เธอเป็นใคร part 3

1306 คำ
~°•☆☆☆•°~ “ฉันชื่อจอมทัพ เรียกว่าจอมก็ได้” “ค่ะคุณจอม กั้งขอเรียกแบบนี้นะคะ” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มกระจ่างใสจนอีกฝ่ายรู้สึกตาพร่าหัวใจกระตุก “ก็ตามใจเธอสิ” เขาเอ่ยขึ้นง่ายๆ แต่เสียงหวานที่เอ่ยเรียก ‘คุณจอม’ นั่นให้ความรู้สึกแปลกๆ มันรื่นหูดีและเขาก็รู้สึก…ชอบ คนตัวโตคิดอย่างครึ้มอกครึ้มใจ กระทั่งเสียงใสเอ่ยเรียกอีกครั้ง “คุณจอมคะ คุณจอม” เธอเอ่ยเรียกซ้ำๆ เมื่อเห็นท่าทางเหม่อๆ ของเขา “อะไร!!" เขาหันมาถามด้วยเสียงดุๆ “เอ่อ…เปล่าค่ะ แค่เห็นคุณจอมเงียบไปนานน่ะค่ะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกเกรงใจ “อ้อ…ก็ กำลังคิดว่าจะให้เธอพักที่ไหนน่ะ อืมม นึกออกละ ตามมานี่” พูดจบก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ขายาวๆ ก้าวเข้าไปในบ้านอย่างไม่รอช้า ร่างเล็กๆ จึงต้องรีบถลาลุกตามไป “เอ้า!! ห้องนี้น่ะ พออยู่ได้ไหม ปกติมันเป็นห้องรับรองแขก แต่ที่นี่ไม่ค่อยมีแขกมาพักนักหรอก เธอใช้ห้องนี้ได้เลย ปกติฉันให้แม่บ้านมาทำความสะอาดเป็นประจำอยู่แล้ว” เสียงห้าวเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องที่อยู่ชั้นล่าง เขาเปิดประตูและเปิดไฟก่อนจะเดินนำเข้าไปด้านใน ห้องรับรองแขกนี้นับว่าดูดีมากทีเดียว สะอาดสะอ้านเหมือนไม่เคยใช้รับรองแขกมาก่อนด้วยซ้ำ เธอกวาดตามองไปรอบห้องอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันมาตอบเขาด้วยรอยยิ้มน่ารัก “ห้องสวยมากเลยค่ะ ให้กั้งอยู่ห้องนี้เหรอคะ” “อืม ก็งั้นสิ เพราะห้องบนชั้นสองก็มีเจ้าของหมดแล้ว เธอคงต้องอยู่ห้องนี้แหละ เธอรออยู่ที่นี่ก่อน เดี๋ยวฉันมา” เขาบอกแล้วเดินขึ้นไปยังชั้นสอง ราวๆ สิบนาทีจึงกลับมาพร้อมหอบของมาเต็มมือ กังสดาลมองของที่เขายื่นส่งให้อย่างงุนงงในทีแรก ก่อนจะยิ้มขึ้นมาแล้วเอ่ยขึ้นด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณมากนะคะ ต้องรบกวนคุณแล้วจริงๆ” “ไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้มากมายอะไร เสื้อผ้านั่นพอจะใส่ได้รึเปล่า ยังไงก็ทนใส่ไปก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะให้คนพาไปเลือกซื้อเสื้อผ้ารวมทั้งของใช้ที่จำเป็นด้วย คืนนี้ก็นอนพักผ่อนเถอะ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้อง “เอ่อ เดี๋ยวก่อนค่ะคุณจอม” เสียงหวานเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว “มีอะไร หรืออยากได้อะไรเพิ่มอีก” เขาหันกลับมาถามด้วยความข้องใจ พลางมองมาที่เธออย่างรอคอย “เอ่อ…คือ ฉันหิวน่ะค่ะ” เธอเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ แต่เสียงโครกครากในท้องกลับดังขึ้นแข่งกับเสียงพูดของเธอราวกับจะประจานเจ้าของ ใบหน้าหวานจึงแดงซ่านขึ้นด้วยความเขิน “อ้อ ยังไม่ได้กินอะไรเลยสินะ ฉันก็ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท เอางี้ เดี๋ยวเธออาบน้ำเสร็จแล้วก็ตามไปที่ครัวละกัน อย่าช้าล่ะ นี่มันดึกมากแล้ว จะได้รีบเข้านอน” เขาเอ่ยกำชับก่อนจะเดินออกไปพร้อมปิดประตูให้อย่างเรียบร้อย กังสดาลจึงรีบอาบน้ำด้วยความว่องไวที่สุดในชีวิต แล้วรีบตามเขาไปที่ห้องครัวโดยเร็ว >>>♡♡♡ ห้องครัวหาไม่ยาก ยิ่งมีกลิ่นหอมๆ ของไข่เจียวเป็นเหมือนเข็มทิศนำทางแล้ว ก็ยิ่งทำให้ร่างบางมาถึงห้องครัวได้ในเวลาอันรวดเร็ว “นั่งรอเดี๋ยวนะ กำลังจะเสร็จพอดี” เขาหันมาบอกพลางชี้ไปที่โต๊ะกินข้าว ซึ่งมีจานผัดคะน้าหมูกรอบวางอยู่พร้อมข้าวสวยจานใหญ่ อึดใจต่อมา…ไข่เจียวสีเหลืองทองดูน่ากินก็ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้า พร้อมเสียงห้าวที่เอ่ยขึ้น “กินเลยสิ กินตอนร้อนๆ จะอร่อยกว่าปล่อยให้เย็นนะ” เขาบอกพลางนั่งลงฝั่งตรงข้าม “ขอบคุณค่ะ แล้ว…คุณจอมไม่กินด้วยกันเหรอคะ” เธอเอ่ยถามอย่างเกรงใจ ก่อนจะค่อยๆ หยิบช้อนกับส้อมขึ้นมาตักไข่เจียวเข้าปากตามด้วยข้าวสวย “ไม่ละ ฉันอิ่มแล้ว ปกติฉันไม่กินอาหารหลังหกโมงเย็น” เขาตอบคำถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบเรื่อย “อื้อหือ อร่อยจังเลยค่ะ คุณจอมทำอาหารเก่งนะคะ” เสียงหวานอุทานขึ้นเมื่อลองชิมทั้งไข่เจียวนุ่มฟูและผัดคะน้าหมูกรอบแล้ว “หึหึ...อร่อยงั้นเหรอ ถ้าอร่อยก็กินให้หมดด้วยล่ะ” เขาเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี ปกติก็ทำกับข้าวกินเอง แต่ไม่ค่อยมีใครได้ชิมฝีมือ นอกจากพ่อ เจ้ากางเขนตัวน้อย แล้วก็…บราลีเพียงเท่านั้น เมื่อได้ยินคำชมจากคนหน้าใส เขาก็นึกอยากจะทำให้เธอได้กินทุกมื้อเลยทีเดียว ยิ่งเห็นท่าทางการกินที่ดูเอร็ดอร่อยของเธอเขาก็ยิ่งมองเพลิน มองไปมองมาก็เริ่มรู้สึกว่าคนตรงหน้านี้จัดอยู่ในประเภทสวยพิศ คือยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกถึงความสวย ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมหวานที่ทำให้มองว่าน่ารักจนต้องเผลอมองซ้ำ คิ้วเข้มได้รูป จมูกเล็กแต่โด่งดูเชิดรั้น แถมปากรูปกระจับแต่อวบอิ่มนั่นก็ช่างดูยั่วยวนชวนให้ประทับรอยจูบลงไปเสียจริงๆ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้จอมทัพถึงกับต้องสลัดหัวแรงๆ เพื่อจะสลัดภาพจินตนาการอันวาบหวามของตัวเองออกไปโดยไว แต่ก็ช่างทำได้ยากเหลือเกิน “คุณจอม…เป็นอะไรเหรอคะ ไม่สบายหรือเปล่าคะ” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างซื่อๆ แถมดวงตากลมหวานยังมองเขาอย่างเป็นห่วง “อ้อ…เปล่าๆ แค่…เอ่อ รู้สึกง่วงน่ะ” เขาเอ่ยออกไปอย่างแก้เก้อ “อ้อ ค่ะ ขอโทษที่ทำให้นอนดึกนะคะ ขอบคุณที่ช่วยทำอาหารให้กั้งด้วยค่ะ กั้งกินเสร็จพอดีเลย” พูดจบก็รวบช้อนไว้รวมกันอย่างเรียบร้อย จอมทัพมองจานอาหารที่หมดเกลี้ยงทุกจานด้วยความรู้สึกทึ่ง ‘นี่เธอกินคนเดียวหมดจริงๆ น่ะหรือ’ แต่เมื่อมองใบหน้าสวยใสที่ส่งยิ้มหวานมาให้ก็รู้สึกเอ็นดูจนไม่คิดจะเอ่ยแซว “อืมม อิ่มแล้วใช่ไหม งั้นก็ไปนอนเถอะ” เขาบอกพลางลุกขึ้นหยิบจานเปล่ามาซ้อนกันแล้วยกไปวางไว้ในอ่างล้างจาน กังสดาลเผลอมองการกระทำของเขาด้วยความรู้สึกเกรงใจและประทับใจในคราวเดียวกัน “ปะ...ไปนอนกันเถอะ” เขาบอกพลางเดินนำไปก่อน “อย่าลืมล็อกห้องดีๆ ล่ะ แล้วก็…ขอให้ฝันดี” ร่างสูงใหญ่จึงเดินขึ้นบันไดไปเมื่อเห็นว่ากังสดาลได้ปิดประตูห้องลงเรียบร้อยแล้ว >>>♡ เมื่อปิดประตูห้องเรียบร้อย ร่างงดงามด้วยวัยสาวจึงก้าวขึ้นไปนั่งบนเตียงอย่างรู้สึกหมดแรง เสียงถอนหายใจดังขึ้นเบาๆ มือบางหยิบหมอนขึ้นมากอดไว้แนบอกราวกับจะยึดเป็นที่พึ่ง จู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาไม่หยุด หลายวันที่ผ่านมานี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงพลิกชีวิตของเธอจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเลยก็ว่าได้ ตอนที่คุณย่ายังอยู่ท่านคือร่มไทรที่ให้ร่มเงากับลูกนกตัวน้อยเช่นเธอ ปกป้องคุ้มครองเธอให้อยู่รอดปลอดภัยตลอดมา เธอไม่เคยรู้เลยว่าโลกมันจะโหดร้ายกับชีวิตคนได้มากขนาดนี้ แต่ทันทีที่ท่านจากไปเธอก็ได้รู้ซึ้งถึงอันตรายและด้านมืดในจิตใจคน และบุคคลแรกที่ทำให้เธอแทบจะหมดศรัทธาในตัวมนุษย์ก็คือผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบุพการีของเธอเอง >>>☆☆☆
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม