บทที่ 5 ยังไม่พร้อม
ธุรกิจเริ่มตึงเครียดขึ้นหลังจบการประเมินไตรมาสที่สอง ธีรภัทร์เรียกประชุมผู้ถือหุ้นทุกคนถึงแผนงานในอนาคต เขาต้องการขยับขยายพื้นที่ทางธุรกิจให้เป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น
แน่นอนว่าอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าถึงหมื่นล้านกำลังไปได้สวยและเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ภายใต้การบริหารงานของเขา ทำให้แบรนด์หมู่บ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมหรูในเครือของชายหนุ่มได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่าครึ่งทศวรรษ
โล่เกียรติคุณมากมายเป็นรางวัลการันตี ทุกเสียงตอบรับต่างกล่าวชื่นชมธีรภัทร์เป็นอย่างมาก ไม่มีใครไม่รู้จักนักธุรกิจหนุ่มชื่อดังไฟแรงคนนี้ เขาเป็นที่หมายปองของสาวน้อยสาวใหญ่ ที่ต่างวาดฝันอยากเป็นตัวจริงของผู้ชายที่เพียบพร้อมที่สุดในเวลานี้
ทว่า..ธีรภัทร์ไม่เคยยกย่องใครออกหน้าออกตา แม้เขาจะเปลี่ยนคู่ควงบ่อยแต่ก็ไม่เคยประกาศชัดเจนว่ากำลังคบหาดูใจกับใครอย่างจริงจัง ผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตล้วนแล้วแต่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน เขาไม่ผูกมัดกับใคร อีกทั้งไม่คิดจะยอมให้ใครมาผูกมัดเอาได้ง่าย ๆ
เพราะการเลือกคู่ครองไม่ได้อยู่ในสารบบที่เขาจะสามารถตัดสินใจเองได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับบิดาผู้กุมบังเ**ยนชีวิตที่แท้จริง
“มาแล้วเหรอ”
น้ำเสียงทุ้มมีอำนาจเอ่ยทักทายบุตรชาย เจ้าสัวธนา ที่เพิ่งกลับจากสนามกอล์ฟเดินเข้ามาตบบ่าลูกรัก
“นั่งคุยกันก่อนสิ”
เจ้าสัวทิ้งตัวนั่งก่อนเป็นคนแรก น้ำแร่เย็นถูกนำมาเสิร์ฟสองที่ ด้วยความกระหายคนสูงวัยกว่ากระดกพรวดทีเดียวจนหมด
ธีรภัทร์นั่งลงตรงโซฟาฝั่งตรงข้าม สองมือสอดประสานวางบนตักด้วยท่าทีสุขุม หลังถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ไม่นานหัวข้อสนทนาก็เปลี่ยนจากเรื่องกิจวัตรประจำวันทั่วไป ไปเป็นเรื่องผลกำไรของธุรกิจ
ท่านเจ้าสัวเป็นที่เลื่องลือเรื่องความเข้มงวด ด้วยปกครองอณาจักรหมื่นล้านมากว่าครึ่งค่อนชีวิต ก่อนจะตัดสินใจส่งมอบมรดกนี้ให้ลูกชายเพียงคนเดียวสานต่อ ซึ่งธีรภัทร์ไม่เคยทำให้ชายสูงวัยผู้นี้ผิดหวัง
เรียกได้ว่าธีรภัทร์เป็นบุตรชายที่ได้ดังใจผู้เป็นพ่อทุกอย่าง..
“ภีม… รู้ใช่มั้ย ว่าวันนี้พ่อเรียกแกมาที่บ้านทำไม”
“ทราบครับ”
ธีรภัทร์พยักหน้า ท่านเจ้าสัวยิ้มอ่อนอย่างอารมณ์ดี
“วันก่อนคุณพงศกรมานั่งคุยกับพ่อที่สมาคม เขาบอกว่าอีกสองเดือนหนูครีมจะกลับเมืองไทยแล้ว”
“อีกสองเดือนหรือครับ”
ธีรภัทร์ขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยความมั่นใจในข้อมูลที่ตัวเองได้รับมา
“แต่เธอบอกกับผมว่าจะอยู่ที่นั่นอีกหนึ่งปี”
“ก็ทีแรกว่าจะอยู่นั่นแหละ แต่คุณอนงค์คิดถึงลูกสาวมาก อยากให้รีบกลับมาบ้านไว ๆ”
“....”
“เห็นว่าจะกลับมาทำแบรนด์ธุรกิจเสื้อผ้าที่นี่ ออฟฟิศทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว เหลือแค่รอดีไซเนอร์คนสวยเข้ามาดูแล”
ใบหน้าของเจ้าสัวธนาเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูและชื่นชม รอยยิ้มของท่านบ่งบอกทุกอย่างว่ากำลังคิดอะไรอยู่ในหัว และความคิดนั้นรังแต่จะสร้างความยุ่งยากใจตามมาให้แก่บุตรชาย
“แกเองก็เตรียมตัวให้พร้อมนะ ทันทีที่หนูครีมกลับมา พ่อจะ…”
“ผมยังไม่พร้อมครับ”
ธีรภัทร์ชิงพูดแทรกก่อนที่บิดาจะเอ่ยจบประโยค ดวงตาคู่คมมองชายกลางคนที่ยังคงความสง่าผ่าเผยตั้งแต่หัวจรดเท้า แม้ว่ากาลเวลาจะนำพาอายุอานามเข้าสู่เลขหกแล้วก็ตาม
“แกหมายความว่ายังไง”
ผู้เป็นพ่อถามเสียงห้วน อารมณ์ดีเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นขุ่นมัวทันที
“ผมบอกว่าผมยังไม่พร้อมครับ ผมอยากจะขอเวลา”
“ขอเวลา ?นี่แกคิดจะเล่นแง่อะไรอีก”
เสียงกร้าวของเจ้าสัวธนาดังก้องไปทั่วทั้งคฤหาสน์
“พ่อครับ… ผมกับครีมเราเคยคบแล้วเลิกรากันไปถึงสองครั้ง จนถึงตอนนี้ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าสถานะระหว่างเราสองคนมันคืออะไร ผมรู้แค่ว่าผมต้องรอเธอ ต้องห้ามมีใครอื่นเพราะครอบครัวของเราสองคนมีพันธสัญญาต่อกัน”
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ คริมา ไม่เคยชัดเจนตั้งแต่ต้น ทั้งคู่เคยคบหาดูใจกันอยู่ช่วงหนึ่ง ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น ต่างมีความรักและเข้าใจกันดี และต่างก็รับรู้ว่าอีกฝ่ายมีภาระหน้าที่ที่ต้องดูแล
การคบหาของทั้งคู่ไม่เคยฉุดรั้งความฝันของกันและกัน
จนกระทั่งวันที่หญิงสาวขอเลิกกับเขาเพื่อไปเรียนต่อด้านแฟชั่นที่ฝรั่งเศส เขาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องยุติความสัมพันธ์ ในเมื่อชายหนุ่มไม่เคยคิดจะขัดขวางความฝันของเธอเลยสักครั้ง
เมื่อถามออกไปตรง ๆ ถึงสาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ต้องถึงจุดสิ้นสุด คริมาได้ยอมรับกับเขาว่า..เธอหมดรักเขาแล้ว หล่อนค้นพบเส้นทางของหัวใจใหม่ และผู้ชายคนนั้นคือคนที่ทำให้หล่อนตื่นเต้น มีความสุข หวั่นไหวได้มากกว่าเขา
“แกพูดแบบนี้หมายความว่าจะไม่ยอมแต่งงานกับหนูครีมใช่ไหม”
เจ้าสัวธนาตีความไปไกลกว่าสิ่งที่ธีรภัทร์คิด
“ไม่ใช่ครับ”
เขาตอบเสียงเบาพร้อมส่ายหน้า
“ไม่ใช่แล้วมันคืออะไร ที่แกพูดมาทั้งหมดแกต้องการอะไรกันแน่ ภีม!”
น้ำเสียงกร้าวดังเลือนลั่นห้องรับแขก ธีรภัทร์เงยหน้าสบตาคนเป็นพ่อด้วยความกล้าทั้งหมดที่มี
“ผมรู้ว่าการแต่งงานระหว่างผมกับครีมไม่ว่ายังไงมันจะต้องเกิดขึ้น ต่อให้ความรักที่ผมมีต่อเธอจะหมดลงแล้วก็ตาม เพราะเรื่องของเราสองคนมีผลประโยชน์ต่อธุรกิจร่วมกัน”
เขายอมรับความจริงข้อนี้ได้ เพราะทั้งชีวิตถูกปลูกฝังให้ทำทุกอย่างเพื่อบริษัทฯ และคริมาก็คือตัวเลือกที่บิดาของเขาหมายมั่นปั้นมือไว้
อีกทั้งแม้ว่าทุกฝ่ายจะทราบกันดี ว่าต้นเหตุที่รักล่มเพราะตัวของคริมาเอง แต่ดูเหมือนว่าทุกคนพร้อมใจกันจะลืมเรื่องนั้นเสีย หนำซ้ำจะทำทุกอย่างให้ทั้งคู่กลับมารักกันเหมือนเดิม
อำนาจของเงินมันมีพลังมหาศาลถึงเพียงนี้เชียวหรือ มันหอมหวานกว่าความรู้สึกของมนุษย์ที่ได้ชื่อว่าลูกเสียอีก
“ใช่ ชีวิตคู่ของแกกับหนูครีมมันมีมูลค่ามากกว่าความรู้สึกบ้า ๆ บอ ๆ เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว”
ธีรภัทร์ก้มหน้าแสยะยิ้มให้กับคำพูดเลือดเย็นของคนเป็นพ่อ
เจ้าสัวธนา… บุคคลที่ให้ความสำคัญกับอำนาจเงินและอำนาจการปกครองมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ ท่านชอบออกคำสั่งกับคนรอบข้าง ถือตัวว่าเป็นเจ้าชีวิตของผู้คนมากมาย โดยเฉพาะลูกและภรรยา
ตั้งแต่เล็กจนโตเขาเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ปฏิบัติตามคำสั่งของพ่อ มากกว่าจะเป็นผู้ตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองมาตลอด
“ครับ ผมรู้”
แม้ไม่เคยเห็นด้วย แต่สถานะที่เขายืนอยู่บีบคั้นให้ต้องยอมรับ
“ถ้าแกรู้ แล้วแกจะปฏิเสธน้องทำไม”
เจ้าสัวธนาเดาอารมณ์ของบุตรชายไม่ออก บางครั้งเขาก็เชื่องเชื่อฟังทุกอย่าง ทว่าบทจะรั้นก็ทำเอาคนเป็นพ่อปวดหัวได้เช่นกัน
“ผมแค่อยากขอเวลาทบทวนอะไรให้มากกว่านี้”
“ทบทวน แกจะทบทวนอะไร?”
“เอาเป็นว่าผมขอเวลาสักพักนะครับพ่อ”
ชายหนุ่มเลือกที่จะตัดบทด้วยหวังว่าคนเป็นพ่อน่าจะเข้าใจมากที่สุด
“ภีม!”
น้ำเสียงเข้มเอ่ยเรียกชื่อบุตรชาย ก่อนจะพ่นลมหายใจอย่างหนักอกหนักใจออกมา สายตาดุคมมองหน้าชายหนุ่มที่ถอดแบบเขามาทุกกระเบียดนิ้ว
“แกคงไม่คิดจะคว้าผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้ามาเป็นสะใภ้ของฉันหรอกนะ”
ผู้ชายด้วยกันทำไมจะมองกันไม่ออก ยิ่งไปกว่านั้นเขาเป็นพ่อผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน มีหรือจะไม่เข้าใจความต้องการลึก ๆ ในจิตใจลูกชายตนเอง
ทว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่เจ้าสัวธนาจะยอมให้เกิดขึ้นได้
ไม่มีวัน...
“เรื่องครีม… ผมขอเวลาสักพักนะครับ”
ธีรภัทร์ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปทันที ทิ้งให้ผู้เป็นพ่อนั่งหน้าเครียด เจ้าสัวธนามองตามแผ่นหลังกว้างของบุตรชาย
แววตาฉายชัดว่ามีแผนการบางอย่างในใจ…
“แกอย่าหาว่าพ่อใจดำเลยนะภีม”