บทที่ 1 : ไม่แต่งเด็ดขาด
“ผมไม่แต่งครับ!”
“ชินกฤต!” คนเป็นแม่เรียกลูกเสียงดัง แต่ไม่มีทีท่าว่าเจ้าตัวจะหยุดอาการก้าวร้าวที่มีลงได้
“ไม่ต้องห้ามผม เพราะไม่ว่ายังไงผมก็จะไม่มีทางยอมแต่งงานกับคนของแม่เด็ดขาด!”
ชินกฤตตวาดกร้าวออกมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนทำให้ร่างเล็กที่นั่งนิ่งอยู่ที่พื้นห้องถึงกับสะดุ้งโหยงขึ้นมา ยิ่งมองเห็นแววตาดุดันที่เขาทอดมองมาก็ยิ่งทำให้ ‘มีนหรือมินตรา’ ถึงกับกลัวจนเสียวสันหลังวาบไปหมด
ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าเขาเกลียดขี้หน้ามากแค่ไหน...
เธอรู้...และยิ่งรู้ชัดมากขึ้นไปอีกยามที่ถูกมารดาของเขาบังคับให้เธอไปทำงานที่โรงแรมของตระกูล เพื่อสานสัมพันธ์กับคนตรงหน้าให้มากขึ้นกว่าเดิม
แต่เพราะสามเดือนที่ผ่านมาที่ต้องนั่งรถออกไปพร้อมกับชินกฤตในทุกๆวันนั้น เขาไม่เคยแม้แต่จะพูดกับเธอสักคำ ไม่เคยแม้แต่จะให้เธอติดรถไปจนถึงที่ทำงานจริงๆเลยสักครั้งด้วยซ้ำ เธอจึงตระหนักได้ว่าเธอและเขาคงไม่มีวันญาติดีต่อกัน หรือแม้จะมองหน้าในฐานะคนที่อยู่ร่วมบ้านได้
คุณชิดจันทร์มารดาของเขาอาจจะดีใจที่ลูกชายยอมให้เธอก้าวขึ้นไปนั่งบนรถคันหรูที่เขารักยิ่งชีวิต แต่ท่านคงไม่รู้...ว่าอันที่จริงแล้ว ป้ายรถเมล์หน้าปากซอย คือที่หมายที่รถสปอร์ตคันงามจะไปจอดเทียบเพื่อบีบคั้นให้เธอทำบางอย่าง และเธอก็รู้ดีว่าตัวเองควรจะทำอย่างไรเมื่อเขามีอาการต่อต้านให้เห็นเช่นนั้น
เธอรู้ดี...รู้ชัดไปถึงแก่นของหัวใจเลยทีเดียว!
เพราะรู้ว่าเขาเกลียดขี้หน้าเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงอย่างเธอนักหนา เพราะรู้เลยไม่คิดเข้าใกล้ แต่เพราะมารดาของเขาหรือคุณชิดจันทร์ดันอยากให้เธอมาเป็นลูกสะใภ้ ท่านจึงเอ่ยปากพูดกับลูกชายในเรื่องที่เป็นความต้องการของตัวเองเสมอมา
ยิ่งเธอเรียนจบ ท่านก็ยิ่งเร่งเร้า จนสุดท้ายเธอก็หาทางบ่ายเบี่ยงไม่ได้อีกต่อไป สภาวะของการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกมันจึงเกิดขึ้นมาแบบนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้นั่นเอง
เธอเองก็ไม่ได้อยากแต่งงาน ไม่อยากแต่ง...กับคนที่เขาไม่รักเธอ!
“ผมยังไม่อยากแต่งงาน แม่ได้ยินไหมครับ!”
“แต่แม่ต้องการให้ชินแต่งงานกับมีนให้เร็วที่สุด!”
คุณชิดจันทร์เชิดหน้าขึ้น มองลูกชายด้วยแววตาจริงจังมากกว่าเดิม มากกว่าทุกครั้งที่เคยผ่านมาในยามที่ต้องคุยเรื่องนี้ด้วยกัน
“ก็ผมบอกแล้วไงครับว่าผมไม่แต่ง! จะไม่แต่งกับเขา!”
“เรื่องนี้ชินขัดแม่ไม่ได้! แม่ไม่ยอมหรอกนะ!”
“ผมบอกแม่ไปหลายรอบแล้วนะครับ ว่าผมไม่ได้รักมินตรา และที่สำคัญ...คือผมไม่นิยมเอาผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบนี้มาทำเมียครับ ผมอายคนอื่นเค้า!”
ท้ายประโยคหันไปมองหน้านวลของหญิงสาวตัวเล็กด้วยท่าทางเหยียดหยัน แม้ไม่อยากจะทำ แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะต้องแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าเขาไม่พอใจ
ไม่ใช่ว่านึกรังเกียจอะไรมินตรานักหนา เดิมทีก็พอจะมองหน้าหรือเข้าหน้ากันติดบ้างตามประสาคนที่อยู่บ้านเดียวกันมานาน
อันที่จริงเธอออกจะน่ารักมากจนเขามองอยู่บ่อยครั้งด้วยซ้ำ แต่เพราะเข้าใจไปเองว่าเธอคงอยากอัพตัวเองมาเป็นเมียเขานักหนา ถึงได้ยอมตามใจประมุขของบ้านได้มากขนาดนี้ ทั้งที่มันไม่จำเป็น
เพราะแบบนั้นเขาก็เลยพาล...พาลคิดเอาเองว่ามินตราคงอยากได้เขาเป็นผัวจนตัวสั่นเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยผ่านมานั่นแหละ!
นี่เขามองผู้หญิงคนนี้ผิดไปได้ยังไงนะ!
“ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอะไรกันตาชิน! แกอย่ามาพูดจาแบบนี้ให้แม่ได้ยินอีกเชียวนะ!” คนพูดตวัดสายตาดุๆ มองลูกชายทันที
“ผมพูดเรื่องจริง เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ พ่อแม่ตัวเองเป็นใครเค้ายังจำไม่ได้เลย แบบนี้ถ้าไม่เรียกว่าไม่มีหัวนอนปลายเท้า แม่จะให้ผมเรียกว่าอะไรครับ!”
“ชินกฤต!”
“คุณป้าคะ มีนไม่เป็นไร” คนตัวเล็กแตะข้อมือผู้มีพระคุณเบาๆ
“ไม่เป็นไรไม่ได้หรอกหนูมีน ครั้งนี้ชินพูดแรงเกินไป!”
ก็พูดแรงเป็นปกติของคนเอาแต่ใจ...
มินตราอยากตอบแบบนั้น แต่เกรงว่าคำพูดของตนจะโหมให้พายุอารมณ์ของสองแม่ลูกทะยานสูงขึ้นไปอีกหลายเท่า
เธอไม่ได้ชอบให้เขาว่าหรือดูแคลน แต่ไม่รู้ว่าจะเถียงคนที่เพอร์เฟคไปทุกกระเบียดนิ้วอย่างเขาได้อย่างไรต่างหาก
“ผมพูดความจริง ไม่เรียกว่าพูดแรงครับแม่!”
“หยุดเถียงแม่เดี๋ยวนี้นะชินกฤต!”
ปลายนิ้วของมารดาชี้หน้าบุรุษหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาคมนิ่ง ไม่ชอบใจนักที่ชินกฤตไม่เคยคิดจะรักษาน้ำใจของหญิงสาวตรงหน้า
“ผมไม่ได้เถียง แต่กำลังยืนกรานในสิ่งที่ตัวเองคิดและต้องการ”
“ชิน...แม่บอกให้หยุด!”
“ผมขอยืนยันเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ว่ายังไง...ผมก็จะไม่ยอมแต่งงานกับมินตราเด็ดขาด” น้ำเสียงของเขาหนักแน่น นัยย์ตาคมแฝงไปด้วยความดุดันเปิดเผย “ผมจะไม่แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก และเรื่องนี้ผมจะไม่ยอมให้แม่บังคับผมแน่ๆ อะไรที่ผมบอกว่าไม่ ก็คือไม่ครับ!”
ชินกฤตลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาเหยียดหยามทอดมองไปยังร่างบางระหงที่นั่งก้มหน้าตัวสั่นด้วยความรู้สึกโกรธจนยากจะบรรยาย
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องยอม ทำไมต้องยอมทำเรื่องไม่เข้าท่าทั้งที่ควรจะปฏิเสธออกมา ถามทางสายตาก็ไม่ได้คำตอบที่ต้องการ จึงเดินไปคว้าท่อนแขนกลมกลึงเอาไว้ จนทำให้มินตราต้องขยับตัวลุกขึ้นยืนตามแรงดึงนั้นทันที
“มีนเจ็บนะคะคุณชิน” หญิงสาวเบ้หน้าเล็กน้อยเพราะความเจ็บตามแรงบีบจากอุ้งมือใหญ่โตของเขา
“อย่ามาสำออย! นั่งอยู่ได้ตั้งนานไม่พูดไม่จา ไม่รู้จักอ้าปากค้านออกมาบ้าง แต่ทีอย่างนี้ดันอ้าปากพูดออกมาได้!”
“คุณชิน...มีนเจ็บ!”
“เจ็บสิดี! จะได้จำว่าไม่ควรทำแบบนี้อีก!”
“มีนไม่ได้ทำอะไร” เธอแย้งเสียงแผ่ว พยายามบิดแขนออกจากฝ่ามือของเขาแต่ก็ทำได้ยากเต็มทนนัก “ปล่อยมีนนะคะ มีนเจ็บ”
“นี่! ปล่อยน้องเดี๋ยวนี้นะตาชิน!!”
คนเป็นแม่ร้องห้ามอีกเสียง แต่ดูเหมือนชินกฤตจะไม่สนใจฟังนัก
“จำใส่กะลาหัวเอาไว้ว่าฉันจะไม่มีวันแต่งงานกับเธอเด็ดขาด! จำไว้ว่าคนอย่างฉันมันสูงส่งเกินกว่าจะมาเป็นผัวของกาฝากไร้ค่าอย่างเธอ จำเอาไว้มินตรา!” พูดจบเขาก็สะบัดแขนอย่างแรงจนหญิงสาวเซล้มลงไปที่พื้น
ชินกฤตหันไปมองหญิงสาวอยู่เพียงเสี้ยวนาทีก่อนจะสาวเท้าเดินออกมาจากห้องรับแขกในทันที เพราะเสียงก่นด่าที่แว่วดังมาเป็นระยะมันทำให้เขาไม่อยากอยู่ในบ้านหลังนี้อีกต่อไปแม้แต่นาทีเดียว
เขาไม่อยากทะเลาะกับมารดาเพราะเรื่องนี้อีกแล้ว...
เป็นสิ่งเดียวที่นึกออกในตอนนี้ เพราะฉะนั้นเขาต้องรีบพาตัวเองออกมาจากบ้านให้ไวที่สุด ก่อนที่แม่ของเขาจะตามมาพูดเรื่องนี้อีกอย่างเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา เขาเบื่อเกินกว่าจะทนฟัง
เบื่อ...จนนึกอยากอาละวาดใส่แม่คนหน้าหวาน ที่ทำเหมือนว่าตัวเองก็ลำบากใจที่ต้องแต่งงานกับเขาไม่ต่างกัน
บ้าเอ้ย! มีสิทธิ์อะไรมารู้สึกแบบนี้กันเล่า!