
ผมจัดการถอดถุงยางออกจากดุ้นที่เพิ่งใช้งานเสร็จ และหลังจากที่บอกให้อีกคนออกไปดูไอ้เปรมก่อน เพราะผมกลัวว่าเพื่อนๆจะสงสัยหากมาแล้วเห็นหายหัวกันไปทั้งคู่
“เหี้ยว่ะ!”
ผมหันตามเสียงด่าอันแข็งกร้าวทันที แล้วก็เจอว่าเป็นเพลงเองที่พูด
ซึ่งมันลงทุนดักรอผมอยู่หน้าห้องน้ำ และไม่รู้ว่ามารอนานหรือยัง
“นั่นมันของเพื่อนไหม?” เพลงจ้องผมไม่วางตา
“แล้วไงวะ” ผมไม่คิดหลบ
“แล้วทำไมมึงยังเอา!” มันตวาดใส่อย่างเหลืออด โดยที่ผมก็ใช้อารมณ์กลับ
“แล้วทำไมกูต้องพอวะ!”
เพี๊ยะ!
“เหี้ยเอ้ย!” เพลงทั้งด่าทั้งตบ ส่วนผมก็ยืนโง่ๆให้ตัวเองเจ็บ
“ทำให้พอใจมึงเลยเพลง ถ้ากูมันเลวนัก”
“...” เพลงหยุดชะงักแล้วลดฝ่ามือลง
มันเลิกตบ และหายใจเข้าออกช้าๆ
ในขณะที่หน้าผมชาไปทั้งแถบ...
เวลาผ่านไปราวหนึ่งนาทีเศษ เพลงก็กลับมาขยับปาก
“กูขอล่ะ เลิกยุ่งกับน้ำตาล”
“งั้นกูยุ่งกับมึงแทน” ผมทำทีเป็นต่อรอง จริงๆแค่อยากให้มันหัวร้อนเล่นๆ
“ไม่ใจก็จบ กูจะได้คั่วต่อ” ผมบอกแกมขู่
“กูไม่ใช่คนปอดแหก” เพลงลั่นคำตอบเสียงเรียบ แต่สีหน้าเครียดกว่าปกติ
“ขอแค่มึงอย่ายุ่งกับผู้หญิงของเพื่อนกูอีก” มันกำชับจริงจัง
นั่นแสดงว่ามัน... ‘รับข้อเสนอจริงๆ’
“เป็นคนดีอะไรขนาดนั้น” ผมถามประชด
“กูคันมั้ง”
มันโกหกปะวะ?
แต่ที่รู้ๆคือ ผมฟลุ๊คว่ะ ที่อยู่ๆก็ได้...
‘ของฟรี’

