บทที่ 1 : ปัญหาของวาสิตา
อ้วกกกกก....
เสียงอาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตายของคนในห้องน้ำปลุกให้ 'คณิน' ต้องลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างหัวเสีย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ 'วาสิตา' เอาตื่นมาอาเจียนแบบนี้ นับว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่เขาเองก็ไม่แน่ใจนักเพราะไม่ได้คิดจะใส่ใจเจ้าหล่อนมากมายอยู่แล้ว เพียงแต่จำได้ว่าในสัปดาห์นี้เธอเป็นเช่นนี้ทุกๆ วันในช่วงเช้าก่อนที่เขาจะกลับออกไป มันทำให้เขาหงุดหงิดจนโมโหขึ้นมาหลายครั้งที่ในยามเช้าเธอไม่สามารถให้ความร่วมมือใดๆ กับเขาได้เลย น่าโมโหชะมัด!!
คณิน รักษ์สกุล ... ชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาคมคาย ดีกรีนักเรียนนอกแถมยังพ่วงตำแหน่งผู้บริหารคนใหม่ไฟแรง เจ้านายของวาสิตา หญิงสาวที่ถูกเขาจีบและหลอกล่อให้ตกอยู่ในหลุมพรางแห่งความรักเรื่อยมาตลอดหนึ่งปีเต็ม
วาสิตาหรือลูกตาล ทำงานเป็นเลขาให้กับคณินตั้งแต่เขากลับมาจากเมืองนอก พ่อแม่ของเขามอบหมายให้เธอดูแลลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านตั้งแต่เริ่มงานจวบจนถึงวันนี้ วันที่เธอและเขามีสัมพันธ์รุดหน้าไปไกล ไกลเกินกว่าที่มันควรจะเป็น และยากเกินกว่าที่ใครจะยุติสถานะนี้ลง เมื่อคนที่ทำตัวเป็นเหมือนเสือผู้หญิงตัวร้ายกลับไม่ยอมปล่อยให้ลูกแมวน้อยแสนเชื่องได้หลุดรอดออกไปไหนจนไกลสายตา
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา วาสิตาต้องทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสิ่งที่เขาทำกับเธอ ไม่ว่าเขาจะควงใครไปไหนมาไหน หรือก่อนมาหาเธอเขาจะไปทำเรื่องอย่างว่ากับใคร เธอก็ทำได้แค่เพียงอดทน อดทนต่อสิ่งที่ตัวเองเลือก อดทนต่อบ่วงรักที่เขาผูกเอาไว้ ทน...จนรู้สึกว่ามันช่างทรมานไปทั้งใจ อดทนต่อการเป็นคนในเงามืดที่เขาหยิบยื่นให้เสมอมา
เพราะเป็นคนที่ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน เป็นคนที่ไม่เคยมีใครสนใจ พอเจอเขาคนที่ให้ความสนใจเอาใจใส่และทำเหมือนว่า 'รัก' เพียงแค่นั้นคนหัวอ่อนเช่นเธอก็ตกหลุมรักเขาจนไม่อาจจะถอนตัวได้ และเมื่อเขาได้ในสิ่งที่ต้องการ นิสัยใจคอที่ถูกซ่อนไว้มันจึงค่อยๆ ถูกเผยออกมาจนเธอจุกไปทั้งอก คำว่ารักของเขาไม่ใช่ของจริง การเอาใจใส่ของเขาเป็นเพียงแค่ละครฉากหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่เขาต้องการจากเธอคือความบริสุทธิ์ผุดผ่องที่เฝ้ารักษามาเนิ่นนาน และเมื่อเขาได้มันไปแล้ว...จะมีประโยชน์อะไรที่เขาจะต้องเล่นบทเป็นพระเอกแสนดีกับเธออีก
หลังจากรับรู้ความจริงทุกข้อของชีวิต คณินก็ยื่นเงื่อนไขให้เธอย้ายเข้ามาอยู่ที่คอนโดของเขา โดยเขาให้เหตุผลว่าสงสารเธอที่เธอไม่มีใคร และอีกเหตุผลที่มันเหมือนมีดคมๆ ค่อยๆ กรีดลงไปกลางใจของเธอก็คือ 'เขายังไม่เบื่อเธอ' เขาให้เหตุผลสั้นๆ แค่นั้น พร้อมกับจัดการให้เธอย้ายมาอยู่ที่นี่โดยไว แรกๆ วาสิตาก็เหมือนจะมีความสุขดีที่เขากลับมาอยู่กับเธอแทบจะทุกวัน แต่ความจริงก็คือความจริง เมื่อไหร่ที่เขามีใครเข้ามาในชีวิต เขาก็จะลืมเลือนเธอ ลืมว่าเธอต้องรอเขากลับบ้านในทุกๆ วัน ลืมว่าต้องมีใครอีกคนนอนร้องไห้เพราะรอเขา แต่เขาไม่เคยสนใจ ไม่เคยรับรู้ว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร ไม่เคยแม้แต่จะสนใจด้วยซ้ำว่าความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขามันจริงแค่ไหน
เธอรักเขา รัก...ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางที่คนอย่างเขาจะรักตอบ
เพราะรักเขามาก รักและหลงไปกับคำหวานที่เขาเคยปรนเปรอให้จนในวันนี้เธอถึงมีสภาพเช่นนี้ ‘นางบำเรอในเงามืด’ คำนี้ช่างวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมจบสิ้น แม้จะพยายามบอกตัวเองว่าเธอโชคดีกว่าคนอื่นมาก ที่สุดท้ายในยามค่ำคืนเขาก็จะกลับมาหาเธอเสมอ แต่ก็นั่นแหละ...ใครบ้างจะอยากให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ ใครบ้างจะอยากให้คนรักของตัวเองไปมั่วกับผู้หญิงคนอื่นไม่เลือกหน้าแบบนี้ ใครบ้าง...จะไม่อยากเป็นตัวจริงสำหรับเขา
“ตาล!! ทำไมอาเจียนอีกแล้ว” คณินหรือนิค ลุกขึ้นเดินมาดูหญิงสาวตัวเล็กที่ยังคงอยู่ในห้องน้ำด้วยความหงุดหงิด
“เอ่อ... อ้วกกกกกก” ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไร หญิงสาวก็ก้มลงไปอาเจียนอีกครั้งอย่างเอาเป็นเอาตาย
“เฮ้ยย!! ต้องไปหาหมอหรือเปล่า ผมว่าคุณไม่สบายแน่ๆ เป็นแบบนี้มาเป็นอาทิตย์แล้วนะตาล”
คณินถอนหายใจแรงๆ ก่อนจะเดินเข้าไปลูบหลังให้หญิงสาวเบาๆ เขามองคนตัวเล็กด้วยสายตาอ่านยาก เขาไม่เคยเห็นวาสิตามีอาการเช่นนี้มาก่อน เธอเป็นคนแข็งแรงไม่เคยเจ็บป่วยอะไรให้เขาได้เห็น แล้วนี่มันอะไร? ไข้หรืออาการอะไรก็ไม่มี ตัวก็ไม่ร้อนแต่ทำไมถึงอาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตายแบบนี้ได้
“ไหวมั้ย?” ชายหนุ่มถามเมื่อเห็นว่าอาการของหญิงสาวเริ่มจะดีขึ้นบ้างแล้ว
“ไหว...ไหวค่ะ”
“งั้นผมประคองออกไปนะ วันนี้วันศุกร์แล้ว คุณไม่ต้องไปทำงานหรอก ผมว่าคุณควรจะหยุดพักสักวันสองวันให้อาการมันดีขึ้นกว่านี้สักหน่อย”
“แต่งานที่ตาลต้องทำ...”
“ก็ผมบอกว่าให้หยุดไง” น้ำเสียงประกาศิตเอ่ยบอกทันที
“ค่ะ”
“แล้วนี่เป็นอะไร ทำไมไม่ยอมไปหาหมอ ผมเห็นคุณเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้วนะ ทนอยู่ได้ยังไงตั้งเป็นอาทิตย์น่ะ!”
“ตาล...” หญิงสาวอ้ำอึ้ง ไม่รู้ว่าจะเริ่มบอกเขาอย่างไรกับความจริงที่ตัวเองเพิ่งรู้ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน
เพราะรอบอกเขาตั้งแต่เมื่อสองวันก่อน แต่เขาดันกลับมาเกือบเช้า เธอเลยไม่กล้าปลุกเขาให้ตื่นมารับรู้เรื่องราวน่ายินดีเช่นนี้ จะให้ไปบอกเขาในที่ทำงานก็กลัวว่าเขาจะยุ่งจนไม่มีเวลาฟัง สุดท้ายความดีใจที่เคยมีมันก็เริ่มลดน้อยถอยลงมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถ้าบอกไปในตอนนี้ เขาที่เป็นคนสำคัญกับเรื่องนี้จะยินดีกับเธอด้วยหรือไม่
“ตกลงว่าเป็นอะไร คุณไปหาหมอมารึยัง?” พูดจบก็เดินมาใกล้ๆ หญิงสาวพร้อมกับยื่นมือมาสัมผัสที่หน้าผากเธออีกครั้ง
สัมผัสนั้นทำให้หญิงสาวสะดุ้งนิดๆ เพราะไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้ น้อยครั้งที่เขาจะใส่ใจเธอ น้อยครั้งจนเธอแทบจะทำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามันเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมากี่ครั้ง เธอรู้ดีว่าสถานะของเธอคืออะไร จะคาดหวังให้เขามาใส่ใจมันก็คงจะดูไกลเกินเอื้อมไปหน่อย เพราะแบบนั้นพอวันนี้ที่เขาทำเหมือนเป็นห่วงเป็นใยกัน มันเลยทำให้เธอเผลอดีใจจนยิ้มออกมา
“ตาลไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะ” หญิงสาวอมยิ้มน้อยๆ บอกเขากลับไปพร้อมกับควานหายาดมหลอดเล็กมาดมไว้เพื่อบรรเทาอาการเวียนหัว
“จะไม่เป็นไรได้ยังไง ก็เห็นอยู่ว่าอาเจียนแบบนี้ทุกวันน่ะ!”
“คือมันเป็นผลข้างเคียงเฉยๆ น่ะค่ะคุณนิค เป็นในช่วงระยะแรกๆ”
“แล้วมันเป็นอาการข้างเคียงของโรคอะไร?” ชายหนุ่มหรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่ไม่ค่อยเข้าใจนัก
“ตาลท้องค่ะ”
“ว่าไงนะ!!” ชายหนุ่มอุทานออกมาเสียงดัง