EP. 01
EP. 01
วันนี้เป็นวันทำงานวันแรกของไอลดา วานิชภักดิ์ หญิงสาวเงยหน้ามองป้ายชื่อที่หน้าตึก ‘บริษัทพิพัฒน์อนันต์กรุ๊ป’ บริษัทส่งออกเครื่องประดับรายใหญ่ของเชีย บริษัทที่ใครๆก็ใฝ่ฝันที่จะร่วมงานด้วย หญิงสาวมองเลยไปยังยอดตึกสูงระฟ้า เธอสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะสาวเท้าอย่างเร่งรีบ เมื่อจวนได้เวลานัดหมายกับเพื่อนสนิท แม้จะเผื่อเวลาเอาไว้แล้ว แต่การจราจรในกรุงเทพฯ ที่ค่อนข้างติดหนักในเช้าวันจันทร์ ก็ทำให้หญิงสาวเสียเวลาไม่น้อย
“รอนานไหมจ๊ะแพม”
ไอลดาปาดเหงื่อบนใบหน้า หญิงสาวทั้งนั่งแท็กซี่ ต่อด้วยวินมอเตอร์ไซค์ และวิ่งขึ้นสะพานลอยมาอีกทอด ถ้าไม่ทำอย่างนี้เห็นทีว่าจะสายเป็นแน่
“สำหรับไอนานแค่ไหนแพมก็รอได้จ้ะ”
พันพัสสาคือเพื่อนรักและเพื่อนแท้ หญิงสาวกำลังคบหาดูใจอยู่กับเอราวัฒน์... ประธานบริษัท ไอลดาคงไม่สามารถมายืนอยู่ตรงนี้ได้ หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนสนิทอย่างพันพัสสา จะว่าไปเรียกว่าเล่นเส้นเล่นสายก็คงจะไม่ผิด แต่ที่เธอยอมถูกตราหน้าว่าเป็นเด็กเส้น ก็เพราะใครบางคนที่เธอเฝ้ารอมาเนิ่นนานเต็มที
“ปากหวานจริงๆ ถึงว่าสิ... พี่เอหลงซะจนหัวปักหัวปำ”
“แซวแพมเหรอไอ นี่แน่ะ!” พันพัสสาจี้ไปเอวเพื่อนที่ทำให้เธอเขิน
“คอยดูเหอะ แพมจะดูว่าจะมีผู้ชายคนไหนมาขายขนมจีบไอบ้าง”
“ไม่มีหรอก”
“มาคอยดูกันไหมล่ะ”
พันพัสสาท้า ไอลดาแค่ยิ้มแล้วส่ายหน้า ทั้งคู่เดินคุยกันอย่างสนิทสนมเข้ามาภายในบริษัท แน่ละว่าพนักงานทุกคนคุ้นเคยกับพันพัสสาเป็นอย่างดี เพราะกำลังจะมาเป็นภรรยาประธานบริษัท แต่อีกคนที่เดินเคียงข้างกันนั่นเป็นใครกัน ทุกสายตากำลังจับจ้องมองอย่างสนใจ จนทั้งไอลดาและพันพัสสารู้สึกได้
“เสน่ห์แรงไม่ใช่เล่นนะไอ ดูสิ... สะกดสายตาพนักงานพี่เอหมดแล้วเนี่ย”
“แพมก็พูดเกินไป”
พันพัสสาไม่ได้พูดเกินจริงสักนิด ไอลดาทั้งสวย น่ารัก และอ่อนหวาน ใครเจอต่างก็ถึงกับหยุดชะงักร้องถามตัวเองว่าตายไปแล้วหรืออย่างไรถึงได้เจอกับนางฟ้า อันนี้เธอฟังมาจากรุ่นพี่ในขณะที่เล่าสู่กัน จะว่าไปก็ขำดี เธอไม่เคยอิจฉาไอลดาเลย กลับตรงกันข้าม... เธอห่วงและหวงเพื่อน คอยสกรีนและกันท่าพวกผู้ชายชีกอให้ออกห่าง แต่ถึงมีคนดีๆเข้ามาจีบ ไอลดาก็ยังปฏิเสธและครองตัวเป็นโสดมาถึงตอนนี้ บ่อยครั้งที่พันพัสสาถามถึงความรักและคนรัก แต่มักจะได้เห็นเพียงรอยยิ้มแทนคำตอบอยู่เสมอ
“ไปกันเถอะไอ ป่านนี้พี่เอนั่งชะเง้อจนคอยาวแล้วมั้ง”
“เดี๋ยวไอไปเองก็ได้จ๊ะแพม”
“เดี๋ยวแพมไปส่งดีกว่าน่ะ” พันพัสสากดชั้นลิฟต์ที่ต้องการ
“เกรงใจจัง แพมฝากงานให้แล้วแท้ๆ ไอยังจะมาเป็นภาระอีก”
“คิดมากอีกแล้ว จะเกรงใจทำไมล่ะ เราเพื่อนกันนะ แค่นี้ถือว่าเล็กน้อย แล้วเรื่องฝากงาน... แพมแค่เสนอพี่เอ แต่ที่ไอได้ทำงานที่นี่น่ะ มันคือความสามารถของไอล้วนๆ เลยนะ ลองไอไม่ตั้งใจเรียน ไม่มีคะแนนดีๆ พ่วงท้ายด้วยเกียรตินิยม มีหรือที่พี่เอจะรับเข้าทำงาน ทีหลังก็ห้ามคิดมากด้วย ท่องไว้ว่าได้งานนี้มาเพราะส่วนหนึ่งก็มาจากความสามารถของไอด้วย... เข้าใจไหม”
“ตั้งแต่ไอรู้จักกับแพมมา ก็มีแต่แพมที่คอยช่วยเหลือไอตลอดมา ไอไม่รู้จะขอบคุณแพมยังไงดี”
“ไอก็คิดมากไปได้ แพมไม่ช่วยเพื่อนแล้วจะให้แพมช่วยใครล่ะ แต่แพมก็สงสัยอยู่นะ ว่าทำไมไออยาก
มาทำงานที่นี่มาก ทั้งๆ ที่มีอีกหลายบริษัทจองตัวไอไว้ตั้งแต่ไอยังเรียนไม่จบ และยังเสนอตำแหน่งงานพร้อมเงินเดือนที่สูงลิ่วด้วยซ้ำไป แต่ไอก็ปฏิเสธ” ไอลดามองหน้าเพื่อนแล้วยิ้ม
“แน่ะยิ้มแบบนี้มีอะไรที่แพมยังไม่รู้หรือเปล่า”
“สักวันถ้าไอพร้อมแล้ว ไอจะเล่าให้แพมฟังนะ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตคอขาดบาดตายอะไรหรอก แต่ไอไม่รู้จะเริ่มต้นเล่าให้ฟังยังไงดี”
“ก็ได้ แพมจะรอวันนั้น”
ทั้งสองเข้าลิฟต์กดหมายเลขชั้นสูงสุด เพื่อไปยังห้องผู้บริหารซึ่งมีอยู่สี่ห้องด้วยกัน ห้องแรกเป็นของเอราวัฒน์ ส่วนอีกห้องหนึ่งยังคงปิดสนิท เพราะเจ้าของห้องยังศึกษาต่ออยู่ต่างประเทศ แต่อีกไม่กี่เดือนนี้วาฤทธิ์จะกลับมา คิดมาถึงตรงนี้แล้วไอลดาอดใจเต้นแรงไม่ได้ ห้องต่อมาคือห้องของคุณบดินทร์ พิพัฒน์ไพศาล และห้องคุณวาสิทธิ์ นิติลักษณ์อนันต์ ทั้งสองคนร่วมลงทุนด้วยกันสร้างบริษัทแห่งนี้ขึ้นมาจากบริษัทเล็กๆ จนปัจจุบันเป็นบริษัทแถวหน้าของเมืองไทย จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูกที่รับหน้าที่บริหารต่อไป ส่วนผู้อาวุโสทั้งสองก็คอยเป็นที่ปรึกษาให้กับคนรุ่นใหม่ไฟแรง
“อ้าว มาพอดีเลยสาวๆ”
“สวัสดีค่ะพี่เอ”
“สวัสดีค่ะท่านประธาน”
“เรียกพี่เหมือนเดิมก็ได้ไอ เราคนกันเองทั้งนั้น”
“เวลางานไอขอเรียกแบบพนักงานคนอื่นๆ ดีกว่าค่ะพี่เอ นี่ก็ฝึกไว้ต่อหน้าคนอื่นๆ จะได้ไม่หลุดด้วยค่ะ”
“ก็ตามใจไอแล้วกัน แต่พี่ไม่เห็นแพมจะเคยเรียกพี่ว่าท่านประธานเลยนะ” เขาอดไม่ได้ที่จะหันไปแซวคู่หมั้นของตัวเอง พันพัสสาได้แต่ค้อนเข้าให้
“ไม่เรียกหรอกค่ะ ขืนเรียกท่านประธานเหมือนคนอื่นๆ ก็ไม่ใช่คนพิเศษสิคะ”
เอราวัฒน์ยื่นมือออกไปหยิกแก้มคนรักด้วยความหมั่นเขี้ยว ทำเอาไอลดาเสมองไปทางอื่น เพราะกลัวจะสำลักความหวานของคนทั้งสอง