ตอนที่ 1 จุดเปลี่ยนโชคชะตา
บรรยากาศหน้ารั้วมหาวิทยาลัยชั้นนำของเมืองไทย ในเวลายามเย็น บรรดานิสิตนักศึกษามากมายต่างสัญจรไปมา บ้างก็เดินทางเท้า บ้างก็เกาะกลุ่มอยู่ภายในร้านบริเวณตรงข้ามกับมหาวิทยาลัย หนุ่มสาววัยเจริญพันธุ์ทั้งหลายต่างหยอกล้อกันไปมาตามประสาวัยรุ่นยุคใหม่ทำให้ทุกอย่างดูครึกครื้นอย่างเห็นได้ชัด...
“ถ้านายสนใจเธอ ฉันจัดให้ได้นะโว้ย คนนี้อาจจะเล่นยากหน่อยแต่ว่าฉันมีแผน! รับรอง!...เธอทำให้นายถึงใจแน่...อินทัช”
“นั่นมันเด็กสิบหกจริงหรือเปล่าวะ ฉันว่าไม่น่าจะใช่ เธอดูโตเกินวัยไปซะหน่อย...”
สายตาคมจับจ้องไปยังเรือนร่างของสาววัยสิบหกที่สวมชุดนักเรียนมอ-ปลาย กระโปรงมีจีบรอบ ตัวเอวยกสูง เสื้อนักเรียนสีขาวทับใน รองเท้าหุ้มส้นสีดำ ร่างบางอวบอิ่มสมส่วนในวัยสาว ผิวขาวนวลเนียนใส ริมฝีปากสีชมพูเป็นรูปกระจับเย้ายวนน่าสัมผัส ในมือเธอถือกระเป๋านักเรียนกำลังมองซ้ายมองขวาข้ามถนนอยู่ไม่ไกล
“ใช่...เกินวัยจริง...หัวจรดเท้า...ได้จัดสักคืนพ่อจะรีดน้ำออกให้หมด...เด็กอะไรวะสวยฉิบ!”
“อืม...สวยจริง...ว่าแต่นายจะใช้วิธีไหนวะกันต์ เธอเป็นเด็กมอ-ปลายอยู่เลย ไม่น่าจะมีทางเป็นไปได้...”
“นายจะจัดป่ะล่ะ...เกรดA เลยนะโว้ยคนนี้ มีคนเล็งไว้หลายคนแล้ว แต่แมร่งเข้าไม่ถึงสักคน หล่อนเป็นเด็กเรียนของจริงเช้าเรียนเย็นกลับบ้าน วงจรชีวิตเหมือนนก...เช้าหาอาหาร..เย็นก็ต้องกลับเข้ารัง...”
“และไอ่วิธีที่นายบอก มันจะมีทางเป็นไปได้ยังไงวะกันต์ หรือนายจะโม้เกินเบอร์ไปหน่อยมั้ง...”
“เงินถึง! ของก็มาเองแหละ ต่อให้ UFO ฉันก็หามาให้นายได้...อินทัช!”
“เรื่องเงินฉันไม่มีปัญหา...ขอแค่ได้เธอมาก็พอ...นายคงลืมไปแล้วสิ...ว่าฉันลูกใคร!”
“เออ...นายคือนายน้อยอินทัชทายาทเจ้าของโรงแรมและภัตคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีมรดกเป็นพันล้านหมื่นล้านไง...แหม...นายนี่มันสุดจริงว่ะ...อินทัช!”
“เฮ้อ! ฉันนั่งฟังนายสองคนเมาท์อยู่นานแล้ว ไม่เห็นมันจะมีอะไรสร้างสรรค์ซักเรื่อง เมื่อไหร่นายสองคนจะสนใจเรื่องเรียนมากกว่าสาวๆ พวกนั้นวะกันต์...อินทัช...”
“อ่าว...เวย์...นายจะพูดแบบนี้ไม่ได้นะโว้ย...พวกฉันชอบสาวๆ เนื้อนมไข่มันถูกใจพวกฉัน ส่วนนายไม่ชอบหญิงนี่หว่าก็พูดได้ดิ...ของสวยๆ งามๆ ใครก็ชอบกันทั้งนั้น นายเข้าไม่ถึงหรอก...ของพวกนี้...สำหรับนายคงจะเข้าถึงแต่...”
“เข้าถึงอะไร! นายจะพูดว่าอะไร พูดมาชัดๆ นะโว้ย ไม่งั้นปากแตกแน่ๆ ลองสิ!”
“ใจเย็นเวย์...และนาย! ไอ่กันต์ นายนี่ชอบหาเรื่องจริงๆ”
“นายควรจะว่าไอ่เวย์มันมากกว่านะโว้ย มันน่ะพวกแหกคอก ดูสิเราสองคนเรียนวิศ-วะ แต่มันดันเรียนหมอ...เฮอะ! เด็กเรียนสิ พวกวิศ-วะสายดาร์กอยู่แล้ว แต่หมอนี่สิ!”
“จะสายอะไรมันก็เรื่องของฉันกันต์ นายมันพวกชอบบลูลี่ เหยียดเพศ สักวันเถอะจะเจอดี!”
“เจอดีอะไรวะ...ทุกวันนี่แมร่งโคตรดีเลยว่ะ ขาว อวบ อึ๋มทั้งนั้น ของดีๆ น่ากินทุกวัน! เดินผ่านไปผ่านมา ดูสิ...”
“ขาว อวบ อึ๋ม กินไม่ดูตาม้าตาเรือ ระวังเถอะ!”
“พอกันได้แล้ว นายสองคนนี่เป็นไรกันมากเปล่าวะ...”
“นายเองก็อย่าไปเชื่อมันนะ...อินทัช...ไอ่กันต์มันจะพานายไปทำเรื่องไม่ดี...เข้าสักวัน”
“ไม่ดี! ไม่ดีตรงไหนวะ! ฮ่า ฮ่า คงจะตรงที่ชอบไม่เหมือนนายล่ะสิเวย์...อย่างนายนี่คงจะชอบแต่...”
“ไอ่กันต์!!! มันจะมากไปแล้วนะโว้ย!”
“หยุด! หยุด! หยุดทั้งสองคน...ฉันปวดหัวกับพวกนายจริงๆ ทะเลาะกันทุกวันไม่เบื่อบ้างหรือไงวะ...ไป! กลับกันได้แล้ว...”
@บ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์น...
“กลับมาแล้วเหรอเดียร์...ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมาทานข้าวเร็วลูก...วันนี้ป้าทำไข่พะโล้ที่หนูชอบด้วยนะ”
กนกอร หรือ ป้าอรหญิงวัย 44 ปี บอกกับหลานสาววัย 16 ปีที่กำลังย่างกรายเข้ามาภายในบ้านเหมือนทุกวันในเวลาเดียวกันคือหลังเลิกเรียน หลานสาวที่เธอนั้นรับอุปการะมาเกือบสิบปีเนื่องจากบิดามารดาของเธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซึ่งชนกับรถของกนกอรเมื่อสิบปีที่แล้ว ทำให้ทั้งสองเสียชีวิต แต่ทว่ากนกอรนั้นกลับรอดอย่างปาฏิหาริย์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้กนกอรเสียใจเป็นอย่างมาก ถ้าเพราะเธอไม่เล่นมือถือขณะขับรถวันนั้น เหตุการณ์อันเศร้าสลดก็คงไม่เกิดขึ้น ความรู้สึกผิดนั้นกัดกินในหัวใจของกนกอรเป็นอย่างมาก เลยทำให้เธอนั้นรับอุปการะดูแลชีวิตของหลานสาวคนนี้เพื่อชดใช้ความผิดที่ผ่านมา...
“ค่ะคุณป้า...แล้วนี่ลุงเรศกับพี่ธามกลับมาแล้วเหรอคะ เดียร์เข้ามายังไม่เห็นใครสักคนเลยค่ะ”
เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มวัย 16 ปี ‘เปมิกา วิวัฒนากูล’ กวาดสายตาไปรอบๆ บริเวณภายในบ้านด้วยความเคยชิน
“ยังจ้า...ตาธามยังไม่กลับจากมหา-ลัย ส่วนลุงเรศของเธอไปรับยัยครีมที่โรงเรียน เห็นว่าวันนี้คงเย็นหน่อย ที่โรงเรียนยัยครีมมีกิจกรรม ไม่ต้องรอหรอกนะ ป้าว่าหนูทานก่อนเลย มีการบ้านเยอะไม่ใช่เหรอ รีบทานจะได้ไปทำการบ้านต่อได้”
“ค่ะป้าอร...เอ่อ...ป้าอรคะ วันศุกร์นี้เดียร์จะขออนุญาตป้าไปงานวันเกิดของเอยได้มั้ยคะ...เอยเขาอยากให้เดียร์ไปนอนค้างที่บ้านเขาด้วยค่ะป้า เพราะมันไกล เอยเขาไม่อยากให้เดียร์กลับบ้านตอนดึกค่ะ เอยเลยจะให้เดียร์นอนค้างที่นั่นค่ะ”
“เอาสิ...ถ้าเป็นบ้านเอย ป้าไม่ห่วงหรอกจ้า เดียร์เรียนหนักมาตลอดผ่อนคลายบ้างก็ดีนะป้าว่า...เออ...แล้วของขวัญล่ะจ๊ะ เดียร์เตรียมไว้หรือยัง ถ้ายังป้าจะให้พี่ธามพาไปซื้อ”
“เรียบร้อยแล้วค่ะป้าอร”
“จ้า งั้นทานข้าวเถอะ เดี๋ยวป้าไปทำขนมในครัวต่อ ของโปรดตาธามด้วยวันนี้ เดียร์ถ้าหนูอยากทาน อีกสักชั่วโมงก็ลงมานะ”
“ค่ะป้าอร” เด็กสาวจ้องมองป้าที่เดินจากไป ‘ป้าอร’ คือคนที่ดีกับเปมิกาตลอดเสมอต้นเสมอปลาย ตั้งแต่วันที่พ่อกับแม่เธอเสียชีวิตลงเมื่อสิบปีที่แล้ว เปมิกาอายุได้หกขวบในเวลานั้นเธอยังเด็กมาก แต่เปมิกายังจำได้ดี ว่าคนที่พรากพ่อกับแม่ของเธอไปก็คือ ป้าอรนั่นเอง
อุบัติเหตุที่ใครไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น รถยนต์ของป้าอรเสียหลักพุ่งชนรถพ่อกับแม่ของเปมิกา รถของพ่อกับแม่อัดกับต้นไม้อย่างแรง ทำให้พ่อแม่เธอเสียชีวิตทันที...ป้าอรรู้สึกผิดเป็นอย่างมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น ป้าอรรับอุปการะดูแลเปมิกาเสมือนกับลูกสาวคนหนึ่งตลอดสิบปีที่ผ่านมา นับว่าเปมิกาเองก็ถือว่าโชคดี ที่อย่างน้อยเธอก็ยังมีคนดูแล ป้าอรดีกับเปมิกาเป็นอย่างมาก เธอรู้สึกอบอุ่นเหมือนป้าอรกับลุงเรศเป็นพ่อแม่ของเธอจริงๆ เปมิกาไม่คิดถือโทษโกรธป้าอรเลย ทุกอย่างมันอาจจะเป็นเวรกรรมของเธอเองก็ได้
@ คฤหาสน์หลังใหญ่ (วันศุกร์)
“เฮ้ย...ท็อป! แกจะไม่มาวันเกิดของเอยจริงๆ เหรอ มาหน่อยมั้ย...ไอ่เอยมันอุตส่าห์ตั้งใจจัดงานวันเกิดมันเพื่อแกเลยนะ...”
“ฉันไปไม่ได้...พ่อฉันให้ไปช่วยทำโต๊ะจีน วันนี้ทำเป็นร้อยโต๊ะไม่มีใครไปช่วยเลย...ฉันฝากอวยพรเอยมันด้วยแล้วกัน”
“ไปอวยพรกับเอยมันเอง ฉันไม่รับฝากถ้าแกมาไม่ได้ก็ควรโทรบอกมันดิ...”
“เออ...เดี๋ยววางสายจากแกฉันจะโทรหามันล่ะกัน”
“อืม...เค”
เวลา 21.00 น.
หลังจากงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของเหล่าบรรดาเด็กสาวเสร็จเป็นที่เรียบร้อยบนความสนุกสนานครื้นเครงก็มีอันจบลง แต่ทว่าเจ้าของงานกลับมีเซอร์ไพรส์จากพ่อของเธอ ซึ่งแอบเตรียมงานนอกสถานที่ขึ้น เพื่อให้เธอได้สนุกเต็มที่กับเพื่อนๆ ของเธอ
“เอย...เดียร์ไม่ไปนะ จะรออยู่ที่บ้านเอยแหละ เอยไปกับพวกบลูและเพื่อนๆ เถอะ”
“เดียร์จะไม่ไปได้ยังไง...งานนี้พ่อเอยเตรียมไว้ให้เอยแล้ว และอีกอย่างมีไปกันแค่ห้าหกคน และพวกเพื่อนบลูไปเจอกันที่นู่นไม่กี่คนเอง ไปเถอะนะ ถ้าเดียร์ไม่ไป เอยก็ไม่สบายใจอยู่ดีที่ทิ้งเดียร์ไว้แบบนี้คนเดียว”
“ไม่เป็นไรเดียร์อยู่ได้...เอยก็รู้นี่ว่าเดียร์ไม่เคยออกจากบ้านและมาเที่ยวกลางคืนแบบนี้”
“กันเองทั้งนั้น เครื่องดื่มก็อ่อนๆ แบบเด็กๆ ดื่มกันขำๆ น่า...นะ...เดียร์ ไปเหอะนะ วันนี้วันเกิดเอยนะ...”
“แต่นี่มันก็ดึกแล้วนะเอย”
“ดึกอะไรนี่มันแค่สามทุ่มเองนะ น่า...เดียร์ไปเถอะ เราไม่ได้ไปผับไปบาร์ซะหน่อย มันเป็นร้านอาหารแบบจัดเลี้ยงกันเอง มีคาราโอเกะให้พวกเราร้องกันสนุกๆ นะ”
ปราณปรียา หรือ เอย พยายามที่จะเกลี้ยกล่อมเพื่อนสาวของเธอให้ไปกับเธอให้ได้
“แต่ว่า...”
“ไปเถอะ”
“...” เปมิกามองเพื่อนพร้อมกับถอนหายใจ
“เออ...ไปก็ไป”
“เย้!!!!”
@ ร้านอาหาร...ห้องจัดเลี้ยง
“อ่าว...ยัยเดียร์ เธอก็มากับเขาด้วยเหรอ ฉันคิดว่าเธอจะดื่มนมและเข้านอนอยู่กับบ้านซะอีก”
“ฉันก็ไม่ได้อยากมาหรอกนะ”
เปมิกาตอบกลับเพื่อน (ไม่สนิท) ที่มักจะสาดวาจาเผ็ชร้อนใส่เธอเสมอ เปมิกาก็ไม่เข้าใจพชิราเหมือนกัน ว่าเพราะอะไรเวลาเจอหน้าทีไรเป็นต้องทำขึงขังใส่เธอทุกครั้ง
“แบบเธอน่ะ...มันก็ไม่ได้เหมาะที่จะอยู่กลุ่มเดียวกับพวกเราอยู่แล้ว...นี่ถ้าไม่ติดที่เอยมันชอบท็อปเพื่อนสนิทเธอล่ะก็...ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาอยู่กลุ่มแก๊งนางฟ้าของพวกเราได้หรอกนะเดียร์”
พชิราใช้สายตาเหยียดมองเปมิกาตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอไม่ชอบเปมิกาอย่างที่สุด เหตุผลน่ะเหรอ...เพราะพชิราคิดว่าถ้าไม่มีคนอย่างเปมิกา หนุ่มในโรงเรียนก็คงจะหันมามองเธอเป็นแน่ ตำแหน่งดาวโรงเรียนจะเป็นใครไม่ได้นอกจากเธอ!
“อืม...ฉันเข้าใจเธอนะบลู...เพราะเธอเป็นแบบนี้ไง เธอถึง”
“เธอหมายความว่ายังไง!!!”
“อุ้ย!! เธอสองคน!! อย่าบอกนะว่าจะทะเลาะกันอีก วันนี้วันของฉันนะ ขอเถอะนะ...นี่วันนี้มีเพื่อนของรุ่นพี่แฟนไอ่แยมมาด้วยนะสามคน...ขอบอกเลยว่างานดีทุกคน!!”
“ไหนเอยบอกมีเฉพาะพวกเราไง ทำไมต้องพาคนนอกมาร่วมด้วย เดียร์ว่ามันดูน่ากลัวอยู่นะ พวกเรามีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น”
“เอยต้องขอโทษด้วยนะเดียร์ พอดีไอ่แยมมันพึ่งมาบอกเอยน่ะ จะปฏิเสธก็ยังไงอยู่ แต่ว่าเอยคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรหรอกนะ เพราะรุ่นพี่ที่มานั้น เคยเป็นศิษย์เก่าที่โรงเรียนเราอยู่แล้ว และแต่ละคนโปร์ไฟล์ดีๆ ทั้งนั้นเลย หล่อ รวยสุดๆ คือดีย์มากอ่ะ!”
“แต่...”
“เดียร์!! ถ้าเธอจะเรื่องมากขนาดนี้ ก็กลับไปก่อนเลย โน่นรถเมล์รีบกลับไปเลย...ไป!”
พชิราเกรี้ยวกราดอย่างออกนอกหน้าชัดเจน เพราะเหตุผลของพชิราไม่มีอะไรมาก แค่ไม่ชอบหน้าออกจะเกลียดด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีเปมิกาทุกๆอย่างก็เป็นของเธอทั้งหมด เธอต้องการที่จะอยู่เหนือเปมิกาทุกด้าน แต่ในความเป็นจริงเธอกลับแพ้เปมิกาทุกอย่าง น่าหงุดหงิดใจนัก
“ฉันไม่กลับ! เธอจะทำไม! ไม่ต้องมาไล่ฉันหรอก เธอไม่ใช่เจ้าของงาน!”
เปมิกาเริ่มเดือดขึ้น ไม่ว่าเธอจะทำอะไรพชิราก็มักจะคอยว่าเธออยู่เสมอ ทำไมเธอจะต้องมาอดทนกับเรื่องพวกนี้
“บลู...ใจเย็นๆ นะ เอยไม่อยากให้มีเรื่อง วันนี้วันเกิดเอย...เอยขอล่ะนะ”
“เอยต้องพูดกับมันนู่น เรื่องมาก!!! ใครขอให้เธอมากัน!!”
“โอเค...เอย...เดียร์จะอยู่จนงานเลิก เอยไม่ต้องห่วงนะ”
“เชอะ! สมควรจะพูดตั้งนานแล้ว!!”
“พอเถอะบลู...”
“สวัสดีคราบสาวๆ” เสียงทุ้มห้าวเอ่ยทักทายแทรกกลางบทสนทนา ทำให้สาวๆ หันไปยังต้นเสียงทันที
“อุ้ย!!!” พชิราอุทานอย่างตกตะลึง สิ่งที่เธอเห็นอยู่เบื้องหน้านั้นมันทำให้ความหงุดหงิดของเธอหายเป็นปลิดทิ้ง!
“อ่าวพี่กันต์คะ เชิญทางนี้ค่ะพี่ สวัสดีค่ะ”
“นี่พี่อินทัช และนี่พี่เวย์ ส่วนพี่คือ พี่กันต์นะคร้าบ”
ชนกันต์แนะนำเพื่อนๆ ให้เหล่าบรรดาสาวสวยรู้จัก สายตาเขาจับจ้องไปยังเป้าหมายของวันนี้ทันที ‘เด็กมอปลายหน้ามหา-ลัยเมื่อวันก่อน!’
“นั่งเลยค่ะ พวกพี่รับเครื่องดื่มอะไรกันคะ”
“พี่ขอบรั่นดีนะ...แล้วสาวๆ ล่ะครับดื่มอะไรกันดี”
“พวกเราดื่มเหมือนพวกพี่ก็แล้วกันค่ะ”
พชิตาชิงเปิดงานก่อนใคร สายตาของเธอจับจ้องไปยังหนุ่มหล่อร่างเพรียวใบหน้าคมเข้ม ที่แสดงท่าทางนิ่งเฉยกว่าใครๆ ‘นี่คือเดือนมหาลัยนี่’ เธอพึ่งเห็นตัวเป็นๆ ก็วันนี้!! หล่อมากกกก ความหล่อของเขาทำเอาเธอตะลึงไปเลยทีเดียว
“แล้วน้อง...เอ่อ” ชนกันต์จ้องไปที่เด็กสาวมอปลายเป้าหมายของเขาวันนี้ทันที
“อ่อ เดียร์ค่ะ...เพื่อนของเอยเองค่ะพี่กันต์”
“เราไม่ดื่มนะเอย...”
เปมิกาหันมาพูดกับปราณปรียาแทนคำตอบ เธอไม่ชอบสายตาของชายคนนี้เลย ดูเสียมารยาทเป็นอย่างมาก จ้องเธอตลอดเวลาโดยเฉพาะชายหนุ่มอีกคนที่จ้องเธอไม่วางตาเช่นกัน ทำเอาเธอขนลุกเพราะสายตานั้นเลยทีเดียว
....................