bc

เล่ห์รัก ร้ายเดียงสา

book_age18+
74
ติดตาม
1K
อ่าน
จบสุข
มีพลัง
คนใช้แรงงาน
สาสมใจ
สยองขวัญ
ใจถึง
ออฟฟิศ/ที่ทำงาน
ล่ำๆ หมีๆ
like
intro-logo
คำนิยม

เรื่องราวระหว่างคุณหนูคนงามจอมยั่ว VS เพื่อนพี่ชายที่มีสถานะเป็นผู้จัดการไร่

คนหนึ่งวิ่งไล่ คนหนึ่งวิ่งหนี

แต่ยิ่งหนีเท่าไหร่ก็เหมือนจะยิ่งใกล้กว่าเดิม...

............

“ติณณ์ขา”

“ครับ”

“ฟ้าปวดขาจังเลยค่ะ ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป ช่วยนวดขาให้ฟ้าได้ไหมคะ เราจะสลับกันนวดก็ได้ ติณณ์นวดให้ฟ้าก่อน แล้วเดี๋ยวฟ้านวดให้ติณณ์บ้าง จะได้ไม่เป็นการเอาเปรียบกัน” เธอลองยื่นข้อเสนอพลางก้มลงบีบนวดปลีน่องของตัวเอง แล้วช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าคร้ามคมที่กำลังเคร่งเครียด มุมปากกดยิ้มเล็กน้อยเมื่อชายหนุ่มเบือนหน้าหลบไปมองอีกทาง

“ผมมียาแก้ปวดชนิดทา คุณหนูเอาไปทาได้ตามสบายเลยครับ หลอดที่วางอยู่บนโต๊ะ ยี่ห้อนี้ดีมาก ผมใช้เป็นประจำเวลาปวดเมื่อย”ชี้นิ้วไปยังหลอดยาที่ว่าเป็นอีกครั้งที่เขาไม่กล้ามองต่ำเลย เพราะกลัวว่าถ้าเผลอจ้องมองนานๆ เข้าจะไม่สามารถถอนสายตาตัวเองออกจากความอวบอัดของก้อนเนื้อตูมเต่งน่าดอมดมที่ล่อตาล่อใจภายใต้ชุดนอนบางเบาได้ อิงฟ้ากลายเป็นคนช่างยั่วแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันไอ้ตรงกลางลำตัวนี่ไม่ต้องพูดถึง แข็งจนไม่รู้จะแข็งยังไงแล้วใจพยายามต่อต้าน แต่ร่างกายมันกลับไม่ยอมฟัง สั่งยังไงมันก็ไม่อาจสงบ หากเป็นผู้ชายคนอื่นเขาเชื่อเลยว่าจะต้องกระโจนเข้าใส่โดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา

“แต่ฟ้าอยากให้ติณณ์นวด และทายาให้นี่คะ ฟ้าปวดมากนวดเองไม่ถนัดมือหรอกค่ะ แต่ถ้าติณณ์ลำบากใจมากก็ไม่เป็นไรค่ะฟ้าทนเอาก็ได้” หญิงสาวยิ้มอ่อน แสร้งพูดเสียงหวานปนเศร้า เธอปวดจริงไม่ได้เสแสร้ง โดยเฉพาะตรงน่อง เพราะใส่ส้นสูงเดินนานไปหน่อยคู่นี้สวยจริงแต่ใส่ไม่สบายเท้าเท่าไหร่หากต้องเดินเยอะ แต่ก็ไม่ได้มากมายเท่าไหร่ เธอชินแล้ว อยากสวยต้องอาศัยความอดทน และอยากอ้อนคนใจแข็งดูว่าเขาจะทำเช่นไร

“ยกขาขึ้นมาครับ หนักมือไปก็บอกละกัน คนใช้แรงงานอย่างผมอาจจะทำให้คุณหนูเจ็บตัวได้” จริงๆ แล้วเขาคิดว่าตัวเองมีทางเลือกที่จะไม่ทำตามความต้องการของอิงฟ้า แต่ใจเจ้ากรรมมันกลับเลือกหนทางนี้ปากที่ปกติมีหูรูดวันนี้ดันไว

“รบกวนติณณ์ด้วยนะคะ และฟ้าเชื่อมั่นว่าติณณ์จะไม่ทำให้ฟ้าต้องเจ็บตัว” อิงฟ้ายิ้มหวานเมื่อในที่สุดมนุษย์หน้าเข้มก็ยอมจำนนต่อเธออีกครั้งจนได้ และเธอเข้าใจที่เขาพูดเป็นอย่างดี พลางเอนตัวลงนอนพาดศีรษะไว้กับที่พักแขนของโซฟา ผมยาวแผ่สยายกองลงบนพื้นขาขาวผ่องยกขึ้นพาดตักแกร่ง

ด้วยความที่กระโปรงมันสั้นมาก พออิงฟ้ายกขาขึ้น และไม่ทันได้เบี่ยงสายตาไปมองที่อื่น เขาจึงเห็นกางเกงในลายลูกไม้สีแดงสดเต็มๆ ใบหน้าร้อนวูบ มันเป็นอะไรที่อธิบายไม่ได้ คือมัน โอ สีแดงร้อนแรงตบท้ายทอยเรียกสติ สะบัดหน้า ก่อนจะเริ่มต้นนวดที่เท้าบอบบางเป็นอันดับแรก ความอ่อนนุ่มที่กำลังสัมผัสอยู่ตอนนี้ทำเอาใจสั่นเกินอัตรา เกี่ยวโยงกับสิ่งที่เห็นก่อนหน้าด้วย มันเลยยากแก่การควบคุมพยายามทุ่มเทความสนใจให้กับการนวดเพียงอย่างเดียว แต่มันก็ทำได้ยากมากเหลือเกิน ถ้าจะพูดให้ถูกคือกำลังฆ่าตัวเองทางอ้อม

ด้านคนที่นอนรับการบริการหลับตาพริ้ม มุมปากแย้มยิ้มน้อยๆ อย่างเป็นสุข ผิดกับหมอนวดจำเป็นที่มีสีหน้าเคร่งเครียด

“ติณณ์นวดดีจังเลยค่ะ มือเบ๊าเบา ฟ้าชอบ ต้องอ้อนให้ติณณ์นวดให้บ่อยๆ แล้ว อืม...สาบยจัง อย่าไปเที่ยวนวดให้ผู้หญิงที่ไหนนอกจากฟ้านะคะ” อิงฟ้าลืมตาขึ้นมามอง และท่าทางที่ดูตั้งใจจนเกินเหตุ ทำเอาเธออดที่จะแอบหัวเราะไม่ได้ หน้านี่ยุ่ง คิ้วนี่ขมวดแน่นเชียวเครียดอะไรขนาดนั้นก็ไม่รู้

ติณณ์ก็ยังเป็นนายติณณ์ที่ชอบบ่น และหงุดหงิดง่ายเหมือนเดิม กับคนอื่นเขาไม่ขนาดนี้นะ แต่กับเธอเขาจะเป็นอย่างนี้ เพิ่มเติมคือความคมเข้มของใบหน้าที่มากกว่าเก่า ถึงไม่ได้หล่อเหลาชนิดที่ชวนเหลียวหลังให้มองตามไปจนสุดสายตาเหมือนผู้ชายหล่อลากไส้ก็จริง แต่จะมีสักกี่คนที่น่าค้นหาทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้ทำอะไรเลย ติณณ์มีเสน่ห์ในแบบฉบับของเขา และเธอก็ไม่อยากให้ใครได้เห็นหรือคิดเหมือนอย่างเธอด้วย

เสียงครางของอิงฟ้าทำเอาหมอนวดจำเป็นถึงกับร้อนฉ่าระลอกแล้วระลอกเล่า ตั้งใจจะไม่มองใบหน้าพริ้มเพราก็อดที่จะเหลือบขึ้นมองไม่ได้ สีหน้าแห่งความสุข และเสียงหวานๆ ช่างเข้ากันเหลือเกิน จากฝ่าเท้าเลื่อนขึ้นมาที่ปลีน่อง บีบนวดด้วยมือที่ค่อนข้างจะสั่นเทา มันทรมานตัวเองเกินไป

“อืม...ดีจังเลยค่ะติณณ์ รู้สึกดีขึ้นมากเลยค่ะ ขาเบาเชียว”

“เออ...ถ้าคุณหนูค่อยยังชั่วขึ้นบ้างแล้ว ผมขอตัวเข้าไปนอนพักผ่อนเอาแรงก่อนนะครับ คุณหนูเองก็อย่านอนดึกมากนักนะครับ”ชายหนุ่มพูดรัวเร็ว และมองใบหน้าสวยที่เอียงคอมองเขาแบบผ่านๆ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปทางห้องนอนแขกที่เขาใช้พักพิงในทันทีอย่างไม่รอช้า กลับไร่ครั้งนี้มีแนวโน้มว่าคงต้องพกกระปุกยาแก้ปวดเอาไว้ที่ตัวตลอดแล้วล่ะ

“…”

“ฝันดีครับ” และเขาบอกฝันดีโดยที่ไม่หันกลับมามอง

อิงฟ้าไม่ได้ว่าอะไรเมื่อเขาเหมารวมเอาเองว่าเธอโอเคแล้ว จากการนวดที่ไม่ถึงสิบนาที แถมยังเดินจากไปแบบทื่อๆ โดยที่เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากบอกให้พอ ทำเพียงอมยิ้ม และมองตามแผ่นหลังกว้างไปจนลับสายตา

“ให้นวดแค่นี้ถึงกับทนไม่ไหว ต้องรีบเดินจ้ำหนีหน้าฟ้าเข้าห้องนอนเลยเหรอคะติณณ์ขา คืนนี้ฟ้ายอมปล่อยไปก่อนก็ได้ เห็นว่าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไม่อย่างนั้นอย่าหวังเลยว่าฟ้าจะยอมง่ายๆ ต่อจากนี้เตรียมตัวรับมือกับฟ้าเอาไว้ให้ดีเถอะค่ะ ฟ้าจะไม่ยอมปล่อยให้ติณณ์ทำกับฟ้าเหมือนที่แล้วมาอีกแน่”

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทนำ
ไร่โรจน์สุวรรณ. เสียงนกน้อยร้องจิ๊บๆ เซ็งแซ่ ราวพวกมันกำลังร่วมกันบรรเลงขับร้องเพลงประสานเสียง ท่วงทำนองแรกเริ่มรำคาญหู นานไปนั้นกลายเป็นเพลิดเพลิน ขณะที่ดวงตะวันยังไม่โผล่พ้นเส้นขอบฟ้า เนื่องด้วยยังอยู่ในช่วงเช้ามืดค่อนสว่าง แสงแดดจึงยังไม่ปรากฏ หยดน้ำค้างใสแจ๋วเกาะพร่างพราวอยู่ตามยอดใบหญ้าบ้าง ใบไม้บ้าง ประกอบกับสายหมอกที่ค่อนข้างหนาตา ลอยละล่องอยู่ในอากาศ ปกคลุมก้อนเมฆเหนือสันเขาเขียวขจีที่สลับซับซ้อนกันไปเป็นแนวยาวไกลสุดลูกหูลูกตา บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติอันงดงามในแถบพื้นที่นี้ สายลมที่โบกโชยมาอย่างต่อเนื่องให้ความรู้สึกสดชื่น และเย็นสบาย อากาศแสนบริสุทธิ์ที่ไม่สามารถปรุงแต่งได้ และช่วงเวลานี้น่าจะเหมาะแก่การนอนซุกตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาอยู่บนเตียงนุ่มๆ มากกว่าการทำอะไรทั้งสิ้น แต่ไม่ใช่สำหรับสองหนุ่มต่างวัยที่กำลังนั่งซึบซับความงาม สูดเอาออกซิเจนเข้าปอด ไร้เสียงพูด ไร้เสียงคุยมีแต่เสียงของธรรมชาติ คนหนึ่งคือชายสูงอายุวัยหกสิบกลางๆ ที่มีบุคลิกภายนอกดูน่าเกรงขาม ส่วนอีกหนึ่งคนนั้นคือชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ รูปร่างสูงใหญ่ลักษณะท่าทางไม่ผิดแผกจากชายสูงวัยที่เป็นบิดานัก ทั้งสองคนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง คนในพื้นที่ละแวกแถบนี้ให้ความเคารพนับถือ ยำเกรงและเรียกขานสรรพนามอย่างติดปากว่า ‘พ่อเลี้ยง’ ซึ่งก็คือเจ้าของไร่โรจน์สุวรรณที่มีอาณาเขตพื้นที่อยู่ในกรรมสิทธิ์การครอบครองผืนดินทั้งราบลุ่มไปจนถึงราบสูงจำนวนหลายพันไร่ ที่ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้สั่งสมมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษหลายรุ่น จวบจนปัจจุบันพื้นที่ยังคงขยายและถูกพัฒนาให้เกิดประโยชน์อย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นอาณาจักรขนาดย่อมๆ มันกว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่าที่จะมองเห็นด้วยสายตาเปล่าของตัวเอง พ่อเลี้ยงทวีศักดิ์ และพ่อเลี้ยงเติมเต็มได้ออกมานั่งตรงชานบ้านที่ทำระเบียงยื่นออกมาจากตัวบ้านบริเวณชั้นสองเพื่อดื่มด่ำบรรยากาศของวิวทิวทัศน์ระดับพรีเมียม หากจะตีราคาก็คงเป็นมูลค่ามหาศาล เพราะไม่ว่าจะมองไปทิศทางใดรอบตัวสามร้อยหกสิบองศาก็จะมีความงดงามของธรรมชาติที่ก่อกำเนิดโดยที่มนุษย์ไม่ได้เป็นคนรังสรรค์ขึ้นมาเช่นเดียวกับภาพวาดที่ศิลปินตวัดปลายพู่กันลงบนแผ่นกระดาษแล้วออกมาให้ผู้คนได้ชื่นชมถึงความงาม นี่มันสัมผัสได้จริงๆ จมูกสูดเอาอากาศแสนบริสุทธิ์ และสดชื่นเข้าสู่ปอดระลอกแล้วระลอกเล่า มันหาได้ยากตามเมืองใหญ่ ซึ่งเต็มไปด้วยมลพิษทางอากาศ ซ้ำยังทำลายสุขภาพ พลางจิบชา กาแฟ กินขนมปังปิ้งรองท้อง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันไปพลางๆ ระหว่างพ่อกับลูก “แกได้โทรหาเจ้าติณณ์บ้างไหมเจ้าเต็ม” พ่อเลี้ยงทวีศักดิ์ละสายตาจากเบื้องหน้ามามองลูกชายคนโต และคนเดียวที่เป็นเพศชายที่กำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ ทุกวันนี้เติมเต็มคือหัวเรือใหญ่ ทำหน้าที่ทุกอย่างแทนพ่อที่กลายเป็นคนชีพจรลงเท้า ใช้เวลาที่ว่างเว้นจากการดูแลกิจการงานภายในไร่ที่ผันตัวเองมาเป็นที่ปรึกษาไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ กับพรรคพวกที่ขยันจัดทริปประเทศนั้น จังหวัดนี้อยู่เรื่อย เป็นทัวร์คนแก่ที่ไม่ได้มีความโลดโผน ไม่ต้องใช้แรงกายอะไรมากมายเหมือนวัยรุ่นหนุ่มสาวสมัยใหม่ เน้นไหว้พระ ทำบุญเป็นหลักใหญ่ ซึ่งมันบ่อยครั้งเสียจนลูกสาวสุดที่รักบ่นเป็นหมีกินผึ้งประจำ หากทราบข่าวคราวการเดินทาง ที่อิงฟ้าบ่นไม่ใช่เรื่องอะไรหรอก เป็นห่วงสุขภาพของพ่อนั่นเอง กลัวว่ามากเกินไปจะเจ็บป่วยเอาได้ หากร่างกายปรับตัวไม่ทัน ไอ้ตัวเรามันแก่แล้วก็จริง แต่จะให้นั่ง ให้นอนอยู่บ้านเฉยๆ มันน่าเบื่อ ครั้นจะช่วยงานในไร่เหมือนก่อนลูกๆ ก็ไม่อยากให้ช่วยมากเท่าที่ควร ดังนั้นบั้นปลายชีวิตที่ยังคงมีลมหายใจอยู่นี้ หลังจากที่สู้ทนใช้ร่างกายทำงานหนักมาหลายสิบปี จึงขอใช้ช่วงเวลาหลังปลดเกษียณ และเรี่ยวแรงที่ยังหลงเหลือออกไปตระเวนดูสิ่งที่น่าสนใจนอกบ้านสักหน่อย ลูกทั้งสองคนก็โตมากพอที่จะฝากฝังให้รับผิดชอบอะไรต่อมิอะไรแทนได้ทั้งลูกชาย ลูกสาว ไม่มีอะไรต้องกังวลใจสักเท่าไหร่ ถ้าจะมีห่วงเป็นพิเศษก็เรื่องของคู่ครองลูกๆ ว่าที่ลูกสะใภ้ และว่าที่ลูกเขยในอนาคต “ติณณ์มันโทรมาหาผมเมื่อก่อนที่ผมจะออกมานี่เองครับพ่อ” พ่อเลี้ยงเติมเต็มตอบบิดายิ้มๆ ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่างมันก็โทรมาปลุกแล้วพอวางสายจากมันครั้นจะล้มตัวลงนอนต่อก็ข่มตาหลับไม่ลงแล้วด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบด้วยมันจึงกลายเป็นนิสัย ตื่นแต่เช้าจนชินคล้ายถูกตั้งระบบอัตโนมัติเอาไว้ ถึงเวลาก็ลืมตา ลุกขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวัน เข้าไร่ ตรวจงาน เข้าออฟฟิศดูเอกสาร เป็นอย่างนี้มานานหลายปี พลางนึกย้อนถึงเรื่องราวที่คุยกับเพื่อนรักที่เติบโตมาด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นเพื่อนร่วมงานคนสนิทที่ไว้วางใจมากที่สุด มันรับสายเท่านั้นแหละมันแทบจะไม่คุยเรื่องอื่นเลย คอยแต่จะถามถึงงานในไร่ ตรงนั้นเป็นยังไงตรงนี้มีปัญหาอะไรไหม เป็นเขาเองที่ต้องตัดบทสารพัดคำถามของมัน และถามไถ่เรื่องอื่นขึ้นมาแทน ไม่อย่างนั้นก็วนเวียนอยู่กับงานในไร่ที่ไม่รู้ว่าจะห่วงอะไรนักหนา เขาก็อยู่ไม่ใช่ว่าที่ไร่ไม่มีใครที่ไว้ใจได้ดูแลแทนมันเสียหน่อย “คุยเรื่องงานกันอย่างเดียวงั้นเหรอ” “ครับ เราคุยกันเรื่องงานกันเป็นหลักใหญ่ เรื่องทั่วไปเล็กน้อย ไม่ทราบว่าคุณพ่อคาดหวังอะไรมากกว่านั้นรึเปล่าครับ” พ่อเลี้ยงหนุ่มถามบิดาหน้าตาย แต่ประกายสายตากลับตรงกันข้าม จึงโดนผู้ให้กำเนิดมองค้อนเข้าให้ เดิมทีเขาคือคนที่จะต้องเดินทางไปรับยายน้องน้อยที่กรุงเทพด้วยตัวเอง แต่ว่าพ่อเลี้ยงทวีศักดิ์เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมากะทันหันทั้งที่เขาเตรียมตัว เคลียร์งานเอาไว้พร้อมแล้ว แต่ก่อนการเดินทางเพียงหนึ่งวันมีคำสั่งจากบิดาบังเกิดเกล้าให้เขาอยู่ดูแลไร่ ไม่ต้องไปซะอย่างนั้นโดยให้เหตุผลว่าเพื่อความอุ่นใจเขาควรอยู่ และส่งไอ้ติณณ์ เพื่อนยากผู้ที่มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการไร่คนเก่งไปรับอิงฟ้าแทน ซึ่งถ้าไม่ใช่หมอนี่ ไม่มีทางที่พ่อเลี้ยงใหญ่แห่งโรจน์สุวรรณจะไว้วางใจถึงขั้นส่งตัวลงไปรับลูกสาวสุดที่รักกลับบ้านเพียงลำพังด้วยระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรอย่างแน่นอน ตัวเขาเองก็ด้วย ความจริงแล้วในจังหวัดก็มีสนามบินไว้ใช้บริการสะดวกสบาย เดี๋ยวเดียวก็ถึงบ้านแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเลยด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อมันเป็นความต้องการของผู้ให้กำเนิด จึงต้องตามนั้น และมันจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับที่ใจคิดหรือไม่นั้น อันนี้ต้องรอดูสถานการณ์ต่อไปก่อน แต่คิดว่าไม่น่าจะคลาดเคลื่อน ปากหนาหยักโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเมื่อมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของบิดาที่เหมือนว่าท่านกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ “ถ้าอย่างนั้นเจ้าติณณ์ก็คงจะรับมือกับน้องสาวจอมเอาแต่ใจของแกได้สบาย ว่าอย่างนั้นไหมล่ะเจ้าเต็ม หลังจากที่ยายฟ้าเอาแต่ผลัดวันประกันพุ่งมาหลายรอบ ถึงเวลาต้องกลับมาอยู่บ้านอย่างถาวรแล้ว” พ่อเลี้ยงทวีศักดิ์กล่าวกับลูกชายเนิบๆ มั่นใจในหลายส่วนว่าลูกสาวคนสวยคงไม่อยากจากบ้านไปพำนักพักพิงที่ไหนแล้วนับต่อแต่นี้ เว้นเสียแต่ว่าจะไปเที่ยว คิดแล้วพลางยกถ้วยชาร้อนขึ้นมาดื่ม ทอดสายตามองออกไปทางขุนเขาสลับซับซ้อนที่อยู่เบื้องหน้า ไม่ว่าจะอาศัยอยู่หนแห่งตำบลใดในประเทศกำเนิดของเราเองหรือมุมใดในใบโลกนี้ก็ตามแต่ เอาเข้าจริงๆ ย่อมไม่สุขกายสบายใจเท่ากับอยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคยมาแต่อ้อนแต่ออก “ผมก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้นนะครับคุณพ่อ นายติณณ์มันคงเอาลูกสาวคุณพ่ออยู่” เขาพึมพำเบาๆ คนเอาแต่ใจกับคนนิ่ง มีหนึ่งคนต้องยอมสยบ และคนที่ยอมสยบอย่างจำใจก่อนนั้นไม่รู้ว่าจะเป็นนายติณณ์หรือว่าน้องสาวของเขากันแน่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนที่ต้องเผชิญกับอาการปวดหัวอย่างหนักขึ้นมากะทันหันไม่ทันได้รับมือคงจะหนีไม่พ้นไอ้คนบ้างานอย่างแน่นอน เขามั่นใจ บุคลิกลักษณะภายนอกดูเป็นคนเฉยชา จริงๆ นิสัยส่วนตัวมันก็เป็นอย่างนั้น แต่ถ้ามีอะไรมากระตุ้น เชื่อว่าความเฉยชาของมันต้องถูกทำลาย

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.3K
bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.6K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.5K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K
bc

โซ่รัก ใยปรารถนา

read
6.5K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook