1.รอยยิ้มที่เจิดจ้า
“มารีแอนด์นี่เป็นขนมปังที่ข้าพึ่งอบใหม่ๆ รับไปสิ คิดซะว่านี่คือค่าตอบแทนที่ช่วยข้านวดแป้ง”
ป้าเจนใจดีกับเธอมากๆ จนมารีแอนด์กล่าวขอบคุณหลายครั้งสำหรับขนมปังร้อนๆ ที่รับมา เธอถือขนมปังในอ้อมแขนเพื่อเดินกลับบ้านด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม
ทว่าในระหว่างการเดินทางกลับบ้าน เธอก็พบเห็นความยากลำบากของประชาชน มีขอทานเพิ่มขึ้นจำนวนมากยังไม่รวมกับเด็กเร่ร่อนอีกจำนวนหนึ่ง ประชาชนชนทุกคนของชาเตอร์ล้วนแล้วแต่ลำบากยากเข็ญทั้งนั้น
เพราะว่าที่นี่คือเกมเอาตัวรอดยังไงล่ะ เธอไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง รู้เพียงแค่ว่าพอเธอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองคือตัวละครมารีแอนด์ ตัวประกอบของเกมนี้
องค์จักรพรรดิโรแลนด์ลุ่มหลงในสตรี จนลืมการบริหารจัดการบ้านเมือง สตรีชนชั้นสูงทุกคนพอถึงช่วงวัยที่บรรลุนิติภาวะแล้วจะต้องถูกส่งเข้าไปในพระราชวังเพื่อถวายตัวรับใช้เป็นสนม นางบำเรอ หรือแม้แต่สาวใช้
และแล้วในปีนี้ก็ถึงคิวของเจมม่าพี่สาวต่างมารดาของเธอ
“มารีแอนด์ เจ้าจะต้องไปแทนนางแล้วสังหารองค์จักรพรรดิด้วยยาพิษขวดนี้ หากว่าทำสำเร็จเจ้าจะกลายเป็นวีรสตรีของจักรวรรดิชาเตอร์”
แต่หากไม่สำเร็จเธอจะตายอย่างแน่นอน ทว่ามารีแอนด์เลือกที่จะรับข้อเสนอของแม่เลี้ยง ไม่ใช่ว่าเธออยากเป็นวีรสตรีอะไรแบบนั้น แต่ว่าเธออยากเป็นอิสระต่างหาก เพราะข้อเสนอของแม่เลี้ยงคือการส่งมอบเอกสารการบรรลุนิติภาวะให้เธอ และเงินจำนวนหนึ่งที่สามารถไปตั้งรกรากในแถบชนบทได้สบายๆ
อีกไม่นานหรอกเมื่อท่านดยุคอีริคแห่งเดนเวอร์สังหารองค์จักรพรรดิและทวงคืนบัลลังก์ให้กับแกรนด์ดยุคเซอริล ประชาชนทุกคนของชาเตอร์ก็จะกลับมามีความสุข และนั่นคือด่านสุดท้ายของเกมนี้
เมื่อเกมจบลงเธอจะได้ออกไปจากที่นี่รึเปล่านะ? หรือว่าเธอตายไปแล้วถึงได้เข้ามาอยู่ในเกมนี้
“มารีแอนด์ แอนเธีย บุตรีคนที่สองของบารอนแอนเธีย ยินดีต้อนรับเข้าสู่พระราชวังครับเลดี้”
เพราะว่าเธอเคยเล่นเกมนี้มาก่อน เธอถึงได้รู้วิธีการหลบเลี่ยงองค์จักรพรรดิ มีสตรีชนชั้นสูงราวร้อยคนอยู่ที่นี่ เพราะอย่างนั้นพระองค์จดจำได้ไม่หมดด้วยซ้ำว่าสตรีที่เข้ามาถวายตัวมีใครบ้าง ก็แค่ต้องหลบให้พ้นสายตาของพระองค์
“สีผมของเจ้ามันงดงามมากๆ เลยมารี แถมผิวกายนี่ก็ยังขาวเนียนมากๆ ด้วย”
เกรซกล่าวโดยที่กำลังหวีผมให้เธอ เราสบตากันผ่านทางกระจกเงาที่สะท้อนใบหน้าของเธออยู่ในนั้น
มารีแอนด์เป็นตัวประกอบที่นับได้ว่ามีใบหน้าที่ชวนมอง แต่หากจะเทียบกับเกรซแล้ว แน่นอนว่านางเอกของเกมนี้ย่อมโดดเด่นมากกว่าเธอ
“พรุ่งนี้ข้าจะเข้าไปทำงานในครัว เอาไว้ข้าจะอบขนมปังแล้วแอบเอามาให้เจ้าเยอะๆ เลยนะ”
มารีแอนด์ยกยิ้ม นางเอกของเกมแสนดีกับเธอมากจริงๆ
“ขอบคุณนะเกรซ อันที่จริงข้ามีแม่เป็นยิปซี ข้าจะบอกอะไรเจ้าอย่างหนึ่ง จดจำเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยนะเกรซ อีกไม่นานจะมีวีรบุรุษมาสังหารองค์จักรพรรดิเมื่อถึงเวลานั้นพวกเราจะได้รับการช่วยเหลือ หากทหารกล่าวถามว่าเจ้าถวายตัวรึยังให้เจ้าตอบว่ายังนะเข้าใจไหม?”
เกรซขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ข้าก็ต้องตอบเช่นนั้นอยู่แล้วเพราะว่าเจ้าคอยพาข้าหลบหนีจากองค์จักรพรรดิอยู่ตลอด”
มารีแอนด์หันไปมองหน้าของเกรซก่อนที่เธอจะลูบผมที่นุ่มลื่นของเกรซเบาๆ
“ก็ต้องตอบแบบนั้นแหละ ถูกต้องที่สุดแล้วเกรซ!”
หลังจากวันนั้นมารีแอนด์แทบไม่ได้พบเจอกับเกรซเลย เพราะว่าเรากันแยกไปทำงาน เกรซทำงานที่ห้องซักล้างส่วนเธอไปทำสวน
“เราอดทนต่อไปไม่ได้แล้วนะครับแกรนด์ดยุค!! จะต้องรีบจบเรื่องนี้โดยเร็วและพระองค์ต้องขึ้นเป็นองค์จักรพรรดิ”
มารีแอนด์รีบก้มหลบหลังพุ่มไม้อย่างรวดเร็วเพราะในขณะที่เธอกำลังถอนหญ้าอยู่นั้น ก็มีขุนนางเดินมาคุยกันตรงนี้ เธอจะถูกจับได้ว่ามาแอบฟังรึเปล่านะ ไม่ใช่ว่าจะถูกฆ่าปิดปากหรอกเรอะ!
“ข้ากำลังหารือกับดยุคแห่งเดนเวอร์ เพราะอย่างนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ประชาชนทุกคนของชาเตอร์จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขภายใต้การปกครองของกษัตริย์ที่เที่ยงธรรม”
อ่า..ทัชใจชะมัดเลย อยากจะตบมือให้กับแกรนด์ดยุคเซอริลดังๆ สักที ใกล้แล้วสินะ ใกล้ที่จะได้เวลาก่อกบฏแล้ว และใกล้เวลาที่เธอจะเป็นอิสระจากที่นี่
มารีแอนด์หยักยิ้มก่อนที่เธอจะถอนหญ้าของเธอต่อไป
“ไม่ยักรู้ว่าพระราชวังมีคนสวนเป็นสตรี..แถมยังเป็นสตรีที่งดงามเพียงนี้”
เธอรีบก้มหน้าพร้อมๆ กับดึงหมวกลงมาในทันที หัวใจของมารีแอนด์เต้นไม่เป็นจังหวะ เธอหวาดกลัวว่าเขาจะคิดว่าเธอมาแอบฟัง
“ไม่ต้องกลัว..ข้ารู้ว่าเจ้าจะต้องเป็นหนึ่งในสตรีที่เข้ามาถวายตัว..และการถอนหญ้าอย่างตั้งใจของเจ้ามันคงเป็นการหลบหนีที่เข้าท่าเลยว่าไหม”
มารีแอนด์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองหน้าของชายที่กำลังนั่งลงข้างๆ เธอ
เขามีเส้นผมสีเงินที่เป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์และมีรอยยิ้มที่เจิดจ้าราวกับแสงของดวงตะวัน ดวงตาที่อ่อนโยนนั่นสั่นคลอนจิตใจของเธออย่างหนัก
“มะ..หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังนะเพคะ”
เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยื่นมือมาปัดเศษดินบนใบหน้าของเธอ
“ไม่เป็นไร เพราะข้ารู้ว่าเจ้าจะไม่มีวันเอาแผนการของข้าไปบอกคนอื่นหรอก อดทนอีกหน่อยนะเพราะว่าข้ากำลังจะช่วยเจ้าและสตรีทุกคนที่อยู่ที่นี่ให้เป็นอิสระ”
อ่า..อิสระ คำที่ทำให้มารีแอนด์ตกอยู่ในภวังค์ ใบหน้าของเธอขึ้นเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายเล็กน้อยกับสายตาของท่านแกรนด์ดยุค
“ขอบพระทัยเพคะ..หม่อมฉันรู้ดีว่าไม่ควรจะกล่าวอย่างถือดีเช่นนี้ แต่แผนการของท่านแกรนด์ดยุคจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน พระองค์จะได้เป็นองค์จักรพรรดิที่นำความผาสุขมาให้ประชาชนทุกคนของจักรวรรดิชาเตอร์..”
ดวงตาของสตรีเบื้องหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจ ราวกับคำกล่าวนั้นมันคือคำอวยพรที่มาจากหัวใจของนางจริงๆ
“ขอบคุณ..”
เซอริลอยากจะเอ่ยถามชื่อของสตรีผู้นั้นแต่ทว่าเขากลับได้ยินเสียงเรียกของขุนนางซะก่อน
“ข้าคงต้องไปแล้วหวังว่าจะได้พบเจ้าอีก..แต่คงไม่ใช่การพบกันในฐานะคนสวน”
มารีแอนด์ส่งยิ้มให้กับท่านแกรนด์ดยุค เพราะว่าท่านอ่อนโยนเช่นนี้สินะถึงได้ทำให้ประชาชนรักท่านนักหนา
เมื่อมารีแอนด์กลับมาที่ห้องในช่วงเย็นเธอก็จัดการเก็บของทั้งหมดใส่ห่อผ้าเอาไว้เพื่อเตรียมตัวออกไปจากที่นี่ คืนนี้แล้วสินะที่แกรนด์ดยุคเซอริลและท่านดยุคแห่งเดนเวอร์จะก่อกบฏ ในที่สุดเธอก็จะได้ออกไปจากพระราชวังที่สุดแสนจะเฮงซวยแห่งนี้แล้ว!!
ว่าแต่..เกรซไปไหนกันนะ ป่านนี้แล้วนางยังไม่กลับมาจากเรือนซักล้างเลย?