บทที่ 1 เกิดใหม่อย่างใครเขาว่า
ความตายนี่เป็นเรื่องใกล้ตัวเรายิ่งกว่าลมหายใจอีกครับ
ดูผมตอนนี้สิ ผมกำลังลอยละล่องมองศพตัวเองอยู่
ไม่น่าดื่มน้ำน้อยเลยปากแห้งแตกได้ทุเรศมาก แล้วนอนตายท่าอะไรอีกเนี่ย
ผมก้ม ๆ เงย ๆ พิจารณาร่างตัวเอง
กลับเข้าร่างได้ไหมนะ
คิดพลางผมก็เอื้อมมือไปแตะร่างของตัวเอง แต่กลับมีแรงผลักออกมาเบา ๆ แทน ราวกับว่ามีเกราะโปร่งแสงห่อหุ้มร่างกายของผมเอาไว้
ผมเคยได้ยินว่าพวกผีทำได้หลายอย่างนะ แต่ผมนี่กลับทำอะไรไม่ได้เลย เหมือนกำลังลอยอยู่ในอากาศ จะหยิบ จะจับอะไร ทุกอย่างก็มีเกราะที่มองไม่เห็นกั้นเอาไว้ตลอด แค่ออกนอกห้องยังยาก ทะลุผนังห้องก็ไม่ได้ จับลูกบิดประตูให้เปิดก็จนปัญญา
ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้ว่าตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมานิด ๆ แล้วละ ถ้าเกิดว่าผมต้องอยู่ในสภาพนี้ตลอดไปล่ะ
[กำลังโหลดไฟล์เริ่มต้น...]
[แตกไฟล์ดาวน์โหลด...]
[เนื้อเรื่อง...15%]
มีข้อความเด้งขึ้นมากลางอากาศเรื่อย ๆ จนผมได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ มองมัน
[หลิวรุ่ยรุ่ยกำลังเดินชมสวน...22%]
หลิวรุ่ยรุ่ย งั้นเรอะ!
[หวายชางอี้คารวะท่านเจ้าสำนัก...27%]
หวายชางอี้ก็ด้วย! อย่าบอกนะว่า
[เยว่หนวนนำทัพปราบกบฏ...35%]
ชัดเจน…
ผมหลับตาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ถึงแม้จะไม่รู้สึกถึงลมหายใจแล้วก็เถอะ
ผมแค่ต้องการให้รู้สึกถึงสติและสมาธิน่ะ
ตัวเลขและตัวอักษรขยับไปเรื่อย ๆ จนถึง 100% จากนั้นก็มีเสียงติ๊งดังขึ้นหนึ่งครั้ง ก่อนจะเป็นเสียงผู้หญิงแบบที่ใช้พากย์ในซีรีส์จีนพูดกับผมพลางบรรยากาศรอบตัวผมก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นหมอกขาวห้อมล้อมจนไม่สามารถมองเห็นกระทั่งปลายเท้าของตัวเอง
[ยินดีต้อนรับสู่นิยายออนไลน์เรื่อง ผ่านพิภพคนเดนตาย...]
นั่นไงล่ะ ทีตอนเล่นหวยล่ะไม่มีโชคอย่างนี้บ้าง
ก็คงเหมือนในนิยายที่หลายคนเคยอ่านอยู่บ่อย ๆ นั่นแหละ ผมหลุดเข้ามาในนิยาย (ขำแห้ง ๆ) แล้วผมก็ต้องกลายเป็นตัวละครตัวใดตัวหนึ่งของเรื่องเพื่อให้เนื้อเรื่องดำเนินต่อ แต่พูดก็พูดเถอะ ทำไมต้องเป็นเรื่องนี้ด้วย
ทั้งที่นิยายเรื่องนี้มันยังไม่จบเลยนะ
นิยายออนไลน์เรื่องผ่านพิภพคนเดนตายน่าจะเป็นนิยายเรื่องที่สามหรือที่สี่ของนักเขียนนามปากกามูมู่เจ้าปัญหา ผมเองก็ยังไม่แน่ใจ เพราะดันอ่านหลายเรื่องพร้อมกัน แค่จำรายละเอียดของแต่ละเรื่องแยกออกจากกันความจำผมก็ใกล้จะเต็มแล้ว จะให้มาจำว่าเป็นนิยายเรื่องที่เท่าไรก็แทบจะหมดหวัง ส่วนเนื้อเรื่องเท่าที่ยังโชคดีมีความทรงจำอยู่ก็น่าจะเป็นเรื่องของพระเอกที่อยากเป็นแม่ทัพเพื่อตามหาคนที่ฆ่าครอบครัวของตัวเอง
พระเอกของเรื่องชื่อ เยว่หนวน เป็นลูกชายคนเล็กของรองแม่ทัพเซิ่นเทียนในดินแดนสมมติที่ตั้งชื่อว่าแคว้นหาน ครอบครัวของเขาถูกฆ่าตายโดยไม่ทราบสาเหตุตั้งแต่พระเอกของเราอายุได้ 5 ขวบ พระเอกถูกเข้าใจว่าตายไปแล้วจึงโดนเอาไปทิ้งไว้ในป่าลึกพร้อมกับศพอื่น ๆ โชคดีดลบันดาลให้ไต้ซือเทียนอี้เข้าไปเจอและนำกลับไปชุบเลี้ยงฝึกวิชาที่อารามเลี่ยงเทียน แต่จิตใจของเด็กน้อย 5 ขวบที่ต้องอยู่กับศพเป็นเวลาหลายวันหลายคืนก็ย่อมต้องผิดแผกไปจากคนธรรมดา
เยว่หนวนจึงกลายเป็นเด็กที่ฝักใฝ่ในการแก้แค้น ฝึกวิชาจนเป็นอันดับหนึ่งเพื่อตามหาคนร้าย ไม่เคยเลี่ยงปัญหามีแต่ปะทะ และหาโอกาสเข้าไปเป็นทหารหลวง
ส่วนที่เขาอ่านมาถึงก่อนที่คนเขียนมันจะดองก็อยู่ที่แถว ๆ นี้แหละนะ
ส่วนนางเอกที่คิดไว้ในใจก็น่าจะเป็นหลิวรุ่ยรุ่ยผู้ซึ่งถูกนักเขียนบรรยายไว้ซะงามหยดย้อย แถมยังจิตใจดีช่วยเหลือผู้อื่นเคียงบ่าเคียงไหล่กับพระเอกมาตลอด
[...ระบบมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านจะได้มีส่วนร่วมในการดำเนินเนื้อเรื่องผ่านพิภพคนเดนตายให้สิ้นสุดลง หลังจากที่ผู้เขียนแสดงความจำนงอนุญาตให้ระบบเข้ามาดำเนินการ และเพื่อความปลอดภัยของโครงเรื่อง...]
[...ระบบจะให้ท่านดำเนินคาแรคเตอร์ที่ใกล้เคียงกับตัวเองมากที่สุดโดยการใช้แบบทดสอบ...]
แล้วหมอกขาวก็หมุนวนเปลี่ยนไป ก่อนจะปรากฏเป็นโต๊ะไม้ขนาดเล็กและเก้าอี้ซึ่งเข้าชุดกันโผล่ขึ้นมา เพียงสองก้าวผมก็ขยับตัวมานั่งบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว
ทีนี้ทำอะไรต่อล่ะ?
[...กรุณาเลือกคำตอบที่คิดว่าเป็นตัวท่านมากที่สุด แตะบนตัวเลือกแล้วจะเปลี่ยนเป็นข้อถัดไปทันที กดปุ่มย้อนกลับ เมื่ออยากเปลี่ยนคำตอบ กรุณาใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที นาฬิกาจะปรากฏขึ้นที่มุมขวาของแบบทดสอบ รักษาเวลาให้ดี และเลือกคำตอบที่เป็นตัวท่านมากที่สุด เมื่อทำถึงข้อสุดท้ายแล้วให้กดส่ง จากนั้นระบบจะประมวลผลเป็นชื่อคาแรคเตอร์ที่เหมาะสมกับท่าน ขอให้ท่านโชคดี]
หลังจากสิ้นเสียงนั้นแผ่นสี่เหลี่ยมโปร่งแสงก็ลอยขึ้นมาตรงหน้าผม บนนั้นมีข้อความและตัวเลือก 5 ข้อเรียงต่อกัน ไม่มีจำนวนข้อที่แน่ชัดมีเพียงเวลาที่ขยับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผมต้องเร่งมือ
ตื่อ ดิ้ง
[สิ้นสุดการประเมิน...]
ผมน่าจะทำเร็วเกินไปนะ พึ่งผ่านไป 6 นาที ผมก็กดส่งซะแล้ว แต่ก็ไม่เป็นไร ขอบทกาก ๆ เป็นตัวประกอบโง่ ๆ ก็พอ อย่าง ซือหลงงี้ (ซือหลงเป็นนักพรตที่มีแค่ชื่อบำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำและออกมาหลังจากบรรลุลมปราณขั้นสูงสุด) แต่ถ้าอยู่แต่ในถ้ำก็น่าเบื่อตายชักเลยแฮะ
[...ท่านคือ หนานกังฮวน]
ห้ะ หนานกังฮวน? ไอ้คนที่ชอบหลิวรุ่ยรุ่ยอะนะ คนที่มีชะตาชีวิตเป็นพระรองแห่งชาติ จิตใจดีมองเพียงแต่เธอ ยอมลำบากและเสียสละเพื่อทุกคน
"ผมว่าน่าจะทำแบบทดสอบผิดแหละ" มีบางข้อตอบแบบผ่าน ๆ ด้วยเพราะงี้เลยได้คาแรคเตอร์นี้สินะ
[ระบบจะส่งท่านเข้าไปในเนื้อเรื่อง จุดประสงค์หลักคือดำเนินเนื้อเรื่องให้จบโดยที่โครงเรื่องหลักไม่เสียหาย รักษาคาแรคเตอร์ให้เหมาะสม และทำให้เส้นทางรักของพระเอกเข้ารูปเข้ารอย...]
...แค่ดูแลคาแรคเตอร์ตัวเองยังไม่พอนี่ยังต้องดูแลเส้นทางรักของพระเอกด้วยเรอะ
[...ทุกครั้งที่รักษาโครงเรื่อง และสนับสนุนเส้นทางรักของพระเอกจะมีแต้มสะสมมอบให้ เมื่อสะสมจนครบจะสามารถแลกแต้มกับ NPC ที่อยู่ในเมืองนั้น ๆ ได้]
"เมืองนั้น ๆ งั้นเหรอ? "
[แต่ละเมืองจะมีของให้แลกแตกต่างกันเพื่อดำเนินเนื้อเรื่องส่วนพล็อตย่อย]
โห ก็คือแลกแต้มมาแลกของเพื่อทำภารกิจอีกที
"แล้วผมจะได้อะไรจากการทำแบบนี้?"
[กรณีที่ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว ท่านสามารถกลับไปยังห้วงมวลอากาศที่ท่านจากมา หรือเลือกอาศัยในนิยายเรื่องนี้ก็ได้...]
กลับไปห้วงมวลอากาศ กับอยู่ในนิยาย
มันมีอันไหนดีล่ะเนี่ย!
[...ขอให้ท่านโชคดี]
แล้วฉากหมอกสีขาวก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง ร่างของผมโปร่งแสงจนกลายเป็นสีใส ๆ ไม่มีรูปร่าง จากนั้นก็ปรากฏประตูอารามเลี่ยงเทียนในเวลาพลบค่ำขึ้นตรงหน้าผมซึ่งอยู่ในร่างเด็กอายุราว ๆ ขวบเศษแค่พอเดินได้
ว้าว เริ่มตั้งแต่เตาะแตะเลยเหรอเนี่ย
ผมก้ม ๆ เงย ๆ มองซ้ายมองขวา ก็เห็นแม่ของตัวเอง เห็นแค่ขาด้วยนะ หน้าตาเป็นยังไงก็ไม่ใบ้ให้เลย เอาล่ะ ผมคิดอะไรดี ๆ ออกแล้ว
ผมพยายามสะบัดมือแล้ววิ่งไปตามถนนที่ทอดยาวลงไปตามความชันของเนินเขาหน้าอาราม แม่ต้องตามมา แล้วผมก็จะได้เห็นหน้าของแม่ นี่คือแผนของผม
[ท่านกำลังออกนอกเนื้อเรื่องหลัก]
ข้อความกะพริบสีแดง ปรากฏขึ้นตรงหน้าผม ยิ่งวิ่งออกไปก็เหมือนว่าผมกำลังวิ่งไล่ตามข้อความชุดนี้อยู่ สักพักเสียงวิ้งยาว ๆ ก็ดังขึ้นในหู
“กังฮวนลูก” เสียงของแม่ผสมกับเสียงวิ้ง ผมหันไปมองแต่เห็นเพียงความมืดก่อนจะสลบไป
[แจ้งเตือน : ท่านไม่สามารถออกจากฉากขณะเนื้อเรื่องหลักกำลังดำเนินการ]
ฉากหนานกังฮวนโดนเอาไปฝากเลี้ยงเป็นเนื้อเรื่องหลักเหรอเนี่ย ไม่ยักกะรู้ ดูท่าว่าการเป็นพระรองจะยากกว่าที่คิด ผมค่อย ๆ ยันตัวเองขึ้นมานั่งพลางมองมือเล็ก ๆ ของตัวเองในความมืด
“เล็กจังแฮะ” เดาไม่ถูกเลยว่าตัวจะโตได้ขนาดไหน จากคำบรรยายของนักเขียนพระรองมีรูปร่างใกล้เคียงกับพระเอก หลายครั้งเลยมักรวมหัวกันแกล้งรุ่ยรุ่ย แถมกังฮวนยังเคยรับสมอ้างปลอมตัวแทนเยว่หนวนด้วยซ้ำ ก็คงจะหน้าตาดีแหละมั้ง (รูปร่างกับหน้าตามันคนละส่วนกันไหม?)
“เจ้าตื่นขึ้นมากลางดึกหรือ” เสียงดังข้าง ๆ ตัวทำให้ผมต้องหันไปมอง
“ขอรับ” ตอบรับเสร็จผมก็เอนตัวลงนอนอีกครั้ง คนข้างตัวเลยขยับมานอนใกล้ ๆ ห่มผ้าให้แล้วตบหน้าอกกล่อมผมนอนเบา ๆ คนนี้คือ ท่านพี่เว่ยซาง ลูกศิษย์อีกคนของอาราม
“ฝันร้ายหรือ? ”
“อืม” ต้องประหยัดคำแหละ เดี๋ยวจะไม่สมกับเป็นเด็กเล็ก เมื่อกี้ก็เผลอพูดประโยคเดียวสามคำไปซะได้
ชีวิตประจำวันของเด็กเล็กก็คือกิน นอน เล่น เห็นหน้าพี่เว่ยซางก็เศร้าใจอย่างไรชอบกล ในนิยายไม่ค่อยเล่าเกี่ยวกับพี่คนนี้ แต่ดูท่าว่าพี่คนนี้จะเป็นคนหลัก ๆ ในการอบรมบ่มเพาะนิสัยดี ๆ ให้กับหนานกังฮวน
แล้วพี่เว่ยซางก็ฮัมเพลงในคอกล่อมให้ผมหลับอีกครั้ง เพราะเป็นเด็กเล็กหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ผมเลยผล็อยหลับไปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ก็เด็กวัยกำลังโตนี่นา
แล้ววันหนึ่งตอนที่ผมอายุราว 6 ขวบก็มาถึง ผมเรียนวิชาเจริญสมาธิและคอยเป็นลูกมือช่วยงานในอาราม พี่เว่ยซางเคร่งครัดเรื่องคุณธรรมและการฝึกวิชาให้กับผมตั้งแต่ปีที่แล้ว ก่อนจะมีข่าวว่าตัวเขาจะออกเดินทางไปเผยแพร่ธรรมะและช่วยเหลือผู้คน
"ถึงพี่จะไม่อยู่แล้ว เจ้าก็ต้องโตมาเป็นคนดี เพื่อตอบแทนไต้ซือที่ชุบเลี้ยงเจ้ามา" มือใหญ่ลูบหัวของผมอย่างรักใคร่ น้ำตาเกือบไหลแน่ะ
"ขอรับ ต่อไปนี้เรื่องในอารามข้าจะรับผิดชอบเป็นอย่างดี ไม่ทำให้ท่านพี่และไต้ซือต้องหนักใจ"
พี่ชายเดินจากอารามไปแล้ว นั่นเท่ากับว่าต่อจากนี้ก็จะเข้าเส้นทางชีวิตของพระเอกแล้วน่ะสิ
[องก์ 1 ตอนที่ 3 : เยว่หนวนฟื้นคืนชีพ]
ข้อความสีฟ้าปรากฏขึ้น ไม่ได้เห็นนานเลย ชีวิตอันแสนสงบสุขของข้าจะต้องจบลงแล้วหรือนี่
ขณะที่ผมกำลังเช็ดถูโถงสักการะอยู่ก็ได้ยินเสียงประตูอารามเปิดออกด้วยแรงที่มากกว่าการใช้มือผลัก ผมสะดุ้งเล็กน้อยแล้ววิ่งไปดู
มาแล้วสินะ พระเอกของเรื่อง...