บทนำ
ภาพถ่ายของหญิงสาวหน้าหวานที่ยังคงอยู่ในห้วงของความทรงจำหลายสิบใบตรงหน้า ทำให้ ‘อิฐ’ หรือ ‘อิศรา บุรินรัตน์’ ค่อยๆฉีกยิ้มออกมาทีละนิด
หัวใจแข็งแกร่งที่เคยโหยหาความรู้สึกบางอย่างชุ่มฉ่ำขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อแค่เพียงแค่ได้เห็นรูปถ่ายในมือ ใบหน้าขาวนวลและดวงตาคู่สวยฉุดรั้งเขาให้จดจ้องอยู่แบบนั้นไม่ไปไหน ภาวะหัวใจสั่นไหวคล้ายอาการตกหลุมรักใครสักคนอย่างหัวปักหัวปำ
แม้เธอไม่ใช่รักแรก...
แต่เขาก็รู้สึกมากจนไม่อาจเมินเฉย
ไม่อยากเชื่อว่าในชีวิตของคนหนึ่งคนจะโหยหาใครสักคนได้มากถึงเพียงนี้ เขาไม่เคยเชื่อ...จนกระทั่งได้มาสัมผัสทุกอย่างด้วยตัวเอง
“รู้ไหมว่าผมคิดถึงคุณมากแค่ไหน”
ชายหนุ่มพึมพำ พลางยกรูปเธอขึ้นมาจรดริมฝีปาก
นัยน์ตาคมเข้มมองดูหญิงสาวที่มีนามว่าศิศิราหรือน้ำค้าง ผู้หญิงที่บังเอิญเดินผ่านเข้ามาในห้วงของความทรงจำแค่เพียงเวลาสั้นๆ
แต่เวลาอันแสนสั้นนั้นกลับทำให้หัวใจที่เคยเข้มแข็งดุจหินผาของเขาถึงกับต้องจดจำเจ้าหล่อนเอาไว้อย่างลึกสุดใจ ชนิดที่เขาเองก็ยังไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าเพราะอะไรเขาถึงได้เอาแต่เฝ้าคิดถึงเธอแบบนี้
ทั้งที่จุดเริ่มต้นของเขาและเธอก็เป็นแค่เพียงความผิดพลาดในค่ำคืนหนึ่ง และเดิมทีเขาคิดว่ามันเป็นอย่างนั้น คงเป็นแค่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว และอีกไม่นานเขาคงจะลืมทุกอย่างได้เอง
แต่ที่ผ่านมากลับไม่ใช่แบบนั้น ไม่ใช่อีกเลยนับตั้งแต่เธอและเขาเผลอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันจนยากจะลืมเลือนได้ เขาจำทุกสิ่งที่เกิดขึ้นได้แจมชัดและตราตรึง
เสมือนว่าเธอยังอยู่ตรงนั้น...อยู่บนเตียงของเขาไม่เคยไปไหน
“บอสจะให้ผมตามดูเธอต่อมั้ยครับ?” สันติเอ่ยถามเจ้านายเบาๆ เมื่อเห็นว่าเจ้านายหนุ่มนิ่งเงียบไปนานกว่าสิบนาที
ความคิดถึง ความโหยหาที่เจ้านายมีต่อสุภาพสตรีคนนี้รวมถึงคนตัวเล็กที่มีใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรานั้น ดูมากกว่าที่เขาคิดไว้มากโข
ทำงานกับอิศรามานานหลายปี เขายังไม่เคยเห็นเจ้านายที่เปรียบเหมือนเพื่อนสนิทคนนี้ จะหวั่นไหวไปกับใครเท่าศิศิรา
“หรือว่าบอสอยากไปเจอเธอเลย?”
“นายว่ายายหนูคนนี้หน้าเหมือนฉันหรือเปล่าสันติ?”
“หืม?”
เมื่อคนเป็นนายไม่ได้ตอบคำถามที่สงสัย อีกทั้งยังเปลี่ยนคำถามใหม่มาถามกลับ จึงทำให้สันติค่อนข้างแปลกใจนัก แต่เมื่อชะโงกหน้าไปใกล้แล้วเห็นว่าภาพถ่ายอีกใบถูกยกมาแทนที่ รอยยิ้มที่น้อยครั้งจะได้ยิ้มให้ใครก็ผุดพรายขึ้นมา
“แกเป็นเด็กที่น่ารักมาก นายคิดเหมือนฉันไหม?”
คนถามรู้สึกอิ่มเอมใจเหลือเกินยามที่ได้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กน้อยวัยเกือบสองขวบที่อยู่ตรงหน้า
อิศราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองควรรู้สึกอย่างไร ตอนที่ลูกน้องคนสนิทมาแจ้งให้ทราบ ว่าหญิงสาวคนที่อยู่ในห้วงความทรงจำของเขานั้นดันมีลูกติด เขาจำไม่ได้ว่าตนเองมีสีหน้าอย่างไร จำได้แค่ว่าแรกได้ยินนั้นถึงขั้นโกรธจนลมออกหู ที่เธอกล้าเปิดโอกาสให้คนอื่นมาทับรอยเขาในระยะเวลาแค่เพียงไม่นาน
แต่พอมานั่งคิดและพิจารณาถึงความจริงที่เขาควรตระหนัก บวกกับใบหน้าที่ถอดพิมพ์จากเขาออกมาจนเห็นได้ชัดเจนเช่นนี้
ความรู้สึกโกรธและโมโหก็มลายหายไปจนเกือบเป็นศูนย์ และถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเต็มตื้นบางอย่างอย่างท่วมท้นใจ ความรู้สึกที่ทำให้เขาอิ่มเอมจนหยุดยิ้มไม่ได้ หลังจากได้รู้ว่าตัวเองกำลังเป็นพ่อคน
เขาคือพ่อของยายหนูคนนี้...
เวลาสองปีที่ศิศิราหายไปจากชีวิตเขา
เวลาสองปีที่เขาเฝ้านึกถึงและเฝ้าตามหาเธอมาตลอด
เวลาสองปีนั้น...ที่มันไม่เคยสูญเปล่าไปไหน
แม้จะเคยพบทางตันอยู่หลายครั้ง พบความผิดหวังจนหัวใจแทบเดินต่อไปข้างหน้าไม่ได้ แต่สุดท้าย...ฟ้าก็ประทานเธอแก่เขาอีกครั้ง
ท่านคงเห็นถึงความพยายามและความตั้งใจ...
ดึงได้ดลใจให้เธอมาสมัครงานเป็นลูกน้องของเพื่อนเขาตั้งแต่เมื่อราวสองสัปดาห์ก่อน และวันนั้นเขาดันบังเอิญไปเห็นเธอเข้าอย่างจัง ความรู้สึกโหยหาและคะนึงถึงถึงได้พุ่งขึ้นมาจุกอกรุนแรงนัก
ชนิดที่เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าเพราะอะไร มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ตัวเองและลูกน้องคนสนิทกลายเป็นพวกโรคจิตที่เฝ้าตามติดหญิงสาวหน้าหวานคนนี้พร้อมกับคำว่า ‘คลั่งรัก’ ที่ลูกน้องชอบแซวนั่นแหละ
เขาถึงเพิ่งรู้ตัว ว่าเขากำลังตกหลุมรักศิศิรา
“คุณหนูน่ารักและหน้าเหมือนบอสมากครับ” สินติเอ่ยบอก
“นั่นสิ...ถ้าพ่อกับแม่เห็น รับรองว่าต้องดีใจจนบ้านแตกแน่”
“ผมว่าคุณท่านต้องหลงคุณหนูจนไม่เป็นทำอะไร”
“อาจใช่...และอาจจะมากกว่าที่เราคิดไว้ด้วยซ้ำ”
เจ้าของใบหน้าคมเข้มยกยิ้ม ก่อนจะยกรูปลูกขึ้นมาจรดริมฝีปาก ความรัก ความห่วงใย หรือแม้แต่สายใยเล็กๆ ที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้ ก็เริ่มถักทออย่างค่อยเป็นค่อยไป จนหัวใจอันแข็งแรงนี้แทบไม่มีพื้นที่ให้เขาคิดถึงเรื่องอื่นนอกจากเรื่องลูก
“บอกไอ้เพื่อนรักของฉันไปหรือยัง ว่าพักนี้ฉันจะไปหามันบ่อยๆ เพราะอยากเจอหน้าผู้จัดการหน้าหวานคนนี้น่ะ”
“ผมโทรแจ้งคุณชินตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อนแล้วครับ และก็แจ้งให้ทราบแล้วด้วยว่าคุณน้ำค้างเป็นอะไรกับบอส”
“มันว่าไงบ้าง”
“ไม่ว่ายังไง นอกจากกำชับมาว่าอย่าทำให้ไก่ตื่นก็พอ”
อิศราหัวเราะร่วน ไม่แปลกใจที่เพื่อนฝากถ้อยคำยียวนแบบนั้นมาให้ เมื่อเขาไม่เคยปิดบังเรื่องในอดีต และชินกฤตก็รู้เสมอมาว่าเขากำลังตามหาใครบางคน เพียงแต่ใครบางคนนั้นไม่เคยมีรูปถ่ายให้ตามตัวได้โดยง่าย นายจ้างคนปัจจุบันของเธอจึงไม่รู้ว่าลูกน้องคนใหม่คนนี้ คือคนที่เพื่อนพยายามควานหาตัวมาโดยตลอด
“ผมก็เลยบอกคุณชินไปว่าบอสเป็นมืออาชีพ รับรองว่าทุกอย่างจะเงียบและไม่มีทางเดือดร้อนมาถึงคุณชินแน่”
คนเป็นนายยกยิ้ม ถูกใจลูกน้องจนอดชื่นชมไม่ได้
“นายนี่รู้ใจฉันไปหมดเลยนะสันติ”
“เพราะผมอยากให้บอสมีความสุขครับ”
“แล้วที่ผ่านมาฉันไม่มีความสุขหรือยังไงเล่า!” คนถามหรี่ตามองลูกน้องคนสนิทด้วยแววตาขุ่นเคือง เบื่อนักที่มันรู้ดีไปทุกเรื่องแบบนี้น่ะ!
“ไม่มีหรอกครับ เพราะนับตั้งแต่เกิดเรื่องคืนนั้นขึ้น ผมก็ไม่เคยเห็นบอสออกไปท่องราตรีหรือคบหากับใครอีก และอันที่จริงผมก็รู้ด้วย...ว่าสาเหตุมาจากอะไร”
คนพูดอมยิ้มน้อยๆพร้อมกับค้อมตัวลง ไม่อยากให้เจ้านายหนุ่มรู้ทันความคิดตัวเอง แม้จะปกปิดไม่ได้ก็ตาม
“รู้ดีจริงโว้ย!!” เขาแกล้งโวยเสียงดัง
“แน่นอนครับ เพราะเรื่องของบอสทุกเรื่องสำคัญหมดทุกอย่าง จึงไม่มีอะไรที่ผมจะไม่รู้ครับ แม้ว่าบอสจะไม่อยากให้ผมรู้ก็ตาม”
“เออ!!”
“แล้วเย็นนี้บอสจะไปเจอเธอกับคุณหนูด้วยตัวเองเลยมั้ยครับ ผมจะได้จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อน”
อิศราปรายตามองภาพถ่ายของสองแม่ลูกอีกครั้ง ก่อนจะเงยหน้าตอบลูกน้องที่เปรียบเสมือนคนในครอบครัวด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
“ไปเลยก็ดีเหมือนกัน คิดถึงทั้งแม่...และลูกจนใจจะขาด” เขาย้ำประโยคกลางเสียงหนักแน่นจนทำให้คนฟังเผลอยิ้มตามออกมา
“แต่ผมว่ากว่าที่บอสจะได้เจอคุณหนู ก็คงต้องรอให้คุณน้ำค้างเธอกลับไปที่หอพักเสียก่อนนะครับ”
“ทำไม?”
“ก็เพราะในช่วงที่มาทำงาน คุณน้ำค้างเธอไม่สามารถพาคุณหนูมาด้วยได้ครับ”
“แล้วใครเลี้ยงลูกให้ฉันล่ะ” เขาขมวดคิ้วยุ่ง ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นักที่ทุกอย่างเป็นแบบนี้ แต่เขาก็เข้าใจดีว่าหญิงสาวมีเงื่อนไขใดบ้าง เธอจึงจำเป็นต้องทำเช่นนี้
“คนข้างห้องครับ”
“ห้ะ!! คนข้างห้องเนี่ยนะ!!”
“เอ่อ...ครับ ข้อมูลค่อนข้างแน่นอน และไม่มีทางผิดพลาดครับ คนของเราลองไปสอบถามเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว”
“งั้นวันนี้ฉันต้องรีบไปเจอน้ำค้าง และฉันต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่องด้วย! จะมาฝากลูกให้คนอื่นเลี้ยงแบบนี้ได้ยังไง!”
“บอสคิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้นเลยหรือครับ?”
สันติถามด้วยความไม่เข้าใจนัก เพราะเท่าที่ประเมินทุกอย่างไว้ คนอย่างศิศิราไม่น่าจะหัวอ่อนกับเจ้านายเขาได้มากขนาดนั้น
“ไม่ง่ายก็ต้องง่าย ฉันไม่ยอมให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาเลี้ยงลูกให้ฉันหรอกนะสันติ!”
“แล้วบอสจะทำยังไงล่ะครับ?”
“ฉันก็จะทำทุกอย่างเพื่อเอาลูกมาเลี้ยงเองน่ะสิ! ไปจัดการเรื่องรถได้แล้ว เห็นทีว่าวันนี้คงต้องรีบจัดการทุกอย่างให้มันเข้าที่เข้าทางเสียที! ช้ากว่านี้ฉันคงได้อกแตกตายรายนาทีแน่!”
เขาบอกลูกน้องคนสนิทเสียงเข้ม ความเอาแต่ใจที่มีอยู่มากทำให้ลูกน้องอย่างสันติรู้ดีว่าควรจะทำอะไรต่อไป และรู้ดีว่าเขาไม่ควรจะปล่อยให้นายเหนือหัวต้องรอหรือสั่งอะไรกับเขาเป็นรอบที่สองอีก ไม่เช่นนั้นอารมณ์คุกรุ่นที่มีอาจจะเดือดดาลสูงขึ้นจนทำให้ใครก็เข้าหน้าไม่ติดสักราย ไม่เว้นแม้แต่เขาที่สนิทกับนายด้วยเหมือนกัน!
“ถ้าผมเอาลูกมา...อยากรู้นักว่าคุณจะทำหน้ายังไง”
เขามองภาพตรงหน้าแล้วยิ้มออกมาด้วยความเจ้าเล่ห์ แผนการในหัวถูกวางเอาไว้เป็นฉากๆ เมื่อนึกออกว่าเขาจะทำอย่างไรให้คนที่หนีหายไปกว่าสองปีเดินกลับมาหาเขา
กลับมาตรงนี้...ตรงที่เป็นที่ของเธอไม่เคยเปลี่ยนไป