หลัวอี้หนิงที่เปลี่ยนไป

4232 คำ
"อาเหว่ย พี่รองข้าตายรึยัง? " คนเข้าใจว่าเขายังนอนไม่ฟื้น พูดเสียงดังอย่างไม่กลัวคนจะคิดเลยแม้แต่น้อย ว่าตนอยากให้เขาตายจริงๆ จนถึงขั้นโผล่มาถามคนถึงห้อง คาดว่าคงจะมาดูสภาพเขา ถ้าเขายังไม่ฟื้นก็คงจะกระหยิ่มยิ้มย่องอารมณ์ดีไปทั้งวันเป็นแน่ แต่บังเอิญว่าเขาฟื้นแล้ว และคนที่ฟื้นขึ้นมา เป็นเขา ไม่ใช่หลัวอี้หนิง!! "ไม่คิดว่าน้องสามจะห่วงพี่รองขนาดนี้... แต่เจ้าเรียบเรียงคำพูดผิดไปหรือไม่? เจ้าคงไม่ได้อยากให้พี่ตายจริงๆหรอกกระมัง? "หลัวชิงหลงถามออกไปเช่นนี้ เสียงที่ยังไม่แตกหนุ่มของเขา ฟังดูนุ่มนวลอ่อนหวาน ซ้ำเจ้าตัวยังยิ้มน้อยๆ แม้จะมีใบหน้าซีดเซียวเพราะเพิ่งฟื้นได้ไม่นานก็ตาม ท่าทางอ่อนแอราวกับจะสลบได้ทุกเวลา ทำให้คำพูดของเขาดูไม่มีน้ำหนักในใจของหลัวลี่เหลียนเท่าใดนัก แต่การที่เห็นเขาฟื้นคืนสติมานั่งได้ กับเหตุการณ์ที่ตนถีบประตูเข้ามาก็ถือว่าทำให้หลัวอี้หนิงเห็นได้ชัดเจนแล้ว ว่าตนมีความคิดเช่นไร ดวงตาของหลัวลี่เหลียนมีแววตกใจพาดผ่าน ก่อนจะพยายามปรับสีหน้าทันที "พี่รอง ท่านฟื้นแล้ว ข้าตกใจแทบแย่ ที่พูดเมื่อครู่ เป็นข้าเรียบเรียงคำผิดตามที่ท่านว่าจริงๆนั่นแหละ น้องสามจะอยากให้ท่านตายได้อย่างไรกัน? " หึ! อ่อนหัด! "เป็นเช่นนี้เอง... พี่ขอบใจมากที่เจ้าเป็นห่วง ไหนเข้ามาให้พี่เห็นหน้าเจ้าชัดๆซิ พี่รองหลับไปนาน ออกจะเลอะเลือนอยู่บ้าง เจ้าก็รู้ ว่าในบ่อน้ำมันมืดเหลือเกิน ตาพี่สู้แสงไม่ได้อยู่ซักหน่อย"หลัวชิงหลงในร่างหลัวอี้หนิงกวักมือเรียก'น้องชายคนดี'ให้เข้ามาใกล้ตน หลัวลี่เหลียนชะงักเท้าเล็กน้อย เขาก็เกิดอาการระแวงขึ้นมา ปกติแล้ว หลัวอี้หนิงพอจะรู้ ว่าเขาไม่ค่อยชอบขี้หน้า จึงไม่ค่อยเข้ามาใกล้ชิดเขานัก ทั้งยังไม่เคยแสดงท่าทางสนิทสนมกับเขาเท่าใด การที่อีกฝ่ายพูดจาหวานหู ทำตัวสนิทสนมเช่นนี้ ออกจะรู้สึกไปว่า 'แย่แล้ว!' "ทำไมรึ? เจ้ากลัวพี่จะทำอะไรเจ้ารึไง? " หลัวชิงหลงจงใจเน้นคำ ทำให้หลัวลี่เหลียนหน้าตึงขึ้นทันที อีกฝ่าย มีหรือจะยอมรับว่ากลัวเขา ให้ตายก็ไม่มีทาง! "ข้า!... น้องสามจะกลัวท่านได้อย่างไร? พี่รองกล่าวเกินไปแล้ว ลี่เหลียนเพียงคิดว่า พี่รองอาจจะไม่อยากเห็นหน้าลี่เหลียนเท่าใดนัก ปกติท่านไม่ค่อยสนใจข้า"ยังจะแอ๊บได้อีกนะไอ้หนุ่ม! "เหตุใดเจ้าคิดเช่นนั้นเล่า? พี่ก็เอ็นดูเจ้ามาตลอด เพียงแต่เจ้าต่างหาก อาจจะเกลียดพี่มาก จนไม่เห็นว่าพี่รักเจ้ามากเพียงใด"หลัวชิงหลงกระตุกยิ้มในใจ แต่ใบหน้ากลับทำท่าโศกเศร้าเหลือแสน คิดว่าเขาเป็นใครกัน? เขาเป็นถึงนักฆ่าพันหน้า คนที่เขาคิดจะฆ่า นอกจากเป้าหมายรายสุดท้ายที่เขาพลาดท่าแล้ว ก็ไม่เคยมีใครระแคะระคายในการแสดงของเขาซักคน แล้วกับอีแค่เด็กอายุ 14 ทำไมเขาจะตบตาไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะเสแสร้งต่อไปดีรึเปล่าเท่านั้น หลัวลี่เหลียน พอได้ยินว่าหลัวอี้หนิงพูดออกมา ราวกับรู้ว่าเขาทำอะไรก็เริ่มลนลาน ท่านแม่เคยบอกว่าจะทำให้อีกฝ่ายรู้ไม่ได้เด็ดขาด ว่าเขาเกลียดทางนั้นมากเพียงใด จะทำการใดต้องแนบเนียนไร้หลักฐาน เขาที่เข้ามาหาหลัวอี้หนิงอย่างไม่ได้วางแผนรับมือเช่นนี้จึงเริ่มทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ขายผ้าเอาหน้ารอดแล้ว! "พี่รอง ท่านคิดมากแล้ว ลี่เหลียนไม่ได้เกลียดท่าน เพียงเกรงว่าท่านจะไม่ชอบลี่เหลียน จึงไม่อยากทำให้ท่านระคายหูระคายตาเท่านั้น ข้า... ข้า ข้าปล่อยท่านพักผ่อนดีรึไม่? ผู้น้องรบกวนแล้ว" ว่าจบเจ้าตัวก็เผ่นแผล็วออกจากห้องเขาทันที ไม่รอให้เขาได้แกล้งมากกว่านี้ นับว่ามีไหวพริบไม่น้อย ส่วนอาเหว่ยที่ดูละครงิ้วฉากนี้ ก็ทำได้เพียงมองหลัวอี้หนิงกับหลัวลี่เหลียนไปๆมาๆ บ่าวตัวน้อยเองก็ไม่เคยเห็นกิริยาเช่นนี้ของหลัวอี้หนิงเช่นกัน จึงอดจะแปลกใจไม่ได้ ช่วงเวลาสองสามวันมานี้ หลัวลี่เหลียนแวะเวียนมาเยาะเย้ยถากถางอาเหว่ยตลอด แต่ตัวเขาเป็นเพียงบ่าวไพร่ ไหนเลยจะกล้านำความเหล่านี้มาบอกให้หลัวอี้หนิงรู้ ทั้งยังโดนกำชับเอาไว้ ว่าหากเขารายงานเรื่องที่ถูกกลั่นแกล้งเหล่านี้ให้หลัวอี้หนิงฟัง จะเป็นเขาเองที่ลำบากกว่าเดิม แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้หลัวอี้หนิงจะรู้ด้วยตนเองแล้ว ว่าเขานั้นถูกอีกฝ่ายกลั่นแกล้งเช่นไร นับว่าสวรรค์มีตา ฟ้ายังปราณีเขาอยู่บ้างกระมัง? "ค... คุณชาย? " "ว่า? "เห็นสายตาของหลัวอี้หนิงตวัดมาหาเขาแล้วก็แอบตกใจกลัว เพราะมันดูดุร้ายไม่น้อยเลย "ไม่มีอะไรขอรับ บ่าวขออนุญาตคุณชายนอนที่ตั่งซักครู่นะขอรับ!! " อาเหว่ยเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรดีเหมือนกัน แต่กระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เขาชอบหลัวอี้หนิงที่เป็นเช่นนี้มากกว่าเดิมนัก "อืม ไปนอนเถอะ"หลัวชิงหลงตอบรับ ตัวเขาเองพอบอกคนก็ยกยาในถ้วยขึ้นซดรวดเดียวหมดโดยสีหน้าไม่เปลี่ยนแล้วล้มตัวลงนอนทันที หลัวชิงหลงรู้ดีว่าร่างกายนี้ยังไม่แข็งแรงพอจะสู้รบปรบมือกับใครได้ หลังจากนี้เขาต้องฟื้นฟูร่างกายของตัวเองให้แข็งแรง ข้าวปลาก็จะหาทำเอาเอง ในเมื่อเขารู้อยู่แล้วว่าคนครัวส่วนใหญ่เป็นคนของฮวาลี่เชียนคนนั้น ทำไมต้องทู่ซี้ปล่อยคนวางยาเขาต่อไปกันเล่า? เรื่องนี้ ไม่แน่ว่าหลัวอี้อันเอง ก็คงถูกวางยาด้วยเหมือนกัน คงต้องจัดการเปลี่ยนคนครัวใหม่ได้แล้ว... หลัวชิงหลงคิดเช่นนี้ ก่อนจะหลับไปอีกครั้งและตื่นขึ้นมาอีกทีเมื่อรู้สึกตัวว่ามีคนเดินเร็วๆมาที่ห้องของเขา แอ๊ดดดด... ใครกัน? "น... นายท่าน... "เสียงอาเหว่ยดังเล็กน้อย ก่อนจะกลายเป็นเสียงกระซิบ "อี้หนิงเป็นอย่างไรบ้าง? "เสียงหนึ่งกระซิบถาม คาดว่าน่าจะเป็นหลัวอี้เฟิง หลัวชิงหลงนอนฟังอย่างเงียบๆ "เรียนนายท่าน คุณชายฟื้นขึ้นมาเมื่อตอนกลางวัน บ่าวให้กินยาบำรุงแล้วก็หลับมาจนถึงตอนนี้ขอรับ"เสียงอาเหว่ยกระซิบรายงาน "ไปยกสำรับอาหารมาเถิด ข้าจะดูอี้หนิงเอง"หลัวอี้เฟิงกระซิบ อาเหว่ยคำนับแล้วไปที่ครัวทำตามความต้องการของหลัวอี้เฟิงทันที เจ้าของจวนเดินเบาๆเข้ามาดูอาการลูกชายตนที่แสร้งนอนหลับอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาแม้จะอายุเข้าเลขสี่เข้าไปแล้ว ปรากฎแววห่วงอาทรปนอาดูร เป็นเขาที่ไม่ดูแลลูกให้ดี ถึงกับมารู้เอาทีหลังว่าลูกชายคนรองหายตัวไปแล้วหนึ่งวันเต็มๆ ถ้าเขาสั่งคนหาลูกชายช้ากว่านี้อีกวัน เขาไม่อยากจะคิดเลย ว่าจะยังมีอี้หนิงที่มีชีวิตมานอนอยู่บนเตียงในห้องนี้หรือไม่? "เป็นพ่อดูแลเจ้าไม่ดี ถึงได้ทำให้เจ้าต้องติดอยู่ในที่ที่มืดมิดหนาวเย็นนั่นตั้งสองวันสองคืน พ่อเกือบจะไม่ได้เห็นหน้าเจ้าที่ยังมีสีเลือดฝาดเช่นนี้อีกแล้ว" มือใหญ่นั้นลูบหัวเขาอย่างอ่อนโยน ทว่า สั่นเทาไปด้วยความกลัวของผู้เป็นพ่อ ความจริงแล้ว หลัวอี้เฟิงนั้นคิดไม่ผิด หลัวอี้หนิงลูกชายแท้ๆคนนั้นของเขาได้ตายไปแล้วตั้งแต่วันที่สองที่ติดอยู่ในบ่อน้ำร้างหลังจวนแห่งนั้น หลัวชิงหลงที่รู้สึกได้ว่าคนนิ่งเงียบไปก็เริ่มทำเป็นขยับเปลือกตา ลืมขึ้นช้าๆ ราวกับคนเพิ่งตื่นนอน ทั้งที่จริงๆ เขารู้สึกตัวตื่นนานแล้ว "ท่านพ่อ... "เขาพูดขึ้นเสียงงัวเงีย ก่อนทำท่าจะลุกขึ้นมานั่ง ทำให้หลัวอี้เฟิงต้องเข้ามาช่วยประคองร่างเขาเอาไว้ "อี้หนิง ช้าๆ ช้าๆ....พ่อทำเจ้าตื่นใช่รึไม่?" หลัวชิงหลงส่ายหน้าก่อนจะตอบ "ข้ารู้สึกตัวนานแล้วขอรับ เพียงแต่ตายังลืมไม่ขึ้นเท่านั้น วันนี้ท่านพ่อเหนื่อยหรือไม่ขอรับ เห็นอาเหว่ยบอกว่าองค์ฮ่องเต้ทรงเรียกตัวท่านกับพี่ใหญ่เข้าวัง"เขาถาม อย่างไรเสีย ชีวิตใหม่นี้ เขาจะไม่ยอมให้มันเสียเปล่าอย่างแน่นอน อย่างน้อยก็ต้องเกาะขาทองคำอย่างหลัวอี้เฟิงไว้เป็นอันดับแรกล่ะ! "พ่อไม่เหนื่อย แล้วเจ้าเล่าเป็นอย่างไรบ้าง? หิวรึไม่? พ่อให้อาเหว่ยไปนำสำรับอาหารมาแล้ว เดี๋ยวอี้อันก็คงตามมากินด้วย เพียงแต่พ่อล่วงหน้ามาก่อนเท่านั้น"หลัวอี้เฟิงพูดอย่างใจดี เขามองหลัวอี้หนิงราวกับจะจ้องให้นานอีกซักหน่อย ก็พอเข้าใจได้ หลัวอี้หนิงมีใบหน้าท่าทางคล้ายมารดาของตน 'ตู้อันโหรว' อยู่หลายส่วน ทั้งก่อนหน้าที่เขาจะมาอยู่ในร่างนี้ตามเนื้อเรื่อง ทั้งนิสัยเรียบร้อย อ่อนนอกแข็งในของหลัวอี้หนิง ก็ทำให้หลัวอี้เฟิงทั้งรักทั้งหวงลูกชายคนรองคนนี้อยู่มาก หากไม่ใช่เพราะฮ่องเต้ทรงพระราชทานการสมรสเป็นรางวัลให้กับจ้าวเจี๋ยซู่ผู้นั้นล่ะก็ หลัวอี้หนิงก็คงจะยังอยู่ที่จวนราชเลขา และตายเพราะยาพิษในท้ายที่สุดจนได้ เพราะฉะนั้น จ้าวเจี๋ยซู่ จึงถือเป็นดาวนำโชคของหลัวอี้หนิง แต่ก็ถือเป็นดาวพิฆาตด้วย เพราะหลังจากรอดจากการวางยามาได้ หลัวอี้หนิง ต้องเผชิญกับความเย็นชาของจ้าวเจี๋ยซู่ที่กล่าวหาว่าเขาหลอกลวงว่าเป็นสตรีแล้วยอมแต่งเข้ามา ทั้งที่ตัวเองต่างหากที่เข้าใจผิดไปเอง ทั้งการลอบสังหารจากศัตรูของจ้าวเจี๋ยซู่ การลอบทำร้ายของเหล่าองค์หญิงที่อยากได้จ้าวเจี๋ยซู่ไปครอง หลังจากที่รู้ว่าหลัวอี้หนิงเป็นบุรุษแต่งเข้าสกุลจ้าวแล้ว ไม่สามารถมีบุตรสืบสกุลได้ กับเจ้ากรรมนายเวรขาประจำอย่างฮวาลี่เชียนและหลัวลี่เหลียนที่ตามราวีไม่เลิกรา ทำให้นายเอกของเราต้องเฉียดตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วยังไง? สุดท้ายแม้จะรอดตายมาครองคู่กันได้ แต่เขาไม่คิดว่าชีวิตหลังจากจบเรื่องในนิยายไปของหลัวอี้หนิงจะราบรื่นนักหรอก จุดจบในนิยาย กับจุดจบในชีวิตจริงมักต่างกันมากอยู่แล้ว และเขาเองนี่แหละที่ต้องดำเนินชีวิตต่อหลังจุดจบในนิยาย ขนาดตายแล้วมาเกิดใหม่ในร่างหลัวอี้หนิง ยังมาในช่วงก่อนนิยายจะเริ่มต้นเลย! "ข้าหิวจริงๆนั่นแหละขอรับ รอพี่ใหญ่มาถึงแล้ว พวกเรากินอาหารกันเลยเถิด ดูสิ ท้องข้าร้องไปหมดแล้วขอรับ"หลัวชิงหลงลูบหน้าท้องที่แบนราบของต่อเอง พลางพูดอย่างออดอ้อนบิดา ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูเช่นนี้ หากไม่ถือว่าเป็นการเสียกิริยา หลัวอี้เฟิงก็อยากจะหอมแก้มนุ่มๆของลูกชายซักที ติดที่ว่าลูกชายของเขาโตขนาดนี้แล้ว ไม่ใช่เด็กเล็กๆที่เขาจะยังกอดหอมได้อีก "ลูกคนนี้ เจ้าไม่ใช่เด็กๆแล้ว ยังอ้อนพ่ออยู่อีก? " "อายุกับตัวข้าก็แค่เนี้ย! ยังเด็กอยู่ ข้าจะอ้อน! "หลัวอี้หนิงกอดเอวสอบของผู้เป็นพ่อพลางเอาหน้าไถ หลัวอี้เฟิงชะงักไปเล็กน้อยที่ลูกชายพูดจาแปลกๆ ซ้ำยังกอดเอวเขา ออดอ้อนจนเกินกว่าปกติที่เคยทำ นี่...จะน่ารักมากไปแล้วกระมัง? หลัวอี้เฟิงจู่ๆก็เกิดอาการเห่อลูกขึ้นมาเสียอย่างนั้น แต่ก่อนหลัวอี้หนิงไม่ค่อยอ้อนเขาเช่นนี้ พออายุ 8 ปี ลูกชายรู้ความก็เริ่มห่างจากเขาไปทุกที ในขณะที่หลัวชิงหลงใช้มารยา ไม่สิ 'ปลดปล่อยตัวเอง' กับหลัวอี้เฟิงอยู่ เขาก็นึกถึงวัยเด็กของตัวเองขึ้นมา ถ้าเปลี่ยนพ่อของเขาคนนั้นเป็นชายคนนี้ได้ วัยเด็กของเขาคงจะมีความสุข และเติบโตมาเป็นเด็กปกติที่ไม่ต้องลงมือฆ่าใครตั้งแต่ 8 ขวบอย่างแน่นอน แต่แม้ว่าเขาจะรู้สึกเสียดายวันคืนก่อนหน้านั้นแค่ไหน ตอนนี้ก็ถือว่าเขาได้โอกาสใหม่แล้ว และเขาจะไม่ทำให้มันสูญเปล่าอย่างแน่นอน อย่างน้อยก็ต้องกำจัดสองแม่ลูกที่คิดแต่จะฆ่าเขากับหลัวอี้อันให้ตายไปก่อน ถึงนี่จะไม่ใช่ความแค้นของเขา แต่ถ้าปล่อยคนอย่างสองแม่ลูกนั่นให้มีชีวิตอยู่ต่อไป จะต้องเป็นภัยต่ออนาคตเขาอย่างแน่นอน ไม่นานหลัวอี้อันก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมพ่อบ้านหวัง ตามด้วยอาเหว่ยและบ่าวรับใช้อีกสองคนที่ดูน่าจะเป็นสาวใช้ทั่วไปในจวนที่ขนสำรับอาหารมาจัดวางตามคำสั่งของเจ้าของจวน พอเห็นหน้าตาอาหารต่างๆมากมายที่นำเข้ามาแล้ว เขาก็ท้องร้องขึ้นมาทันที จนทั้งพ่อทั้งพี่ของหลัวอี้หนิงต่างก็หันมามองด้วยความประหลาดใจ ช่วยไม่ได้นี่นา ถ้านับรวมๆแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรตกถึงท้องมาเกือบอาทิตย์เลยนะ!จะไม่ให้ร่างกายประท้วงเสียงดังขนาดนี้ได้ยังไงกัน? เชื่อเถอะ ว่าต่อให้เป็นเจ้าของร่างอย่างหลัวอี้อันเอง ถ้าตื่นมาเจอกับอาหารหลากหลายหน้าตาน่ากินขนาดนี้ ก็รักษากิริยาไว้ไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ! "ข้าไม่มีอะไรตกถึงท้องมาตั้งห้าวันนะขอรับ ท่านพ่อ ท่านพี่ พวกท่านจะมามองข้าแบบนี้ไม่ได้นะ!" เขาร้องประท้วง ก่อนจะผละออกจากอ้อมอกของผู้เป็นพ่อ แล้วไถลตัวลงจากเตียงไปที่โต๊ะอาหารทันทีอย่างไม่รอช้า แม้จะรู้สึกอ่อนระโหยโรยแรงอยู่บ้าง แต่ความหิวที่ขับเคลื่อนนี้ ก็ทำให้สองขาเรียวเดินไปถึงโต๊ะอาหารจนได้ "เห็นเจ้าฟื้นขึ้นมาพูดได้เช่นนี้ ข้าก็ดีใจ ไม่ได้ว่าเจ้าเสียหน่อย?"หลัวอี้อันพูดยิ้มๆ น้องชายเขาคนนี้ปกติจะหน้าแดงหูแดง เมื่อมีปฏิกิริยาที่เสียอาการเช่นนี้ แล้วก็เอ่ยคำขอโทษ ท่าทางเรียบร้อยบอบบางอยู่ซักหน่อย แต่การที่เจ้าตัวร้องท้วงเช่นนี้ เป็นกิริยาที่ไม่ได้เห็นมานานมากแล้วหลังจากที่ท่านแม่เสียไป เจ้าน้องน้อยคนนี้ของเขา นับวันยิ่งเงียบลงทุกที นี่ถือได้ว่ากลับมาเหมือนเดิมหรือไม่? "พวกเจ้าสองคนพี่น้อง อย่าได้ต่อล้อต่อเถียงกันเลย มากินข้าวกันเถิด เดี๋ยวอาหารจะเย็นชืดเสียหมด"หลัวอี้เฟิงพูดขึ้น ทำให้สองพี่น้องต้องหยุดการพูดจาแล้วหันหน้าเข้าหาอาหารทันทีตามที่บิดาเอ่ยปาก พวกเขานั่งรับประทานอาหารกันอย่างไม่เงียบนัก เพราะหลัวชิงหลงเอ่ยถามเป็นครั้งคราว ว่าวันนี้ในวังมีราชการงานใดบ้าง ส่วนหลัวอี้เฟิงและหลัวอี้อัน แม้จะแปลกใจที่หลัวอี้หนิงชวนคุย แต่ก็ไม่ได้ละเลยไม่ตอบคำถาม ทั้งยังยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นคนป่วยเจริญอาหารยกใหญ่ ทำให้อาหารมื้อนั้น มีความสุขกว่าที่เคย อาเหว่ยและสาวรับใช้ที่ยืนรอเรียกใช้อยู่ในห้อง รวมไปถึงพ่อบ้านหวังที่ตามหลัวอี้อันมาในภายหลัง ต่างก็รู้สึกอบอุ่นใจกับภาพที่ได้เห็นขึ้นมา เมื่อทั้งหมดกินอาหารและของหวานเรียบร้อยแล้ว ต่างก็เริ่มสนทนากันอีกครั้ง โดยหัวข้อส่วนใหญ่เป็นการถามถึงสุขภาพอาการของหลัวอี้หนิง และเหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์ที่หลัวอี้หนิงตกลงไปในบ่อน้ำได้ หลัวชิงหลงไม่กล้าฟันธง ว่าเป็นหลัวลี่เหลียนที่ผลักเขาตกลงไปในบ่อ เพราะเขาไม่มีความทรงจำใดๆของหลัวอี้หนิงติดตัวแม้แต่น้อย จึงทำได้เพียงตอบไปตามความจริง ว่าเขาจำอะไรไม่ได้เลย แต่ในใจเอง ก็มาดหมายไว้ว่า จะต้องสืบเรื่องนี้ให้กระจ่างอย่างแน่นอน แต่ก่อนอื่น... "ท่านพ่อ ท่านพี่...ข้าอยากฝึกวรยุทธ์ขอรับ..."หลัวชิงหลงกล่าวขึ้น สีหน้ามีความมุ่งมั่นแสดงออกชัดเจน เขารู้ดีว่าเรื่องนี้จะต้องบอกกล่าวกับพ่อของเขา เพื่อเชิญอาจารย์มาสอน แม้ว่าเขาจะเชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ด้วยมือเปล่าอยู่แล้ว แต่การเรียนรู้เพิ่มเติม และใช้วรยุทธ์กลบเกลื่อนการเคลื่อนไหวแบบสมัยใหม่นี้ของเขา จะทำให้ไม่เป็นที่สะดุดตามากกว่า อีกอย่าง เขาก็อยากรู้เรื่องวิชาตัวเบามาก ว่ามีจริงหรือไม่ แล้วต้องฝึกอย่างไร คนเราอยากแอร์วอล์กบ้างก็ไม่น่าจะแปลกหรอกมั้ง? ของมันต้องมีแหละเนอะ! "ทำไมถึงอยากเรียนขึ้นมาเล่า ก่อนหน้านี้ไม่เห็นเจ้าสนใจ"เรื่องที่ลูกชายเอ่ยออกมานี้ ทำให้หลัวอี้เฟิงตกใจอยู่่ไม่น้อย สภาพร่างกายของลูกชายเขา ดูตอนเด็กๆก็เมาะแก่การฝึกฝนดีอยู่ ถึงตอนนี้จะยังไม่เลยวัยเริ่มฝึกวรยุทธ์ แต่เขาก็ไม่คิดว่าหลัวอี้หนิงจะเอ่ยปากอยากเรียนเองเช่นนี้ "ท่านพ่อก็เห็น ข้าอ่อนแอขนาดนี้ หากไม่มีวรยุทธ์ติดตัวไว้บ้าง เกรงว่าคงเอาตัวรอดในภายภาคหน้าไม่ได้ อีกอย่างข้าเป็นบุรุษ จะให้ศึกษาแต่ตำรา วาดภาพ เล่นหมากล้อม ดีดพิณเหมือนสตรีในห้องหอ คงจะเสียเชิงชายไปซักหน่อย อีกอย่าง วันหน้าหากข้าพบเจออันตราย อย่างน้อยก็มีวิชาไว้เอาตัวรอด ท่านพ่อไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องดีหรอกหรือ?"หลัวชิงหลงตอบอย่างหน้าไม่แดง ลมหายใจไม่สะดุด เขาไม่ได้โกหกซักหน่อย หลัวอี้หนิงคนก่อนเหมือนสาวน้อยจริงๆนั่นแหละ ถึงจะเข้มแข็งในเรื่องที่การเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย แต่การที่ป้องกันตัวเองจากภยันตรายไม่ได้ นักฆ่าอย่างเขาก็ไม่นับว่าเป็นอะไรทั้งนั้น จะว่าเขาเป็นพวกใฝ่หาพละกำลังและความรุนแรงก็ได้ เขาไม่ขัดข้อง ถ้าหากต้องลงมือลงไม้ กับคนที่สมควรต้องโดนแล้วล่ะก็ เขาไม่ใช่คนที่จะยอมถูกรังแกโดยไม่ตอบโต้ แล้วปล่อยให้กรรมตามสนองใครซะด้วยสิ... เพราะเขานี่แหละ จะเป็นกรรมให้คนที่เข้ามาจองเวรเขาเอง! บรรยากาศที่นิ่งเงียบไปนี้ของทุกคนในห้อง ทำให้หลัวอี้เฟิงสัมผัสได้ ว่าลูกชายคนรองของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว... แต่เขาไม่รู้ว่าเปลี่ยนไปที่ตรงไหน? เรื่องที่กลับมาดูร่าเริงขี้อ้อน หรือเรื่องที่ตั้งใจจะแข็งแกร่งขึ้นด้วยการร้องขอจะเรียนวรยุทธ์นี้ หรืออาจเป็นเรื่องอื่น เรื่องทั้งหมดนี้ ทำให้เขาตระหนักได้ว่าตัวเองไม่ได้ใส่ใจลูกชายคนนี้ในเรื่องควรใส่ใจนัก แม้จะทั้งรักทั้งหวง แต่เขาไม่เคยระแคะระคายชีวิตความเป็นอยู่ในบ้านเลยแม้แต่น้อย แต่หลัวอี้หนิงในตอนนี้มีลักษณะท่าทาง และบรรยากาศที่แตกต่างออกไป และถ้าลูกต้องการ เขาก็พร้อมจะมอบสิ่งที่ลูกปรารถนาให้ทั้งหมด!เขาจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นกับลูกของเขาอีกเป็นครั้งที่สอง! ถ้าหลัวชิงหลงได้ยินความคิดนี้ของหลัวอี้เฟิงคงจะหัวเราะแล้วพูดว่า 'ไม่ทันแล้วพี่ชาย ลูกชายคุณโดนทำร้ายไปหลายรอบ จนตอนนี้ก็ตายไปแล้ว และมีผมมาอยู่ในร่างแทนนี่ไงล่ะ!' แต่ก็ดูจะโหดร้ายเกินไปหน่อย กับพ่อที่รักลูกชายอย่างหลัวอี้เฟิงล่ะนะ "ได้ หลังจากนี้ พ่อจะเชิญอาจารย์มาสอนเจ้า" หลัวอี้เฟิงตกปากรับคำ แล้วก็ได้รับรอยยิ้มเจิดจ้าเป็นค่าตอบแทนกลับมาแทบจะทันทีจากหลัวชิงหลงในร่างหลัวอี้หนิง ส่วนหลัวอี้อันก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนอยู่เงียบๆ ตั้งแต่ที่รู้ว่าตัวเขาเองไม่สามารถฝึกวรยุทธ์ได้ เขาก็รู้สึกเสียดายแทนอี้หนิงน้องชาย ที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงกว่า แต่กลับไม่ได้สนใจฝึกมาตลอด มาตอนนี้เจ้าตัวเอ่ยปากว่าอยากฝึก มีหรือเขาจะขัดใจ ความคาดหวังของเขา ได้น้องชายคนนี้ตอบรับ นับว่าไม่ผิดหวังแล้ว มาเกิดใหม่ในโลกนี้ เขาต้องรอด! เรือนเหมยฮวา... โครม เพล้ง!!! "ทำไม?!! ทำไมท่านพ่อถึงสนใจแต่พวกมัน!ข้าไม่ใช่ลูกเขารึไง? ทำไมท่านพ่อไม่เคยเห็นข้าอยู่ในสายตาเลยซักครั้ง?!ไม่ว่ามันจะขออะไร ท่านพ่อก็ให้ มันทำอะไรท่านพ่อก็ตามใจ แต่กับข้าแล้ว ท่านพ่อไม่เคยเรียกพบ แทบไม่เคยมองหน้าด้วยซ้ำ ท่านแม่!ทำไมถึงมีแค่ข้าคนเดียวที่ถูกท่านพ่อหมางเมินเล่า?!!"หลัวลี่เหลียนอาละวาดปัดข้าวของในห้องแตกเละเทะไปหมด เขาไม่สนใจว่ามันจะมีราคาค่างวดเท่าไหร่ อย่างไรเขาก็เป็นลูกชายราชเลขา เขาจะทำลายอะไรในจวนนี้ ก็คือสิทธิ์ของเขาทั้งนั้น! "ไอ้สารเลวอี้อันกับอี้หนิง!พวกมันต้องแย่งทุกอย่างไปจากข้าให้หมดเลยใช่หรือไม่?!ถึงจะพอใจ?!" "ลี่เหลียน!เจ้าควบคุมอารมณ์หน่อยได้รึไม่? แค่นี้ยังไม่ทำให้พ่อเจ้าเกลียดเจ้ามากพอหรือไร? หากเขารู้ว่าเจ้าทำให้ข้าวของพังเช่นนี้ เขาไม่ยิ่งหมางเมินเจ้ามากกว่าเดิมรึ?!แม่สอนเจ้าว่าอย่างไร จำได้รึไม่?"ฮวาลี่เชียนตวาดเบาๆ นางนับได้ว่าเป็นหญิงงามผู้หนึ่ง ความจริงแล้วควรได้แต่งงานกับคนที่จะยกย่องนางเป็นฮูหยินใหญ่คุมทุกอย่างในบ้านไปนานแล้ว แต่กลับเป็นนางในเวลานั้นโง่เขลานัก นางหลงรักหลัวอี้เฟิง คิดว่าทำอย่างไรก็ได้ให้ได้เขามา ไม่คาดว่าเขาจะรักมั่นแต่กับนังแพศยาตู้อันโหรวคนนั้น หลังจากแต่งนางเข้ามาเป็นอนุ ก็ไม่เคยแม้แต่จะเหยียบย่างเข้ามาที่เรือนแห่งนี้ซักครั้ง แม้แต่ตอนที่นางมีลี่เหลียน เขาก็ยังไม่คิดจะมาเยี่ยมเยือน เรียกได้ว่าตลอดหลายปีตั้งแต่แต่งเข้ามาในจวนราชเลขาแห่งนี้ นางเหมือนตกนรกทั้งเป็นอยู่ผู้เดียว! สกุลหลัวมีลูกชายถึงสามคน แต่หลัวอี้เฟิงกลับทำเหมือนเขามีลูกอยู่แค่สองคน!ไม่ว่าลี่เหลียนจะทำอะไร เรียกร้องความสนใจแค่ไหน สายตาของหลัวอี้เฟิงก็ไม่เคยชายมามองพวกนางสองแม่ลูกเลยแม้แต่น้อย นางอยู่อย่างไร้ตัวตนที่สุดในจวนแห่งนี้ ทำได้เพียงเก็บความคับแค้นใจเอาไว้ จนกระทั่งตู้อันโหรวตายสมใจแล้ว นางก็ยังไร้ตัวตนเหมือนเก่า!ฐานะที่ควรถูกยกย่องก็ไม่มีให้เห็น มีเพียงคนงานไม่กี่คนเท่านั้นที่นางซื้อตัวมาคอยแทรกซึมแจ้งข่าวความเคลื่อนไหวของจวนตั้งแต่แต่งเข้า แต่แม้จะเป็นเพียงอนุ นางก็ยังพยายามแผ่กลืนอำนาจในจวนหลังนี้ไปเรื่อยๆอย่างเงียบเชียบ โดยเริ่มจากบ่าวไพร่ชั้นล่าง ปกครองทั้งพระเดชพระคุณ และความกลัว เรื่องที่ลี่เหลียนลวงอี้หนิงไปแล้วผลักตกลงไปในบ่อน้ำนั่น นางก็ให้คนของนางคอยดูและเบี่ยงเบนความสนใจ แต่กลับถูกไอ้เด็กตัวเหม็นชั้นต่ำที่ชื่ออาเหว่ยนั่นหาคนเจอเสียก่อน! ไม่อย่างนั้นอีกวันเดียว หลัวอี้หนิงก็กลายเป็นศพเย็นชืดในบ่อน้ำนั่นไปแล้วแท้ๆ! ไม่เป็นไร...แค้นนี้ นางจะค่อยๆเอาคืนทีละอย่าง ให้สาสมกับสิ่งที่นางได้รับเอง! ฮวาลี่เชียนคิด ดวงตาดุจผลซิ่งคู่นั้นเต็มไปด้วยแววอาฆาตเช่นเดียวกับบุตรชายของตน ช่างสมกับที่เป็นแม่ลูกกันเสียนี่กระไร?
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม