ตอนที่7 ช็อก

1927 Words
ฉึบ! พรึ่บ! เสียงแก้วที่บาดลำคอของเวลาดังขึ้นพร้อมๆ กับไทม์ไทยที่พุ่งตัวเข้าไปกระชากมือเธอออกห่างจากลำคอระหงส์นั่น ดวงตาพร่ามัวของเวลาจ้องมองไทม์ไทยในวินาทีสุดท้ายก่อนที่เธอจะหมดสติไป หมดสติไปทั้งจากร่างกายที่อ่อนเพลียเป็นทุนเดิม ร่างกายที่สูญเสียน้ำติดต่อกันสองวัน และยังต้องมาเสียเลือดแบบนี้อีก “ให้คนไปรับหมอมา!” ไทม์ไทยสั่งจักรออกไปก่อนจะหยิบผ้าเพื่อห้ามเลือดให้กับเวลาที่หมดสติไป เท่าที่เขาดูถือว่ายังโชคดีที่แผลตรงคอของเธอมันไม่ได้ถูกจุดสำคัญไม่อย่างนั้น... “ในเมื่อฉันเลือกให้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็ไม่มีสิทธิ์ตาย!” ไทม์ไทยที่นั่งห้ามเลือดให้เวลาพูดกับร่างบางที่หมดสติไปด้วยความกลัว กลัวที่เธอจะต้องตายอย่างที่ไม่ได้ต้องการ “ร่างกายเธออ่อนเพลียมาก พยายามให้เธอพักผ่อนให้เต็มที่และทานอาหารให้ครบทุกมื้อก็ดีขึ้นแล้วครับ” หมอหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับไทม์ไทยที่เป็นลูกหลานของชาวบ้านบนเกาะแห่งนี้และมีพ่อแม่เขาส่งเรียนจนจบพูดขึ้นกับไทม์ไทยหลังจากทำแผลและให้น้ำเกลือเวลาเรียบร้อย “ขอบใจมาก หมอไปพักเถอะ” “ครับ” หมอหนุ่มออกจากบ้านใหญ่กลับไปยังกระท่อมของตัวเองที่ตอนนี้เหลือแต่แม่ของเขาคนเดียว เพราะพ่อเขาได้ตายจากไปเพราะโรคประจำตัวแล้วนั่นเอง “ผมว่าบอกความจริงกับเธอดีไหมครับ” จักรเดินเข้ามาพูดกับเจ้านายตัวเองขึ้นตามความคิด เพราะจากที่เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่หญิงสาวพยายามฆ่าตัวตายอย่างไม่เกรงกลัวเพราะว่าเธอคิดว่าเขาได้ย่ำยีเธอไปแล้วนั่นเอง “ให้เธอคิดแบบนี้ต่อไป” ไทม์ไทยไม่อยากบอกเพราะเขาต้องการให้เวลาเข้าใจว่าเธอถูกลูกน้องเขาย่ำยีไปแล้ว ให้เธอเจ็บปวดทรมานไปเลยยิ่งดี แม้ว่าเขาจะไม่ได้สั่งให้ลูกน้องเขาทำมันจริงๆ และแค่จัดฉากขึ้นก็ตาม “แต่ถ้าเธอยังเข้าใจแบบนั้นอยู่ ผมกลัวว่าเธอจะพยายามฆ่าตัวตายอีก” เพราะนี่ก็สองครั้แล้วที่หญิงสาวคิดจะตายเพื่อจบเรื่องนี้และยังโชคดีที่ถูกช่วยไว้ทัน แต่ถ้ามีครั้งที่สามล่ะ แล้วถ้าครั้งต่อไปช่วยไม่ได้ล่ะ “นายไปพักเถอะ” ไทม์ไทยไม่ได้ตอบอะไรออกไปและตัดบทขึ้นทันที เพราะตอนนี้เขายังอยากทำให้เวลาเจ็บปวด เจ็บปวดให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ เมื่อถึงเวลาที่เขาจะติดต่อไปหาพ่อและพี่ชายของเธอ คนพวกนั้นจะได้รู้ว่าการกระทำของตัวเองส่งผลอะไรกับลูกและน้องสาวอย่างเวลาบ้าง สุดท้ายร่างสูงก็หันไปมองร่างบางที่หมดสติอยู่บนเตียงอีกครั้งด้วยสายตานิ่งเรียบที่แฝงไปด้วยความกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เพราะเขาไม่คิดเลยว่าเวลาจะใจเด็ดและสิ้นสติพอจนกล้าคิดจบชีวิตตัวเอง ผู้หญิงที่เข้มแข็งคนนั้น ผู้หญิงที่เคยก้าวผ่านปัญหาและความเจ็บปวดคนนั้นหายไปไหนแล้ว ร่างบางตื่นขึ้นมาช่วงสายของวัน แต่วันนี้ไม่เหมือนวันก่อน วันนี้เธอตื่นมาคนเดียวไม่มีผู้ชายนอนข้างๆ วันนี้เธอตื่นขึ้นมาภายในห้องหรูบนเตียงนุ่มไม่ใช่กระท่อมเก่าๆ ใกล้จะพัง แต่มันไม่ได้ทำให้เธอดีใจเลยสักนิด ทำไมเธอไม่ตายไปสักที ทำไมเขาต้องฉุดรั้งเธอไว้เพื่อทำลายเธอด้วย เวลาลุกนั่งด้วยร่างกายที่หนักอื้อไปหมดจนแทบลุกไม่ไหว ทั้งร่างกายและหัวที่แทบทำให้เธอแทบล้มลงไปอีกครั้ง แต่สุดท้ายหญิงสาวก็ดึงสายน้ำเกลือออกจากหลังมือจนเลือดไหล ไม่ใช่ว่าเธอไม่เจ็บ แต่เธอไม่อยากอยู่ที่นี่ ไม่อยากอยู่เป็นเครื่องมือให้ใครทั้งนั้น ร่างบางลงจากเตียงก่อนจะเดินกะเผลกไปยังประตูห้องด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด แต่ยังไม่ทันที่เธอจะถึงประตู มันก็ถูกเปิดเข้ามาก่อนพร้อมกับร่างสูงที่เคยคุ้นเคย “คิดจะทำอะไร” ไทม์ไทยถามขึ้นนิ่งก่อนจะเดินต้อนเวลาเข้าไปภายในห้องคืน “เวลาจะกลับ พี่ไทม์ไม่มีสิทธิ์มาขังเวลาไว้แบบนี้” เสียงแหบแห้งพูดขึ้นอย่างไม่ชอบใจ “อย่าลืมว่าผัวเธอเป็นลูกน้องฉัน ฉันสั่งผัวเธอได้ทำไมฉันจะสั่งเธอไม่ได้” ไทม์ไทยพูดขึ้นอย่างเหนือกว่าและพูดเพื่อให้เวลาเจ็บปวดเสียใจ “.....” และมันก็ได้ผลเมื่อร่างบางน้ำตาคลอออกมาอีกครั้งกับสิ่งที่เธอรับไม่ได้ และไม่มีทางรับมันได้ “ถึงเธอจะหนียังไงก็หนีไม่พ้นหรอกเวลา ผัวเธอคงไม่ยอมให้เธอไปไหนง่ายๆ ” ยิ่งเห็นสายตาเจ็บปวดของเวลามันก็ยิ่งทำให้ไทม์ไทยพูดขึ้นไม่หยุด แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีใครทำอะไรเธอ แต่เขาก็ยังอยากให้เธอเข้าใจแบบนี้ต่อไป “ต้องให้ตายให้ได้เลยใช่ไหมถึงจะพอ” เสียงสั่นเอ่ยถามขึ้นด้วยความอยากรู้ ว่าถ้าเธอตายไปจริงๆ ไทม์ไทยจะหยุดจองล้างจองผลาญเธอไหม “จะตายมากี่ครั้งแล้ว สำเร็จไหมสักครั้ง” ถึงจะไม่ชอบสิ่งที่หญิงสาวพูดออกมา แต่เขาก็ไม่ยอมทิ้งความโกรธเกลียดของตัวเองและถามประชดออกไป “มันไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก” “ก็ลองดูสิ ถ้าคิดจะฆ่าตัวตายไม่หยุด ฉันจะให้ผัวเธออยู่กับเธอตลอดเวลา ดูสิว่าจะเอาเวลาไหนไปฆ่าตัวตาย กลัวก็แต่จะได้ลูกกับมันซะก่อน” ไทม์ไทยขู่ออกไปทันทีเพื่อให้เวลาเลิกคิดเรื่องฆ่าตัวตาย ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องให้จักรคอยจับตามองเธออยู่ใกล้ๆ อย่างที่พูด “อยากทำอะไรก็ทำเลย อยากแก้แค้นหรือทำลายชีวิตใครก็แล้วแต่เลย” สุดท้ายร่างบางก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจำยอม เพราะเธอเหนื่อยแล้ว เหนื่อยแล้วที่จะต่อปากต่อคำกับเขา ถ้าชีวิตเธอแลกกับชีวิตพ่อเขาได้ก็เอาไปเลย ถ้าคุณค่าของเธอมันทดแทนกับความผิดที่พี่เธอทำได้ เธอก็จะอยู่ให้เขาทำร้ายจนกว่าเขาจะพอใจ หรือจนกว่า...เธอจะจากไป “ดี งั้นก็ทำงานได้แล้ว!” พอเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของเธอแบบนี้ทำให้ไทม์ไทยไม่ชอบใจ และความเห็นใจต่อคนป่วยก็หมดไป “.....” เวลาไม่ได้โต้แย้งอะไรและเลือกจะเดินกะเผลกๆ ออกจากห้องเพื่อไปทำงานอย่างที่เขาสั่ง แม้จะไม่รู้ว่าจะให้ทำงานก็ตาม ไทม์ไทยมองตามแผ่นหลังบางที่เดินผ่านเขาไปอย่างดื้อรั้นตามนิสัยของเธออย่างหัวเสีย สุดท้ายก็เลือกจะโทรหาลูกน้องเพื่อให้มาพาเวลาไปทำงานที่สวนผัก “ตามมา” หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเวลาก่อนจะพูดขึ้นโดยที่เวลาก็พอจะรู้อยู่บ้างจึงเดินตามไปโดยไม่ได้ถามอะไรจนกระทั่งมาถึงสวนผักใหญ่ “ฉันต้องทำงานที่นี่เหรอ” “อืม หน้าที่ของผู้หญิงที่นี่ส่วนใหญ่ก็จะรดน้ำ ถอนหญ้า เก็บผัก แล้วอีกหน้าที่ก็คือคัดแยกประเภทปลาที่พวกผู้ชายหามา” “เป็นอาชีพของคนที่นี่เหรอ” “จะว่าอย่างนั้นก็ได้ จริงๆ แล้วพวกเราที่นี่แทบไม่ต้องใช้เงินด้วยซ้ำ แต่เพราะนายหัวอยากให้มีรายได้ก็เลยให้ที่ทำกินแล้วก็แบ่งพวกผักปลาส่งขายในตัวอำเภอ” “พี่ชื่ออะไร” เวลาถามผู้หญิงตรงหน้าที่ดูอายุมากกว่าเธอขึ้น “มาหยา” “ฉันชื่อเวลา” “อืม หน้าที่ของเธอก็เหมือนชาวบ้านคนอื่นๆ เราจะมีเวรคอยมารดน้ำผักพวกนี้ทั้งเช้าและเย็น แล้วก็เวรถอนหญ้าเก็บผัก เดี๋ยวฉันจะบอกเธอว่าต้องทำอะไรวันไหนบ้าง ทำได้ใช่ไหม” “ไม่รู้สิ ฉันไม่เคยปลูกผักมาก่อน” เกิดมาก็เคยปลูกดอกไม้จากกระถางลงหลุมที่คนสวนขุดไว้ให้กับย่าเธอตอนเด็กๆ ก็แค่นั้น แต่ให้มาปลูกผักถอนหญ้าแบบนี้เธอไม่เคยทำ “ไม่ยากหรอก ถ้าทำอะไรไม่เป็นก็ถามคนอื่นๆ เขาเอา” “อืม” “หยา นี่เหรอเมียคุณจักร” แล้วเสียงชาวบ้านคนหนึ่งก็ดังขึ้นทัก “....” มาหยาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเช่นกัน “สวยนี่ ว่าแต่ทำไมคุณจักรถึงต้องเอามาไว้ที่นี่ล่ะ” “หมายถึงฉันเหรอ” แล้วเวลาก็พูดขึ้นหลังจากรู้สึกว่าตัวเองตกเป็นประเด็น เธอจะไม่ยุ่งเลยถ้าสิ่งที่ชาวบ้านพูดไม่ได้บอกว่าเธอกำลังเป็นเมียของใครบางคนอยู่ “ก็เอ็งนะสิ จะหมายถึงใคร” ชาวบ้านอีกคนพูดขึ้น “ฉันไม่ใช่เมียของผู้ชายคนนั้น!” เวลารีบเถียงขึ้นทันที “จะไม่ใช่ได้ยังไง ก็คุณจักรพาเองมาแล้วยังนอนกระท่อมเดียวกับเอง” ชาวบ้านอีกคนที่เป็นคนเตรียมที่ทางให้กับคนสนิทของนายหัวพูดขึ้น “ไม่ใช่ ฉันบอกว่าไม่ใช่!” เวลาที่ยังรับไม่ได้กับสิ่งที่เธอพยายามลืมและปฏิเสธตลอดพอได้ยินแบบนี้มันทำให้เหมือนสติแตกขึ้นมาอีกครั้ง “เอ็งไม่ต้องอายหรอก ไม่ใช่เรื่องแปลกสักหน่อย” ชาวบ้านยังคงพูดขึ้นเหมือนกับไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่มันยิ่งทำให้เวลารับไม่ได้มากกว่าเดิม สุดท้าย “พอแล้ว” เมื่อเห็นว่าเวลาเริ่มไม่ดีขึ้นมามาหยาก็ห้ามชาวบ้านขึ้นไม่ให้พูดอะไรอีก “ฉันไม่ใช่เมียผู้ชายคนนั้น ไม่ใช่” เสียงเหม่อลอยดังขึ้นก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากตรงนี้ไป “เธอจะไปไหน” มาหยาหันไปถามเวลาขึ้นทันที แต่เวลากลับไม่ตอบหรือสนใจคำพูดของมาหยาเลยสักนิด ตอนนี้หัวสมองเธอแทบไม่รับฟังอะไรเลยก็ว่าได้และยังคงเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ โดยไม่ได้วิ่งหนีเหมือนเมื่อก่อน มาหยาก็ทำได้เพียงเดินตามไปเงียบๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เวลาหนีไปอีก “เกิดอะไรขึ้น” เป็นจังหวะเดียวกับที่จักรเดินมาเห็นพอดีจึงเข้ามาถามมาหยาขึ้นด้วยความอยากรู้ “ช็อกเรื่องของคุณนั่นแหละ ชาวบ้านพูดว่าเธอเป็นเมียคุณให้ได้อาการก็เป็นแบบนี้เลย” มาหยาที่รู้เรื่องทุกอย่างบอกออกไปโดยไม่ได้ปิดบัง เพราะเธอเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เวลาด้วยตัวเอง “เธอไปทำงานเถอะ เดี๋ยวฉันดูเอง” จักรพูดกับมาหยาขึ้นก่อนจะเป็นฝ่ายเดินตามหลังเวลาไปเงียบๆ จนกระทั่งหญิงสาวมาถึงหน้าหาด แต่เธอก็ยังไม่หยุดเดินพร้อมกับตรงลงไปในทะเลกว้างนั่นแทน...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD