ตอนที่ 1 หนีเสือปะจระเข้
เรื่อง...สวนนี้เจ้าของดุ
นิยายเรื่องนี้เขียนต่อจากเรื่อง...คลั่งรักเมียแต่งค่ะ
คำโปรย...ปากเรียกเธอว่าลูกหนี้ แต่ในใจกลับเรียกเธอว่าที่รัก
แนะนำตัวละคร
พีรเดช หรือ พี่พี อายุ 35 ปี
เจ้าของสวนมะม่วงรายใหญ่ที่สุดในจังหวัด ใบหน้าปกปิดด้วยหนวดเคราแต่กลับซ่อนความหล่อเหลาราวกับเทพบุตร เขาถือคติ คารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นรอง
พิมลดา หรือ หนูเล็ก อายุ 22 ปี
หญิงสาวโชคร้าย ชีวิตอาภัพ แต่อยู่ๆชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป เมื่อได้มาเจอกับเขาในฐานะลูกหนี้
@@@@@@
เนื้อเรื่องย่อ...เขาและเธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเพราะความเข้าใจผิด วันหนึ่งโชคชะตาเล่นตลกทำให้ทั้งสองได้มาเจอกันอีกครั้ง แต่เขากลับมีใบหน้ารกรุงรังเต็มไปด้วยหนวดเครา เขาจำเธอได้ทันที แต่เธอจำเขาไม่ได้ ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไร พระเอก(พี่พี)จะเจ้าเล่ห์กับเธอ(หนูเล็ก)ขนาดไหนฝากติดตามได้ในเรื่องนะคะ
นิยายรักโรแมนติก อบอุ่น ฟีลกู๊ด แนวบ้านนอก
ตอนที่ 1 หนีเสือปะจระเข้
พีรเดชหรือที่ใครๆชอบเรียกเขาว่าพี่พี เขาเป็นลูกชายคนโตของบ้าน มีน้องชายหนึ่งคนอายุห่างกันห้าปี ชื่อเหมันต์ วันนี้เขาเดินทางจากเชียงรายลงมากรุงเทพฯ เพื่อมาติดต่อธุรกิจส่งมะม่วงที่สวนออกสู่ตลาดต่างประเทศ
ทุกครั้งที่พีรเดชได้ลงมากรุงเทพฯ เขาก็มักจะมาหาความสุขเล็กๆน้อยๆก่อนกลับตามประสาคนโสดอยู่เป็นประจำ
"คุณพีครับ วันนี้ได้ของหวานกลับไปชิมที่ห้องหรือยังครับ" ผู้ร่วมลงทุนรุ่นน้องคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น หลังจากที่คุยธุรกิจกันเสร็จแล้วและกำลังจะแยกย้ายกันกลับ
"ได้แล้วครับ ขอบคุณมาก"
"นึกว่ายังไม่ได้ ผมจะได้เป็นธุระให้"
"เอาไว้ครั้งหน้าจะรบกวนนะครับ ขอตัวกลับก่อนครับ"
"เชิญครับ ผมก็จะกลับแล้วเหมือนกัน ไว้ครั้งหน้าเจอกันใหม่ครับ"
"ไว้เจอกันครับ พี่กลับก่อนนะ" ทั้งสองแยกย้ายกันกลับที่พัก หลังจากที่ได้พูดคุยเรื่องงานกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ทางด้านพิมลดาหรือหนูเล็ก
หนูเล็ก...หญิงสาวอาภัพ บิดามารดาเสียชีวิตไปตั้งแต่เธอยังเล็ก ตอนนี้เธอมีอายุได้ยี่สิบสองปีเต็ม เธอเติบโตมากับป้าและลุงข้างบ้าน ช่วงแรกๆที่พวกเขาชวนเธอมาอยู่ด้วยก็ดี แต่พักหลังป้ากับลุงติดการพนัน สมบัติที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้ก็หมดไป แถมยังเป็นหนี้ก้อนโตซึ่งเธอก็เพิ่งจะรู้วันนี้นี่เอง
เธออยู่กับป้าที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดเลย ส่วนญาติพี่น้องก็ไม่มี วันนี้เธอถูกป้าที่เลี้ยงดูมาหลอกให้เธอมาขายตัวเพื่อจะเอาเงินที่ได้ไปใช้หนี้
"ป้ากับลุงจะพาหนูเล็กไปไหนคะ" ท่าทางรีบร้อนของป้ากับลุงทำให้หนูเล็กนึกสงสัย
"เถอะน่ารีบๆเดิน" วันนี้พวกท่านใจดี ซื้อชุดสวยมาให้เธอสวมใส่ ทั้งสองบอกกับเธอว่าจะพามากินข้าวกับผู้ใหญ่ใจดีท่านหนึ่ง แต่ท่าทางของพวกท่านดูรีบร้อนผิดปกติ
"แล้วทำไมหนูเล็กต้องแต่งตัวแบบนี้ด้วยคะ" ชุดเดรสสีชมพูอ่อนถูกสวมใส่อยู่บนตัวของเธอได้อย่างลงตัวราวกับว่าชุดนี้ได้ออกแบบมาเพื่อเธออย่างไรอย่างนั้น
"อย่าถามมาก รีบเดินเข้าไปด้านในกัน" เสียงผู้เป็นป้าพูดจบท่านก็เดินจูงมือหนูเล็กเข้าไปด้านในโรงแรม โดยมีลุงเดินตามเข้ามาด้วย จากนั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งมายืนรอรับเธออยู่ที่ด้านหน้า
"นี่ค่ะยัยหนูเล็กหลานสาวฉันเอง"
"เชิญครับ"
"เดินไปกับเขา แล้วอย่าดื้อล่ะ" เสียงลุงร้องบอกหนูเล็ก นั่นก็แสดงว่าให้เธอไปคนเดียว ซึ่งตอนแรกเธอคิดว่าจะไปด้วยกันหมดนี่ ถึงได้ยอมแต่งตัวมาด้วยแต่โดยดี แล้วทำไมมาทิ้งกันกลางทางแบบนี้ล่ะ
"ป้าจะให้หนูเล็กไปไหน หนูเล็กไม่รู้จักเขานะ" หนูเล็กทำท่าเหมือนจะไม่ยอมเดินไปด้วย ในใจเริ่มกลัว
"ถ้ามึงไม่ไป ก็ไม่ต้องมาเรียกกูว่าป้าอีก...ไป!" หัวไหล่ของเธอถูกคนที่เธอเรียกว่าป้าผลักอย่างแรง เพื่อให้เธอยอมเดินตามผู้ชายคนดังกล่าวไป
"ป้า..." น้ำเสียงแผ่วเบาร้องเรียกผู้เป็นป้าด้วยสายตาน่าสงสาร หนูเล็กมองหน้าป้าที่เลี้ยงดูเธอมาอีกครั้ง เห็นสายตาดุดันของท่านทำให้หนูเล็กไม่กล้าที่จะเอื้อนเอ่ยอะไรอีก และนั่นก็ทำให้เธอรู้ว่าหลังจากนี้เธออาจจะไม่โชคดี
หนูเล็กรู้สึกเห็นท่าไม่ค่อยดี เธอเริ่มรู้ชะตาตัวเอง แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะช่วยตัวเองยังไงดี จึงยอมเดินตามผู้ชายคนดังกล่าวไป โดยปลอบใจตัวเองว่าคงแค่มาทานข้าวอย่างที่ป้ากับลุงบอกเท่านั้น
เธอเดินตามผู้ชายคนนั้นเข้าลิฟต์ไป เขาพาเธอไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่งของโรงแรม เป็นจังหวะที่มีพนักงานของโรงแรมเอาอาหารมาเสิร์ฟให้พอดี เมื่อหนูเล็กเห็นดังนั้นก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อย น่าจะแค่มากินข้าวอย่างที่ป้าบอกจริงๆด้วย...เธอพยายามปลอบใจตัวเองอีกครั้ง
"ยัยหนูนั่งลงก่อนสิ" เมื่อเข้ามาถึงด้านในก็พบกับผู้ชายวัยประมาณห้าสิบเห็นจะได้ เขากำลังนั่งรอเธออยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหารภายในห้อง ลักษณะอ้วนลงพุงหัวล้านแต่แต่งตัวดี
"........." เธอยอมหย่อนก้นนั่งลงไปที่เก้าอี้ท่าทางไม่ค่อยไว้ใจแต่ก็พยายามตั้งสติตัวเองให้นิ่ง แอบกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง ยังไงวันนี้เธอก็ต้องรอดถึงแม้ว่าจะไม่สามารถกลับไปที่บ้านหลังนั้นได้อีกแล้วก็ตาม
"ไม่ต้องกลัว ยังไม่เคยสินะ"
"ยังไม่เคยอะไรคะ"
"เอาน่า...อีกเดี๋ยวก็จะรู้เอง นั่งลงกินข้าวกันก่อน อิ่มแล้วเดี๋ยวค่อยว่ากัน" สายตาของเสี่ยคนที่นั่งอยู่ด้วยกัน ฉายแววหื่นกามมองมาที่เรือนร่างของเธออย่างไม่คิดที่จะปิดบังความรู้สึก ทำให้หนูเล็กรู้สึกขยะแขยง
"แล้วพี่คนนี้ไม่นั่งกินด้วยกันเหรอคะ" เธอมองไปที่พี่ชายคนที่พาเธอเดินเข้ามา แกล้งถามเพราะต้องการอยู่กันตามลำพังกับเสี่ย เปอร์เซ็นต์รอดน่าจะมากกว่า ถึงตัวของเธอจะเล็กแต่เธอก็ไม่ได้อ่อนแออย่างที่คิด
"มีธุระอะไรก็ไปทำป่ะ ไม่ต้องมาเฝ้า" หนูเล็กยิ้มกริ่มในใจ ขจัดออกไปได้หนึ่งคน ส่วนเสี่ยอายุคราวลุงน่าจะวิ่งตามเธอไม่ทันแน่ๆ
"ครับเสี่ย" และแล้วพี่ชายคนที่พาเธอเดินเข้ามาก็เดินออกจากห้องไป ภายในห้องจึงเหลือแค่เธอกับเสี่ยสองคน
"กินเลยนะคะ"
"เอาสิ กินเยอะๆนะจะได้มีแรง"
"ค่ะ" หนูเล็กตอบกลับเสียงใส แรงวิ่งนะลุง ไม่ใช่แรงทำอย่างอื่น...หนูเล็กคิดในใจ!
หนูเล็กรีบกินจะได้รีบอิ่มแล้วก็จะได้รีบกลับ แต่ในขณะที่เธอกินไปได้สักพัก เธอก็เกิดอาการง่วงขึ้นมา ทั้งๆที่ไม่น่าจะง่วงได้เลย เพราะในใจทั้งตื่นเต้นและกลัวจะง่วงได้ยังไง
"เสี่ยเอาอะไรให้หนูเล็กกินคะ ทำไมถึงได้ง่วงอย่างนี้" ร่างกายของเธอกำลังผิดปกติ
"แค่ยานอนหลับอ่อนๆน่ะ ได้ข่าวว่าฤทธิ์เยอะ" เมื่อได้ฟังประโยคนี้ เธอจึงพยายามฝืนตัวเองเอาไว้ไม่ให้หลับ แล้วรีบลุกยืนขึ้นจากเก้าอี้ทันที
"จะไปไหน!"
"ปล่อยนะ ปล่อยหนูเล็กเดี๋ยวนี้นะ" เธอพยายามสะบัดข้อมือออกจากการจับกุมของเสี่ยด้วยท่าทางรังเกียจ
"ไม่เอาน่าคนสวย อย่าดื้อสิเดี๋ยวพี่จะพาขึ้นสวรรค์" เป็นจังหวะที่เสี่ยพาเธอเดินผ่านแจกันที่ตั้งวางไว้ตรงมุมหนึ่งของห้องก่อนที่จะเดินไปถึงเตียง เธอใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายจับแจกันเอาไว้ในมือให้มั่นแล้วยกขึ้นตีเข้าที่ศีรษะของเสี่ยอย่างจัง
"ปัก!"
"โอ๊ย!!" เมื่อหนูเล็กหลุดออกจากการจับกุมของเสี่ย เธอจึงใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีตอนนี้รีบวิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
"อีตัวแสบ อย่าหนีนะ!" เธอวิ่งออกมาจากห้องนั้นได้สำเร็จ เป็นจังหวะพอดีเห็นห้องที่เธอกำลังวิ่งผ่านเปิดประตูอ้าทิ้งเอาไว้ เธอจึงรีบวิ่งเข้าห้องนั้นไป หวังจะขอความช่วยเหลือจากคนในห้อง ซึ่งอาการของเธอตอนนี้นั้นพร้อมที่จะหลับลงได้ทุกเมื่อ
ทางด้านพีรเดช เขาเดินทางมาถึงโรงแรมที่เขาใช้พักอาศัย เขาได้ขึ้นห้องไปรอน้องของหวานที่เขาได้นัดกับเธอเอาไว้ เขาอาบน้ำอาบท่าเสร็จพอดี เนื้อตัวตอนนี้มีแค่ผ้าเช็ดตัวพันเอวเอาไว้หนึ่งผืนเท่านั้น
ทันใดนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องของเขา พร้อมกับปิดประตูลงกลอนทันที จากนั้นเธอก็เดินเร็วๆเหมือนหนีอะไรสักอย่างมา ปะทะเข้าที่แผงอกเปลือยเปล่าของเขา จากนั้นเธอก็หมดสติลงทันที
"เฮ๊ยคุณ! คุณ! คุณ!" พีรเดชเข้าใจว่าเธอคือผู้หญิงคนที่เขานัดไว้ จึงพาเธอไปนอนลงบนเตียง ซึ่งอาการของเธอเขาคิดว่าเธอน่าจะเล่นยามา แต่ขอแค่อย่าให้มาตายในห้องของเขาก็พอ เขาจึงทำได้แค่รอเธอตื่นขึ้นมาอย่างใจเย็น
"คุณ...คุณ...ตื่น" พีรเดชใช้ฝ่ามือตีไปที่แก้มนุ่มนิ่มของเธอเบาๆ เป็นการปลุกแต่เธอก็นอนนิ่ง ส่วนลมหายใจนั้นปกติ เหมือนคนหลับไปเท่านั้น
เขาใช้สายตาสำรวจเรือนร่างของเธอก่อน ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า...มองรวมๆแล้วเธอสวยมาก เธอสวมชุดเดรสสีชมพูหวานแหวว ผิวของเธอนั้นขาวสะอาดใบหน้าจิ้มลิ้มแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา
"ทำงานแบบนี้จำเป็นต้องเล่นยาหนักขนาดนี้เลยเหรอ เดี๋ยวก็ตายกันพอดี" พีรเดชเข้าใจว่าหญิงสาวอายุน้อยคนนี้น่าจะใช้ยาช่วยเพื่อให้ตัวเองทำงานได้ราบรื่นขึ้น
เขาจับเธอพลิกสองสามทีชุดเดรสที่เธอสวมใส่อยู่ก็ได้หลุดออกไปจากเรือนร่างสวยของเธอจนหมด ทันทีที่สายตาประจักษ์หุ่นบอบบางตรงหน้าชัดเจน ความเป็นชายของเขาก็ค่อยๆแข็งขืนขยายใหญ่ดันผ้าเช็ดตัวที่เขาพันเอวเอาไว้จนสามารถเห็นได้ถึงขนาดของมัน
"ใจเย็นเว้ยลูกพ่อ" ก้มมองเป้าตัวเองแล้วบอกให้มันใจเย็น แต่มันกลับดื้อรั้นไม่ยอมฟังซะอย่างนั้น ครั้นจะรอให้เธอตื่นก่อนเห็นทีว่าจะรอไม่ไหวแล้ว
"นี่ขนาดหลับอยู่ยังทำให้แข็งได้ขนาดนี้ ถ้าตื่นขึ้นมาอ้อนจะร้อนรุ่มขนาดไหนวะนี่กู" จากที่เขาเคยผ่านผู้หญิงแบบนี้มาส่วนมากอ้อนเก่งทุกคน
"ไหนๆก็ต้องจ่ายเงินอยู่แล้ว เอาก็เอาวะ!" คุยกันไว้เป็นคืน ราคาที่ต้องจ่ายก็ไม่ได้ถูก แล้วเรื่องอะไรเขาจะต้องยอมขาดทุนด้วยล่ะ เมื่อคิดได้ดังนี้เขาจึงเริ่มลงมือกินของหวานที่เขาเช่ามาทันที
"อื้อ" เสียงของหญิงสาวตัวเล็กครางออกมาเบาๆอยู่ในลำคอ ซึ่งเธอยังคงหลับตาสนิทอยู่ ส่วนร่างกายของเธอนั้นให้ความร่วมมือกับเขาเป็นอย่างดี
เมื่อกิจกรรมเดินทางมาถึงช่วงที่เขาต้องสอดใส่ ร่างกายของหญิงสาวใต้ล่างของเขานั้นกลับต่อต้าน ราวกับว่าท่อนลำใหญ่ของเขาคือของร้อนสำหรับเธอ
"ทำไมแน่นจังวะ"