~°•♡•°~
"ฉัน…ทะเลาะกับพ่ออย่างรุนแรงจนไม่สามารถอยู่ที่นั่นได้อีกต่อไป ฉันเลยเก็บเสื้อผ้าหนีมากรุงเทพฯ เพื่อตามหาแม่
แต่เพราะฉันไม่เคยเดินทางมากรุงเทพฯ เลยสักครั้ง เพื่อนที่เรียนด้วยกันเลยแนะนำว่าให้ฉันเดินทางมาพร้อมญาติของเขา ชื่อพี่อ้อ และเพราะญาติคนนั้นเป็นผู้หญิงฉันก็เลยไว้ใจ
ระหว่างนั่งรถทัวร์มาด้วยกันพี่อ้อบอกกับฉันอย่างใจดีว่าให้ไปพักกับเขาก่อนก็ได้ จะได้ไม่ต้องลำบากหาที่อยู่ อีกอย่างก็เป็นการประหยัดเงินด้วย
เขายังบอกอีกว่าจะช่วยตามหาแม่ให้ฉันอีกแรงเพราะเขามาอยู่กรุงเทพฯ หลายปี รู้จักแทบทุกซอกทุกมุม ตอนนั้นยอมรับว่าฉันเชื่อพี่สาวคนนั้นอย่างสนิทใจ
จนเมื่อมาถึงที่พักของเขาฉันก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ยังปลอบใจตัวเองว่าอย่าคิดมาก ที่พักนั่นเป็นตึกสี่ชั้นขนาดกลาง ด้านล่างทำเป็นร้านเหล้าแบบนั่งดริ๊งค์
พี่อ้อบอกฉันว่าเขาเป็นพนักงานอยู่ที่นั่นแต่มีที่พักแยกต่างหากซึ่งต้องเดินทะลุซอยไปด้านหลัง ฉันพักที่นั่นได้โดยบอกว่าเป็นญาติกับพี่อ้อ
แต่คืนแรกที่พักด้วยกันฉันก็พบว่าเงินและสร้อยทองของฉันหายไป ฉันอยากจะถามพี่อ้อให้รู้เรื่อง แต่ตอนนั้นพี่เขาออกไปทำงานแล้ว แถมก่อนจะออกไปยังกำชับว่าอย่าออกไปเดินเพ่นพ่านข้างนอกเพราะอาจจะรบกวนคนอื่นที่อาศัยในตึกนี้
แต่สุดท้ายฉันก็ห้ามความอยากรู้ไม่ได้เลยเดินออกไปดูลาดเลาด้านนอก นั่นทำให้ฉันได้รู้ความจริงที่น่าตกใจว่า ฉันถูกพี่อ้อพามาขายให้เจ้าของร้านอาบอบนวด ร้านนั่งดริ๊งค์ที่ฉันเห็นในตอนแรกนั่นก็เอาไว้รับแขกบังหน้า ปกติพี่อ้อไม่ได้พักที่นี่แต่เขาแค่มาทำงานที่ร้านเท่านั้น นั่นแปลว่าตอนนี้พี่อ้อคงทิ้งฉันไว้ที่นี่แน่แล้ว
ทุกอย่างที่ว่ามานั่น…ฉันบังเอิญไปได้ยินผู้คุมที่นั่งอยู่ด้านล่างพูดคุยกัน คนพวกนั้นคุยกันด้วยความคึกคะนอง
‘เด็กใหม่ที่นังอ้อมันพามาเมื่อวานนั่นน่าฟัดเป็นบ้าเลยว่ะ เมื่อไหร่เจ๊เขาจะให้มันลงงานจริงสักทีวะ กูอยากลองชิมบ้าง’
‘ใจเย็นๆ ก่อนมึง ของมาใหม่ก็ต้องขายให้แขกก่อน รอสักเดือนก็น่าจะถึงมือพวกเราบ้างแหละ’
คนพวกนั้นพูดอะไรอีกหลายอย่างที่เกินกว่าฉันจะรับฟังได้ ฉันเลยถอยมาตั้งหลักบนห้อง เพื่อหาวิธีที่จะออกไปจากที่นั่นให้ได้ก่อน
แล้วโอกาสก็เป็นของฉัน…ตอนนั้นมีคนมาเรียกที่หน้าห้อง บอกว่าพี่อ้อฝากข้าวมาให้ฉันและบอกให้นอนก่อนได้เลย เขาพูดราวกับว่าผู้หญิงคนนั้นจะกลับมาหาฉันอีกอย่างนั้นแหละ
นาทีนั้นฉันเลยบอกไปว่าปวดท้องอย่างหนักไม่รู้ว่าเป็นอะไร ขอให้เขาพาฉันไปหาหมอที ตอนแรกเขาไม่ยอม…แค่เอายามาให้
แต่พอผ่านไปกว่าชั่วโมงแล้วอาการของฉันก็ยังไม่ดีขึ้น พวกนั้นกลัวว่าฉันอาจจะเป็นไส้ติ่งอักเสบ เลยยอมพาฉันมาโรงพยาบาล แล้วฉันก็อาศัยช่วงเวลาที่หมอตรวจลอบหนีออกมา แต่พวกนั้นดันไหวตัวทันก็เลยวิ่งไล่ตามฉันจนมาถึงร้านที่คุณนั่งดื่มนั่นแหละ เรื่องทั้งหมดก็มีอยู่เท่านี้ค่ะ”
เธอเอ่ยสรุปแล้วยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลซึมออกมาอย่างลวกๆ
ตลอดเวลาที่ฟังหญิงสาวเล่าเรื่องของเธอไปนั้น จอมทัพก็สังเกตอากัปกิริยาและภาษากายของคนเล่าอย่างพิจารณา แต่ก็ไม่พบอะไรที่บ่งบอกว่าเธอกำลังแต่งเรื่องโกหกเลยสักนิด และเรื่องที่เธอเล่ามานั่นก็เรียกได้ว่าหนักหนาแถมซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ ดีเท่าไรแล้วที่หนีรอดออกมาได้
ไอ้ร้านที่เธอเล่ามานั่นก็ให้บริการอย่างว่าจริงๆ เสียด้วย ที่รู้เพราะเขาเองก็เคยไปเที่ยวมาบ้าง…สองสามครั้งเหมือนกัน
“เก่งนะ อุตส่าห์หนีรอดออกมาได้น่ะ”
เขาเอ่ยขึ้นมาลอยๆ จนเธอไม่แน่ใจว่ามันคือคำชมหรือมีความหมายเป็นอย่างอื่นกันแน่
“ฉันพูดเรื่องจริงนะคะ ไม่ได้แต่งเรื่องมาหลอกคุณเลยสักนิด”
เสียงหวานรีบอธิบายด้วยความร้อนใจ
“ฉันก็ไม่ได้บอกว่าเธอโกหกนี่ ที่บอกว่าเก่งน่ะ…ฉันชมต่างหาก อย่างน้อยเธอก็ยังรู้จักหาวิธีเอาตัวรอดมาได้ล่ะน่า”
“หึ!! เป็นคำชมที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนโดนหลอกด่ายังไงก็ไม่รู้สิคะ”
เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดประชด
“อ้าว ทำไมต้องคิดแบบนั้นล่ะ ก็บอกอยู่หยกๆ ว่าชม เธอนี่นะ…คิดมากไม่เข้าเรื่อง”
เขาเอ่ยพลางส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มจางๆ
“ก็ไม่รู้นี่คะ ฉันก็นึกว่าคุณพูดประชดซะอีก”
เธอบ่นด้วยเสียงแผ่วเบา
“เอาล่ะ ไม่อยากเถียงกับเธอเรื่องนี้หรอก ไหนบอกมาสิว่าอยากจะให้ฉันช่วยอะไร”
เขาเอ่ยขึ้นอย่างเป็นงานเป็นการ
“คือฉัน…ขออยู่ที่นี่ด้วยสักพักได้ไหมคะ ฉันไม่มีเงินแถมยังไม่มีที่ไป ให้ฉันทำงานแลกที่อยู่ที่กินก็ได้ ฉันทำงานได้หลายอย่างนะคะ ซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน อาหารฉันก็ทำได้ ฉันไม่อยู่ฟรีหรอกค่ะ
แล้วระหว่างนี้ฉันอยากขอร้องให้คุณช่วยอีกสักอย่าง ช่วยตามหาให้ทีว่า…บ้านเลขที่นี้มันอยู่ตรงไหนของกรุงเทพฯ เท่านี้แหละค่ะที่ฉันอยากจะขอ”
บอกพลางค้นอะไรบางอย่างจากกระเป๋า เพียงครู่จึงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งส่งให้เขา จอมทัพรับมาอ่านคร่าวๆ แล้วส่งคืนให้เธอ
“เรื่องนี้เดี๋ยวค่อยว่ากัน ส่วนเรื่องที่จะขออยู่ที่นี่น่ะ ก่อนอื่นเธอต้องรู้ก่อนว่า ปกติบ้านนี้มีแม่บ้านที่จ้างมาทำงานแบบไปกลับอยู่แล้ว
เรื่องอาหารการกินถ้าเธออาสาจะทำให้ก็ดี แต่คงต้องไปคุยกับแม่ครัวของค่ายว่าอาหารแต่ละมื้อต้องจัดยังไง เพราะฉันจำเป็นต้องควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินมาตรฐาน
อ้อแล้วก็ข้างๆ บ้านหลังนี้คือค่ายมวย ด้านโน้นเป็นอาคารที่พักของพวกนักมวยที่มาเก็บตัวก่อนขึ้นชก มีแต่พวกผู้ชายทั้งนั้น ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรไปวุ่นวายแถวนั้น…เข้าใจรึเปล่า”
เขาเอ่ยกำชับในข้อหลังอย่างเน้นย้ำ ส่วนหนึ่งเพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาอะไรในภายหลัง อีกส่วนก็พูดเพราะรู้สึกเป็นห่วง…เขาไม่อยากให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ผู้หญิงกับผู้ชายควรอยู่ให้ห่างกันไว้เป็นดี ยิ่งคนตรงหน้าที่มีรูปลักษณ์ดึงดูดใจเพศตรงข้ามเช่นนี้เขาก็อดกังวลไม่ได้จริงๆ
“นี่แปลว่า คุณตกลงจะช่วยฉันใช่ไหม จะให้ฉันอยู่ที่นี่ด้วยใช่ไหมคะ”
เธอเอ่ยถามด้วยความดีใจจนแทบฟังไม่ได้สรรพ
“ได้ยินชัดแล้วนี่ ฟังภาษาคนไม่เข้าใจหรือไงฮึ”
ท่าทางยิ้มแป้นด้วยความดีใจของเธอทำให้เขาเอ่ยขึ้นอย่างนึกหมั่นไส้ แต่ในใจก็เริ่มรู้สึกเอ็นดูรอยยิ้มของเธอขึ้นมานิดๆ
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะคุณ… เอ่อ ว่าแต่คุณชื่ออะไรเหรอคะ”
เธอยกมือขึ้นไหว้ปลกๆ แต่ก็ตั้งชะงัก เพราะยังไม่รู้เลยว่าเขาชื่ออะไร
>>>>>♡♡♡