บทนำ
เขาคือรักแรกและรักเดียวของเธอ...
เป็นครั้งแรกที่เห็นว่าใบหน้าของปรินทร์เต็มไปด้วยเครียดขึง ดวงตาคู่คมปรากฏแววความหวาดหวั่นอย่างชัดเจน สองมือหนากำเข้าหากันแน่นคล้ายกับว่าสิ่งที่ได้ฟังมันเป็นเรื่องที่ทำให้เขาทุกข์ใจมากที่สุด
เรื่องที่บอก...มันไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีอย่างนั้นหรือ
ยลรดาวางที่ตรวจครรภ์ลงบนโต๊ะด้วยมือที่สั่นเทา ไม่คิดด้วยซ้ำว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมีแค่เธอที่ยินดีเพียงฝ่ายเดียว
“พี่ยังไม่พร้อม แยมเอาเด็กออกก่อนได้ไหม”
เขาเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูล มีหน้าที่ต้องสานต่อธุรกิจของที่บ้าน ยังไม่มีความพร้อมที่จะสร้างครอบครัวถ้าตราบใดที่ยังไม่ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงาน
ก็ไม่ควรที่จะมีพันธะใด ๆมาฉุดรั้งอนาคตเอาไว้
ยลรดานั่งนิ่ง นัยน์ตาคลอเบ้าด้วยหยดน้ำสีใส มือเล็กขาวจับที่หน้าท้องแบนราบ สะอื้นในอก มองดวงหน้าของผู้ชายที่รักสุดหัวใจผ่านม่านน้ำตา
“พี่ต้องรับผิดชอบธุรกิจของที่บ้าน พี่ไม่อยากมีห่วง แยมเข้าใจพี่ใช่ไหม”
หญิงสาวยิ้มทั้งน้ำตา เจ็บจุกในอก กลืนไม่ได้คายไม่ออก ปรินทร์อยากให้เธอทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา
...ช่างใจร้ายนัก
“เก็บลูกไว้ไม่ได้หรือคะ แยมสัญญาว่าจะไม่สร้างปัญหาให้พี่ปรินซ์ แยมกับลูกจะอยู่กันอย่างเงียบ ๆ”
เธอเองก็รู้ดีว่าปรินทร์ต้องรับหน้าที่ดูแลธุรกิจของครอบครัว คบหากันมาเกือบห้าปี เธอยังไม่มีโอกาสได้พบกับครอบครัวของคนรักสักครั้ง
ปรินทร์บอกให้รู้ตั้งแต่แรกว่ามีคู่หมาย ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่แม่ของเขาทาบทามเอาไว้ให้ เพราะเหตุนี้เขาถึงไม่กล้าพาเธอไปแนะนำให้ครอบครัวของเขารู้จัก
“พี่ไม่อยากให้เกิดปัญหาตามมาทีหลัง” เขาเอ่ยออกมาด้วยความหนักใจ ยลรดาเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาตัดสินใจคบหาฉันคนรัก เธอเป็นคนเรียบร้อยและอ่อนหวาน แต่กระนั้นความต่างทางฐานะก็ไม่อาจทำให้เขาคบกับเธอได้อย่างเปิดเผย
อย่างแรกเลยคือแม่ไม่มีวันยอมรับผู้หญิงที่มาจากครอบครัวฐานะธรรมดาเป็นลูกสะใภ้ แม่ไม่มีทางยอมให้เขารับผิดชอบยลรดาอย่างแน่นอน ถึงแม้เธอจะตั้งท้องลูกของเขาก็ตาม สายเลือดที่เกิดจากผู้หญิงที่ไม่คู่ควร ไม่มีวันได้รับการยอมรับ
“แม่พี่ไม่มีทางยอมรับแยมกับลูก”
ยลรดายิ้มเศร้า มีใครบ้างที่เลือกเกิดเองได้ และถึงแม้ว่าเธอจะเกิดมาในครอบครัวฐานะปานกลาง มีพ่อกับแม่เป็นชาวสวน แต่ไม่มีสักครั้งที่จะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
พ่อกับแม่เลี้ยงดูเธอมาอย่างดีที่สุดตามฐานะและกำลังของท่าน ยลรดาไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองขาดอะไรไปเลยสักนิด
...จนมาเจอกับปรินทร์
ยลรดาถึงได้รู้ว่าเขากับเธอแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ปรินทร์ใช้ชีวิตดั่งเจ้าชาย ฐานะครอบครัวร่ำรวย ส่วนเธอก็เป็นแค่ลูกสาวชาวสวนชาวไร่ที่มาจากสังคมชนบท แต่กระนั้นเธอก็ยังรักเขา รักจนยอมอยู่แบบเงียบ ๆมีตัวตนแค่ในสายตาของปรินทร์เพียงคนเดียวเท่านั้น
“พี่ปรินซ์สู้เพื่อแยมกับลูกได้ไหมคะ”
“พี่ทำแบบนั้นไม่ได้”
ปรินทร์เงียบไปนานกว่าจะยอมเอ่ยคำที่ทำให้ยลรดาเจ็บปวดที่ใจ มันบาดลึก เฉือนเนื้อจนเจ็บร้าว ชีวิตของลูกมันไร้ค่าเสียจนพ่อของเขาไม่อยากให้มีชีวิตอยู่อย่างนั้นหรือ
ยลรดาได้แต่ยิ้มเศร้ามองใบหน้าของชายที่รักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อ ที่ผ่านมาคงมีแต่เธอที่มอบความรักความห่วงใยให้แก่เขาอยู่ฝ่ายเดียว ปรินทร์รักแต่ตัวเอง รักจนยอมตัดสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตออกได้อย่างง่ายดาย
“แยมทำเพื่อพี่นะครับ พี่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดเอง” ปรินทร์หยิบเช็คเงินสดออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้ววางลงตรงหน้ายลรดา เห็นนัยน์ตากลมโตวูบไหว เขาเองก็เจ็บแปลบที่ใจ ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ แต่เพื่ออนาคตของเขากับยลรดา ทางเลือกนี้คงเป็นทางออกที่ดีที่สุด “เงินก้อนนี้พี่ชดใช้ให้แยมครับ”
จำนวนตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนเช็คใบนั้นไม่ได้ทำให้ยลรดารู้สึกดีขึ้นแม้แต่น้อย ถึงมันจะเป็นจำนวนเงินที่มากแต่เธอก็ไม่เคยร้องขอ สิ่งเดียวที่ต้องการคืออ้อมกอดของ ปรินทร์ อ้อมกอดที่สามารถปกป้องเธอกับลูกได้
“แยมเข้าใจแล้วค่ะ แยมจะทำตามที่พี่ปรินซ์ต้องการ มีแค่เรื่องนี้ใช่ไหมคะที่พี่ปรินซ์ต้องการ”
นัยน์ตาคู่คมวูบไหวพร้อมกับหลุบตาลงไม่ยอมสบตากับผู้หญิงที่ตัวเองรัก สิ่งที่เขากำลังจะพูดออกไปมันจะทำให้ยลรดาเจ็บปวดและเสียใจที่สุด
และเขาเองก็ต้องเจ็บปวดเหมือนกัน
“พี่กำลังจะหมั้นกับผู้หญิงที่แม่หาให้”
เป็นอีกครั้งที่ยลรดารู้สึกเหมือนถูกควักหัวใจออกไปทั้งดวง ปรินทร์ไม่รักลูกก็นับว่าเจ็บมากแล้ว แต่เขากำลังจะทิ้งเธอไปอีกคน การต้องเสียทั้งลูกและสามีไปพร้อม ๆกัน มันเป็นสิ่งที่หนักเกินจะรับไหว
“พี่ปรินซ์จะเลิกกับแยมใช่ไหมคะ” เป็นคำถามที่เหมือนเอาเข็มนับร้อยนับพันทิ่มแทงหัวใจตัวเอง แค่เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่หนักแน่นของเขา ยลรดาก็รู้คำตอบได้โดยไม่ต้องรอให้เขาตอบกลับมา
“พี่ขอโทษ”
ปรินทร์เอ่ยเสียงเครือ เขาปฏิเสธความต้องการของแม่ไม่ได้ ตั้งแต่เล็กจนโต ปรินทร์ใช้ชีวิตตามกรอบที่แม่ขีดเส้นไว้ให้เท่านั้น ช่วงเวลาที่รู้สึกว่ามีความสุขที่สุด ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ได้ใช้ชีวิตเหมือนที่อยากใช้มาตลอดก็ตอนที่มียลรดาอยู่เคียงข้าง แต่เวลาของความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ ห้าปีที่แล้วใบหน้าของปรินทร์ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่วันนี้มันกำลังจะเลือนหายไปพร้อมกับผู้หญิงที่เป็นเจ้าของหัวใจของเขา
“เธอกลับมาแล้วเหรอคะ”
ปรินทร์เคยเล่าให้ฟังว่าผู้หญิงที่แม่ของเขาทาบทามไว้ให้เรียนอยู่ต่างประเทศ ถ้าเธอคนนั้นกลับมาเมื่อไหร่ ก็ถึงคราวที่เขาต้องทำตามในสิ่งที่แม่ต้องการ
“ครับ”
“ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะเจอกันใช่ไหมคะ”
เขาพยักหน้าด้วยใบหน้าหม่นเศร้า ยอมรับว่าใจหาย อยากจะเอ่ยปากขอให้ยลรดาอยู่กับเขาในฐานะเมีย แต่ไม่ใช่เมียแต่งอย่างที่เธอวาดฝันเอาไว้ ถ้าทำแบบนั้นเขาก็คงเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวและน่ารังเกียจที่สุด
“พี่ขอโทษ”
“ขอโทษทำไมคะ พี่ปรินซ์ไม่ได้ทำอะไรผิด แยมรู้อยู่แล้วว่าสักวันพี่ก็ต้องแต่งงานกับคนอื่นแต่แยมก็เลือกที่จะรักพี่เอง ห้าปีที่ผ่านมาแยมมีความสุขมาก พี่ปรินซ์ไม่ต้องกลัว ตั้งแต่วันนี้ไปแยมจะไม่มากวน จะไม่มาให้พี่เห็นหน้าอีก แยมขอให้พี่ปรินซ์มีความสุขกับชีวิตที่พี่เลือกนะคะ”
เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเศร้า ปรินทร์เองก็คงรับรู้ได้ เขาย่อมรู้ดีว่ายลรดารักเขามากขนาดไหน แต่ในเมื่อความรักที่เธอมีให้เขามันไม่สามารถเป็นแรงจูงใจให้ปรินทร์ลุกขึ้นสู้และลุกขึ้นปกป้องเมียกับลูกได้
ต่อให้รักมากแค่ไหน มันก็ไม่มีค่าอยู่ดี
“แยมไปนะคะพี่ปรินซ์” ยิ้มหวานเป็นครั้งสุดท้ายให้กับผู้ชายที่เป็นดั่งชีวิต ผู้ชายที่เป็นพ่อของลูก จากกันครั้งนี้ คงไม่มีวาสนาได้มาพบเจอกันอีก แต่เธอจะเก็บทุกความทรงจำเกี่ยวกับเขา เก็บความรักที่เคยได้รับจากปรินทร์เอาไว้ในส่วนลึกของใจไปตลอดกาล
จบสิ้นกันสักที
ยลรดาจากไปแล้ว เธอเดินออกไปจากชีวิตเขาพร้อมกับเลือดเนื้อเชื้อไขที่ถูกปฏิเสธความรับผิดชอบจากคนที่ได้ชื่อว่าพ่อ พ่อที่หนึ่งชีวิตน้อย ๆไม่มีบุญวาสนาได้เห็นแม้แต่หน้าตา สายใยผูกพันที่ผูกมัดเขากับยลรดาเอาไว้ด้วยกันกำลังจะขาดสะบั้นเพราะความขี้ขลาดของเขาเอง
น้ำตาที่ไหลรินพร้อมกับความเจ็บบาดลึกที่หัวใจคงเทียบไม่ได้กับความเจ็บช้ำที่ยลรดารู้สึก ไม่มีอีกแล้วผู้หญิงที่คอยอยู่เคียงข้าง คอยสร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มในวันที่แสนเหนื่อยล้า
“แยม...พี่ขอโทษ พ่อขอโทษนะลูก”