ตอนที่1
'นางร้ายตกกระป๋องเพราะมีข่าวฉาวคบซ้อนกับแฟนของนางเอกตัวเบิ้ม ว๊าย! สมน้ำหน้า'
"เรื่องนี้ช่างมันเถอะ เอาเรื่องของเราก่อนดีกว่า"
ทานตะวันไม่ได้ใส่ใจกับข้อความที่ทางเพจเม้าท์มอยใส่สีตีไข่ดารากล่าวหาเธอว่าเป็นมือที่สามของคู่รักดาราคู่หนึ่ง ถึงแม้มันจะเป็นความจริงอยู่แปดสิบเปอร์เซ็นต์ก็ตามเถอะ สิ่งตรงหน้า คนที่เธอกำลังเผชิญพูดคุยนั้นน่าสนใจกว่าร้อยเท่าพันเท่า
“ฉันไม่มีอะไรให้แกเอาทั้งนั้นแหละ”
จิตตราเป็นผู้จัดการส่วนตัวของทานตะวันมานานนับสี่ปีตั้งแต่หญิงสาวเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงเต็มตัว ความสัมพันธ์อันดีฉันท์พี่น้องมีมาอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งเมื่อห้าวันก่อน จิตตราเดินมาบอกเธอว่าเงินที่ขอเอาไปร่วมลงทุนผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่เจ้าตัวเป็นเจ้าของนั้นเหลือศูนย์ พูดหน้าตายว่าเอาเงินไปหมุนในวงแชร์ลูกโซ่แล้วเจ๊ง
เจ๊ง! ใช่! ทานตะวันคนนี้ต่างหากที่เจ๊ง เธอเป็นเพียงดาราตัวเล็กจิ๋วที่ถูกต้นสังกัดดองงานดองสัญญา งานละครนานครั้งจะมา ออกอีเว้นต์สองเดือนครั้งเห็นจะได้ มีเงินในบัญชีอยู่แค่สองล้าน ก็เอาไปลงทุนกับนังผู้จัดการตัวดีที่มาขายฝันว่าเราจะรวย แม้ไม่มีงานในวงการบันเทิง แต่เราจะมีธุรกิจขายอาหารเสริมของเราสำรองเป็นรายได้อีกช่องทาง
แต่จิตตรากลับมาเฉลยว่าเอาเงินทั้งหมดไปหมุนในวงแชร์ลูกโซ่ที่เขาออกข่าวกันโครมๆ ว่าตัวต้นเรื่องถูกจับติดคุกไปแล้ว
"นั่นเงินก้อนเดียวของตะวันเลยนะพี่ แบบนี้มันฉ้อโกงชัดๆ"
"อยากเอาเรื่องฉันแกก็ไปฟ้องเอาเพราะฉันเองก็เป็นเหยื่อของไอ้แชร์นั่น ไม่มีเงินเหมือนแกนั่นแหละ" จิตตราพูดง่ายๆ พลางยักไหล่ไม่ใส่ใจ ก็คนไม่มีเงินก็ไม่รู้จะปั้นหน้าโกหกไปทำไม อีกอย่างทานตะวันคงไม่มีปัญญาฟ้องร้องเอาผิดเธอ ยัยคนนี้ทั้งซื่อทั้งบื้อ ไม่อย่างนั้นคงไม่ยื่นเงินมาให้เธอง่ายๆ เพียงพูดคุยไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
"ทำไมพี่เจนถึงพูดเหมือนเราไม่มีเยื่อใยต่อกันเลยล่ะคะ เรารักกันเหมือนพี่น้องไม่ใช่เหรอ เงินนั่นที่ตะวันให้..."
"เฮ้อ! เธอโง่เอง จากนี้ขอให้เธอโชคดีแล้วกันนะ"
"พี่เจน! พี่เจน!”
ทานตะวันร้องเรียกตามหลังจิตตราที่เดินออกไปจากห้องพัก ทว่าเสียงของเธอกลับกลายเป็นเพียงลมพัดแผ่วไร้น้ำหนักดึงความสนใจ หญิงสาวทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาร้องไห้โฮทึ้งเส้นผมอย่างคนหมดสิ้นแล้วหนทาง
ข่าวฉาว งานหด ถูกคนที่ไว้ใจฉ้อโกง ชีวิตวัยยี่สิบห้าปีที่เขาว่ากันว่าต้องพบเจอกับเรื่องราวแย่ๆ นั้นจริงสินะ ทุกอย่างมันประดังประเดมาหาเธอพร้อมกันทั้งหมดแล้ววันนี้
ครืดๆๆ มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะด้านหน้าดังขึ้น เพียงเห็นชื่อเธอก็แทบอยากกัดลิ้นตาย
'เตโช' เขาคือแฟนดาราที่เพิ่งมีข่าวว่าเธอไปคบชู้ด้วย
ก็ใช่! ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเตโชเลิกรากับมินตรานางเอกช่องดัง จากนั้นฝ่ายชายก็มาจีบเธอ เธอโสดและเขาก็เป็นผู้ชายโปรไฟล์ดีหล่อเลิศ ในเมื่อเขาก็โสดเช่นกันจะปฏิเสธทำไม
แต่เพียงสองอาทิตย์เท่านั้น มินตราก็มาแสดงตัวว่ายังไม่เลิกรากับเตโชที่คอนโดมิเนียมของเขา หากมาช้าอีกนิดกิจกรรมที่มินตรามาเห็นคงได้บันเทิงแน่ แม้จะผิดที่ไปยุ่งกับคนมีเจ้าของ แต่เธอไม่รู้ก็เท่ากับว่าไม่ผิดทั้งหมด ในเมื่อเรื่องแดงจนโด่งดังไปทั่วประเทศ คำเดียวที่จะพูดเป็นครั้งสุดท้ายกับเขาคือ...
มือถือถูกหยิบขึ้นมาเลื่อนสไลด์รับสาย ก่อนเธอจะกรอกเสียงลงไปชัดๆ ดังๆ
"ไอ้เฮงซวย!"
@ร้านดอกไม้ Flower full
ภายในอาคารพาณิชย์ขนาดสองคูหาแน่นขนัดไปด้วยดอกไม้นานาชนิด กลิ่นหอมหวลเย้ายวนใจชวนให้ทานตะวันผู้มีชื่อเป็นหนึ่งในดอกไม้ที่อยู่ในร้านนี้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาห้าเปอร์เซ็น จนถึงขั้นอยากพกดอกไม้ทั้งหมดใส่กระเป๋าไปด้วย
"ฉันแนะนำให้แกฟ้อง ฟ้องมันให้ฉิบปุ๋งไปเลยไอ้คนจัญไรแบบนั้น"
เสียงของวรนิษฐ์ลอยมาจากมุมหนึ่ง คำหยาบคายที่ลอยมาไม่เหมาะกับใบหน้าแสนหวานกับมือที่ง่วนจัดช่อดอกกุหลาบสีขาวเสียเท่าไหร่
"ฉันอยากฟ้อง แต่ฟ้องมันมีค่าใช้จ่าย อีกอย่างฉันกลัวจะเสียเวลาเพราะพี่เจนไม่มีเงินมาจ่ายหรอก" นางร้ายสาวสวยในชุดธรรมดาอย่างเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขายาว สวมใส่หมวกแก๊ปและแว่นกันแดดนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาที่ใช้เอาไว้รับแขกบ่นงึมงำ ทานตะวันในลุคสบายตาแบบนี้น้อยคนจะได้เห็นเพราะส่วนใหญ่หากไม่ทำงานก็จะขลุกตัวบ่มผิวพรรณไม่ให้ถูกแสงแดดอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมที่คอนโดมิเนียม
"บอกที่บ้านรึยัง"
"ไม่อ่า ไม่จำเป็น"
"แกก็เป็นซะแบบนี้ เฮ้อ! ฉันเป็นแม่แกจะถือไม้เรียวขึ้นมาตีถึงกรุงเทพเลย" เป็นเพื่อนสนิทที่บ่นบ้าง วรนิษฐ์คบหาเป็นเพื่อนกับทานตะวันมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยชั้นปีที่สี่จากการไปถ่ายซี่รี่ส์นอกกระแสด้วยกัน รับรู้ทุกปัญหาของเพื่อน อย่างเรื่องครอบครัวคนที่ทำตัวมีปัญหาคือทานตะวันเองเพราะดึงดันจะขึ้นมาเรียนหนังสือและทำงานในวงการบันเทิงที่เมืองหลวง ขัดความต้องการของบิดามารดาที่อยากให้รับราชการอยู่บ้านนอก พอไปไม่ได้ดีก็ต้องกัดฟันฝืนอยู่ไม่คิดแบกหน้าช้ำๆ กลับไปซบอกคนที่บ้านเด็ดขาด มีปัญหาก็แบกรับจนแน่นอกอยู่คนเดียว สุดท้ายหันไปทางไหนก็ไม่เจอใครนอกจากเพื่อนอย่างวรนิษฐ์ที่ก็มีรายได้ไม่มากพอจะซัพพอร์ตได้ทุกเรื่องของทานตะวัน
"แล้วไอ้ไฮโซโก้หรูนั่นล่ะ มันเลิกโทรหาแกรึยัง"
"ฉันด่ามันไปแล้ว"
"จบไหม"
"จบเถอะ แค่เรื่องเงินกับงาน ฉันก็เครียดๆๆๆ จนไปต่อไม่ถูกแล้ว" ทานตะวันดีดเด้งเหมือนเด็กงอแงไม่ได้ดั่งใจ สงสัยต้องไปทำบุญล้างซวยชุดใหญ่บวกกับแก้ปีชงพรุ่งนี้มันเสียเลย
"เอาหน่า เดี๋ยวฉันพาไปแก้เครียด รับรองแกต้องชอบแน่ๆ"
คนฟังพยักหน้าหงึกๆ ก็ดี... เวลานี้อยากแก้เครียด แก้ผ้า แก้ทุกอย่างออกไปจากตัวและหัวสมองให้หมด