"มึงบอกว่าจะซื้อหรือจะเอากับใครก็ได้ไม่ใช่รึไง!?"
อีกอซองอุ้มนัมบุนซูมาถึงลานจอดรถ เขาผลักนัมบุนซูขึ้นเบาะหลัง โดยมีตัวเองตามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขากดล็อกประตูทันที และเริ่มการนัวเนียเด็กหนุ่มที่พยายามจะผลักไสเขาอยู่ไม่รู้จักคำว่าสมยอมให้กับประธานสุดหล่อและร่ำรวย
"ยกเว้นกู ไอ้ชาติหมา!"
"..."
จู่ๆ อีกอซองก็หยุดนิ่ง นัมบุนซูเองก็เช่นกัน การที่อีกอซองเอาแต่มองเขา ทำให้นัมบุนซูตื่นตระหนกเล็กๆ ภายในจิตใจ แบบนี้อีกอซองดูน่ากลัวกว่าที่พูดข่มขู่เขาอย่างไรก็ไม่รู้
"งั้นขอแค่จูบ"
"ห้ะ?"
นัมบุนซูคิ้วขมวดกับคำพูดของอีกอซอง ทำไมถึงมาขอจูบจากเขากัน? แล้วทำไมเขาต้องยอมด้วย แน่ใจเหรอว่ามันจะแค่จูบเพียงอย่างเดียว อีกอซองน่ะมันโลภมากจะตายไป ขอแค่จูบงั้นเหรอ คำพูดหลอกลวงนั่น ใช้ไม่ได้ผลกับนัมบุนซูหรอกนะ
"ฉันจะปรับปรุงตัว ข้อแลกเปลี่ยนคือจูบได้ไหม ฉันจะไม่ทำตัวไม่ดีอีกแล้ว ไม่เอาแฟ้มเอกสารอีกแล้ว มันเจ็บ" อีกอซองบู้ปากแล้วเบิกตากว้างให้นัมบุนซูเห็นความเป็นประกายระยิบระยับข้างในนัยน์ตาคู่นั้นของเขา
คิดว่าตัวเองเป็นลูกแมวน้อยขี้อ้อนสุดคิวท์หรือยังไง?
อย่างแกคือไรขนตาดีๆ นี่เองต่างหาก!
'มันเจ็บ' อันนี้อีกอซองก็ดูน่าสงสารจริงๆ นั่นแหละมั้ง เขามีส่วนผิดที่แก้ปัญหาด้วยความรุนแรงกับอีกอซองไปแบบนั้น แต่เขาไม่รู้ว่ามันจะวิธีไหนที่จะทำให้อีกอซองทำตัวดีขึ้นได้เลยยังไงล่ะ ก็เลยใช้ความรุนแรงแก้ปัญหานั้นไป
"ก็ได้..."
อีกอซองได้รับการตอบรับแล้ว เขาก็เลยพยุงนัมบุนซูให้ลุกขึ้นมานั่งบนตักเขา แล้วจากนั้นก็กดริมฝีปากแห้งไม่ชุ่มชื่นกับอวัยวะส่วนเดียวกับของนัมบุนซู ปลายลิ้นแลบออกมาเลียปกของอีกคนที่นุ่มนิ่มกว่า นั่นทำให้เด็กหนุ่มได้สติจากที่กำลังตกอกตกใจอยู่
คำตอบรับก่อนหน้านี้ไม่ถึงนาทีของนัมบุนซู คือหมายถึงเรื่องแฟ้มเอกสารสีขาว ไม่ใช่การที่ยอมให้อีกอซองจูบ! แต่จะโทษอีกอซองฝ่ายเดียวไม่ได้ เพราะเขาก็พูดไม่เคลียร์เอง
ดังนั้นแล้วนัมบุนซูเลยดันอีกอซองที่บดขยี้ริมฝีปากเขาอย่างหนักหน่วงให้ถอยห่างไป แต่อีกอซองยังไม่ยอมแพ้ โดยการดันนัมบุนซูเข้ามาใกล้ บังคับให้จูบ บังคับให้ยอมโดนหอมแก้มเสียแต่โดยดี นัมบุนซูเหมือนลูกไก่ในกำมือของอีกอซองอย่างไรอย่างนั้น ถ้าเกิดว่าเป็นร่างกายนัมบุนซูในโลกความจริง ก็พอจะสู้แรงอะไรได้บ้าง แต่ร่างกายของนัมบุนซูในโลกนิยายช่างบอบบาง ผอมแห้งแรงน้อย เมื่ออยู่กับอีกอซอง อยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่ายแล้ว พวกเขาเปรียบเสมือนลูกไก่ใต้อุ้งเท้าหมาป่าติดสัด
"อยากได้เงินเท่าไหร่ล่ะ" อีกอซองกอดเอวนัมบุนซูพร้อมกับถามคำถามที่นัมบุนซูไม่ชอบเลยสักนิด
ทำไมอีกอซองถึงคิดว่านัมบุนซูเป็นพวกบ้าเงินขนาดนั้น จะทำอะไรก็จะมีเงินมาเกี่ยวข้องตลอด เอาเงินตบหน้าตบหัวและลูบหัวเขาอยู่ได้ เพราะว่ามีอาชีพขายตัวก็เลยคิดว่าจะต้องทำทุกอย่างเพื่อเงินสินะ
"สี่ล้านวอน"
ในเมื่ออีกฝ่ายมันอยากจะให้หนักก็เอามาแม่งให้เยอะๆ ก็แล้วกัน ให้มันหมดตัวกันไปเลย
"ได้สิ" อีกอซองไม่ปฏิเสธที่จะให้เงินก้อนโตนี่ให้กับนัมบุนซู
หมอนี่มันอวดรวยจริงๆ ไม่สิ ก็มันรวยจริงๆ แต่ถ้ายอมให้เขาทุกสี่ล้านวอนแบบนี้ไปเรื่อยๆ ยังไงในอนาคตก็คงเกลียดขี้หน้านัมบุนซูแน่นอนเลยล่ะมั้ง
อีกอซองจิ้มหน้าจอมือถือและโชว์ว่าจำนวนเงินนั้นได้เข้าบัญชีของนัมบุนซูเรียบร้อย นัมบุนซูพยักหน้ายอมรับเงินก้อนนั้น อีกอซองแสยะยิ้มเยาะ ก่อนจะข้ามไปเบาะหน้าฝั่งคนขับ โดยเขารอให้นัมบุนซูข้ามมานั่งข้างคนขับ แต่เด็กหนุ่มยังนั่งนิ่งไม่ไหวติง
"ฉันไม่ใช่คนขับรถของนายนะ!" อีกอซองหันหน้ามาเตือนนัมบุนซู
แต่เด็กหนุ่มยังนั่งไขว้ข้างอยู่เฉยๆ ทั้งยังมองออกไปนอกหน้าต่างไม่รู้สึกกลัวสายตาของอีกอซองเลยสักนิด มันเป็นสงครามประสาทระหว่างราชสีห์กับหนูตัวเล็กที่เสียสติ ว่าใครจะทนไม่ไหวก่อนกัน
"คราวหน้าไม่ใช่แค่จูบแน่!"
ราชสีห์เป็นฝ่ายยอมให้กับหนูตัวเล็กที่เสียสติไม่เกรงกลัวตน แล้วหมุนพวงมาลัยขับรถกลับบ้านของเขาหรือของพวกเขา
ระหว่างทางนัมบุนซูเพิ่งจะคิดได้ว่าตัวเองถูกคนที่แสนเกลียดขโมยจูบไปเสียแล้ว ดีที่มันไม่ใช่จูบแรกของเขา แต่ถึงอย่างไรเขาก็รังเกียจจูบนี้อยู่ดี และคงจดจำไปตลอดชีวิตว่าตัวเองโดนอีกอซองจูบ แย่ยิ่งกว่าเผลอดื่มนมหมดอายุในตอนเช้าเสียอีก
...
ถึงบ้านแล้วนัมบุนซูดูมีสภาพเหมือนกับพนักงานออฟฟิคที่เหน็ดเหนื่อยกับการทำงานเป็นอย่างมาก เขาเดินโซเซไปยังโซฟาแล้วทิ้งตัวเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว ส่วนอีกอซองก็ถอดเนกไท ปลดเข็มขัดตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะไปอาบน้ำ อีกอซองเป็นพวกรักสะอาด หากไปข้างนอกมาแล้วกลับมาบ้านก็ต้องอาบน้ำเลยทันที ไม่เหมือนกับนัมบุนซูที่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้หายเหนียวด้วยแอร์เสียก่อนแล้วค่อยไปอาบน้ำ แรกๆ อีกอซองด่านัมบุนซูในเรื่องนี้ แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ที่เลิกบ่นแล้วเหมือนกัน
"ฉันแปรงฟันแล้ว"
หลังจากอาบน้ำเสร็จอีกอซองกลับออกมาจากห้องน้ำเพราะได้กลิ่นหอมๆ ของรามยอนและต็อกบกกีรสชีสที่นัมบุนซูเป็นคนทำ
นัมบุนซูมองอีกอซองด้วยสายตาที่สื่อว่า 'บอกกูทำไม กูไม่ได้ทำให้มึงกินด้วยสักหน่อย'
อีกอซองรู้ความหมายของสายตานั้น แต่ก็ยังจะหน้าด้านมานั่งที่เคาน์เตอร์เพื่อจะกินข้าวเย็นนี่ร่วมกับนัมบุนซูด้วย
"อย่ามาแย่ง ถ้าจะแดกก็ไปต้มใหม่เอง!" นัมบุนซูดึงหม้อรามยอนและจานต็อกบกกีออกมาให้ห่างจากอีกอซอง
"การบริการอาหารให้กูเนี่ย รวมอยู่ในเงินสี่ล้านวอน" อีกอซองเอาเรื่องเงินมาพูดอีกแล้ว
นัมบุนซูไม่ได้สนใจเรื่องนั้นหรอก แต่กลับมาสนใจเรื่องที่อีกอซองกลับมาใช้สรรพนามว่า 'กู-มึง' กับเขาเหมือนเดิมแล้ว ว่าแล้วเชียวว่ายังไงอีกอซองก็ไม่สามารถพูดสุภาพกับเขาไปได้ตลอด
"พรุ่งนี้ฉันจะไปหายุนยองแอ เธอบอกว่าชอบไปปิกนิกก็เลยว่าจะพาไปตามนั้น"
นัมบุนซูเคี้ยวเส้นรามยอนแล้วนั่งฟังอีกอซองพูดไปด้วย พลางคิดในใจว่าอีกฝ่ายไม่เรียกยุนยองแอว่า 'หล่อน' แล้วแฮะ แล้วก็เปลี่ยนมาเป็น 'ฉัน-นาย' อีกแล้วเหมือนกัน
"ปกติมึงไม่ชอบอะไรแบบนั้นนี่" นัมบุนซูถามไปอย่างนั้น ความจริงแล้วไม่ได้ใส่ใจอะไรเลยสักนิด เพียงแค่ไม่อยากให้บทสนทนามันอึดอัดก็เท่านั้น
"นายบอกว่าต้องแสดงความจริงใจและเอาใจใส่เธอเยอะๆ ไม่ใช่รึไง ถ้าอยากได้เธอมาน่ะ" อีกอซองใช้ตะเกียบเขี่ยก้อนแป้งต็อกไปเรื่อยอยู่ในจาน ทั้งยังยิ้มน้อยๆ อยู่ด้วย
นี่กำลังเห็นแป้งต็อกเป็นหน้าของยุนยองแอหรืออย่างไร
"..." นัมบุนซูกลอกตา แล้วตอบ "ทำถูกแล้วล่ะ จะดีมากด้วยถ้าเกิดนายทำแซนด์วิชไปให้เธอ แบบนั้นผู้หญิงแบบคุณยุนยองแอจะคิดว่านายเป็นผู้ชายที่น่ารักดี..."
เดตแรกระหว่างอีกอซองกับยุนยองแอ ฝ่ายหญิงก็ดูว่าจะเป็นผู้ชายที่ใสซื่อ และน่ารักบริสุทธิ์ ฉะนั้นการที่อีกอซองทำแซนด์วิชอะไรทำนองนั้น เธอจะต้องชอบอย่างแน่นอน ฟันธง
"นายจะไปด้วยรึเปล่า"
นัมบุนซูหยุดเคี้ยวอาหารแล้วมองอีกอซองที่ก็กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน "กูจะไปด้วยทำไมล่ะ"
ถามอะไรของเขา จะให้ไปเป็นกขค.ดูคนเขาสวีตกันทำไม คันตาจะตายไป
"ถ้าเกิดฉันทำเรื่องไม่ดีขึ้นมา นายต้องมากำราบฉันไง" อีกอซองแสดงท่าทางด้วยการตบหน้าตัวเองเบาๆ ไปด้วยขณะที่พูด
"ก็บอกไปแล้วไงว่าจะไม่ทำให้เจ็บแล้วน่ะ เป็นมาโซรึยังไง ไอ้บ้านี่" นัมบุนซูถอนหายใจ
อีกอซองเป็นฝ่ายบอกเองว่า 'มันเจ็บ' ที่ถูกเขาตีด้วยแฟ้มเอกสารสีขาว แล้วจะมาให้เขากำรงกำราบอะไรกัน เขาไม่ใช่พวกซาดิสม์สักหน่อย
...แต่เวลาที่อีกอซองบาดเจ็บก็ดูดีเหมือนกัน
เพี๊ยะ
นัมบุนซูตบหน้าตัวเองเบาๆ เป็นการทำโทษตัวเองที่มีความคิดในเชิงเป็นคนหัวรุนแรงแบบนั้น ไม่ได้! เขาไม่ใช่คนซาดิสม์
"คนบ้าอะไรตบหน้าตัวเอง?" อีกอซองเลิกคิ้วข้างหนึ่งแล้วถามนัมบุนซู
"เมื่อกี้มึงก็ตบตัวเองไม่ใช่รึไง อายุแค่นี้เป็นอัลไซเมอร์แล้วเหรอ?" นัมบุนซูสวนกลับเพื่อต้องการกวนประสาทอีกอซองด้วยน่ำเสียงขำๆ เท่านั้น
"ถ้าจะตบก็ตบฉันนี่ จะทำร้ายตัวเองทำไม"
อีกอซองเป็นมาโซคิสม์จริงๆ เรอะ!?
เรื่องที่อีกอซองชอบความรุนแรงไม่น่ากลัวเท่าที่พูดจาแปลกๆ ใส่นัมบุนซูหรอก 'อย่าทำร้ายตัวเอง ให้ตบเขาแทน' อีกอซองบ้าไปแล้ว ทำเอานัมบุนซูขนลุกซู่เลยแฮะ
"สัญญาแล้วไงว่าจะไม่ทำแบบนั้น" นัมบุนซูกลับมาพูดอย่างจริงจัง "แล้วก็... ขอโทษนะ"
เขาแก้ไขแบบผิดวิธีจริงๆ แม้ว่าในโลกนี้คือเด็กอายุ 19 ปี แต่ว่าความจริงแล้วจิตใจของเราเป็นผู้ใหญ่อายุตั้ง 25 ปีแล้วนี่น่า ทำตัวให้สมเป็นผู้ใหญ่หน่อย ควรทำอะไรโดยรอบคอบกว่านี้ ตอนนั้นทำไมถึงคิดไม่ได้กันนะ
"..." อีกอซองยังคงเขี่ยแป้งต็อกในจาน โดยมองนัมบุนซูไม่วางตา ปากของเขาขมุบขมิบไปมาคล้ายต้องการพูดอะไรบางอย่าง แต่ไม่ยอมพูดออกมา
"จะพูดอะไรก็พูดสิ ไอ้นี่ ทำหน้าแบบนั้นมันน่ารำคาญ" นัมบุนซูคีบต็อกชิ้นที่อีกอซองเอาเขี่ยเข้าไป
อีกอซองก็ยังจะกวนประสาทเขาด้วยการเขี่ยแป้งต็อกชิ้นอื่นแทนเสียอย่างนั้น ไอ้นี่!
"นายขอโทษฉันหลายรอบเลยใช่ไหม?"
นัมบุนซูมองอีกอซอง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปทางขวาเพื่อคิดว่าตัวเองทำอย่างนั้นไปหลายรอบอย่างที่อีกอซองบอกรึเปล่า
รอบแรกก็คงเป็นตอนที่นั่งอยู่บนเรือ เพราะว่าเขาพูดไม่ดีกับอีกอซอง แต่ด้วยอีกฝ่ายมันเมาจนพวกเขาตกเรือไปพร้อมกันซะก่อน เขาเลยยังไม่ได้ขอโทษ ส่วนต่อมาก็คือตอนที่เริ่มใช้แฟ้มเอกสารตีอีกอซองนั่นแหละ เกือบสองอาทิตย์ เมื่อเขาตีอีกอซองเสร็จ บางครั้งที่ตีแรงไปก็จะขอโทษหลังจากที่อีกอซองทำตัวดีแล้ว และมาถึงตอนนี้เขารู้สึกผิดที่ใช้วิธีดัดนิสัยอีกอซองโดนความรุนแรง ก็เลยขอโทษอีกครั้ง
"ถามเพื่อต้องการให้กูนับว่ากี่ครั้งเหรอ?" นัมบุนซูนับได้ก็คือห้าครั้ง ก็ไม่ได้หลายรอบอะไร
"ฉะ... คือ ฉัน เอ่อ... ไม่เคย... ไม่เคยชอโทษนายบ้างสักครั้งใช่ไหม?" อีกอซองหลับตาเอียงหน้ามองไปทางอื่น แล้วยกมือเขี่ยแก้มตัวเอง
นัมบุนซูอึ้งไปเลยหลังจากได้ยินอย่างนั้น เขาไม่คิดว่าอีกอซองจะคิดได้เร็วขนาดนี้ ก็นะ อีกอซองก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้วเหมือนกัน แก่กว่านัมบุนซูในโลกนี้ ก็ต้องคิดได้หน่อย ที่ผ่านมาเมื่อมาอยู่ด้วยกัน อีกอซองไม่ใช่ว่าจะนิสัยไม่ดีอยู่ตลอดเวลา มันก็เว้นช่วงอยู่นั่นแหละ ใครมันจะเหี้ยได้ทุกครั้งล่ะ อย่างวันหนึ่งก็ประมาณสองครั้งที่เขาทำตัวไม่ดี ส่วนใหญ่ก็คืออยู่ในบ้านตอนหนึ่งกับอยู่ข้างนอกตอนหนึ่ง
"หึ ก็ใช่น่ะสิ" นัมบุนซูตอบแบบขอไปที
"ขะ ขอโทษ..."
"...?!" โดยที่เขาไม่ได้คิดเอาไว้ว่าจะได้รับคำขอโทษจากอีกอซอง
"ขอโทษเรื่องอะไรล่ะ" นัมบุนซูถามอีกอซองต่อ เมื่อหายอึ้งแล้ว
การขอโทษนั้น ตัวเจ้าผู้พูดควรจะรู้ว่าตัวเองขอโทษในเรื่องอะไร ไม่ใช่ว่าคิดจะพูดก็พูดได้ ไม่อย่างนั้นมันจะถือว่าเป็นการพูดปัดไปเพียงเท่านั้น ไม่ได้อยากได้รับการให้อถัยจากอีกฝ่าย
"เรื่องที่... ตีนายที่ร้านอาหาร และดูถูกล่ะมั้ง..." ท่าทางของอีกอซองเหมือนว่ากำลังอายอยู่
"ไม่มีอะไรให้อายสักหน่อย แล้วก็อย่าพูดว่า'มั้ง'สิ คำว่าขอโทษพูดง่ายก็จริง แต่ว่าควรจะจริงจังและจริงใจกว่านี้ด้วย" นัมบุนซูกอดอกตีบทเป็นครูสอนมารยาทให้กับอีกอซอง
"อืม ขอโทษที่ก่อนหน้านี้ตีนายและดูถูก" อีกอซองยืดหลังตรง แสดงถึงความจริงใจออกมาให้นัมบุนซูได้รับรู้
"หึ..." นัมบุนซูก้มหน้าลงแล้วค่อยกระตุกยิ้ม
เขาไม่คิดว่าตัวเองจะได้มีโอกาสได้เห็นอีกอซองในด้านน่ารักแบบนี้กับคนอื่นเขา นี่เป็นเบื้องหลังชีวิตของตัวละครหลังจากนิยายจบไปแล้ว ซึ่งเขาดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการที่ทำให้อีกอซองเป็นคนที่ดีขึ้นได้ แม้ว่าตอนแรกจะโคตรไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับอีกอซองเลยก็ตาม
ก็ไม่แย่เกินเยียวยา...
"ทีนี้ยังไงต่อ" อีกอซองทำหน้าแบบเดียวกับที่อยู่บนรถ
เขาเม้มปากและส่งสายตาเป็นประกายอย่างกับอัญมนีสีทองนั่นมาให้นัมบุนซู ดวงตาคู่งามวาววับจ้องมองอย่างใจจดใจจ่อสื่อความปรารถนาบางอย่าง ความเสน่หาอย่างอ่อนโยนนั้นกำลังกัดกินนัมบุนซูจนร่างกายจะกลายเป็นรู มุมปากประดับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มแปลกประหลาดทำเอานัมบุนซูขนลุกซู่อีกรอบ
แล้วถามอีกอซองไปว่า "...อะไร?" เสียงแหบขึ้นมาเสียอย่างนั้น
"ฉันทำตัวดีนี่น่า สิ่งที่ต้องได้คืออะไรล่ะ" อีกอซองปรายตาเจ้าเล่ห์
"ข้อแลกเปลี่ยนนั่นโคตรขาดทุนเลย" นัมบุนซูกลอกตาแล้วพึมพำคนเดียว
"จูบละสี่ล้านขาดทุนตรงไหน อ๊าก!" อีกอซองช่างโง่เขลา
เขาใช้แขนปัดหม้อรามยอนไปด้านข้าง โดยไม่ดูว่ามันยังร้อนอยู่หรือไม่ ทำแบบนั้นก็เพื่อจะได้โน้มมาข้างหน้าแล้วจูบนัมบุนซูได้ นัมบุนซูหัวเราะกับความซุ่ซ่ามของอีกอซอง อีกฝ่ายสักแต่คิดเรื่องหื่นกามอยู่ในหัว จนไม่ได้มองสิ่งรอบข้าง
"เดินอ้อมมาก็จบเรื่องแล้ว" นัมบุนซูก้มตัวไปหยิบกล่องยาที่อยู่ด้านล่างเคาน์เตอร์
ก่อนที่จะได้ทันตั้งตัว ตอนที่เขาเงยหน้าขึ้นมา เขาก็ถูกอีกอซองประคองใบหน้าเอาไว้ และถูกอีกฝ่ายประกบริมฝีปากเสียแล้ว เขามองชายหนุ่มตรงหน้าหลับตา สาบานได้ว่าเขาไม่ได้เคลิ้มอะไรกับรสจูบของนายคนนี้สักนิด แต่ว่าไม่อยากเสียมารยาทเลยแกล้งทำเป็นมีอารมณ์ร่วมไปด้วย อีกอซองดูดดึงปากอวบ กลิ่นรามยอนเตะขึ้นจมูกผสมกับกลิ่นชีสของต็อกบกกี อีกอซองไม่ใช่คนที่ชอบกินอาหารที่มีกลิ่นแบบนี้ แต่เมื่อได้รับมันจากจูบใครสักคนมันก็ไม่ได้แย่มากนัก
ชายหนุ่มใช้ลิ้นกวาดไปทั่วโพรงปากที่ต้อนรับให้เขาเข้าไป ไม่เหมือนกับตอนที่อยู่บนรถที่เด็กหนุ่มปิดปากแนบสนิทไม่เปิดรับสิ่งแปลกปลอมใดๆ จากใครเลย ทำให้อีกอซองได้รู้ว่าถ้าอยากจะให้นัมบุนซูเล่นด้วย ก็ต้องทำตัวดีๆ ซื่อสัตย์สุจริต และอ่อนโยน
นัมบุนซูแพ้ทางใจเย็นและความสโลโมชั่น การทำเรื่องในเชิงแนบเนื้อ หากค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป จูบอย่างมีชั้นเชิงไม่ได้รุกล้ำอย่างหนักหน่วง เพียงดูดเม้มไปอย่างเพลิดเพลิน เว้นจังหวะที่ริมฝีปากดังจ๊วบแล้วนับหนึ่งสามในใจ แล้วจากนั้นจึงดูดให้ปากดังจ๊วบอีกครั้ง มันทำให้นัมบุนซูรู้สึกดี และเผลอปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้อีกอซองแอบเนียนล้วงฝ่ามือมาถึงเม็ดยอดอกได้แล้ว
"อ๊ะ!"
"..."
.
ทั้งสองเกิดช่วงเงียบใส่กันประมาณสามวินาที
.
หลังจากนั้นอีกอซองก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน "ว้าว"
"อย่า!" นัมบุนซูขมวดคิ้ว เขารู้ว่าอีกอซองอยากจะพูดอะไรต่อ จึงปิดปากอีกฝ่ายเอาไว้
"...!" และก็สะดุ้งเมื่อถูกอีกอซองเลียฝ่ามือ
"ถ้ายอมนอนครางข้างๆ ฉันจ่ายสิบล้านเลย-!"
ยังไม่ทันพูดจบ อีกอซองก็ถูกนัมบุนซูผลักหัวจนเกือบหงายหลัง เด็กหนุ่มละอายใจเกินกว่าจะทนอยู่ตรงนี้แล้ว เขาจึงเลือกที่จะหนีไปอาบน้ำ โดยทิ้งอีกอซองไว้กับรามยอนและต็อกบกกีที่ยังกินไม่ถึงครึ่ง เขาไม่ลืมที่จะล็อกประตูห้องนอน แม้รู้ว่ายังไงถ้าเกิดอีกอซองจะเข้ามาก็สามารถเข้ามาได้อยู่ดี เขามองดูนาฬิกาติดผนังรอจนเข็มวินาทีเริ่มนับใหม่ เขาถึงค่อยเข้าไปอาบน้ำ เขาทำอย่างนั้นเพื่อจะได้นับเวลาให้ถึงชั่วโมงครึ่งแล้วค่อยออกไปข้างนอกห้อง เพราะเขาต้องหน้าที่ล้างจาน แต่ไม่อยากจะออกมาเจออีกอซอง ก็เลยจะทิ้งเวลาให้นานหน่อย ให้อีกอซองกลับเข้าห้องไปเสียก่อน
"เฮ้อ"
ครางหาพระแสงอะไรวะ ไม่ได้รู้สึกดีกับอีกอซองแท้ๆ!
นัมบุนซูตบหน้าเรียกสติตัวเอง การทำอย่างนั้นทำให้นึกถึงคำพูดของอีกอซอง 'ถ้าจะตีก็ตีฉันนี่ จะทำร้ายตัวเองทำไม' นั่นทำให้เขาเกลียดตัวเองมากกว่าเดิม แค่อีกอซองทำตัวดีด้วยไม่กี่ชั่วโมงก็ยอมให้อภัยกับเรื่องที่ผ่านมาแล้วอย่างนั้นเรอะ?!
ไม่ได้ ยังไงก็ต้องดัดนิสัยอีกอซองให้เต็มร้อยซะก่อน แม้ว่าอีกฝ่ายจะขอโทษแล้วก็จริง แต่เราจะใจอ่อนเร็วเกินไปไม่ได้ ต้องให้อีกอซองสำนึกผิดมากกว่านี้หน่อย อีกอซองจะได้ดีขึ้นจริงๆ ไม่ใช่ว่าขอโทษแล้วทุกอย่างจะจบในทีเดียว ไม่ควรปลอบหรือตามใจเขาจนเกินพอดี ไม่อย่างนั้นแล้วเขาก็จะกลับไปเป็นอีกอซองคนก่อน สมมติว่าถ้าอีกอซองต้องการได้จูบจากนัมบุนซู ก็ต้องให้เขาได้รู้ว่าไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ต้องอดทน