bc

วิวาห์เหนือเมฆ

book_age16+
849
ติดตาม
2.0K
อ่าน
แต่งงานตามสัญญา
จบสุข
แบดบอย
ผู้สืบทอด
หวาน
ชายจีบหญิง
ลึกลับ
ขี้แพ้
วิทยาลัย
เจ้าเล่ห์
like
intro-logo
คำนิยม

งานวิวาห์ไม่ปรารถนา ระหว่าง นางฟ้า กับ นักเลง

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทที่ 1
ภายในรั้วกำแพงสูงกินอาณาบริเวณห้าไร่เป็นที่ตั้งของคฤหาสน์และบ้านหลังเล็กขนาดสี่สิบตารางวา แม้ตัวบ้านอยู่ห่างกันราวสองร้อยเมตรแต่สองบ้านใช้ลานจอดรถร่วมกัน เหนือเมฆเดินผิวปากควงกุญแจท่าทางอารมณ์ดีมาจากบ้านหลังเล็กของตัวเอง ชายหนุ่มเสียแม่ตั้งแต่อายุสิบห้าปีประจวบเหมาะกับที่ได้รู้ว่ามีแม่เลี้ยงพร้อมกันสองคนในคราวเดียว หนึ่งคนเป็นแม่บ้านใหญ่ส่วนอีกคนคืออดีตพี่เลี้ยงของเขาเอง เด็กหนุ่มวัยคะนองไม่อาจยอมรับความสัมพันธ์ของพ่อกับผู้หญิงคนอื่นได้จึงแยกมาอยู่บ้านหลังนี้ประชดพ่อ เหนือเมฆประชดมนตรีมาได้เกือบสิบห้าปีแล้ว เขาปล่อยให้พ่อใช้ชีวิตร่วมกับผู้หญิงสามคนภายใต้หลังคาบ้านหลังใหญ่ ใช่! ตอนนี้เหนือเมฆมีแม่เลี้ยงเพิ่มมาอีกหนึ่ง รวมแล้วเป็นสามคน คนเป็นลูกแยกมาอยู่คนเดียวจนชินแต่บางทีก็นึกแปลกใจว่าพ่อทำอย่างไรให้เมียสามคนอยู่ร่วมบ้านกันได้โดยไม่มีปากเสียง เขาไม่เคยได้ยินผู้หญิงของพ่อทะเลาะเบาะแว้งกันเลยสักครั้ง ชายหนุ่มหันมองบ้านหลังใหญ่อย่างนึกสนเท่ห์วูบหนึ่งก็หันมาเสียบกุญแจรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่คู่ใจ หมับ! กุญแจรถถูกดึงออกจากช่องเสียบต่อหน้าต่อตา “ทำอะไรของเธอ!” เจ้าของรถมองเมียคนที่สามของพ่ออย่างไม่สบอารมณ์ ดวงแขเป็นหญิงวัยสี่สิบห้าเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านได้ครึ่งปี นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้คุยกับเธอแบบตัวต่อตัว สงสัยอีกฝ่ายจะร้อนวิชาหรือไม่ก็คงอยากลองดี “อย่าขี่เลยนะคะ เอารถของดิฉันไปดีกว่า” ดวงแขยื่นกุญแจรถตัวเองให้อย่างกล้าๆ กลัวๆ “ยุ่งอะไรด้วย!” “คุณท่านเป็นห่วง ไม่อยากให้คุณขี่บิ๊กไบค์ มันเร็วแล้วก็แรงมาก เมื่อวานก็มีข่าวว่าคนขี่ตาย หัวหลุดกระเด็นเลยค่ะ” “จะแช่งฉันหรือไง!” ชายหนุ่มตวัดตาขุ่นใส่คนปากไม่ดี เหนือเมฆเคยมีรถยนต์แต่ขายทิ้งและเปลี่ยนมาใช้บิ๊กไบค์เพราะอยากประชดคน “เปล่าค่ะ” คนโดนกล่าวหาส่ายหน้าหวือ “ดิฉันแค่จะบอกว่าคุณท่านเป็นห่วง อย่าขี่เลยนะคะ มันอันตราย” “เอากุญแจมา” เขาบอกด้วยน้ำเสียงกดต่ำอย่างพยายามข่มอารมณ์ รู้เจตนาของอีกฝ่ายทว่านี่ไม่ใช่เรื่องของเธอ “เอารถคันอื่นไปเถอะนะคะ” แม้จะรู้ว่าไม่ได้ผลแต่พอนึกถึงสุขภาพของสามีวัยดึกขึ้นมาดวงแขก็อยากลองดู “เป็นแม่ฉันหรือไง! มายุ่งไม่เข้าเรื่อง!” “เอ่อ...” คนโดนย้อนหน้าม้าน “เอามานี่!” ชายหนุ่มวาดขาลงจากรถเตรียมหาเรื่องคนมีกุญแจในมือ “เถียงอะไรกัน เสียงดังเข้าไปในบ้าน” เสียงดังจากทางด้านหลังทำให้เหนือเมฆชะงักและหันไปมองอย่างไม่สบอารมณ์ “เมียพ่อยุ่งไม่เข้าเรื่อง” “แขก็แค่ไม่อยากให้คุณเมฆขี่บิ๊กไบท์ออกไป มันอันตรายนะคะ แขเป็นห่วงคุณท่าน” ดวงแขมองหน้าสามีอย่างเป็นกังวล “ยุ่งไม่เข้าเรื่องอะดิ เอาคืนมานี่” ฉวยโอกาสตอนที่อีกฝ่ายเผลอกระชากพวงกุญแจมาไว้กับตัวโดยไม่คิดรักษามารยาท “เอ่อ...” คนโดนจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวเหวอไปวูบหนึ่ง มนตรีเหลือบมองลูกชายแล้วไพล่มองเมียคนที่สามอย่างพิจารณา เขาเคยคุมลูกน้องมากมายให้อยู่ในกฎระเบียบได้และเอาใจใส่บรรดาเมียให้อยู่ร่วมชายคากันได้อย่างสันติแต่ไม่มีปัญญาอบรมลูกชายคนเดียวได้ ‘มันคงเป็นเวรกรรม’ อดีตนายตำรวจใหญ่คิดอย่างปลดปลงแล้วถอนหายใจก่อนกล่าวเสียงอ่อนทั้งโบกมือ “ช่างเถอะ” “ฮึ!” เหนือเมฆกระตุกมุมปากแล้ววาดขาคร่อมมอเตอร์ไซค์ เสียบกุญแจได้ก็จงใจบิดคันเร่งให้เกิดเสียงดังกระหึ่งทั่วอาณาบริเวณ แกรก! บรื๊น! บรื๊น! บรื๊นนนน ทุกจังหวะที่เกิดเสียงเร่งชวนหัวใจเต้นระทึกตึกตัก คนเป็นโรคหัวใจรู้สึกรวดร้าวตรงอกข้างซ้ายกระทั่ง “ว๊าย! คุณท่าน” เสียงวี๊ดว๊ายเรียกความสนใจจากคนที่กำลังบิดคันเร่งมอเตอร์ไซค์อย่างเมามันให้หันไปมอง “เฮ้ย! พ่อ!” ร่างพ่อที่ไหลร่วงนั่งกองบนพื้นซบอกดวงแขทำให้คนเป็นลูกต้องรีบผละจากรถปรี่มาดู “คุณท่าน! คุณท่าน! ฮือๆ คุณท่านฟื้นสิคะ” ดวงแขเขย่าร่างไร้สติของสามี “พ่อๆ” คนเป็นลูกสะกิดไหล่ของพ่อพลางกวาดตาสำรวจ มือก็ปัดสมาร์ตโฟนกดโทรเรียกรถฉุกเฉิน “คุณท่านเป็นอะไร อยู่ๆ ก็ล้มลงมาเลย คุณท่านอย่าตายนะ” ดวงแขสติแตก บ่อน้ำตาก็แตกไปด้วย “พูดอะไรของเธอ! เงียบไปเลย!” เหนือเมฆตวัดตาดุใส่คนปากไม่ดี “ก็คุณท่าน...” คนสติแตกอึกอักพูดได้เท่านั้นเพราะอีกฝ่ายไม่ว่างฟัง “...” เหนือเมฆกำลังคุยโทรศัพท์ครู่หนึ่งเขาก็หันมาพูดเสียงแข็งกับเมียพ่อ “พ่อไม่เป็นอะไรหรอกน่า เธอหยุดปากเสียแล้วเตรียมไปเปิดประตูให้รถฉุกเฉินได้แล้วไป” “แต่ว่า...” คนโดนไล่มองร่างสามีในอ้อมแขนอย่างเป็นกังวล “ไปสิ! ยังอีก...หรือจะวัด!” เห็นคนละล้าละลังแล้วรำคาญลูกตาจึงสั่งเสียงเข้มถลึงตาแข็งกระด้าง ไม่ใช่ดวงแขคนเดียวที่อยากอยู่กับมนตรี “ค่ะๆ ไปเดี๋ยวนี้” คนโดนดุสะดุ้งก่อนจะรีบวิ่งไปทางหน้าบ้าน “พ่อ...พ่อ” เหนือเมฆรับร่างระทวยของพ่อต่อจากดวงแข เขาหลุบมองใบหน้าซีดเซียวของคนในอ้อมแขนอย่างเป็นกังวล หัวสมองอันปราดเปรื่องคิดหาวิธีปฐมพยาบาลคนหมดสติ “สงสัยต้องผายปอด” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแข็งแรงจนฟื้นตัวได้เองหรือเพราะได้ยินสิ่งที่เหนือเมฆพึมพำฉับพลันคนเป็นก็ลมสะอึกหายใจเป็นห้วงลึก “เฮือกๆ” “เฮ้ย! ฟื้นแล้ว” คนเตรียมผายปอดเลิกคิ้ว “ฉันกลัวโดนแกจูบ” มนตรีได้ยินที่ลูกพูดทุกคำ “โวะ! พูดอะไรเลอะเทอะ” เหนือเมฆนิ่วหน้าทั้งหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างมีเลศนัย “แต่...จะว่าไป...ลองผายปอดกันหน่อยป่ะล่ะ” “ไอ้บ้านี่ เดี๋ยวฟ้าได้ผ่าตายห่า กูพ่อมึงนะไอ้เมฆ” มนตรีมองลูกชายด้วยสายตาพิกล จากนั้นก็ค่อยๆ ยันกายโดยมีลูกชายช่วยพยุง “ฉันไม่เป็นไรแล้วแกโทรไปยกเลิกรถโรง’ บาลเถอะ” “ได้ไงเล่า ไหนๆ ก็เรียกมาแล้ว ไปให้หมอดูอาการเสียหน่อย หน้าซีดอย่างกับไก่ต้มยังจะมาทำปากเก่ง” คนเป็นลูกกวาดตามองพ่ออย่างพิจารณา “ฉันไม่อยากไปโรง’ บาลนี่หว่า” มนตรีส่ายหัว ปี้ป่อปี้ป่อปี้ป่อ...เสียงหวอแว่วใกล้เข้ามาหยุดการสนทนาระหว่างพ่อลูก มนตรีได้รับการตรวจประเมินจากหน่วยกู้ชีพของรถฉุกเฉิน อาการของชายสูงวัยไม่ค่อยน่าไว้วางใจต้องได้รับการตรวจอย่างละเอียดเดี๋ยวนั้น คนเป็นพ่อจึงได้ไปโรงพยาบาลตามความต้องการของลูกชาย กังสดาลเพิ่งเลิกงาน หลังจากลงเวรบ่ายควบดึกแสนวุ่นวายตลอดคืน เธอต้องขับรถกลับหอจึงแวะซื้อกาแฟออริกาโน่กินเพื่อปลุกร่างกายและชูกำลัง ร่างแบบบางสวมชุดพยาบาลในมือถือแก้วกาแฟขนาดสิบสองออนซ์ยกขึ้นจิบเรื่อยๆ กำลังเดินสะโหลสะเหลอยู่บนทางมุ่งหน้าไปยังลานจอดรถ พลันหูก็แว่วเสียงสนทนา “ว่าไงล่ะแม่ยาย ผอ.” เพื่อนพยาบาลรุ่นเดียวกันส่งเสียงทักเอมอร “แม่ยาย ผอ. อะไรของแกยะ” คนโดนกล่าวหาแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจ เอมอรเป็นหัวหน้าพยาบาลแผนกอายุรกรรมชาย เธอคือหัวหน้าของกังสดาล “ได้ข่าวว่า ผอ. จีบเด็กในวอร์ดแกอยู่ไม่ใช่เหรอชื่ออะไรนะกุ๊ง...กุ๊งกิ๊งใช่ๆ” “แกนี่ก็พูดไปทั่วเดี๋ยวน้องมันก็เสียหาย ผอ. เป็นคนยังไงก็รู้ๆ กันอยู่ แกก็อย่าไปพูดให้เด็กมันได้ยินล่ะเดี๋ยวจะเสียใจ” “โถ่เอ๊ย! เขาก็พูดกันทั่วนั่นแหละ มีแต่ฉันเสียที่ไหนกัน ว่าแต่...เด็กแกเล่นด้วยหรือเปล่า” “กิ๊งมันก็รู้จัก ผอ. ดีพอๆ กับเรานั่นแหละ” “...” กังสดาลนิ่วหน้าขณะหยุดยืนฟัง เธอเป็นพยาบาลประจำอยู่ที่นี่ได้สองปีกว่าแต่เพิ่งเป็นที่เตะตาของผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ บางทีคนเรียนวิทยาศาสตร์อย่างเธอก็เผลอคิดว่านี่เป็นอาถรรพ์ของวัยเบญจเพสแต่พอคิดอีกทีมีเพื่อนพยาบาลรุ่นราวคราวเดียวกันทำงานอยู่ที่นี่ตั้งหลายคนราเมศไม่ไปข้องแวะ คนอื่นโชคดีแต่เธอโชคร้ายสุดๆ “ว่าได้เหรอแก ขนาดพยาบาลคนก่อนยังเอาเลยแต่โชคร้ายเมียเขาจับได้โดนตบล้างน้ำ อายจนอยู่ไม่ได้เลยนะแก” “กิ๊ง...มันคงไม่เอาหรอกมั้ง ฉันคิดว่าอะนะ ของอย่างนี้มันต้องดูกันต่อไป ฉันก็ไม่ค่อยอยากจะพูดมาก สาระแนเรื่องของคนอื่นสักเท่าไหร่” เอมอรยิ้มอ่อน ขณะบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง “แกกำลังด่าใครอยู่หรือเปล่า” คนชวนคุยสะดุดหู มองเพื่อนด้วยสายพิกล “ฉันก็พูดไปตามเรื่องน่ะ แกมีอะไรอีกหรือเปล่าฉันจะเข้าวอร์ดแล้ว” “เออๆ ไว้ค่อยคุยกันใหม่แล้วกัน” “...” กังสดาลแอบมองแอบฟังกระทั่งคนทั้งสองแยกย้ายก็ยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ผอ. ที่ถูกพูดถึงคือนายแพทย์ราเมศ เธอได้คุยกับนายแพทย์วัยห้าสิบกว่าครั้งแรกเมื่อครั้งติดตามเอมอรไปประชุมเมื่อหลายเดือนก่อน หลังจากนั้นนายแพทย์หนุ่มใหญ่พ่วงตำแหน่งผู้อำนวยการทำงานบริหารที่ร้อยวันพันปีมักข้องแวะเพียงหอผู้ป่วยพิเศษก็แวะเวียนมาที่หอผู้ป่วยสามัญบ่อยๆ โดยเฉพาะแผนกอายุกรรมชาย เขาจะมาบ่อยเป็นพิเศษ บางทีกังสดาลก็เจอราเมศในที่ที่ไม่คิดว่าจะเจอและเขามักเข้ามาชวนคุย บางทีก็มาจับมือเธอแบบไม่มีเหตุอันควร หญิงสาวรู้สึกระแคะระคายถึงเจตนาของอีกฝ่ายเพราะราเมศมีชื่อเสียงไม่ค่อยดีนักเรื่องผู้หญิง เหตุการณ์ที่เพื่อนพยาบาลถูกภรรยาหลวงของราเมศคุกคามเป็นที่เลื่องลือนานหลายเดือน เธอไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นกับตัวเองจึงพยายามหลบเลี่ยงที่จะอยู่ตามลำพังกับอีกฝ่ายในที่รโหฐานแต่บางครั้งก็เลี่ยงไม่ได้ พอมาได้ยินเสียงนินทา ได้รู้ว่าคนนอกมองเธออย่างไรก็สะอึก จุกอยู่ในใจ บางทีถ้าสถานการณ์เกินรับไหวคงต้องทำเรื่องย้ายที่ทำงานหรืออาจลาออกไปทำงานโรงพยาบาลเอกชนแต่จะทำอย่างนั้นได้ต้องวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายให้ดี ครอบครัวของกังสดาลมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายเสมอ กระทั่งตอนนี้เธอทำงานแล้วก็ยังมีเงินใช้จ่ายแบบเดือนชนเดือน นั่นทำให้คนที่ทำงานหนักมาตลอดเกือบสามปีไม่มีเงินเก็บในบัญชีสักบาท เธอคงต้องพักความคิดเรื่องย้ายโรงพยาบาลไปก่อน อีกอย่างนอกจากราเมศที่เป็นมลพิษแล้วเธอมีหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานที่ค่อนข้างดีจึงอยากอดทนทำงานตรงนี้ไปอีกสักพัก “เฮ้อ...” คนมีเรื่องให้คิดพ่นลมหายใจด้วยความรู้สึกหน่วงอก ในรั้วโรงพยาบาลยังไม่ปลอดภัยจากราเมศ ทางที่ดีควรรีบกลับห้อง ปึก! อารามไม่ทันระวังทำให้หญิงสาวหันมาชนกับคนที่เดินสวนเข้ามา แก้วกาแฟขนาดสิบสองออนซ์ซึ่งพร่องไปไม่มากกระทบอกแข็งกระด้างน้ำสีเข้มหกรดเสื้อแจ๊คเกตยีนเป็นวงกว้าง “โอ๊ะ!” / “เฮ้ย!” เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกัน “อื้อหือ...กาแฟ” ชายหนุ่มชักสีหน้าให้กับกลิ่นหวานปนขมของน้ำสีดำ ถ้าดื่มเองก็คงหอมแต่นี่มาอยู่บนเสื้อตัวโปรด โคตรไม่เข้าท่า “..!..” คนกำลังง่วงเบิกตากว้างเมื่อเห็นหน้าคนที่ตนเทกาแฟใส่ เหนือเมฆเป็นลูกชายของอดีตนายตำรวจใหญ่ เขาเคยโดนตำรวจจับและเป็นเจ้าของผับ เป็นบุคคลที่เธอไม่ควรมีเรื่องด้วยหรือแม้แต่เฉียดใกล้ก็ไม่ควร หญิงสาวอึกอักลนลานครู่หนึ่งกว่าจะตั้งสติได้ เธอลอบกลืนน้ำลายลงคอปรับอาการตกประหม่าและปั้นหน้าให้สุขุมตามแบบฉบับ “เอ่อ...ขอโทษค่ะ” “เดี๋ยวก่อน” เหนือเมฆก้าวมาขวางคนกำลังจะเดินหนีเอาไว้ เขาจำพยาบาลคนนี้ได้ ช่วงค่ำของเมื่อวานคนไข้เยอะมากแทบล้นออกมานอกห้องฉุกเฉิน มนตรีจึงถูกย้ายจากห้องฉุกเฉินไปที่ตึกผู้ป่วยสามัญเพื่อรอห้องพิเศษ ตอนนั้นมีญาติผู้ป่วยเตียงหนึ่งโวยวายลั่นชั้นต่อว่าเกี่ยวกับการบริการ ใส่อารมณ์กับพยาบาลคนนี้สารพัด แม้จะโดนผรุสวาทด้วยวาจารุนแรงมากมายนานเกือบครึ่งชั่วโมงทว่าเธอคนนี้กลับมีท่าทีสุขุมและอธิบายอย่างใจเย็น เรื่องจบลงที่ญาติอ่อนลง เขาไม่แน่ใจว่าพวกนั้นหมดแรงด่าหรือเพราะเข้าใจที่พยาบาลคนนี้พยายามอธิบายกันแน่ ตอนนี้หน้าตาของเธอดูอิดโรยกว่าเมื่อวานมากแต่ยังคงไว้ซึ่งอาการสุขุมเย็นตาจนบางทีเขาก็อยากลองดี “คะ!?” คนโดนขวางแหงนมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ “ขอโทษอย่างเดียว เสื้อมันไม่หายเลอะหรอกนะ” “...” กังสดาลเลิกคิ้ว ขณะเดียวกันก็หันซ้ายมองขวาอย่างระวัง เธอไม่อยากให้คนเห็นว่าตัวเองกำลังคุยอยู่กับบุคคลอันตรายแต่พอหันมาก็ต้องผงะตาเหลือกเมื่ออีกฝ่ายถอดเสื้อ “ทำอะไรน่ะ!” “อะไรของคุณ คิดไปถึงไหน” เหนือเมฆกระตุกมุมปากให้กับหน้าตาตื่นเต้นของพยาบาลสาว “คุณถอดเสื้อทำไม!” หญิงสาวมองคนกำลังถอดเสื้ออย่างไม่ไว้วางใจ “มันเลอะ” เขาบอกหน้าตาเฉยแล้วถอดเสื้อจนเสร็จ จากนั้นก็ยื่นให้เธอ “อะ...เอาไปซักให้ด้วย” “...” กังสดาลเผลอมองลายสักฉวัดเฉวียนเต็มสองแขนกำยำด้วยสายตาตำหนิ ลายสักช่วยเสริมให้ชายหนุ่มดูดุดิบสมคำล่ำลือ เธอมองรอยสักสลับกับแจ๊คเกตยีนอย่างชั่งใจเพราะไม่ค่อยอยากพาตัวเองเฉียดใกล้กับเขามากนัก เหนือเมฆคือบุคคลอันตรายในสายตาเธอ เป็นผู้ชายมีประวัติที่หน้าตาดีแต่มีพิรุธ “จะไม่แสดงความรับผิดชอบหน่อยเหรอ คุณพยาบาล” อีกฝ่ายไม่ยื่นมือมารับของเสียทีจึงเร้า เขาขยับมือที่ถือเสื้อไปมาทั้งกล่าวเสียงเย็นแต่ท่าทางกวนประสาทเต็มขั้น เหนือเมฆเห็นแววเหยียดหยันระคนหวาดหวั่นในดวงตาคู่สวย “ก็...” คนโดนกล่าวหาอยากปฏิเสธแต่ยังไม่ทันพูดจบอีกฝ่ายก็สวนขึ้นมาอีก “ที่นี่เขารับร้องเรียนตรงไหนนะ” ได้ยินแบบนั้นคนเตรียมจะปฏิเสธก็ทำหน้าลำบาก “ก็ได้ค่ะ ก็ได้” อารามไม่อยากมีเรื่องจึงอ่อนลง ดูเหมือนเช้านี้จะมีแต่เรื่องให้คิดหนัก เธออ่อนใจและล้ากำลังอยากพักอยากไปให้ไกลจากผู้ชายคนนี้จึงยอมเอื้อมไปรับแจ๊คเกตยีนมายัดใส่กระเป๋าเป้ใบกะทัดรัดอย่างเสียมิได้ คิดว่าความวุ่นวายจบแล้วจึงขยับจะเดินเลี่ยงไปอีกทางทว่าคนหาเรื่องยังตามมาขวางกันอีก “เดี๋ยวดิ” “อะไรอีก! ...คะ” คนโดนก่อกวนชักสีหน้าแต่พอตั้งสติได้ก็รีบปรับท่าทีให้สุภาพตามแบบฉบับ “ผมจะได้เสื้อคืนเมื่อไหร่” “เมื่อมันแห้งและสะอาดค่ะ ฉันจะซักให้อย่างดี คุณไม่ต้องห่วงว่าเสื้อจะพังหรือว่าหาย” เธอรู้สึกเหมือนตัวเองถูกเขากล่าวหาอย่างไรพิกล คนง่วงจนหงุดหงิดเผลอตอบเสียงสะบัดทั้งตวัดตาขุ่นใส่คนก่อกวน “...” เหนือเมฆเลิกคิ้วให้กับท่าทีคล้ายแง่งอนของพยาบาลสาว ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าเผลอไปทำอะไรให้เธอขุ่นใจแต่ก็เย่อหยิ่งเกินกว่าจะถามไถ่ เขาแค่ต้องการตกลงเพื่อความเข้าใจตรงกัน “ผมหมายถึงเราต้องนัดรับเสื้อกัน คุณจะคืนเสื้อให้ผมวันไหนที่ไหนต่างหาก” “..!..” คนเผลอตาแข็งพลันสะอึก ดูเหมือนเธอจะมองเขาในแง่ร้ายเกินไป “อันที่จริง...ช่วงนี้ผมก็ว่าง มาที่นี่บ่อยๆ ได้ คุณทำอยู่ตรงไหนของที่นี่ล่ะ” คนว่างหรี่ตาอย่างมีเลศนัยเพราะจำได้ว่าเธอทำอยู่แผนกผู้ป่วยสามัญ เข้าใจว่าคนเป็นพยาบาลงานยุ่ง เขาก็ยุ่งแต่น่าจะยุ่งน้อยกว่าเธอ “...” กังสดาลนิ่งไปวูบหนึ่ง ไม่ค่อยอยากให้คนที่นี่เห็นเธอคุยกับเขาและไม่แน่ใจว่าจะว่างคืนเสื้อให้เขาวันไหน เธอมีตารางเวรบ่ายควบดึกลากยาวไปอีกนับสัปดาห์ คงเป็นการดีถ้าเธอจะเป็นฝ่ายควบคุมสถานการณ์ “เดี๋ยวฉันโทรนัดคุณเองดีกว่าค่ะ” “ถ้าอย่างนั้นเอาเบอร์ของคุณมาดิ” เหนือเมฆถือสมาร์ตโฟนรอท่าตั้งแต่เธอบอกว่าจะเป็นคนโทรหา “..!..” หญิงสาวแปลกใจกับความรวดเร็วของชายหนุ่มแต่ก็บอกเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองออกไป ครืดดด...ไม่กี่วินาทีต่อมาสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อพยาบาลก็สั่นเตือนว่ามีสายเข้า หญิงสาวควักมาเปิดดูเห็นหมายเลขแปลกตา เหนือเมฆลองกดโทรออก กันอีกฝ่ายเล่นแง่ เขายังไม่ลืมแววตาหยามเหยียดของเธอเมื่อครู่ พอแน่ใจว่าเธอพูดจริงก็เตรียมกดบันทึก “คุณชื่ออะไร” “กิ๊งค่ะ” เธอบอกอย่างเสียไม่ได้ “กิ๊ง...กรุ๊งกริ๊ง...แบบเสียงกระดิ่งน่ะเหรอ” ชายหนุ่มลองเดาขณะกดบันทึกเบอร์ของเธอในชื่อ ‘กรุ๊งกริ๊ง’ “ค่ะ แต่ว่าเรียกกิ๊งสั้นๆ ก็พอไม่ต้องมีรอเรือควบกล้ำ” กังสดาลมุ่นคิ้วเล็กน้อยไม่ค่อยชอบให้คนเรียกชื่อกรุ๊งกริ๊งเท่าไร มันทำให้เธอรู้สึกจั๊กจี้ “ผมเมฆ อย่าลืมเมมชื่อด้วย” เหนือเมฆไม่แน่ใจว่าเธอรู้จักเขาหรือยัง “ค่ะ” เธอขานรับไปอย่างนั้นทั้งที่รู้จักเขาผ่านเสียงลือเสียงเล่าอ้างของคนรอบข้างมามากมาย เมฆหรือเหนือเมฆ อเนกวิธ เป็นเจ้าของผับเลื่องชื่อและเป็นลูกชายของมนตรี อเนกวิธ ซึ่งเป็นอดีตนายตำรวจใหญ่และเป็นคนไข้พิเศษของโรงพยาบาล กังสดาลเก็บโทรศัพท์เครื่องเก่าใส่กระเป๋า เธอเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอคุยกับบุคคลอันตรายนานเกินไปแล้วจึงหาทางหลีกเลี่ยงแบบสุภาพ “ขอตัวนะคะ” “คุณจะไปไหนเหรอ” คราวนี้เหนือเมฆไม่ขวางทางแต่เดินเคียงมากับเธอ “กลับบ้านค่ะ ฉันออกเวรแล้ว” “อืม” เขาพยักหน้างึกงักแล้วเดินต่อ “คุณล่ะคะจะไปไหน” กังสดาลเพิ่งรู้สึกตัวว่าอีกฝ่ายเดินตามมาก็เมื่อถึงจุดจอดรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง ลานจอดรถขนาดเล็กของบุคลากรอยู่ติดกับลานจอดรถผู้มาใช้บริการ ชายหนุ่มคงมาจากทางนี้ “ผมมานี่แหละ มาเยี่ยมพ่อ” “โซนห้องพักอยู่ด้านในค่ะ ตรงนี้ลานจอดรถ” นายตำรวจใหญ่อย่างมนตรีเป็นที่รู้จักของคนทั้งโรงพยาบาล กังสดาลรู้ว่ามนตรีพักอยู่ห้องพิเศษแต่ไม่แน่ใจเรื่องหมายเลขห้อง กระนั้นก็แน่ใจว่าห้องพักผู้ป่วยพิเศษไม่ได้ตั้งอยู่แถวลานจอดรถ “อ้าว! นี่ผมมาผิดทางเหรอ” “ค่ะ เชิญทางโน้นค่ะ” เธอผายมือให้เขาเดินย้อนกลับเข้าไปด้านใน “อืม” คนเหวอพยักหน้ารับรู้แต่ยังไม่ไปไหน เห็นเธอแขวนถุงหิ้วแก้วกาแฟเหลือติดก้นแก้วกับแฮนด์มอเตอร์ไซค์บุโรทั่งแล้วก็อดถามไม่ได้ “นี่รถคุณเหรอ” “ค่ะ” เจ้าของรถคันเก่าพยักหน้าลึกๆ ขณะถอยรถออกจากช่องจอด “มันขี่ได้แน่เหรอเนี่ย อื้อหือ...สนิมเขรอะ” “ยังใช้งานได้ค่ะ” กังสดาลบอกอย่างภาคภูมิใจ มอเตอร์ไซค์คันนี้เป็นของแม่ที่ใช้เมื่อสมัยยังเป็นสาวรุ่น “คุณฉีดวัคซีนกันบาดทะยักหรือยัง ระวังด้วยนะ” เขามองหญิงสาวรูปลักษณ์เย็นตาวาดขาคร่อมมอเตอร์ไซค์ทรุดโทรมอึ้งๆ คนเป็นพยาบาลไม่ได้ติดหมวกพยาบาลเผยให้เห็นผมซอยสั้นไล่ระดับ ตาคมสะดุดตรงติ่งหูที่โผล่พ้นปลายผม เพิ่งรู้ว่าพยาบาลสาวแสนสุขุมไว้ผมซอยสั้นไล่ระดับดูคล่องแคล่วทันสมัยทว่าก็เรียบร้อยอยู่ในที “จิ!” เจ้าของรถบุโรทั่งเผลอตวัดตาค้อนแล้วกระทืบสตาร์ทเท้าแรงๆ ครึกครึก...กระทืบเท้าสองหนแต่เครื่องยังไม่ติดเสียทีทำเอาเจ้าของรถใจเสีย นึกภาวนาว่าอย่าเพิ่งให้รถคันเก่าเกเรต่อหน้าผู้ชายคนนี้ เธอยังไม่มีเวลาพารถไปตรวจเช็คสภาพ ครึกครึกบรื้น...แป๊ดๆๆ กระทืบเท้าต่ออีกสองทีรถคันเก่าก็หยุดเกเร กังสดาลตั้งใจว่าวันหยุดหน้าจะพารถคู่ใจไปเช็คสภาพที่อู่ใหญ่ บรื้นนนน...หญิงสาวบิดคันเร่งใส่คนปากพร่อยอย่างนึกฉุน มองกลุ่มควันปิ้งไก่พวยพุ่งใส่หน้าหล่อร้ายจากกระจกมองหลังอย่างสาแก่ใจแล้วก็หันไปตั้งสมาธิกับหนทางเบื้องหน้า “หึๆ” คนโดนควันอัดหน้ามองตามหลังคนตัวเล็กกับมอเตอร์ไซค์บุโรทั่งโคตรไม่เข้าด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.5K
bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.6K
bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.7K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K
bc

โซ่รัก ใยปรารถนา

read
6.5K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook