมื่อไหร่คะแนนจะได้เตรียมตัว” หญิงสาวตื่นเต้นคิดวางแผนต่างต่างนานา แต่ต้องชะงักเมื่อสามีส่ายหน้า
“ไม่ใช่เรา แต่ผมต้องไปคนเดียว บอสไม่อยากให้ผมไขว้เขวไปกับอื่น ๆ เลยไม่อนุญาตให้พาครอบครัวไปด้วย แนนเข้าใจผมใช่ไหม”
พริมาพูดไม่ออก เธอสมองว่างเปล่าชั่วครู่
“งั้นแนนไปเยี่ยมคุณได้ใช่ไหมคะ หรือว่าให้แนนไปอยู่ที่ญี่ปุ่นแต่อยู่คนละบ้านกับโอมก็ได้นะ” เธอละล่ำละลัก เพิ่งแต่งงานกันปีเดียวจะแยกกันอยู่ได้อย่างไรถึงสามปี พริมาทำใจไม่ได้แน่ ๆ
วันต่อมาปกปราชญ์กลับไปทำงานอย่างหนักเหมือนเดิม จนพริมาแทบไม่ได้เจอหน้าเขาเลยแม้ว่าจะอยู่บ้านเดียวกัน ชายหนุ่มออกแต่เช้าในตอนที่เธอยังไม่ตื่น และกลับเข้าบ้านในตอนที่หญิงสาวหลับไปแล้ว
“ทำไมหน้าตายับยู่ยี่เหมือนคนไม่ได้หลับได้นอนล่ะแนน” ทานตะวันถามเมื่อสังเกตเห็นว่าเพื่อนมีอาการแปลก ๆ มาหลายวันแล้ว
“เปล่าหรอก”
พริมาปฏิเสธ หญิงสาวก้มหน้าก้มตาเช็กสต๊อกของสดต่อเพื่อหนีสายตาจับผิดของเพื่อนสาว
ทานตะวันและนิรมลมองหน้ากัน ก่อนที่นิรมลจะตัดสินใจพูดขึ้นมา
“เมื่อวานฉันไปกินข้าวเที่ยงที่เอ็มเจเจอแฟนเธอด้วย”
พริมาเงยหน้ามองเพื่อน
“เอ็มเจเหรอ สาขาไหน”
“สาขาบางพลี”
นิรมลเปิดโทรศัพท์ให้เพื่อนดูรูปของปกปราชญ์ที่ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับสาวสวยคนหนึ่งที่เธอแอบถ่ายไว้
พริมารับมาดู หญิงสาวไม่พูดอะไรและส่งโทรศัพท์คืน
“เพื่อนร่วมงานเขามั้งหรือว่าลูกค้า โอมต้องไปกินข้าวกับลูกค้าเป็นเรื่องปกติ”
“จ้า...ปกติแหละ” นิรมลลากเสียงและพูดต่อ
“แต่ฉันได้ยินยายนั่นบอกว่าตัวเองเป็นคนดันให้สามีเธอได้ไปญี่ปุ่นนะที่สำคัญผัวเธอก็ไม่ปฏิเสธด้วย”
ปกปราชญ์กลับเข้าบ้านในตอนหลังเที่ยงคืนไปแล้ว ชายหนุ่มถอนใจโล่งอกเมื่อเห็นว่าพริมาหลับไปแล้ว ตั้งแต่วันที่เขาบอกเธอว่าจะไปญี่ปุ่นและเธอขอไปด้วยซึ่งเขาไม่ยอมให้เธอทำแบบนั้น จนถึงวันนี้ผ่านมาเกือบสองสัปดาห์เขายังไม่ได้คุยกับเธอจริงจังอีกเลย
เขารู้ว่าสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำ อาจจะทำให้พริมารู้สึกไม่ดีที่ต้องห่างกัน แต่เขาอยากทุ่มเทให้งานก่อนเพื่อความก้าวหน้าซึ่งเป็นอนาคตของครอบครัวด้วย และเขาหวังว่าหญิงสาวจะเข้าใจเขาได้และรอเขากลับมา
ชายหนุ่มมั่นใจว่าระหว่างเขาและภรรยาจะไม่มีคนอื่นเข้ามาแทรกได้ ความรักที่บ่มเพาะมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่งทำให้เขารู้ว่าพริมาเป็นคนอย่างไร ส่วนตัวเขาเองไม่มีนิสัยเจ้าชู้หรือหวั่นไหวกับผู้หญิงคนอื่น ๆ และเขาเชื่อว่าพริมาจะเชื่อมั่นในตัวเขาเช่นกัน
“ทำไมแนนไปด้วยไม่ได้คะโอม” เช้ามืดวันต่อมา พริมาตื่นมาก่อนที่ปกปราชญ์จะออกจากบ้าน
ชายหนุ่มถอนใจ นี่คือเหตุผลที่เขาเลี่ยงการพบหน้าพริมาในช่วงนี้ เพราะดูเหมือนว่าเธอจะไม่เข้าใจอะไรเลย
“ผมไปทำงานนะแนน ไม่ได้ไปเที่ยวจะพาแนนไปได้ยังไง อีกอย่างงานแนนที่นี่ล่ะ ใครจะดูร้าน”
เขาพูดถึงร้านอาหารของภรรยาที่เธอลงทุนทำกับเพื่อน
“โบตั๋นกับตะวันดูแทนให้ได้ค่ะ เดี๋ยวนี้ประชุมกันออนไลน์ก็ได้เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเลย” พริมาตอบ
“แนน... ผมรู้ว่าถึงร้านจะเป็นยังไง แนนก็ไม่เดือดร้อนเพราะแนนรวย แต่ผมอยากให้แนนจริงจังกับมันมากกว่านี้ ใส่ใจกับงานแทนที่จะมาสนใจเรื่องผม”
“แต่โอมเป็นสามีแนนนะ แนนจะเห็นอย่างอื่นสำคัญกว่าครอบครัวได้ยังไงคะ หรือว่าโอมเองเห็นงานสำคัญกว่าแนน” พริมาผิดหวังกับคำพูดของเขาอย่างมาก จนเผลอพูดเสียงดังใส่ปกปราชญ์ที่กำลังนิ่วหน้าเช่นกัน
“แนนอย่างี่เง่าได้ไหม ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นสักหน่อย ก็แนนเป็นแบบนี้ไงผมถึงไม่อยากให้แนนไปด้วย”
“แนนเป็นแบบไหนคะ แนนพยายามเข้าใจคุณทุกเรื่องเลยนะ มันยังดีไม่พออีกเหรอ” พริมาตะโกนใส่หน้าเขาเป็นครั้งแรกที่คบหากัน
“แนนกำลังหงุดหงิดผมว่าเราอย่าเพิ่งคุยกันดีกว่า ผมไปทำงานก่อน” ปกปราชญ์หยิบแฟ้มงานติดมือออกไปนอกบ้านโดยไม่สนใจพริมาที่กำลังร้องไห้
สองวันต่อมา ปกปราชญ์กลับเข้ามาในบ้านพบว่าพริมากำลังรอเขาอยู่
“แนนยังไม่นอนเหรอ”
ชายหนุ่มมองนาฬิกา เห็นว่ามันเกือบตีหนึ่งแล้วพริมายังอยู่ในชุดทำงาน เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารมีอาหารเย็นชืดวางอยู่เต็มโต๊ะ เทียนถูกจุดไปจนเกือบครึ่งเล่ม ช่อดอกกุหลาบวางอยู่บนโต๊ะด้วย
“นี่มันอะไรกัน ทำไมแนนเพิ่งทานข้าวแล้วดอกไม้นั่นใครให้มา”
พริมาลุกมาหาเขา เธอหยิบดอกไม้มาส่งให้เขา
“วันนี้ครบรอบวันแต่งงานของเราไงโอม เราเคยนัดกันในวันแต่งงานเมื่อปีก่อนว่าเราจะดินเนอร์ด้วยกันในวันนี้...ทุกปี”
ปกปราชญ์นิ่งอึ้ง เขาลืมเสียสนิทเพราะวันนี้เขาไปทำเอกสารเดินทางทั้งวัน ชายหนุ่มลำคอตีบตันเมื่อเห็นสิ่งที่เธอเตรียมไว้ให้
“แนน ผมขอโทษ ขอโทษจริงๆ นะ”
“แนนยกโทษให้ แต่แนนขออะไรจากโอมได้ไหม”
“ได้สิ แนนอยากได้อะไรบอกมาเลย” ชายหนุ่มรีบตอบ
“แนนอยากขอให้โอม... ไม่ไปญี่ปุ่นคนเดียวหรือไม่ไปเลยได้ไหม”
พริมาทำใจไม่ได้จริงๆ หากจะต้องห่างกันถึงสามปีโดยที่ไม่มีโอกาสได้พบกัน
ปกปราชญ์หันหลังให้ทันที
“ทำไมแนนถึงไม่อยากให้ผมก้าวหน้าล่ะ ผมเคยคิดว่าแนนคือคนที่หวังดีกับผมที่สุดซะอีก”
“แล้วความก้าวหน้ามันมีแค่ทางเดียวเหรอโอม ความก้าวหน้าหรือความสำเร็จที่เดินไปได้แค่คนเดียว โอมต้องการมันจริงๆ ใช่ไหม”
พริมาเดินอ้อมไปตรงหน้าเขาเพื่อสบตากันให้ถนัด แต่ปกปราชญ์เบือนหน้าหนี
“แนนเกิดมาในครอบครัวที่สุขสบาย มีเงินมีทองพร้อม แนนไม่เคยดิ้นรนอะไรคงไม่เข้าใจผมหรอก”
หญิงสาวหัวเราะเบาๆ
“ในวันที่เรารักกัน เรื่องฐานะไม่เคยเป็นปัญหาไม่ใช่เหรอโอม พ่อแม่ของแนนก็ยินดีต้อนรับโอมมาตั้งแต่แรก แล้วทำไมในวันนี้เรื่องนี้ถึงกลายเป็นปัญหาไปได้ล่ะ”
ชายหนุ่มเงียบ พริมาจึงพูดต่อ
“ไม่รู้ว่าโอมจำได้ไหมว่าในวันที่โอมขอแนนแต่งงาน โอมบอกว่าเราจะเคียงข้างกันไปทุกช่วงของชีวิต แนนเลยไม่ได้คิดจะแต่งงานมาเพื่อที่จะมาเป็นคนเฝ้าบ้านให้คุณนะ แนนทำไม่ได้จริงๆ”
“แนนหมายความว่ายังไง” ปกปราชญ์แทบจะลืมหายใจในตอนที่รอฟังพริมาพูดต่อ
“ถ้าโอมยืนยันจะไปจริงๆ ช่วยหย่าให้แนนก่อนค่ะ”
“มันถึงขั้นต้องหย่าเลยเหรอแนน ทำไมแกไม่ลองให้โอกาสโอมทำตามฝันล่ะ” นิรมลถามเพื่อนเมื่อรู้ว่าปกปราชญ์และพริมาหย่าขาดกันแล้วก่อนวันที่ชายหนุ่มเดินทางเพียงแค่หนึ่งวัน
“ฉันไม่ได้ห้ามเขาทำตามฝันนะโบตั๋น แต่ถ้าฝันของเขาไม่มีฉันอยู่ด้วยเราจะยื้อกันไปทำไม”
“แล้วแกจะปล่อยเขาไปแบบนี้เหรอแนน” ทานตะวันถามหลังจากเป็นฝ่ายฟังมาสักพัก
“เปล่า เขาไม่ให้ฉันไปด้วยเพราะบริษัทไม่ให้เอาครอบครัวไป แต่ตอนนี้ฉันไม่ใช่เมียเขาแล้วฉันจะไปไหนก็ได้ รวมถึงไปญี่ปุ่นด้วยไม่ใช่เหรอ”
พริมาหันมาตอบเพื่อน เธออยากไปเห็นปกปราชญ์ด้วยตาตัวเอง ว่าเหตุผลที่เขาไม่ให้เธอตามไปนั้นจริงแบบที่เขาพูดหรือเปล่า