[ด่าระบบ ลดอายุขัยห้าวัน]
"สุดหล่อ"
[ชื่นชมระบบ มอบอายุขัยเพิ่มห้านาที]
เป็นระบบจริงๆ ใช่ไหม? ไม่ใช่เจ้ากรรมนายเวรที่แฝงตัวมาแล้วอ้างว่าตัวเองเป็นระบบหรอกนะ หรือว่ามีใครกำลังแกล้งทำ แต่เสียงที่คุยในหัวไม่น่าจะแกล้งได้นะ
พลันข้อความบางอย่างเด้งขึ้นมา
[[เนื้อเรื่องภารกิจ : บุตรชายจ้าวอ๋าวเทียนหลบหนีและถูกตามล่าโดยคนที่ไม่อยากให้สืบทอดเป็นซื่อจื่อ หน้าที่ของโฮส คือปกป้องให้ว่าที่ซื่อจื่อมีชีวิตรอดจนสืบทอดฐานันดรเดิมให้ได้]]
[[คำเตือน : ภารกิจล้มเหลวโฮสจะถูกพาไปเกิดใหม่เป็นไส้เดือนทันที โปรดระมัดระวัง]]
"มีตัวช่วยไหม?"
[ระบบคือตัวช่วยที่ดีที่สุด]
"อย่างน้อยก็ต้องมอบอะไรไว้ให้ป้องกันตัว"
[โลกนี้มีการฝึกยุทธ์แต่ไม่ต่างจากโลกเก่า ดังนั้นแค่ระบบพูดคุยกับโฮสได้ก็นับว่าเป็นเรื่องฝืนมากพอแล้ว]
"คนถูกตามล่าไม่ใช่หรือไง ก็ต้องทำให้ต่อสู้ได้สิ ไม่ใช่.." กดอ่านข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองแล้วห่อเหี่ยว "ไม่ใช่แค่ตัวประกอบที่รอวันตายแบบนี้"
[นั่นเป็นสิ่งที่โฮสจะต้องคิด ถ้าระบบคิดให้ก็จะไม่ยุติธรรมกับโฮสคนอื่น]
ถอนใจเฮือกใหญ่ "ยังจะมีคนอื่นอีกเหรอ?"
[มีแน่นอน แต่การจะเจอกับคนอื่นได้ต้องมีโชควาสนา แต่สำหรับโฮสแล้ว ระบบเห็นว่าไม่มี]
"ไม่มีวาสนา?"
[ไม่มีคนคบ]
"..."
[คำเตือนอีกข้อจากระบบ ถ้าโฮสเลือกใช้วิธีแบบเดิมก็จะตายและไม่มีโอกาสเกิดใหม่ ดังนั้นเด็กในโชคชะตาจะรอดได้โฮสต้องสนวิธีการด้วย]
"แต่ฉันทำอะไรไม่เก่งสักอย่างนอกจากทวงหนี้ขายผัก เรียนก็ไม่จบ อย่างมากก็มีทักษะบางอย่างตอนมัธยมเท่านั้น แล้วโลกนี้เซตติ้งเป็นจีนโบราณไม่ใช่หรือไง น่ากลัวขนาดนี้จะเอาอะไรไปสู้?"
"ระบบมีหลายอย่างในฐานข้อมูลที่พอจะช่วยได้ อย่างน้อยก็มีวิธีการปลูกผักที่ถูกต้องที่สุด"
"ก็ได้ แต่ถ้าทำภารกิจเสร็จคือจบใช่ไหม?"
[ถูกต้อง]
"ได้ ฉันจะยอมรับภารกิจ แต่นอกเหนือจากช่วยเด็กในโชคชะตา ระบบห้ามบังคับอะไรอีกเด็ดขาด"
[ระบบทำตามหน้าที่เสมอ]
เงียบไปสองวิแล้วพูดต่อ "เอาละ ในเมื่อคุยกันรู้เรื่องแล้วก็ส่งไปเข้าร่างตัวประกอบที่เกือบตายนั่นสักที"
คงเพราะกลัวว่าจะเปลี่ยนใจละมั้ง จบคำถึงได้รู้สึกเหมือนภาพดับวูบไปโดยที่ได้กลิ่นบางอย่างโชยเข้ามาปะทะจมูกก่อนเป็นอันดับแรก
"อับขนาดนี้ อยู่กันไปได้ยังไงเนี่ย?"
พึมพำกับตัวเองได้เพียงเท่านั้นก็พยายามที่จะเปิดเปลือกตาขึ้นมา เพียงบ้านเก่าแทบจะทนหนาวไม่ไหวตอนช่วงหิมะตกปรากฏสู่สายตา ปิ่นแก้วในร่างตัวประกอบที่ชื่ออี้หงซิ่ววัยสิบแปดปี จึงได้ด่าระบบในใจไปหลายคำ
ก่อนจะช่วยอะไรใครเห็นทีต้องจัดการตัวเองก่อน ไม่อย่างนั้นอาจป่วยตายก่อนที่จะได้ช่วยให้เด็กในโชคชะตาคนนั้นกลับสู่ตำแหน่งซื่อจื่อแห่งไป๋ถู่
แต่เมื่อมีเสียงประตูเปิด จึงได้ทำทีเป็นนอนนิ่งๆ ไม่พูดไม่จา เพราะกลัวจะทำให้คนอื่นสงสัย
"พี่ใหญ่ ท่านอย่าเป็นเช่นนี้เลยนะเจ้าคะ พูดกับข้าสักคำ หรือท่านจะตีข้าก็ได้ ครั้งนี้ข้าจะไม่ร้องเพื่อให้ท่านตีข้าให้นานขึ้นเป็นอย่างไร พี่ใหญ่..ฮึก"
ทั้งที่พยายามนอนนิ่งที่สุด แต่เมื่อได้ยินว่าตีจนกว่าจะหายโกรธ มือที่ซ่อนเอาไว้ภายใต้ผ้าห่มเก่าๆ จึงๆ ได้เผลอกำแน่นอย่างไม่รู้ตัว
อี้หงซิ่วต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ นี่เด็กสี่ขวบเองนะ ตีเด็กสี่ขวบเพื่อระบายอารมณ์ยังเป็นคนอยู่ไหม?
"อี้อี้อย่ากวนพี่ใหญ่ เป็นเพราะถูกบังคับให้แต่งงานนางจึงได้มีท่าทีเช่นนี้ เจ้าออกไปเล่นกับข้าด้านนอกดีหรือไม่?"
"ถ้าออกไปแล้วคนบ้านใหญ่มาเห็น เดี๋ยวก็หาเรื่องให้ทำงาน ข้าเจ็บมือจังเลยเจ้าค่ะพี่รอง"
อย่างไรอี้อี้ก็เป็นเด็กสี่ขวบ ที่จริงวัยนี้นอกจากเรียนรู้ตามพัฒนาการแล้ว อย่างอื่นก็มีเพียงเล่นสนุกตามวัยท่านั้น แต่คำพูดที่ว่ากลัวถูกเห็นแล้วจะมีงานตกใส่หัวอีก ทำเอาพี่สาวคนใหม่ที่พึ่งมาถึงกับสะท้อนในใจ
ถึงอย่างนั้นก็ยังทำเป็นหลับตาลงแกล้งไม่รับรู้
อี้เหอที่โตกว่าอี้อี้สองปีทำเพียงมองพี่ใหญ่ที่จู่ๆ ก็กลายเป็นคนเคร่งขรึมไม่พูดจา
ปรกติถ้าไม่พอใจก็ต้องอาละวาดใส่พวกเขาและไล่ให้ออกไปแล้ว แต่กับอี้หงซิ่วคนใหม่ กลับคิดว่าตนจะพยายามไม่เอาใจใส่เด็กๆ เหล่านี้ ยังไงก็เป็นเพียงแค่ภารกิจ ถ้าทำให้ตัวเองผูกพันมากเกินไปจะกลายเป็นห่วงรัดคอ
ยังไงก็เป็นคนตัวคนเดียวมาตั้งแต่โลกโน้น ดังนั้นจึงไม่คิดที่จะเอาตัวเองไปพัวพัน นอกจากเด็กสองคนนี่แล้ว ที่น่าปวดหัวสุดคือแม่ของเจ้าของร่างนี้ ต่อให้ลูกถูกรังแกยังไง ก็ยังก้มหน้าก้มตาเหมือนทุกคำพูดที่บ้านใหญ่ว่ามาคือบัญชาจากสวรรค์ก็ไม่ปาน ส่วนพ่อก็เหมือนกลายเป็นคนสูญหายไปแล้ว จะดีจะร้ายก็ยังไม่รู้ข่าวมาหลายปี
อี้อี้เอาบางอย่างออกมาจากเสื้อ "พี่ใหญ่ ข้าเอาสิ่งนี้มาให้ท่าน"
พี่ชายถึงกับตกใจ "อี้อี้ เจ้าไปเอาไข่มาจากไหน ถ้าพวกเขารู้เข้าเจ้าต้องถูกตีจนเจ็บหนักอย่างแน่นอน รีบเอาไปคืนเร็ว"
"พี่รองอย่าห่วง พวกเขาไม่รู้หรอกว่านี่เป็นไข่ที่ออกก่อนเวลา ข้าเห็นเลยเอามาซ่อนเอาไว้ เอาขี้เถ้ากลบไว้ใต้เตาก็ได้กินแล้ว"
แต่อี้หงซิ่วที่แกล้งหลับไม่สำเร็จหันหลังแล้วเอ่ย "พวกเจ้าแบ่งกันเถิด แล้วเอาเปลือกไข่ไปทิ้งไกลๆ ข้า เหม็นจนจะอ้วกอยู่แล้ว"
เด็กทั้งสองในชุดสีหม่นได้แต่มองเบื้องหลังของพี่สาวด้วยแววซาบซึ้ง ไม่บ่อยที่จะเห็นท่าทีห่วงใยพวกเขาแบบนี้ ดังนั้นจึงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
"ขอรับ"
"เจ้าค่ะ"
อี้เหอเป็นคนรับเอาไข่ใบนั้นมาปอก จากนั้นไม่นานก็แบ่งกับน้องสาวคนละครึ่ง ลังเลที่จะเอ่ยว่าให้พี่ใหญ่กินด้วย แต่กลัวว่านางจะโมโหจึงได้นั่งกินไข่ที่แบ่งคนละครึ่งอย่างเงียบๆ
ส่วนคนที่นอนหันหลังให้พยายามไม่หันไปมอง นั่นเพราะรู้ว่าเด็กสองคนเติบโตมาอย่างยากลำบาก กระทั่งเจ้าของร่างนี้เองก็ตามที ต้องการให้แม่เข้มแข็งเพื่อต่อกรกับคนอื่น แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับความหัวอ่อนชักจูงง่าย ดังนั้นเลยได้คิดสั้นด้วยการกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย แต่กลับมีใครคนหนึ่งช่วยเอาไว้ จึงได้นอนป่วยแบบนี้ กระทั่งเช้าอีกวัน "เด็กพวกนั้นทำไมยังไม่กลับ?"