บทที่ 1.2 ราคาที่ต้องจ่าย
คอนโดมิเนียมหรูย่านใจกลางเมืองติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาคือสถานที่ในฝันของนักลงทุน ภายในได้รับการตกแต่งจากมัณฑนากรชั้นเลิศระดับโลก ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่ความโออ่าสมฐานะของผู้พักอาศัย
เขมมิกาเดินตามหลังธีรภัทร์เข้ามาในลิฟต์ส่วนตัวสีทองเงาวับ วินาทีที่ลิฟต์หยุดและประตูเปิดออกก็พบกับทางเดินหรูหราที่เชื่อมต่อกับห้องโถงขนาดกว้างขวาง ความแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจนใครว่ามีเส้นบาง ๆ กั้นอยู่ ไม่จริงเลยสักนิด
มันแทบจะอยู่คนละโลกใบเดียวกันเสียเลยด้วยซ้ำ
หน้าเล็กก้มลงต่ำเล็กน้อย มองสภาพซอมซ่อ แลดูเสื้อผ้าและรองเท้าผ้าใบราคาถูกที่ได้มาจากแผงลอยทางเท้าของตน
“พอจะอยู่ได้มั้ย”
เสียงทุ้มเอ่ยถามหลังพาเธอเดินทัวร์ครบทุกซอกทุกมุม
“ยะ อยู่ได้ค่ะ มันดีเกินไปด้วยซ้ำค่ะ”
แววตาเป็นประกายกวาดมองไปรอบ ๆ ห้องพักหรูอีกครั้ง ริมฝีปากอิ่มซีดเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะเอ่ยถามออกไป
“ฉันขอถามอะไรสักอย่างได้มั้ยคะ”
“ว่ามาสิ”
ธีรภัทร์พยักหน้า สังเกตจากดวงตากลมโตก็รู้ทันทีว่าอาจจะต้องคุยกันยาว ชายหนุ่มนั่งไขว่ห้างบนโซฟากลางห้องโถง แขนแกร่งซ้ายวางพาดไปตามความยาวพนักโซฟาสีเทาเข้มหนังบุ สายตาคู่คมเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา เขมมิกาทำตามอย่างว่าง่าย
“ฉันต้องอยู่ที่นี่กับคุณอีกนานแค่ไหนคะ”
“....”
เธอไม่อ้อมค้อมที่จะถาม เขมมิกาอยากรู้กรอบเวลาที่แน่ชัดเพื่อจะได้วางแผนชีวิตต่อจากนี้ได้ถูก
“ขอโทษที่ต้องถามแบบนี้นะคะ แต่ฉันไม่รู้ว่าคุณกับพ่อคุยอะไรกันบ้าง”
นับว่าหล่อนฉลาดไม่เบาที่ลองหยั่งเชิงแบบนี้…
“เธออยู่ที่นี่ได้นานเท่าที่เธออยากจะอยู่”
ธีรภัทร์เป็นคนใจกว้างโดยนิสัย ยิ่งเรื่องที่เขาตกปากรับคำหรือให้สัญญาใจกับใครไว้แล้ว เขาก็พร้อมที่จะทำตามที่ปากได้ลั่นวาจาไว้
“คุณจะให้ฉันอยู่ฟรีหรือคะ”
มือบางกดจิกท่อนขาตัวเองแน่น ลุ้นกับคำตอบของเขา หากเขาบอกว่าเธอต้องเสียค่าเช่ารายเดือนเพื่อแลกกับการได้อยู่ในที่หรูหราแบบนี้ เธอไม่มีปัญญาแน่นอน คงต้องรีบหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเดินลงลิฟต์ออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
หางตาคู่สวยชำเลืองมองกระเป๋าเสื้อผ้าตัวเองที่วางอยู่บนโซฟาอีกฟาก กระเป๋าเป้ลายทหารที่ซื้อจากตลาดนัดทั่วไปช่างไม่เข้ากับที่นี่เอาเสียเลย
พ่อคงป่วยหนักมากในตอนนั้น ก็เลยฝากฝังเธอไว้กับเขาแน่ ๆ…
“ของฟรีไม่มีในโลกหรอกเด็กดี”
เด็กดีงั้นเหรอ…
ทำไมตอนเขาพูดคำนี้ไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิด แถมรอยยิ้มนั่นอีก มันชวนให้ระแวงจริง ๆ นะ
“คุณจะเก็บค่าเช่าใช่มั้ยคะ”
ถามออกไปอย่างใสซื่อ ธีรภัทร์กระตุกยิ้มมุมปาก เขาลุกจากโซฟาอีกฟากตรงมาหาเธอ โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งเกือบชนเข้ากับปลายจมูกรั้นแดงก่ำ
เขมมิกาจิกเล็บลงบนโซฟาแน่น ดวงตากลมโตสั่นระริก เปลือกตาสองคู่กะพริบถี่ทำให้เห็นว่าแพขนตางอนยังคงเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เปียกชื้น นิ้วโป้งหนาแตะแผ่วเบาลงบนเปลือกตาบางทั้งสองข้าง ค่อย ๆ บรรจงเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน หัวใจของหญิงสาวเต้นรัวกระหน่ำ
เธอไม่เคยถูกผู้ชายคนไหนใกล้ชิดถึงเพียงนี้มาก่อน
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
“ค่าเช่างั้นเหรอ อืม คิดไงดีละ”
“...”
“ราคา..ที่เธอต้องจ่ายให้ฉันก็คือ…”
เขาเงียบไป ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง
“ห้ามเธอรู้สึกอะไรกับฉันเด็ดขาด!”