เฌอ
“พ่อกับแม่ไม่อยู่บ้านอีกแล้ว เฮ้อ” ฉันพูดออกมาอย่างเบื่อหน่ายกับชีวิตเดิมๆ ของตัวเอง
จะไม่ให้ฉันเบื่อและเหงาได้ยังไง บ้านหลังตั้งกว้าง แต่มีคนอยู่แค่สี่คนนั่นคือฉันกับคนงานในบ้าน ซึ่งคนงานในบ้านจะไม่มายุ่งกับฉันอยู่แล้ว ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง เมื่อเสร็จก็ไปพัก และฉันก็ไม่ค่อยชอบให้ใครมายุ่งด้วย
อ้อ ตอนนี้เพิ่มมาอีกหนึ่งแล้วฉันลืมไป พ่อกับแม่บอกก่อนจะเดินทาง ว่าได้คนขับรถให้ฉันแล้ว วัยไม่ห่างจากฉันมากด้วย แล้วเขาก็จะย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้
แต่แล้วยังไง ต่อให้รับคนงานมาเพิ่มอีกสิบคน มันก็ไม่ได้ทำให้ฉันหายเหงาได้เลย ทุกคนก็มีงานมีหน้าที่เป็นของตัวเอง จะมีใครกล้ามาพูดคุย พูดเล่นไร้สาระกับฉันกันล่ะ
“ไปเดินเล่นดีกว่า” ว่าจบฉันก็ลุกจากเตียงก่อนจะเดินออกจากห้องนอนลงไปยังด้านล่างตรงไปยังสวนดอกไม้ที่มีบ่อปลาที่ฉันชอบมานั่งเล่น
สวนแห่งนี้เป็นสวนที่ฉันขอพ่อกับแม่ทำและจัดเองกับมือ มันทำให้ฉันชอบมานั่งเวลาเหงาๆ ชอบมานั่งพูดเล่นกับเหล่าปลาตัวน้อยใหญ่ที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำ เพราะอย่างน้อยพวกมันก็เป็นเพื่อนแก้เหงาให้ฉันได้
พลั่ก!
“โอ้ย!”
“ขอโทษครับ” ด้วยความเหม่อของฉันทำให้ไม่ทันได้ระวังจนชนเข้าอย่างจังกับผู้ชายคนหนึ่ง ดีที่ผู้ชายคนนั้นรับฉันไว้ได้ทัน ทำให้ไม่ล้มก้นทิ่มลงไปกับพื้นหญ้า
“ไม่เป็นไร” ฉันบอกพร้อมกับดันตัวเองออกจากการโอบกอดของผู้ชายคนนั้นมาทรงตัวแล้วพูดออกไป
แต่ก็ตกตะลึงในใบหน้าหล่อเหล่าของคนตรงหน้าที่ทั้งหล่อเหล่า สะอาดสะอ้าน จมูกโด่งเป็นสัน ไหนจะคิ้วเข้มๆ นั่นอีก
“พี่มาทำอะไรที่นี่?” ด้วยความเป็นเจ้าของบ้าน ฉันก็ถามคนแปลกหน้าตรงหน้าออกไปหลังจากได้มองสำรวจแล้ว เห็นเขาหิ้วกระเป๋าใบขนาดกลางมาด้วย เหมือนกับว่าจะมาอยู่ที่นี่อย่างงั้นแหละ
“เอ่อ พี่มาทำงานเป็นคนขับรถที่นี่ครับ พอดีพึ่งย้ายมาวันนี้วันแรก แล้วน้อง...” ผู้ชายคนนั้นตอบกลับมาพร้อมกลับจะถามต่อ
แต่เดี๋ยวนะ อย่าบอกว่านี่เหรอคนขับรถของฉัน
“ฉันชื่อเฌอ พี่คงเป็นคนขับรถของฉันสินะ” ฉันบอกเขาออกไป ก่อนจะพูดขึ้นเพื่อความแน่ใจ
“เอ่อ ขอโทษครับคุณหนู” ผู้ชายคนนั้นก้มหน้าพูดขึ้นเมื่อรู้ว่าฉันเป็นใคร
“ไม่ต้องเรียกฉันคุณหนูหรอก พูดเหมือนก่อนหน้านี้เถอะ” ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นคุณหนูที่ถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจ แต่ฉันก็ไม่ได้ถือตัวอะไร ไม่ได้มาวางยศวางอำนาจกับคนอื่นไปทั่ว
“แต่ผมว่า...” ผู้ชายตรงหน้าพูดออกมาอย่างลำบากใจ แต่ฉันก็สวนกลับไปก่อน
“เราต้องเจอกันทุกวัน ฉันไม่อยากอยู่แบบเจ้านายลูกน้อง มันอึดอัด...”
“ยังไงพี่ก็พูดกับฉันเหมือนเมื่อกี้นั่นแหละ” ฉันยังคงยืนยันคำเดิมออกไป เพราะถ้าการได้เจอกันทุกวัน แล้วไหนจะอายุที่ห่างกันไม่ถึงสิบปีแต่เขาต้องมาคุณหนูอย่างงั้นอย่างงี้ ฉันก็รำคาญ สู้อยู่กันแบบพี่น้องดีกว่า ฉันจะได้ไม่เบื่อและจะได้มีเขาเป็นเพื่อนแก้เหงาด้วย
อีกอย่างมันจะได้สนิทกันเร็วๆ ซึ่งนั่นหมายความว่า ถ้าวันไหนฉันอยากไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ แล้วฉันก็จะให้ผู้ชายคนนี้สอนขับรถด้วย
“ขอบคุณมากครับที่ไม่รังเกียจผม ผมนนท์ครับ” พี่นนท์ตอบกลับไป
“อืม พี่ไปพักเถอะ เดินไปหลังบ้านเดี๋ยวจะเจอแม่บ้าน เขาจะบอกห้องพี่เอง” ฉันบอกกับพี่นนท์ออกไป เพราะฉันเห็นว่าแม่บ้านได้เตรียมห้องไว้ให้สำหรับคนขับรถแล้ว
“ครับ” พี่นนท์บอกพร้อมกับก้มหัวเดินผ่านฉันออกไปทางหลังบ้านตามที่ฉันบอก โดยมีฉันมองตามหลังเขาไป
ไม่คิดเลยว่าคนขับรถของฉันจะหน้าตาหล่อขนาดนี้ ไม่บอกไม่รู้เลยว่าจะมาทำงานให้บ้านฉันแบบนี้ ถ้าบอกว่าเขาเป็นลูกของเพื่อนพ่อแม่ฉัน ฉันยังจะเชื่อมากกว่า
“แล้วทำไมใจเธอต้องเต้นแรงด้วยล่ะยัยเฌอ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับยกมือทาบตำแหน่งหัวใจตัวเอง หลังจากรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองมันเต้นเร็วเกินไป ก่อนจะพยายามเลิกคิดเรื่องอื่นแล้วเดินไปนั่งคุยกับปลาเพื่อลืมความรู้สึกแปลกๆ นี้