ปฏิรูปกี
“รอผมนะสองปีเองฤกษ์ พอผมเรียนจบแล้ว ผมจะมองหาที่ทางที่โน่นแล้วมารับคุณไปอยู่ด้วยกันให้ได้ ผมจะตั้งใจเรียน ผมจะสร้างอนาคตให้เราสองคน ตอนนั้นเราค่อยมีลูกด้วยกันที่นั่น ลูกก็จะได้สัญชาติด้วย ผมจะเป็นเด็กเนิร์ดไม่ยุ่งกับใคร เรียนอย่างเดียว ผมสาบานให้ฟ้าผ่าเลย เอ้า”
ปกติที่อเมริกา เกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่าบ่อยไหมนะ ดาวฤกษ์คิดตอนนั่งทบทวนเรื่องนี้อยู่หลังจากวางสายจากผัว ไม่สิ ผัวเก่าแล้ว เพราะเขาเพิ่งโทรมาบอกเธอว่า
“เราเลิกกันเถอะฤกษ์ ผมคิดว่าเราไปด้วยกันไม่ได้ อีกอย่างชีวิตที่นี่สำหรับผมก็ลำบากมาก ยังต้องมาคอยประคับประคองชีวิตคู่ของเราอีก มันหนักเกินไป คอนโดที่อยู่ด้วยกันที่ไทย ผมยกให้ฤกษ์ก็แล้วกัน เพื่อเป็นการขอโทษ”
เขามาขอคบดาวฤกษ์ตอนเรียนปีสี่ เป็นเด็กเนิร์ดที่หน้าขาวๆ ทำตัวเรียบร้อย แต่จู่ๆก็บอกรักเธอต่อหน้าเพื่อนในวันรับปริญญา จำได้ว่าตอนนั้นเขาหน้าแดง หูแดง สวมแว่นตา แล้วก็พูดจาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแบบเดียวกับตอนเขากอดและสัญญาว่าจะกลับมารับเธอนั่นแหละ เพื่อนในกลุ่มเธอแซวใหญ่ว่าเธอเจอฮอตเนิร์ดเข้าแล้ว
ฮอตเนิร์ดอะไร เหี้ยเนิร์ดมากกว่า อิสัตว์! หญิงสาวคิดพลางปีนกำมีดในมือไว้แน่น ตอนนั้นเองที่ประตูคอนโดเธอโดนเคาะดังรัวๆจากข้างนอก ดาวฤกษ์ถอนหายใจแล้วก็เดินไปมองตาแมวก่อนจะเปิดให้
“อีฤกษ์ แก เป็นยังไง ว้าย!”
เพื่อนสาวที่สวมชุดคลุมท้องร้องขึ้นเสียงดัง เมื่อเห็นอาวุธในมือเธอ
“อีฤกษ์!” ผู้หญิงอีกคนที่มาด้วยกันร้องลั่น ลนลานทำอะไรไม่ถูก “แกถือมีดทำไม ผู้ชายคนเดียวแกถึงกับจะตายเลยเหรอ อี... อี แกคิดดีๆนะฤกษ์นะ มันเป็นแค่ผัวนะ ไม่ใช่พ่อไม่มีมันก็ไม่ตาย”
“แม่ฉันผูกคอตายหลังพ่อทิ้งนะ ฉันโตมากับป้า อย่าลืม”
“...” เพื่อนที่จะปลอบโยนชะงัก เออ จริง ลืมไปได้ยังไงว่าเพื่อนเธอเป็นกำพร้า แม่ฆ่าตัวตายเพราะพ่อหนีไปกับเมียใหม่แล้วทิ้งหนี้ก้อนโตไว้ให้เหมือนกัน
“แกก็คิดถึงป้าแกเยอะๆสิ แก แกยังมีพวกฉันนะ ฮือ อีฤกษ์แกอย่าเชือดคอตัวเองนะ นังจุ๋มมันท้อง แกอยากให้ภาพติดตาจนนังจุ๋มสะเทือนใจแล้วแท้งเหรอ แกจะไม่รอดูหน้าหลานก่อนเหรอ”
“...”
ลัดดาวัลย์เริ่มร้องไห้บ้าง ส่วนนังจุ๋มหรือจริยาที่อีกฝ่ายอ้างถึงก็ยกมือลูบท้องใหญ่โตของเธอ พยักหน้ารัวๆ
ดาวฤกษ์มองเพื่อนสนิทสองคนของเธอ ก่อนจะถอนหายใจ เดินถอยไปพิงผนังห้องผายมือเชิญให้ทั้งคู่เข้ามาก่อน สองสาวเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเตรียมหันมาเกลี้ยกล่อมเธออีกครั้งไม่ให้ฆ่าตัวตาย แต่ดาวฤกษ์ยกมือห้ามก่อน
“ดา จุ๋ม ฉันไม่ได้จะฆ่าตัวตาย”
“อ้าว” “อ้าว”
ทั้งคู่ร้องขึ้นมา เมื่อสามสิบนาทีก่อน ทั้งสองคนได้รับข้อความไลน์จากดาวฤกษ์สั้นๆว่า
‘ไอ้ผัวเฮงซวยมันวิดีโอคอลมาขอเลิกกับฉัน ตอนนี้โดนผัวทิ้งอย่างเป็นทางการแล้วนะ’
พวกเธออ่านจบก็รีบตาลีตาเหลือกออกมาหาเพื่อนทันที ทั้งสองคนเป็นเพื่อนดาวฤกษ์มาตั้งแต่สมัยเรียน รู้ดีว่าหลังเรียนจบ ดาวฤกษ์กับวิโรจน์คบหาดูใจกันอยู่หนึ่งปีก่อนที่หญิงสาวจะย้ายมาใช้ชีวิตคู่กับเขา มีงานเลี้ยงเล็กๆในครอบครัว แต่งงานกันได้หกเดือนวิโรจน์ก็ไปเรียนต่อต่างประเทศเพื่อปูทางอนาคตข้างหน้า เพื่อนเธอยอมเสียสละอยู่ที่นี่ไม่ตามไปเพราะรู้ดีว่าค่าครองชีพที่นั่นสูงลิบลิ่ว ทั้งเจ้าตัวยังรับทำอาหารคลีนเข้าแอพเขียวเพื่อหารายได้ใช้จ่ายเอง ไม่ได้พึ่งเงินผัวแม้แต่บาทเดียวด้วยซ้ำ
สองปีที่วิโรจน์ไม่สามารถบินกลับมาได้แม้แต่ครั้งเดียวเพราะโควิทระบาดขึ้น ทั้งพอเจ้าตัวโทรมาก็บอกว่าค่าตั๋วเครื่องบิน ค่ากักตัว ค่าโรงแรมที่ต้องใช้ระหว่างกักตัวมันสูงมาก ดาวฤกษ์ก็ไม่ถือสา หญิงสาวรอเขา เพื่อนนัดกินเหล้ายังไม่ไปด้วยซ้ำเพราะไม่อยากทำตัวเป็นเมียที่ไม่ดี เธอเฝ้ารออีกฝ่ายกลับมาอย่างเงียบๆ ทำตัวเป็นเมียที่ดี เดือนหนึ่งก็ไปเยี่ยมพ่อผัวแม่ผัวที่อยู่นครสวรรค์บ้าง พร้อมหอบของกินสารพัดและเงินอีกก้อนหนึ่งไปให้
พ่อผัวแม่ผัวซึ้งใจไหมก็ไม่ พวกเขามองว่าเป็นสิ่งที่ลูกสะใภ้ต้องทำอยู่แล้ว
“แล้วแกถือมีดทำไม”
“ก็ฉันกำลังกรีดไอ้นี่อยู่”
ดาวฤกษ์ชี้ปลายมีดไปยังรูปแต่งงานของเธอกับผัว ไม่สิ อดีตผัว
ผู้ชายที่สวมเสื้อเชิ้ตสีครีมกับเธอในชุดกระโปรงยาวคลุมเข่าลูกไม้สีครีม งานแต่งมินิมอลเล็กๆของเธอกับเขาที่นอกจากป้าเธอ พ่อแม่เขา ก็มีเพื่อนไม่กี่คนมาร่วมงานเลี้ยงที่จัดอย่างมินิมอลจริงๆ
มินิมอลกระทั่งสินสอดนั่นแหละ
ใครบอกนะว่าความรักทำให้คนตาบอด ดาวฤกษ์อยากจะบอกว่านอกจากตาบอดแล้วสมองก็หายละลายไปด้วยเช่นกัน เธอคิดว่าเธอกับเขารักกัน จะจูงมือกันค่อยๆสร้างอนาคตไปด้วยกัน
หึ...
“เออ กรีดทิ้งเลยแก ดี กรีดแล้วเผาด้วย ฉันจะเอาเกลือเอาพริกเอง” คนท้องที่เมื่อกี้ยังอ่อนไหวน้ำตาไหลพราก เดินกรากเข้าครัว คว้ากระปุกเครื่องปรุงที่วางไว้เป็นระเบียบแน่นเอี๊ยดออกมา “ดา ราดน้ำมัน”
“แกจะเผาคอนโดฉันเหรอ” ดาวฤกษ์ถามเสียงเนือย
นั่นแหละทั้งสองคนถึงชะงัก
“กรีดทิ้งก็พอแล้ว” ดาวฤกษ์บอกพลางนั่งยองๆ เพื่อนมองเธอแล้วก็ถอนหายใจ ที่แท้เพื่อนเธอก็ยังใจเย็น มีสติ และก็ไม่ได้เสียใจจนบ้า สมกับที่เป็นเพื่อนผู้ได้รับฉายาแม่พระแห่งปีสมัยเรียนแท้ๆ
“กรีดปากที่ตอแหล ขอให้เป็นมะเร็งในช่องปาก กรีดหนังหน้าหนาๆด้านๆ ขอให้ชาติหน้าเกิดมาพิกลพิการ กรีดไอ้จ้อนขนาดสามนิ้วครึ่งให้ชาติหน้ามันหดติดหนังไข่ ให้โลนขึ้น กรีด...”
เสียงเหี้ยมเกรียมดังขึ้นแทรกเสียงมีดกรีดบนรูปใบหน้าดังแกรกๆ ลัดดาวัลย์หันไปมองเพื่อนที่นั่งยองๆโยกตัวเล็กน้อยกรีดรูปแต่งงานขนาดใหญ่ตรงหน้าแล้วยิ้มแหยๆให้จริยา
“มันบอกว่ายังไงบ้างแก”
จริยาถาม เธอเดินไปนั่งบนโซฟาเพราะว่าเมื่อยแล้ว เธอท้องได้เจ็ดเดือน ถ้าไม่เพราะว่าเพื่อนสนิทเจอเรื่องใหญ่ เธอคงไม่กระหืดกระหอบมาถึงที่ นี่สามีก็รออยู่ข้างล่าง เขาไม่ได้ขึ้นมาด้วยเพราะเธอห้ามไว้
‘เพื่อนจุ๋มโดนผัวทิ้ง ตอนนี้จุ๋มไม่อยากให้คุณไปโอ๋จุ๋มให้เพื่อนเห็น’
ส่วนลัดดาวัลย์ ยังโสดและตั้งใจจะโสดไปตลอดชีวิต เธอเห็นเพื่อนที่ตัวเองคิดว่าได้สามีดีแล้วยังต้องมาเสียใจ เธอก็ปวารณาตัวไว้ว่าจะขออยู่บนคานแบบนี้ต่อไป
“แม้แต่คนที่หงิมที่สุดในบรรดาผัวทั้งหลายของเพื่อนยังเป็นแบบนี้ ฉันคิดถูกแล้วที่อยู่บนคาน ผู้ชายนานๆซื้อกินทีก็พอ” สาวเปรี้ยวบอกแล้วเดินไปหามีดปอกผลไม้อีกอันมาช่วยดาวฤกษ์กรีดรูป
“แกอย่าแฉลบโดนรูปฉันนะ”
ดาวฤกษ์เตือน รูปนี้เธอแต่งหน้าสวยด้วย ว่าจะตัดเอาแค่ฝั่งรูปเธอไปใส่กรอบใหม่ ดีนะตอนถ่ายแค่ยืนชิดกันไม่ได้คล้องแขน หรือโอบไหล่ ไม่อย่างนั้นคงต้องทิ้งไปทั้งบาน
“เออ ฉันแช่งต่อให้ แกอยากร้องไห้ไหมฤกษ์”
ตอนท้ายลัดดาวัลย์ถาม จริยาก็มองเธอ หญิงสาวที่ไว้ผมสั้นแค่ต้นคอ ย่นคิ้ว เธออยากร้องไห้ไหม? คำตอบนี้ทำให้เธอนิ่งคิดอยู่นาน ก่อนจะส่ายหน้า
“ไม่”
เธอจำภาพแม่ร้องไห้คร่ำครวญได้ติดตา เสียงสะอึกสะอื้นยังติดหู ดาวฤกษ์เป็นคนสวย ตอนเธอตัดสินใจคบกับวิโรจน์ที่หน้าตาธรรมดา คนอื่นยังถอนหายใจอย่างเสียดาย แต่เพื่อนสนิทอย่างจริยากับลัดดาวัลย์รู้ดีว่าเพื่อนค่อนข้างแอนตี้หนุ่มหล่อ เพราะพ่อตัวเองที่หน้าตาดีมาก มากจนมีผู้หญิงมาติดพันมากมาย สุดท้ายก็ทิ้งแม่เธอไป ข้อดีข้อเดียวที่พ่อมีคือถ่ายทอดกรรมพันธุ์เรื่องหน้าตาไว้ให้ลูกสาว
นอกนั้นไม่มีดีสักอย่าง เด็กหญิงดาวฤกษ์หลังงานเผาศพแม่ ก็เป็นคนกระตุกเสื้อของป้าแท้ๆตัวเองแล้วบอกเสียงหนักแน่นเองว่า ‘หนูอยากเปลี่ยนนามสกุลมาเป็นของแม่กับป้า’
“ไม่” ดาวฤกษ์ตอบสั้นๆ เดินไปนั่งที่โซฟา หยิบโทรศัพท์มาไถหน้าจอ “ดา แกช่วยฉันที”
“ได้ แกอยากให้ฉันช่วยอะไร” ลัดดาวัลย์รับปากทันที
“ฉันอยากหาหมอดี”
จริยารีบพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ใช่ บางทีนะแก การปรึกษาจิตแพทย์ก็ช่วนระบายให้เรา...”
“หมอศัลยกรรมฝีมือดีๆ” ดาวฤกษ์เอ่ยต่อ คราวนี้ทั้งลัดดาวัลย์ทั้งจริยาพากันมองเธอด้วยสีหน้าเหมือนเห็นผี
“แก แกสวยอยู่แล้วนะ ไอ้นั่นมันเลวเอง อย่างแกหาผัวใหม่ได้อีกเป็นโหล”
“ใช่ ฤกษ์ จมูกแกโด่งอยู่แล้ว ปากแกก็สวย เบ้าหน้าแกดีอยู่แล้ว แต่... ฟิลเลอร์หน่อยก็ดี ฉันว่าแกก็ขอบตาแย่ๆหน่อย” ลัดดาวัลย์บอกตรงๆ
ไม่แย่ได้ยังไง ผ่อนคอนโดเอง หาเงินใช้จ่ายเอง แล้วยังต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ผัวเดือนละหมื่นบาท ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลางคอนโด เธอตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อเตรียมทำอาหารคลีนหกสิบกล่องส่งให้ลูกค้าขาประจำสามมื้อทุกวัน ต่อให้เตรียมวัตถุดิบไว้ตอนกลางคืน ก็ยังกินแรงช่วงเช้ามากอยู่ดี
“ฉันไม่ได้อยากฉีดฟิลเลอร์ ฉันจะเย็บกี ทำรีแพร์”
“...” ลัดดาวัลย์อ้าปากค้าง ส่วนเพื่อนที่ท้องโย้อยู่บนโซฟาถึงกับสะดุ้ง “อะไรนะ แกจะทำอะไรนะ”
“เย็บกี รีแพร์” ดาวฤกษ์บอก แล้วยกขาไขว่ห้าง เธอพยายามทำตัวเป็นเมียที่ดี เพราะอยากให้ชีวิตคู่ตัวเองราบรื่น สงบสุข ไม่ต้องรักกันหวือหวา หรือว่าโลดโผนแบบพระนางในละคร เลือกผู้ชายที่คิดว่านิสัยดี เพราะไม่อยากเจอเรื่องแบบที่แม่เคยเจอ แล้วเป็นยังไง ต่อให้เธอทำดีแค่ไหน ผู้ชายถ้าแม่งจะทิ้งไปแม่งก็ไปอยู่ดี