บทที่ 6.1 ผู้หญิงของฉัน

877 Words
บทที่ 6.1 ผู้หญิงของฉัน  “จะทำงานที่ร้านนี้จริง ๆ เหรอขิม” พลอยใสกระซิบถามหลังทั้งคู่หาที่นั่งภายในร้านเบเกอรี่ได้เป็นที่เรียบร้อย ลูกค้าที่นี่ส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยรุ่นไล่ไปจนถึงวัยหนุ่มสาว ตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามาก็ได้กลิ่นขนมนมเนย กลิ่นของกาแฟคั่วบดหอมฟุ้งไปหมด ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้จริง ๆ “จริงสิ สามวันก่อนฉันมาลองถามกับพี่ผู้จัดการร้านแล้ว เขารับนะ เด็กพาร์ทไทม์ช่วงปิดเทอมน่ะ ให้เงินเดือนเท่ากับพนักงานประจำด้วย” น้ำเสียงของเขมมิกาแลดูตื่นเต้นที่จะได้ทำงานหาเงินด้วยตัวเองจริงจังครั้งแรก บางทีเงินเดือนพาร์ทไทม์ อาจช่วยให้เธอพ้นจากคำว่าเด็กเลี้ยงได้สัก 5% “จ้า แต่ก่อนจะทำเนี่ย คุณภีมอนุญาตแล้วเหรอ” ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ฝันหวาน หุบลงทันที “ไม่อนุญาตก็ช่าง ตัวฉัน ชีวิตฉัน ฉันอยากจะทำอะไรก็ไม่เห็นต้องรอใครอนุญาตเสียหน่อย” ไม่เห็นจะต้องถามให้เมื่อยปาก ในเมื่อเขาเองก็คงไม่ได้ใส่ใจเธอนัก ก็เล่นหายหน้าไปนานขนาดนี้ อีกอย่างการทำงานและหาเงินได้เป็นเรื่องที่ดี บางทีเธอควรเริ่มยืนด้วยลำแข้งของตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ ได้แล้ว หลังเรียนจบจะได้…. เฮ้อ.. แค่คิดว่าจะต้องไปจากเขา ทำไมก็เริ่มห่อเหี่ยวได้ขนาดนี้ล่ะ “ที่พูดเนี่ยคงไม่ได้น้อยใจหรอกนะ” พลอยใสถามตาปริบ ๆ “น้อยใจเรื่องอะไร” เขมมิกาตวัดถามเสียงห้วน “ก็เรื่องที่คุณภีมไม่มาหาแกเลย ตั้งหลายเดือนไง” ประโยคจี้ใจดำเพื่อนรัก ทำเขมมิกาเม้มริมฝีปากแน่น “ทำไมต้องน้อยใจ ไม่มาสิดี แกก็เห็นไม่ใช่เหรอ..ว่าชีวิตฉันมันง่ายขึ้นเยอะเวลาที่ไม่มีผู้ชายจู้จี้มาบอกให้ทำนู่นทำนี่” เขมมิกาไหวไหล่แบบไม่แคร์ หล่อนเบ้ปากเพื่อแสดงให้พลอยใสเห็นว่าการไม่มีธีรภัทร์มาคอยวุ่นวาย ชีวิตมันดีขึ้นจริง ๆ “จ้า ๆ เอาเป็นว่าฉันจะพยายามเชื่อแกนะ” “ยัยพลอย” เขมมิกามองค้อนเพื่อนตัวแสบที่ทำลอยหน้าตาลอยตาล้อเลียนเธอ คนถูกค้อนยิ้มหวานไปหนึ่งกรุบก่อนยกมือเรียกให้พนักงานมารับออเดอร์ หลังจากคุยรายละเอียดกับผู้จัดการร้านเสร็จ กลายเป็นว่าพลอยใสตัดสินใจทำงานพาร์ทไทม์ด้วยอีกคน ซึ่งทางร้านก็ยินดีรับทั้งคู่ เนื่องจากร้านแห่งนี้เป็นสาขาใหญ่ที่สุดในบรรดาสิบสาขาที่กระจายอยู่ทั่วย่านยอดฮิตของกรุงเทพฯ พนักงานประจำที่มีจึงไม่เพียงพอต่อการบริการลูกค้า เขมมิกาแวะซูเปอร์มาเก็ตเพื่อซื้อของสดเข้าห้อง จึงแวะห้างฯ ที่อยู่ไม่ไกลจากร้านเบเกอรี่ เมื่อซื้อของเสร็จก็ขอเดินเข้าร้านหนังสือสักหน่อย ก่อนหน้านั้นเรียนหนักจนแทบไม่มีเวลาอ่านนิยายเลย ไม่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของนักเขียนที่ตนชื่นชอบเลย ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงในการซื้อของ จากนั้นก็เรียกรถแท็กซี่เพื่อกลับไปยังคอนโดฯ หญิงสาวตัวเล็กหิ้วของพะรุงพะรังเดินผ่านหน้าล็อบบี้ที่มีพนักงานชายหญิงหันมาส่งยิ้มยกมือไหว้ทักทาย เธอก้มศีรษะให้พวกเขาเล็กน้อยอย่างเป็นมิตร หมับ! “อุ๊ย” ร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ ข้าวของในมือก็ถูกใครบางคนดึงออกไป “คุณภีม” คนที่หายหน้าหายตาไปหลายเดือนสบนัยน์ตากลมโตแน่นิ่ง ไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดผ่านริมฝีปากหยัก เขายืนซ้อนแผ่นหลังของเธอจนอกกว้างแทบจะแนบชิดลำตัวบอบบาง ไออุ่นที่โหยหาแผ่ซ่านออกมาจากกายใหญ่ของเขา ตึกๆ ตึกๆ เขมมิกาตื่นเต้นใจสั่นระรัว เหตุการณ์สุดท้ายตอนที่พบหน้ากัน ตอนที่เขาลงโทษเธอด้วยวิธีแบบนั้น มันวนฉายซ้ำชัดมาในความทรงจำอีกระลอก พอได้เจอกันอีก… …เธอก็รู้สึกประหม่า ทุกอย่างในห้องยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง ธีรภัทร์มองไปรอบ ๆ ด้วยความคิดถึง เขานำข้าวของที่แย่งมาจากคนตัวเล็กไปเก็บที่ห้องครัว ก่อนเปิดตู้เย็นหยิบน้ำแร่ออกมาดื่ม “ให้ขิมรินใส่แก้วให้มั้ยคะ” “ไม่ต้องหรอก แบบนี้ก็สะดวกดี” เขายิ้มแล้วชูขวดน้ำขึ้น เขมมิกาไม่ชินกับภาพที่ชายหนุ่มยกขวดน้ำกระดกดื่ม แต่ยอมรับว่าเขามีเสน่ห์ไม่ว่าจะอยู่ในบริบทไหนก็ตาม “คุณภีมไม่ได้บอกก่อนว่าจะมา ขิมเลยไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้” “คุณภีมหิวมั้ยคะ ทานอะไรมาหรือยัง ให้ขิมโทร.สั่งอาหารให้เอามั้ยคะ?” เธอลนลานควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพาย ธีรภัทร์จับมือนุ่มเอาไว้ “ฉันไม่หิว กินข้าวมาแล้ว” พูดพลางลูบไล้ความเนียนนุ่มที่อยู่ในมือหนา ก่อนจะดึงเจ้าของร่างเล็กมาสวมกอด ใบหน้าหวานสวยของเขมมิกาแนบชิดแผงอกแกร่ง เธอสูดดมกลิ่นน้ำหอมประจำตัวเขาด้วยความคิดถึง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD