ช่วงเวลาของรอยต่อแห่งการเติบโต
“ไม่ได้เด็ดขาดยังไงปู่กับย่าก็ไม่ยอม”
“คุณปู่คุณย่า”
ฉันกำลังสิ้นหวังและหมดหนทางจะต่อรองกับสถานการณ์ตรงหน้าทุกคำพูดทุกเหตุผลถูกงัดออกมาใช้จนหมดสิ้นแต่มันก็ไม่ได้ผลตามที่หวังเลยสักนิด
กำลังสงสัยใช่ไหมว่าฉันกำลังทำอะไรตอนนี้ฉันน่ะเริ่มต้นใช้ชีวิตนักศึกษาในรั่วมหาวิทยาลัยได้ราวๆ สามอาทิตย์แล้ว
ฉันเข้าเรียนที่มหาลัยของตระกูลในคณะบริหารธุรกิจตามที่คุณย่ากับคุณปู่ต้องการ
ซึ่งจริงๆ พวกท่านก็ไม่ได้บังคับกะเกณฑ์อะไรหรอกติดจะให้ตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตเองด้วยซ้ำ
ผิดกับพี่ๆ ทุกคนที่ไม่มีแม้กระทั่งโอกาสเหมือนฉัน
แต่เพราะฉันไม่มีความฝันไม่มีสิ่งที่มุ่งหวังอนาคตต่อไปต้องการจะเป็นอะไรการทำตามความหวังดีของผู้ใหญ่มันก็คงเป็นอีกทางเลือกที่ไม่ผิดนัก
แต่ตอนนี้ปัญหาเล็กๆ ที่ไม่น้อยของฉันมันก็ได้เริ่มขึ้นแล้วเป็นเพราะบ้านใหญ่กับมหาลัยวิทยาลัยระยะทางค่อนข้างห่างไกลกันพอสมควรเวลามีเรียนเช้าการเดินทางไปมาลำบากใช่เล่นเพราะต้องเผชิญกับสภาวะรถติดแล้วมันทำให้ฉันเกือบจะเข้าเรียนไม่ทันทุกครั้งจนน่าหงุดหงิด
แถมช่วงเย็นยิ่งมีกิจกรรมรับน้องอีกกว่าจะถึงบ้านได้พักผ่อนก็รู้สึกว่าสังขารจะพังแล้ว
เลยตัดสินใจขอคุณปู่คุณย่าออกไปอยู่คอนโดใกล้ๆ มหาวิทยาลัยแบบพี่ๆ บ้างอีกอย่างเพื่อนที่ได้ทำความรู้จักกันใหม่ที่คณะและยัยน้ำก็อยู่หอพักหรือคอนโดกันทุกคนไปมาหากันสะดวกกว่าอยู่บ้านมากโข
“หนูนิ่มเป็นผู้หญิงจะออกไปอยู่คนเดียวได้ยังไงมันอันตราย” คุณปู่ก็หาเหตุผลที่จะไม่ให้ฉันออกไปอยู่ข้างนอกไม่หยุด
“นิ่มไม่ได้อยู่คนเดียวนะคะมีคนอยู่กันตั้งเยอะ” ฉันทำหน้าเศร้าแล้วพูดออกไปเสียงอ่อยเข้าใจอยู่หรอกที่ผู้ใหญ่เป็นห่วงแต่ฉันโตแล้วนี่
“หนูนิ่ม...” พอฉันพูดคำเมื่อกี้ออกไปคุณย่าก็ตวาดกันถึงได้เข้าใจว่าฉันไม่มีทางจะได้ออกไปอยู่ข้างนอกเด็ดขาดคุณย่าไม่เคยตวาดขึ้นเสียงใส่กันแต่เรื่องนี้กลับทำให้คุณย่าทำในสิ่งที่ไม่เคยทำกับฉัน
“ฮึก” สุดท้ายฉันก็ร้องไห้ออกมาจนได้ไม่อยากจะยอมรับซักเท่าไหร่แต่ฉันโดนตามใจจนเคยตัวพอมีใครขัดใจเข้าหน่อยฉันก็บ่อน้ำตาแตกยิ่งคนคนนั้นคือคุณปู่คุณย่าที่ตามใจกันมาตลอด
“ถึงจะร้องไห้ปู่กับย่าก็ไม่ใจอ่อนหรอกนะ”
คุณปู่ยังยืนยันคำเดิมขนาดเสียน้ำตายังทำให้พวกท่านใจอ่อนไม่ได้ฉันหมดปัญญาแล้ว
“ทำอะไรกันอยู่ครับ”
ในตอนที่ฉันกำลังก้มหน้าก้มตาเช็ดน้ำตาก็มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา
“ตาเก้า”
“พี่เก้า”
พี่เก้าที่ไม่รู้ลมอะไรหอบมาวันนี้ถึงได้มาที่บ้านใหญ่จนฉันเองก็ยังตกใจ
“เอ๊ะ....ทำไมหนูนิ่มร้องไห้” ฉันรีบหลบสายตาของพี่เก้าเพราะอายนิดหน่อยก็ฉันไม่ได้ร้องไห้ใครเห็นมานานมากแล้วยกเว้นคนคนนั้นที่ชอบแกล้งกันน่ะนะ
“คือ..........”
“ยัยน้องสาวตัวดีของเราน่ะสิจะขอปู่กับย่าออกไปอยู่คอนโด”
กำลังคิดว่าจะตอบพี่เก้ายังไงคุณย่าก็ชิงพูดขึ้นมาซะก่อน
“ก็ดีแล้วนี่ครับมหาลัยกับที่บ้านไกลกันจะตาย”
ฉันหันไปพยักหน้าเห็นด้วยกับพี่เก้าเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ขึ้นมาแล้ว
“เอ๊ะ.....เรานี่น้องเป็นผู้หญิงจะดีได้ยังไงกัน”
แต่คุณย่าก็ดับฝันกันด้วยการเอาเพศสภาพมาอ้างเป็นผู้หญิงแล้วยังไงผู้หญิงไม่ใช่เพศที่อ่อนแอสักหน่อย
“โถ...คุณย่าครับถ้ามันอันตรายป่านนี้คงไม่มีผู้หญิงคนไหนอยู่คอนโดได้หรอกครับ
พี่เก้าเข้าข้างและพูดในสิ่งที่ฉันอยากพูดออกไปแทนทุกอย่างเหมือนมานั่งในใจพร้อมทั้งเดินมานั่งลงข้างๆ กันแล้วลูบหัวฉันเบาๆ
“น้องโตแล้วให้น้องได้ออกไปใช้ชีวิตเถอะครับ”
เชื่อไหมว่าคำพูดเมื่อครู่ของพี่เก้าทำฉันน้ำตาไหลมากกว่าเดิมในบรรดาพี่น้องคนที่นิสัยบัดซบรองจากพี่หลุยส์ก็มีพี่เก้านี่แหละฉันไม่เคยคิดว่าเขาจะพูดอะไรดีๆ แบบนี้เป็นด้วยทำเอาซึ้งเลย แต่คำพูดต่อมาของเขานั้นก็ทำให้ฉันช็อกจนแทบจะตกโซฟา
“หรือถ้าคุณย่ากับคุณปู่กลัวว่าน้องจะเกิดอันตรายมากๆ งั้นเอางี้ไหมครับ....ให้น้องไปอยู่ที่ห้องชุดของผมดีไหมผมจะดูแลหนูนิ่มเอง”
“พะ.....พี่เก้าหมายความว่ายังไงคะ” ฉันหันไปมองหน้าเขาด้วยความงุนงงและขอคำตอบจริงอยู่ว่าอยากจะออกไปอยู่ข้างนอกแต่ไม่ใช่แบบนี้สักหน่อยมันต่างอะไรกับการมีคนคอยคุมพฤติกรรมเล่า
“พูดให้ดีๆ นะตาเก้าเราน่ะหรอจะดูแลอะไรน้องได้” พี่เก้าไม่ได้ตอบคำถามของฉันเขาทำแค่ขยิบตาให้กันแล้วคุณย่าก็ชิงถามขึ้นมาอีก
“ผมไม่ได้ล้อเล่นนะครับคุณย่าผมเอาจริง”
แต่พี่เก้าก็ยืนยันกับคุณย่าไปด้วยท่าทีที่หนักแน่นจนฉันชักจะเริ่มเขวตามถ้าไปอยู่ที่ห้องชุดพี่เก้าจริงๆ ยังไงมันก็ได้ออกไปอยู่ข้างนอกไม่ใช่หรอแล้วอีกอย่างพี่เก้าไม่ได้มีนิสัยขี้แกล้งแบบพี่หลุยส์สักหน่อยนี่หน่า
“นิ่มอยู่กับพี่เก้าได้ค่ะ” ฉันรีบพูดสนับสนุนพี่เก้าทันทีจนคุณปู่คุณย่ามองตาเขียวสุดท้ายฉันก็ทำได้แค่ก้มหน้าลงแล้วอยู่เงียบๆ
“หนูนิ่มออกไปรอข้างนอกพี่ขอคุยกับคุณปู่คุณย่าสักหน่อย” จู่ๆ ก็โดนไล่หน้าตาเฉยฉันลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นแบบงงๆ ไม่รู้ว่าพี่เก้าจะพูดอะไรกับคุณปู่คุณย่าแต่ขอให้มันเป็นเรื่องดีๆ ก็แล้วกัน
สามสิบนาทีต่อมา
หลังจากที่ฉันถูกไล่ออกมาจากห้องนั่งเล่นฉันก็ปลีกตัวออกมานั่งเล่นในสวนในใจเองก็รอลุ้นไปด้วยว่าพี่เก้ากำลังคุยอะไรกับคุณปู่คุณย่ากันแน่
“หนูนิ่ม..หนูนิ่ม”
“พี่เก้า”
ในตอนที่ฉันกำลังนั่งคิดอะไรไปเรื่อยๆ พี่เก้าก็เดินตรงเข้ามาหาฉันเขาเดินมาพร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างจนจะถึงหู
“พี่เก้าคุยอะไรกับคุณปู่คุณย่า” ฉันรีบเปิดประเด็นถามทันทีที่เขาเดินเข้ามาใกล้ๆ กัน
“ไปกันได้แล้ว” แต่นอกจากเขาจะไม่ตอบคำถามของฉันแล้วเขากลับตรงเขามาแล้วดึงแขนให้ฉันลุกขึ้นทันที
“ไปไหนคะ” ฉันเองก็งงจนทำอะไรไม่ถูก
“ไปอยู่กับพี่ไง”
“พี่เก้าหมายความว่า........” ให้ตายเถอะไม่อยากจะเชื่ออย่าบอกนะว่าที่เขาขอคุยกับคุณปู่คุณย่าอยู่นานสองนานเพื่อขอให้ฉันได้ออกไปอยู่ข้างนอก
“เอิ่ม....คุณปู่คุณย่าอนุญาตแล้วแต่หนูนิ่มต้องอยู่ห้องชุดของพี่นะพี่มีห้องว่างเหลือห้องหนึ่งพอดี”
“พี่เก้าเอาจริงหรอ” จะว่าตกใจก็ตกใจไม่คิดว่าคนอย่างพี่เก้าจะต่อรองกับคุณปู่คุณย่าได้ถึงขนาดนี้แสดงว่าพี่ชายคนนี้ของฉันก็ไม่น่าจะธรรมดาเหมือนกันสินะ
“เอาจริงสิ....ไม่ดีใจหรือไงเด็กโง่” พูดจบเขาก็ยกมือเคาะหน้าผากฉันหนึ่งที
“นิ่มเจ็บนะ” ฉันเอามือลูบหัวป้อยๆ คนที่ชอบเคาะหัวฉันแบบนี้มีไม่กี่คนหรอก
“กว่าพี่จะขอร้องคุณปู่คุณย่าได้นี่งัดมาสารพัดมารยานะจะบอกให้”
“นิ่มอยากไปอยู่ข้างนอกก็จริงแต่ไม่อยากไปอยู่กับพี่เก้านี่”
ฉันพูดสิ่งที่คิดออกไปจริงอยู่ที่ฉันสนิทกับพี่เก้าแต่ทุกคนก็มีโลกส่วนตัวเป็นของตัวเองทั้งนั้นจริงไหมถึงอยู่คนล่ะห้องนอนก็เถอะบางทีฉันก็ไม่ได้อยากจะเจอหน้าพี่ชายตัวเองทุกวันหรอกนะยกเว้นพี่กร
“ก็แล้วแต่นะพี่ไม่ได้บังคับแต่ลืมเรื่องที่เราจะออกไปอยู่คนเดียวได้เลยคุณปู่คุณย่าไม่มีทางยอม...พี่หาทางออกให้เธอแล้วนะไปล่ะ”
พูดจบเข้าก็ปล่อยแขนฉันไปดื้อๆ พร้อมทั้งเดินออกไปจากกันทันที
เอาไงดียัยนีราเอาไงดีฉันคิดพร้อมทั้งกำมือแน่นมองดูแผ่นหลังของพี่เก้าที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ มันก็จริงอย่างที่พี่เก้าพูดไม่มีทางที่คุณปู่กับคุณย่าจะยอมให้ฉันออกไปอยู่คนเดียวนี่อาจเป็นโอกาสเดียวของฉันจริงๆ พอคิดได้แบบนี้
“พี่เก้าอย่าเพิ่งไปรอนิ่มด้วย” หวังว่าสิ่งที่ฉันตัดสินใจในตอนนี้จะไม่นำพาปัญหามาให้ในภายหลัง
ถัดจากนั้นหนึ่งวันฉันก็ขนข้าวของสำคัญมาที่ห้องชุดของพี่เก้าห้องชุดของพี่เก้าใหญ่กว่าที่คิดแบบนี้ก็อยู่แบบไม่เห็นหน้ากันก็ได้ฉันคิด
“ยิ้มอะไรแม่คุณ” พี่เก้าที่กำลังช่วยฉันขนของเข้ามาในห้องนอนอีกห้องที่อยู่อีกฝั่งของห้องนอนเขาถามขึ้น
“ยิ้มเฉยๆ ไม่ได้หรอคะ” ฉันตอบพี่เก้าไปแบบกวนๆ
“จร้าๆ เอาที่น้องพี่สบายใจเลยนะ”
จากนั้นเราสองคนก็ไม่ได้ต่อปากต่อคำอะไรกันอีกพี่เก้าช่วยฉันขนของเข้าห้องมาจนหมดตอนนี้ก็เหลือแค่จัดมันให้เข้าที่เข้าทาง
คิดดูแล้วก็ไม่นึกไม่ฝันว่าฉันจะได้ออกมาใช้ชีวิตที่นอกบ้านจริงๆ รู้สึกดีเป็นบ้าถึงคุณปู่คุณย่าจะกำชับว่าทุกวันหยุดให้กลับบ้านก็เถอะเรื่องนั้นมันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
“เห้อ....” ถอนหายใจออกมายาวเหยียดหลังจากที่มองเห็นข้าวของที่ยังไม่ถูกจัดให้เป็นระเบียบ
ขนของแค่นี้เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ยของีบก่อนก็แล้วกันค่อยตื่นขึ้นมาจัดการ
หลังจากนั้นฉันก็กระโดดขึ้นเตียงและไม่รับรู้เรื่องราวอะไรอีกเลยจนกระทั่งเวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่ทราบ
ฉันได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวายอยู่ข้างนอกห้องเหมือนมีคนกำลังทะเลาะกันและเสียงนั้นทำให้ฉันรู้สึกงัวเงียตื่นขึ้นมา
“ไอ้พี่เก้าทำอะไรอีกเนี่ย” ฉันยกมือลูบใบหน้าตัวเองขยี้ตาให้สว่างและตัดสินใจเปิดประตูออกไปดูว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น
“ไอ้เก้ามึงอยากลองดีกับกูใช่ไหม”
“ฮ่าๆ เฮียเนี่ยตามกลิ่นมาเร็วจริงๆ เลยนะ”
ภาพแรกที่เห็นทำเอาฉันแทบช็อกนี่มันเกิดอะไรขึ้นนี่มันเรื่องบ้าอะไรกันตอนนี้ฉันเห็นพี่หลุยส์กำลังชกต่อยกับพี่เก้าอย่างเอาเป็นเอาตายไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็นว่าพวกเขาเคยทะเลาะกันแต่ทะเลาะกันจนเลือดตกยางออกแบบนี้ฉันไม่เคยเห็น
“หยุดนะ!!..ตัวทำอะไรพี่เก้า”
ฉันรีบเข้าไปห้ามทันทีที่เห็นพี่หลุยส์ง้างหมัดขึ้นเพื่อจะทำร้ายพี่เก้าฉันผลักพี่หลุยส์ออกไปอย่างแรงคนอย่างเขามันอันธพานสิ้นดีนิสัยเสียแก้ไม่หายสินะ
“หนูนิ่ม” พอทั้งคู่เห็นฉันเขาก็เหมือนจะชะงักไปเล็กน้อยฉันยืนอยู่ข้างพี่เก้ามองดูคนอันธพานที่มาหาเรื่องกันถึงที่อย่างไม่มีเหตุผล
“มานี่เดี๋ยวนี้”
แต่แทนที่เขาจะสำนึกที่ฉันใช้สายตาแบบนี้มองเขาเขากลับทำเหมือนโกรธแค้นอะไรมากขึ้นดวงตาของเขาแข็งก้าวจนน่าตกใจแถมยังออกคำสั่งอย่างน่ากลัว
“ตัว...ทำพี่เก้าทำไม” ทำใจแข็งถามออกไปไม่สนใจที่เขาออกคำสั่งเรื่องอะไรที่ต้องเชื่อฟังคนแบบเขากันยอมรับเลยว่าตั้งแต่วันนั้นที่เขาให้มงกุฎดอกไม้กันฉันมองเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยคิดว่าเขาก็มีข้อดีอยู่บ้างและหลังจากนี้เราสองคนคงเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันได้และฉันจะทำตัวน่ารักๆ กับเขาบ้าง
แต่พอเขามาส่งฉันที่บ้านใหญ่เขาก็หายหัวไม่ติดต่อไม่มาให้เห็นซึ้งฉันก็คิดว่ามันก็คงเป็นเรื่องปกติของฉันกับเขาที่ไม่จำเป็นต้องเจอหน้ากันทุกวัน
แต่ไม่รู้ทำไมฉันกลับรู้สึกเศร้านิดๆ ที่แม้กระทั่งวันไปเรียนมหาลัยวันแรกเขาก็ไม่โผล่หัวมาไม่มีแม้กระทั่งช่อดอกไม้แสดงความยินดีเหมือนที่พี่คนอื่นๆ ให้กัน เหมือนทุกอย่างที่เกิดขึ้นวันนั้นมันเป็นแค่ภาพลวงตาและตอนนี้ความจริงก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า
ฉันรู้แล้วเขาไม่เคยเปลี่ยนไปเลย
“ตัวมันอันธพานไร้เหตุผลนิสัยเสียไม่เปลี่ยนเลย” ไม่รู้ทำไมว่าฉันถึงได้โมโหขนาดนี้อาจเป็นเพราะเขาทำร้ายพี่เก้าอย่างไม่มีเหตุผลใช่มันต้องเป็นเหตุผลนี้แน่
“มานี่หนูนิ่มอย่าดื้อ” เขาหายใจเข้าลึกๆ เหมือนพยายามจะระงับอารมณ์แล้วจะเข้ามาคว้าแขนของฉันไปแต่ฉันก็รีบหลบแล้วเกาะแขนพี่เก้าไว้เพื่อเป็นกำบังอีกที
“เค้าอยากอยู่กับพี่เก้าตัวอย่ามายุ่ง” ไม่รู้อะไรทำให้ฉันพูดไปแบบนั้น
“ซวยแล้วกู” ฉันได้ยินเสียพี่เก้าบ่นอะไรสักอย่างแต่ฉันไม่คิดจะสนใจเท่าไหร่นัก
“ถอยไปไอ้เก้าถ้ามึงไม่อยากเจ็บเพิ่มอีก”
“เฮียใจเย็นๆ น้องไม่รู้เรื่องหรอกเรื่องทั้งหมดผมทำเอง”
ไม่เข้าใจที่พี่เก้าพูดเท่าไหร่นักเรื่องอะไรอย่างนั้นหรอพี่เก้าทำเรื่องอะไรลงไปพี่หลุยส์ถึงได้โมโหทำร้ายเขาขนาดนี้กัน
“มึงหุบปากกูไม่อยากฟัง” แต่ดูเหมือนว่าจอมอันธพานจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแล้วเขาค่อยๆ เดินตรงมาที่ฉันกับพี่เก้าแววตาของเขาตอนนี้มันน่ากลัวเกินไป
และฉันรู้ว่าเขากำลังโมโหสุดขีดสัญชาตญาณมันเตือนว่าตอนนี้คือช่วงเวลาอันตรายมันทำให้ฉันเปลี่ยนจากจับแขนพี่เก้าไว้เปลี่ยนมาใช้แขนทั้งสองข้างกอดเขาไว้แน่น
“หนูนิ่มอย่ากอดพี่”
พี่เก้าทำท่าจะผละออกจากฉันซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขาจะกลัวอะไรคนตรงหน้านักหนาแต่เรื่องอะไรฉันจะยอม
“ไม่....นิ่มจะอยู่กับพี่เก้านิ่มไม่อยากไปกับเขานิ่มไม่อยากอยู่กับเขาพี่เก้าอย่าให้นิ่มไปนิ่มไม่อยากไป”
ฉันเริ่มงอแงแต่ที่พูดไปก็จริงถ้าให้เลือกอยู่กับพี่หลุยส์หรือพี่เก้าในตอนนี้แน่นอนว่าฉันเลือกพี่เก้าใครจะกล้าไปเป็นที่รองรับโทสะของเขากันดูก็รู้ว่าตอนนี้เขาโกรธแค่ไหน
!! “ว้าย”
“ไอ้เก้ามึง”
“อั๊ก”
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วไปหมดจู่ๆ พี่หลุยส์ก็พุ่งเข้ามากระชากคอพี่เก้าแล้วชกพี่เก้าเต็มแรงพร้อมทั้งเหวี่ยงพี่เก้าลงพื้น
“เฮียสองมึงหยุดก่อน” พอพี่เก้าล้มลงไปพี่หลุยส์ก็ไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดการกระทำป่าเถื่อนนี่
“ตัวหยุดได้แล้วอย่าทำพี่เก้าอย่าทำพี่เก้า”
ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุฉันตกใจจนทำอะไรไม่ถูกมือไม้สั่นไปหมดพยายามห้ามแต่คนสติแตกก็ไม่สนใจฟังเลยสักนิดดูก็รู้ว่าพี่เก้าแพ้อย่างหมดรูป
ฉันไม่รู้ว่าจะหยุดความบ้าคลั่งของเขายังไงจนนาทีที่หันไปเห็นแจกันที่วางอยู่บนชั้นใกล้ๆ มือนั้นสุดท้ายในเสี้ยววินาทีฉันก็ตัดสินใจทำในสิ่งที่คิดว่าชาตินี้จะไม่กล้าทำแต่ฉันก็ทำมันลงไปแล้ว
“ปึก”
“เพล้ง”
!!!” หนูนิ่ม”
พี่เก้าที่หมดสภาพตะโกนเรียกชื่อฉันอย่างหมดรูป
“เฮียน้องไม่ได้ตั้งใจ”
พี่เก้าที่ตั้งตัวลุกขึ้นมาได้รีบพูดแก้ต่างแทนกันทันที
เหมือนเวลานะตอนนี้แทบจะหยุดนิ่งซากแจกันบางส่วนที่แตกกระจายยังหลงเหลืออยู่ที่มือซึ่งตอนนี้มันสั่นเทาไปหมด
“เค้าบอกให้ตัวหยุด...แล้ว” ฉันพูดออกไปเสียงเบาพร้อมกับปากที่เริ่มสั่นนิดๆ
ตอนนี้ทุกอย่างหยุดแล้วพี่หลุยส์หยุดทำร้ายพี่เก้าแล้วตอนนี้เขายืนนิ่งไม่ขยับเขาไม่หันหน้ากลับมามองกันด้วยซ้ำ
จนฉันเริ่มเห็นหยดเลือดที่ไหลตกลงบนพื้นสติถึงได้เริ่มกลับมาและรับรู้ว่าตอนนี้ตัวเองทำอะไรลงไป
“เค้า....ไม่ได้ตั้งใจ”
ฉันพูดพร้อมทั้งทำท่าจะเข้าไปหาคนตรงหน้าแต่
“หยุดอยู่ตรงนั้น.....อย่าเข้ามาอย่าเข้ามาใกล้ฉัน”
ฉันชะงักไปทันทีที่สิ้นคำพูดของเขาตอนนี้มือไม้มันสั่นไปหมดสถานการณ์ตอนนี้กระอักกระอ่วนจนหายใจแทบไม่ออก
“คะ....เค้าไม่ได้ตั้งใจเค้าขอโทษ” พอเห็นเขาทำท่าเหมือนไม่อยากให้เข้าใกล้ฉันก็รู้สึกใจหายวาบขึ้นมาไม่รู้ตัว
“หึ....ฉันผิดเองไม่ใช่ความผิดเธอหรอก”
เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนสัมผัสได้พูดจบเขาก็หันหลังให้ฉันแล้วเดินออกไปจากห้องทันที
“ตัวเดี๋ยวก่อน”
ฉันพยายามจะเรียกเขาเอาไว้แต่ขามันกลับก้าวไม่ออกทำได้แค่มองเขาหายไปพร้อมทั้งรอยเลือดที่หยดเป็นทาง
ซึ่งมันเกิดขึ้นจากฝีมือของฉันเอง
“หนูนิ่มโอเคไหม” เพราะพี่เก้าคงเห็นว่าอาการตอนนี้ของฉันเป็นยังไงเขาค่อยๆ เดินมาหาแล้วลูบหลังฉันเบาๆ เหมือนต้องการจะปลอบโยน
“นิ่ม..นิ่มไม่ได้ตั้งใจนิ่มไม่ได้ตั้งใจ” ฉันปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั่นตอนนี้มันมีความรู้สึกบางอย่างตีตื้นเข้ามาฉันรู้สึกใจหายแปลกๆ และเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปเพราะความคิดชั่ววูบ
“พี่รู้อย่าร้อง”
พี่เก้าพยายามปลอบฉันแต่มันไม่ได้ให้ฉันรู้สึกดีขึ้นเลยทำไมนะ
ฉันทำถูกแล้วไม่ใช่หรอถ้าฉันไม่ทำแบบนี้เขาก็ต้องไม่เลิกทำร้ายพี่เก้าแน่ๆ แล้วทำไมฉันต้องมาเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปด้วย
รีบสลัดความคิดรู้สึกผิดออกไปแล้วหันไปสนใจพี่เก้าที่ตอนนี้สภาพเขาก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่เลยเลือดออกที่มุมปากแก้มช้ำหัวคิ้วก็แตกพอเห็นแบบนี้แล้วฉันก็รีบสลัดน้ำตาทิ้งไปจะมานั่งร้องไห้อยู่ไม่ได้
“เดี๋ยวนิ่มทำแผลให้พี่เก้า”
หลังจากนั้นฉันก็ถามหาเครื่องมือปฐมพยายามจากพี่เก้าพอได้แล้วก็จัดการทำแผลให้พี่ชายตัวเองทันที
“ทำไมเขาต้องมาทำร้ายพี่เก้าด้วย” ฉันตัดสินใจถามออกไปในตอนที่ใช้น้ำเกลือค่อยๆ เช็ดรอยเลือดบนใบหน้าของพี่เก้าออก
“เออ....คือ” พี่เก้ามีท่าทีอึกอักทำท่าเหมือนไม่อยากพูดมากเท่าไหร่นักแต่ฉันต้องรู้ให้ได้ว่ามันเรื่องอะไรกันแน่ถึงต้องทำกันขนาดนี้
“พี่เก้าคะ” ฉันเรียกชื่อพี่ชายตัวเองอีกรอบเพื่อย้ำว่าฉันต้องรู้เรื่องนี้ให้ได้
“หนูนิ่มพี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” แต่แทนที่พี่เก้าจะตอบเขากลับมาถามคำถามฉันแทนยังไม่ทันที่จะได้ปฏิเสธเขาก็
“หนูนิ่มคิดยังไงกับเฮียสอง”
ฉันตกใจกับคำถามของพี่เก้าและมันทำให้ฉันสติหลุดไปเล็กน้อยวางอุปกรณ์ทำแผลในมือลงแล้วถอนหายใจออกมาโดยไร้สาเหตุ
“พี่เก้าถามแบบนี้หมายความว่ายังไง”
ถามพี่เก้ากลับไปเสียงเบาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพี่เก้าจะถามคำถามนี้มาทำไมเขาต้องการอะไร
“ตอบพี่ก่อนแล้วพี่จะเล่าทุกอย่างให้ฟัง”
“พี่เก้าไม่ได้อยู่ในจุดที่จะมาต่อรองอะไรกับนิ่มได้นะคะ”
เริ่มโมโหเล็กน้อยอะไรกันฉันแค่อยากรู้เรื่องที่ทำให้เขากับพี่หลุยส์ทะเลาะกัน ทำไมถึงต้องโดนถามคำถามกลับอะไรยืดยาวแล้วมันจะมีความหมายอะไรถ้าฉันตอบคำถามนี้ของพี่เก้า
“เห้อ” แต่จนแล้วจนรอดถึงจะคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องตอบคำถามของพี่เก้าแต่ในใจลึกๆ มันก็ไม่อยากปล่อยผ่านสาเหตุที่ต้องเห็นพี่ชายของตัวเองทำร้ายกันปางตาย
“เขาก็เป็นพี่ชายคนหนึ่งของนิ่มเหมือนพี่เก้าไม่ได้มีอะไรแตกต่างนี่คะ”
“ไม่ใช่แบบนี้สิพี่หมายความว่ารู้สึกยังไงแบบว่า.....เออรักมันไหมน่ะ”
“นิ่มรักพี่ชายทุกคนเหมือนกันหมดค่ะไม่มีอะไรพิเศษ”
แน่นอนว่าเลือกที่จะตอบคำถามแบบปัดๆ ไปและที่สำคัญฉันโกหกฉันไม่ได้รักพี่ชายทุกคนเหมือนกันไม่มีทางเหมือนเพราะกับพี่กรมันเป็นความรักอีกรูปแบบหนึ่งที่ฉันต้องปกปิดไว้
แล้วกับพี่หลุยส์ฉันไร้คำตอบไร้คำนิยามความรู้สึกที่ฉันมีให้เขาในตอนนี้แน่นอนเขาเป็นพี่ชายเมื่อก่อนฉันเกลียดเขาแล้วตอนนี้ล่ะถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาแต่ก็ไร้คำตอบ
“นิ่มตอบคำถามพี่เก้าแล้ว..ทีนี้จะเล่าได้หรือยังคะ”
เค้นเอาคำตอบกับคนตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง
"คือพี่อยากลองพิสูจน์อะไรบางอย่างพี่ก็เลยแกล้งไปยุ่งกับผู้หญิงที่คิดว่าเฮียสองน่าจะชอบ…ทำอะไรบางอย่างที่คิดว่ามันจะโกรธแล้วมันก็โกรธจริงๆ พี่ผิดเองล่ะที่ไปยั่วโมโหมันฮ่าๆ แต่ให้ตายเถอะพี่จะไม่ทำอีกแล้วล่ะคนนี้มันคงหวงจริงๆ”
“ผู้หญิงที่พี่หลุยส์ชอบ”
แค่ย้ายออกมาอยู่คอนโดก็มีเรื่องเซอร์ไพร์มากมายจนฉันตั้งรับแทบไม่ไหว
“เอิ่ม....ผู้หญิงเรื่องนี้เกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่ง” พอได้ยินแบบนี้ฉันก็รู้สึกโกรธขึ้นมาเท่าทวีพี่น้องสองคนต้องมาทะเลาะกันจนเลือดตกยางออกเหตุผลเพราะแค่ผู้หญิงคนเดียวไร้สาระที่สุด
“เหอะดีจังเลยนะคะ...พี่ชายทั้งสองคนของนิ่มกัดกันเหมือนหมาเพราะผู้หญิงคนเดียวอยากจะรู้แล้วสิว่ายัยนั้นมีดีอะไร”
ฉันไม่เคยพูดจาแดกดันพี่เก้ามาก่อนแต่ครั้งนี้ไม่รู้ทำไมฉันถึงแสดงกิริยาท่าท่างที่ไม่น่ารักออกไป
“พี่เก้าทำแผลต่อเองก็แล้วกันนะคะนิ่มขอตัวไปเก็บห้อง”
ฉันตัดสินใจลุกหนีพี่เก้าออกมาดื้อๆ ไม่รู้ทำไมพอรู้ว่าพี่ชายของตัวเองทะเลาะกันเรื่องผู้หญิงฉันถึงได้โมโหมากขนาดนี้
“ผู้หญิงที่ตัวชอบหรอทุเรศที่สุด” พอเข้าห้องมาเจอข้าวของที่ระเกะระกะฉันก็เตะมันทิ้งอย่างไม่ไยดี
พยายามจะสงบสติอารมณ์อะไรบางอย่าง
“ใจเย็นๆ นีราเธอจะไปโกรธทำไมมันเรื่องของเขานี่จะชอบใครก็ช่างเขา”
พอคิดได้แบบนี้ฉันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์คเพื่อที่จะทำให้ไม่สนใจหรือใส่ใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่องของพี่ชาย
พอตัดสินใจเข้าไปดูไอจีสตอรี่ในอินสตาแกรมฉันก็เห็นโพสของใครคนหนึ่ง
เขาเป็นรุ่นพี่ที่คณะของฉันแน่นอนว่าเธอเป็นสาวฮอตและสวยมากเธอมีดีกรีเคยเป็นถึงดาวมหาลัย
แต่ฉันจะไม่สนใจสตอรี่ของเธอเลยถ้าไม่เห็นใครคนนึงในสตอรี่นั้นด้วยฉันเห็นใบหน้าของเขาอย่างแจ่มชัดและจำได้ดีว่าเป็นใครพี่หลุยส์เป็นเขาที่นอนหนุนตักรุ่นพี่ที่คณะของฉันอยู่
และนั้นทำให้ฉันโมโหขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุและคิดว่าต้องทำอะไรบางอย่างจนตัดสินใจออกไปหาพี่เก้า
“พี่เก้าพานิ่มไป”
พี่เก้าดูตกใจที่จู่ๆ ฉันก็พุ่งออกมาจากห้อง
“หนูนิ่มจะไปไหน” พี่เก้าถามฉันด้วยความสงสัย
“ไปเอาเลือดหัวคนออกเพิ่ม”