
“แกจะต้องแต่งงาน!” เสียงผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้น ประโยคแรกจากปากแม่ทำเอาไบรตั้นถึงกับค้างไปกับคำพูดของแม่
“ล้อเล่นน่าแม่จะตงจะแต่งงานยังไงผมยังไม่มีแฟน” ชายหนุ่มยังคงไม่เชื่อในสิ่งที่ผู้เป็นแม่บอก
“แกมีคู่หมั้นแล้วและตอนนี้น้องก็พร้อมที่จะแต่งงานกับแกแล้ว เลิกทำตัวเหลวไหลได้แล้วนะฉลาม” ผู้เป็นแม่ดุลูกชายที่เอาแต่เที่ยวเตร่ไม่รู้จักหยุดหย่อนแม้จะโตมากแล้วก็ตาม
“คู่หมั้นอะไรผมไม่แต่ง ยังไงก็ไม่แต่งนี่แม่จะให้ผมแต่งกับอีบ้าที่ไหนก็ไม่รู้หน้าผมยังไม่เคยเห็นเลยนะแม่!” ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นจากเก้าอี้กำลังจะก้าวเท้าเดินออกไปจากโต๊ะ “ถ้าแกไม่ยอมแต่งงานแม่จะไม่ให้ในสิ่งที่แกอยากได้มาตลอดชีวิต” สิ้นเสียงผู้เป็นแม่ทำเอาชายหนุ่มถึงกับชะงักไป เขาค่อยๆ หันหน้ามาเผชิญหน้ากับแม่ตัวเอง
“แม่อย่าเอามาอ้างเลยครับ ยังไงผมก็ยืนยันคำเดิมผมไม่แต่ง!!!” ไบรตั้นกดเสียงต่ำลอดไรฟันอย่างข่มอารมณ์เอาไว้ก่อนที่เขาจะเดินออกมา
“เดี๋ยวๆ อย่าพึ่งกลับสิวะลูกชาย” เควินเดินตามหลังลูกชายมาเห็นท่าทางลูกชายแล้วเขาก็ไม่อยากจะบังคับลูกแต่มันต้องเป็นไปตามที่คุณพ่อของเขาได้จัดการเอาไว้ก่อนเสียแล้ว
“ถ้าพ่อจะมาบอกผมให้แต่งงานนะพ่อไม่ต้องพูดให้เหนื่อยหรอก ยังไงผมก็ไม่แต่งกับเด็กบ้านั้น!” ไบรตั้นยังคงหัวเสียกับเรื่องแต่งงาน เพราะยังไงซะเขาก็ไม่ยอมแต่งแน่ๆ
“ฟังพ่อนะไบรตั้นเรื่องแต่งงานเนี่ยมันเป็นเรื่องใหญ่พ่อรู้และไม่มีใครยอมแต่งง่ายๆ และอีกอย่างหน้าตาก็ยังไม่เคยเห็น แต่พ่ออยากให้ลูกคิดดีๆ นะ สัญญานี่ปู่ลูกเป็นคนหมั้นหมายน้องให้ลูกเอาไว้ก่อนปู่จะเสียและพ่อก็มองในอีกมุมว่าแกควรมีครอบครัวได้แล้ว พ่อกับแม่แกก็แก่ลงทุกวัน อีกอย่างร่างกายตอนนี้มันก็เริ่มบอกแล้วว่าจะไม่ไหว แกเป็นที่พึ่งคนเดียวของบ้านนะ แต่งงานมีเมียได้แล้วแต่ถ้าแกไม่รักน้องเขาแกจะแต่งแล้วแยกกันอยู่อันนั้นพ่อก็ไม่ว่า ไม่แน่แกอาจจะรักน้องเขาเข้าให้สักวันเถอะไอ้เสือ” สิ้นคำพูดของเควินทำเอาลูกชายของเขานั่งเงียบไปก่อนจะผลุนผลันเดินไปขึ้นรถแล้วขับออกไปด้วยความเร็ว
“รอแกเห็นหน้าน้องเขาก่อนเถอะไอ้เสือน้อย...” เควินมองตามรถลูกชายที่เคลื่อนตัวออกจากบ้านไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ยังไงสัญญาก็ต้องเป็นสัญญา

