“ใช่ ฉันให้คนของฉันทำแบบนั้นกับเธอเอง เพราะฉันจำได้ว่าเธอแรดแค่ไหน!” คำตอบจากปากไทม์ไทยด้วยสีหน้าไร้ซึ่งเยื่อใยนั้นที่มองมายังเวลาตอกย้ำร่างบางอย่างชัดเจนแล้วว่าเขาไม่ได้โกหกเธออยู่ เขากำลังพูดความจริงกับเธอ
ร่างบางที่ตอนนี้ชาไปทั้งตัวเลือดลมหยุดไหลเวียนกระทันหัน หูมีแต่เสียงอื้ออึงเต็มไปหมด ดวงตาพร่ามัวจนเริ่มมองไม่ชัด ร่างกายเริ่มโคลงเคลงอย่างไร้เรี่ยวแรงเมื่อเจอลมบนหน้าผานี้พัดเข้ามาปะทะร่างกายมันก็ทำให้เธอล้มลงอย่างง่ายดาย
และเพราะไทม์ไทยยืนอยู่ใกล้เธอ ยังจับตัวเธอไว้ตั้งแต่แรกไม่ปล่อย ทำให้เขารับเธอไว้ได้ทันจนร่างบางไม่ล้มลงกับพื้น
“ให้ผมช่วยไหมครับนาย” จักรเดินเข้ามาถามผู้เป็นเจ้านายขึ้นหลังจากเห็นว่าเวลาหมดสติไปแล้ว
“ไม่ต้อง” ไทม์ไทยตอบกลับก่อนจะยกร่างบางของเวลาขึ้นอุ้มท่าเจ้าสาวและหมุนตัวลงจากหน้าผาเดินไปยังทางลัดที่กลับไปกลางหมู่บ้านได้เร็วขึ้นและง่ายขึ้น
หน้าผานี้เป็นจุดชมวิวที่สวยมากบนเกาะแห่งนี้ เวลาไทม์ไทยมาที่นี่กับพ่อแม่เขาก็ชอบพากันมาดูพระอาทิตย์ขึ้นตรงนี้ทุกครั้งซึ่งระยะทางก็ไม่ได้ไกลจากหมู่บ้านเท่าไหร่ เพียงแต่ทางที่เวลาใช้เดินเธออ้อมมาจากกลางป่ามันก็เลยค่อนข้างไกลกว่าปกตินั่นเอง
ไทม์ไทยวางเวลาลงบนโซฟากลางโถงบ้านก่อนจะยืนมองร่างบางด้วยสายตาและสีหน้าเรียบนิ่งจนไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
“เหมือนเธอจะบาดเจ็บที่ขานะครับ” เป็นจักรที่กล้าพูดที่สุดเลือกจะพูดออกมา เพราะเขาเห้นขาซ้ายของหญิงสาวบวมนั่นเอง
“.....” แต่ไทม์ไทยก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ยังคงมองร่างบางที่สลบไปนิ่งเหมือนเดิม
“.....” ลูกน้องอย่างเขาพูดในสิ่งที่คิดออกไปแล้ว แต่เมื่อเจ้านายเงียบเขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเงียบ
“ทำให้เธอตื่นขึ้นมา” สุดท้ายไทม์ไทยก็สั่งขึ้น และจักรก็ทำตามคำสั่งเจ้านายอย่างเลี่ยงไม่ได้
จักรเดินเข้าไปปลุกเวลา แต่ปลุกเท่าไหร่เธอก็ไม่ยอมตื่นจนทำให้ไทม์ไทยหงุดหงิดก่อนจะเดินเข้าไปด้วยตัวเอง
ซ่า! ความเย็นของน้ำที่สาดลงกลางใบหน้าหญิงสาวทำให้ร่างบางรู้สึกตัวขึ้นมาอย่างง่ายดาย ดวงตากลมค่อยๆ เปิดออกช้าๆ ด้วยความยากลำบากจนกระทั่งสามารถมองสิ่งตรงหน้าชัดเจน
พรึ่บ! ร่างบางดีดตัวลุกขึ้นเพื่อหนีห่างจากไทม์ไทยและผู้ชายอีกคนทันที จากที่เธอยังหวังว่าไทม์ไทยจะทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย แต่ตอนนี้เขากลับเป็นคนที่อันตรายที่สุด
ตุบ! แต่พอเวลาลุกจากโซฟาเพื่อจะออกจากบ้านหลังนี้ไปเธอกลับล้มลงกับพื้นอีกครั้งเพราะขาของธอที่ยังไม่ได้รับการปฐมพยาบาลเลยสักนิด
“ถ้าไม่อยากให้ฉันขังเธอไว้ก็อย่าคิดหนี!” เสียงเข้มดุดันเอ่ยขึ้นพร้อมกับจ้องมองร่างบางอย่างดุดัน
“เลว! พี่เอาแต่คิดว่าพ่อกับพี่นทีเลว แต่ตอนนี้พี่ก็เลวยิ่งกว่าพ่อกับพี่นทีซะอีก!” เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าผู้ชายตรงหน้าเธอจะทำร้ายเธอได้ขนาดนี้ ความทรงจำดีๆ ของเธอกับเขาไม่มีแล้วอย่างนั้นเหรอ
“ใครอยากให้พวกเธอเลวกับฉันก่อน!”
“แต่มันเป็นอุบัติเหตุ! แม้ว่าพี่นทีจะผิดที่ขับรถเร็วกว่ากำหนด แต่พ่อพี่ก็กินเหล้าเมาด้วยไม่ใช่หรือไง ไม่งั้นมันจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้เหรอ!” ทำไมเอาแต่โทษครอบครัวเธอฝ่ายเดียวล่ะ พ่อเขาที่เมาแล้วขับรถเองนั่นล่ะไม่ผิดเลยเหรอ หรือต้องให้พ่อเขาไปชนคนอื่นตายแทนแบบนั้นเหรอถึงจะพอใจ
“พ่อฉันไม่เคยขับรถเองเวลากินเหล้า! แล้วเธอคิดว่าผลตรวจแอลกอฮอล์ในเลือดของพ่อฉันมันมาได้ยังไงล่ะ!” เพราะไทม์ไทยรู้จักพ่อเขาดี
พ่อเขาชอบขับรถเองก็จริง แต่เวลาที่ท่านต้องออกไปพบปากับเพื่อนฝูงมีการสังสรรค์เกิดขึ้น พ่อของเขาจะโทรเรียกคนขับรถตลอด ตั้งแต่เขาจำความได้มันก็เป็นแบบนี้ทุกครั้ง แล้วจะให้เขาเชื่อว่าพ่อเขาเมาแล้วขับมันคงไม่มีทางเชื่อได้
“เวลาไม่รู้ อันไหนเรื่องจริงเรื่องโกหกเวลาไม่รู้! แต่ที่เวลารู้คือเวลาไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย แล้วทำไมต้องเป็นเวลาที่ต้องถูกทำบ้าๆ แบบนี้!” ร่างบางตะคอกกลับพร้อมน้ำตาด้วยความเจ็บปวด
ยิ่งเธอคิดว่าเธอต้องนอนกับผู้ชายที่ยืนอยู่ในห้องนี้มันก็ยิ่งทำให้เธอรับไม่ได้ รับไม่ได้จนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว
“เธออยากรู้ไหมว่าทำไม...” ไทม์ไทยพูดพร้อมกับเดินเข้าหาเวลาเรื่อยๆ ก่อนจะย่อตัวลงเสมอกับร่างบางที่ล้มอยู่กับพื้นและยื่นมือไปบีบหน้าเล็กนั่นอย่างแรง
“เพราะว่าพี่ชายเธอมันจะทำร้ายมิลิน! ทำร้ายคนรักของฉันยังไงล่ะ! ในเมื่อมันกล้าดึงคนคนที่ไม่รู้เรื่องมาแก้แค้นเรื่องนี้ ฉันก็จะทำให้มันเห็น ว่าฉันก็ทำได้เหมือนกัน!” เมื่อไม่นานมานี้นาทีลักพาตัวมิลินไปยังโรงแรมและคิดจะทำร้ายเธอเพื่อแก้แค้น แต่ยังโชคดีของเขาและมิลินที่มีคนรู้จักเห็นตอนนาทีอุ้มมิลินเข้าลิฟท์ไปพอดีพร้อมกับได้รับข้อความเย้ยหยันจากนาที แต่ยังดีที่ไทม์ไทยไปช่วยมิลินได้ทัน
ไม่อย่างนั้น...
“เพราะต้องการแก้แค้นให้ผู้หญิงคนนั้น...พี่เลยทำลายชีวิตฉันแบบนี้เหรอ” เวลาถามออกไปอย่างไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน
เพราะพี่ชายของเธอไปยุ่งกับคนรักของเขา เขาก็เลยแก้แค้นโดยการให้ลูกน้องเขาย่ำยีเธอแบบนี้เหรอ มันคุ้มกันแล้วใช่ไหม มันทำให้เขาสะใจและรู้สึกชนะได้จริงๆ ใช่ไหม
แล้วเธอล่ะ เธอที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้ เธอที่ไม่รู้เรื่องอะไรกับเรื่องนี้ กลับถูกผู้ชายที่ไม่รู้จักย่ำยี และถูกผู้ชายที่เธอรักและเคยแสนดีเป็นคนสั่งให้ทำ มันยุติธรรมกับเธอแล้วอย่างนั้นเหรอ
“แล้วเธอจะให้ฉันเป็นคนทำเธอเหมือนที่พี่ชายเธอทำกับมิลินอย่างนั้นเหรอ ไม่มีทาง!” ไทม์ไทยตะคอกขึ้นอย่างเย้ยหยันกับสิ่งที่ตีความจากเวลา
“สะใจพี่หรือยังล่ะ จะโทรไปบอกพ่อกับพี่นทีดูไหมว่าพวกเขาเสียใจหรือร้อนใจอะไรกับสิ่งที่พี่ทำกับเวลาหรือเปล่า” ร่างบางเอ่ยถามออกมาพร้อมน้ำตาที่คลอเบ้าอย่างสมเพชตัวเอง
เธอไม่เคยมีค่าต่อพ่อของเธออยู่แล้ว แต่ผู้ชายตรงหน้าเคยทำให้เธอรู้สึกว่าเธอเป็นคนที่มีค่าที่สุดสำหรับเขา ทำให้เธอรู้ว่าเธอยังมีคนรักเธออยู่ เติมเต็มความรักที่เธอขาดหายไป แต่ตอนนี้มันพิสูจน์แล้วว่าเธอก็ไม่ได้มีค่าอะไรกับเขาเหมือนที่เธอเคยคิด เขาไม่ได้เลือกเธอแต่เลือกคนรักของเขา เขายอมทำทุกอย่างเพื่อคนรักของเขาแม้ว่าจะต้องฆ่าเธอให้ตายก็ตาม
“แค่นี้มันยังไม่พอหรอกเวลา เด็กเหลวแหลกอย่างเธอ แค่พ่อเธอรู้ว่านอนกับผู้ชายคนเดียวมันคงไม่ทำให้รู้สึกอะไร” ไทม์ไทยลุกขึ้นยืนมองเวลาจากมุมที่สูงกว่าและพูดขึ้นอย่างสมเพชต่อร่างบางตรงหน้าเขา ร่างบางที่ใจง่ายและเหลวแหลกอย่างเธอคงไม่มีใครสนใจกับถ้ารู้ว่าเธอนอนกับผู้ชายสักคน
“แค่ผู้ชายคนเดียวงั้นเหรอ” เวลาพูดอย่างเย้ยหยันให้กับตัวเองเมื่อได้ยินสิ่งที่ไทม์ไทยพูด
เขาจะรู้ไหมคำว่าแค่ของเขากับเธอมันต่างกัน ถ้าคนที่เธอนอนด้วยเป็นคนที่เธอรักเธอก็ไม่เสียใจเลยสักนิด ไม่ใช่ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้แบบนี้ เขาจะรู้ไหมว่าเธอรักษาตัวเองไม่ให้ผู้ชายที่ไหนแตะต้องมาตลอดตั้งแต่ห้าปีที่แล้ว ห้าปีที่เธอมีผู้ชายคนเดียวผู้ชายที่เธอรักและเสียมันให้กับเขาแค่คนเดียว
เหลวแหลก คำนี้ที่เขาด่าเธอออกมา เขารู้เหรอว่าเธอเหลวแหลกแบบไหน เขาเห็นเธอนอนกับผู้ชายไม่เว้นคนอย่างนั้นเหรอถึงกล้าด่าเธอว่าเหลวแหลก และการที่เขาสั่งให้ลุกน้องเขาย่ำยีเธอคนเดียวเขายังไม่พอใจ ยังมองว่ามันไม่สะใจกับสิ่งที่เธอจะโดนอีกงั้นเหรอ
“ชอบไม่ใช่เหรอ ให้ผู้ชายมารักมาสนใจ ลูกน้องบนเกาะฉันมีเยอะเลยนะ เธออยากได้กี่คนเดี๋ยวฉันจะให้ไปสนองให้เธอ” ไทม์ไทยเย้ยหยันร่างบางขึ้นอย่างเป็นเรื่องตลก โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าคนอ่อนแอตรงหน้าเขาตอนนี้มันบอบช้ำจนเกินจะรับไหวแล้ว
“ที่พี่ทำอยู่ตอนนี้ เพื่อแก้แค้นพ่อกับพี่นที หรือว่าเพราะว่าเกลียดเวลา” เวลาเงยหน้าขึ้นไปถามไทม์ไทยอย่างที่อยากรู้ อยากรู้ว่าเรื่องที่เขาทำมันเกี่ยวแค่กับพ่อและพี่ของเธออย่างเดียว ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอด้วยใช่ไหม
“อย่าสำคัญตัวเองไปหน่อยเลยเวลา เธอไม่ได้ความหมายอะไรกับชีวิตฉันเลยสักนิด นอกจากเครื่องมือแก้แค้น” ไทม์ไทยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างและไร้เยื่อใยอย่างชัดเจน และมันก็ตอกย้ำร่างบางจุกจนพูดไม่ออก
แต่...
เคร้ง! เสียงแก้วน้ำที่ถูกเวลาจับมาฟาดกับขาโต๊ะกลางจนแตกโดยไม่มีใครตั้งตัวก่อนที่เธอจะหยิบเศษแก้วชิ้นใหญ่มาชิ้นหนึ่งและกำมันไว้ในมือแล้วค่อยๆ พยุงตัวลุกด้วยความอยากลำบาก
“ถ้าเครื่องมือของพี่ไม่มีแล้ว พี่จะใช้อะไรแก้แค้นพ่อกับพี่นที” เวลาถามไทม์ไทยขึ้นด้วยความอยากรู้พร้อมกับปลายแหลมของเศษแก้วที่ตอนนี้มันจ่อที่ลำคอระหงส์ของเธออยู่ แต่ที่แย่กว่านั้นคือมือที่เธอใช้กำเศษแก้วไว้แน่นกำลังเลือดไหลออกมาเรื่อยๆ จนมันเริ่มหยดลงบนพื้น
“วางลงซะ! อย่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วทุกอย่างจะจบ!” ไทม์ไทยรีบพูดออกไปอย่างไม่ชอบใจ ก่อนหน้านี้เธอก็ทำให้เขาตกใจด้วยการจะกระโดดลงหน้าผาแล้ว แล้วตอนนี้เธอยังกล้าเอาเศษแก้วจ่อคอตัวเองแบบนี้อีกเหรอ
“ถึงทุกอย่างของพี่จะไม่จบ แต่ทุกอย่างของเวลามันจบไม่ใช่เหรอ” ต่อให้ความแค้นเขาไม่จบ ต่อให้เขาไม่หยุดแก้แค้น แต่นั่นมันก็เรื่องของเขาและพ่อกับพี่ของเธอ มันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ เธอไม่ต้องมาเป็นเครื่องมือระบายความแค้นให้ใครไม่ใช่เหรอ
“ฉันบอกให้วางลง!” ไทม์ไทยตะคอกขึ้นอีกครั้งหลังจากปลายแหลมของเศษแก้วนั่นมันทิ่มลำคอของเวลาจนเลือดไหลอีกที่ ไหนจะมือของเธอที่มีเลือดหยดลงกับพื้นไม่หยุดนั่นอีก
“จะโกรธใครแค้นใคร ก็ไปแก้แค้นกับคนนั้น ไม่ใช่ทำลายชีวิตคนอื่นที่เขาไม่เกี่ยวข้องด้วยแบบนี้ เพราะคนถูกทำลายมันก็ไม่เหลืออะไรเหมือนกัน” ร่างบางเอ่ยขึ้นพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาก่อนจะกดเศษแก้วลงคอตัวเองหนักกว่าเดิม
หนักจนสุดท้าย...