CHAPTER 5
แสงแดดยามเย็นสาดลอดปลายใบอ้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลับหายไปหลังเขา สายไหมทอดถอนหายใจ พลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
“ไหม ป่ะ ไปกินข้าวกัน” นวลเอ่ยด้วยน้ำสียงสดใส ทำให้สายไหมลดระดับสายตาลงมอง ก่อนริมฝีปากสวยจะคลี่ยิ้มออกมา
“ค่ะ พี่นวล” หญิงสาวพยักหน้า
“ค่ะ ก็รีบลงมา พี่หิวไส้จะขาดแล้ว”
“จ้า” สายไหมรีบลงจากบ้าน ก่อนจะเดินเคียงข้างนวลไปที่โรงอาหาร
เสียงจานช้อนกระทบกันในโรงอาหารเริ่มคึกคัก กลิ่นต้มยำหอม พะโล้ ผัดกระเพราหอมฉุยลอยมาแต่ไกล สายไหมเดินไปต่อคิวด้านหลังคนงานคนอื่น ที่กำลังรอเพื่อให้แม่ครัวตัดข้าวใส่จานให้
รอไม่นานสายไหมก็ได้อาหารมา เธอเลือกเอาต้มยำกับผัดกะเพรา ที่สำคัญมีไข่พะโล้ที่ชอบ สายไหมนั่งรับประทานอย่างเงียบ ๆ คิดอะไรไปเรื่อย
อาหารที่นี่อร่อย เธออยากให้มารดามาอยู่รับประทานด้วยจัง แต่ท่านคงไม่มาหรอก เพราะท่านเป็นคนห่วงบ้าน อีกอย่างที่นี่ก็ไกลจากบ้านมาก ถ้ามาทำงานด้วยกันแล้วเทียวไปกลับ ท่านคงจะไม่สะดวก
“ฝีมืออีนวลกับชบา อร่อยไหมไหม?” แหลมนั่งลงข้าง ๆ พร้อมกับจานข้าวและกับอีกสองอย่าง
“ของฉันต้มยำกับผัดกะเพรา ส่วนพะโล้ ฝีมือนังชบา” นวลเอ่ยแล้วนั่งข้างแหลม
“พะโล้ฉันมันอร่อยอยู่แล้ว พวกลูกหนี้บ้านจน คงไม่เคยกินพะโล้อร่อย ๆ ล่ะสิ” ว่าจบก็เบ้ปาก ด้วยไม่ชอบขี้หน้าสายไหมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อะไรที่พอจิกกัดได้ หล่อนไม่พลาดเด็ดขาด
“ไข่พะโล้ไร่นี้ รสชาติเหมือนซุปไก่คืนชีพเลยพี่แหลมพี่นวล แค่ดมก็รู้ว่าเคี่ยวมาสามวันสามคืน ไม่ได้น้อยหน้าน้ำมันเครื่องเก่าเลยจ้ะ” สายไหมจิกกัดคืน
“ฮ่า ๆ” นวลกับแหลมหัวเราะพรืดออกมา
“ปากแบบนี้ ระวังจะอยู่ไม่ครบอาทิตย์!”
“แล้วยังไงล่ะ? นึกว่ากลัวเหรอ?!”
“ปากดีนักนะ!” สายไหมยักไหล่ แล้วตบเก้าอี้ข้างตัวเบา ๆ
“อยากซ้อมปากมั้ยล่ะ? เดี๋ยวฉันจะให้ข้าวสักคำ จะได้ไม่กัดใครตอนท้องว่าง”
“อุ๊ป!” นวลสำลักน้ำแทบพุ่ง ส่วนคนงานอีกสองโต๊ะแอบขำจนไหล่กระตุก ชบาหน้าแดงจัด แต่ยังพยายามเชิดใส่
“ระวังเถอะ แกจะใช้หนี้ไม่หมด ต้องระเห็จออกจากไร่ก่อน”
“มันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ”
ตึก! ตึก!
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้น ทำให้บทสนทนาของทั้งสิงสาวสิ้นสุดลง ชบากำมือแน่นก่อนจะหันไปมองเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่เดินมา
กำนันเสือเดินเข้ามาในโรงอาหาร ใส่เสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงยีนส์จั๊มปลาย มือซุกกระเป๋า สายตาคมกริบมองชบากับสายไหมสลับกันไปมา
“ที่นี่โรงอาหาร ไม่ใช่เวทีมวยลุมพินี” กำนันเสือพูดเสียงนิ่งแต่ดุดัน ทำให้ชบารีบเปลี่ยนท่าที เพราะไม่อยากทำให้กำนันเสือไม่พอใจ
“ชบากับไหมคุยเล่นกันเฉย ๆ ค่ะ”
“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี เพราะฉันไม่ชอบให้คนงานทะเลาะกัน” กำนันเสือเอ่ย แล้วหันไปหาสายไหม “ขอนั่งกินด้วยคน”
“โต๊ะนั่งก็เยอะแยะ ฉันไม่ใช่เจ้าของ กำนันเสือเป็นเจ้าของ กำนันจะนั่งตรงไหนก็นั่งได้ค่ะ”
กำนันเสือยิ้มนิด ๆ อย่างนึกขันในความช่างพูดของหญิงสาว เขานั่งลงโต๊ะเดียวกับเธอ ท่ามกลางสายตางง ๆ ของคนงานหลายคน และสายตาเคียดแค้นของชบาที่แอบกำหมัดแน่น
“เอาข้าวมาให้ด้วยนะป้าศรี”
“จ้า” แม่ครัวขานรับ
“เอ แปลก ๆ อยู่นะ” นวลสะกิดแหลมเบา ๆ
“กูว่าไม่พลาด กำนันเล็งสายไหมไว้แล้วแน่นอน” แหลมเอ่ย เขารู้จักกำนันเสือดี ผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่พลีกายให้กำนัน ล้วนแต่อยากได้เงิน อยากเป็นนายหญิงของไร่
ต่างจากสายไหม ดูทรงแล้ว ถึงจะมาใช้หนี้ ก็ไม่ได้มาอยากจับกำนันเสือแต่อย่างใด
“พะโล้อร่อยไหม?” กำนันเสือถาม
“ก็ไม่ได้แย่”
“แม่ฉันทำอร่อยกว่านี้อีก”
“ใครอยากรู้คะ?”
“เผื่อคนแถวนี้อยากรู้”
“ชิ!”
——
งานวันนี้เป็นงานตัดอ้อย อากาศร้อนแสนร้อนลมแทบไม่มีสักกระผีก ร่างของสายไหม ก้ม ๆ เงย ๆ ฟันมีดลงต้นอ้อยแต่ละต้นอย่าชำนาญ ก่อนจะโยนลำอ้อยลงบนกองที่มียอดใบอ้อยรองไว้ แล้วก้มมัดอ้อยยกโยนเข้ากองใหญ่ ซึ่งเป็นงานที่สายไหมเคยทำมาตั้งแต่เด็ก
เสื้อเชิ้ตแขนยาวถูกมัดชายไว้เหนือเอว กางเกงขายาวมีคราบดินแดงเกาะแน่น งานหนัก งานร้อนแต่หญิงสาวก็อดทน ด้วยอยากใช้หนี้ให้มันหมด แม้จะเยอะมากก็ตาม
“ร้อนตับแตก” เธอนั่งลงแล้วใช้หมวกพัดตัวเองเบา ๆ มืออีกข้างก็ปาดเหงื่อที่ซึมทั่วใบหน้า
“ไหม มากินมะยมดองด้วยกัน” กรองแก้วเอ่ยแล้วเดินถือมะยมดองกับพริกเกลือมานั่งที่กองอ้อย โดยอาศัยร่มเงาต้นอ้อยเป็นที่หลบแดด
“จ้ะ” สายไหมพยักหน้า วางมือแล้วถอดถุงมือ นั่งแกะพริกเกลือ กรองแก้วกับสายไหมตัดอ้อยหน้าอ้อยติดกัน ทำให้ได้พูดคุยและสนิทกันค่อนข้างเร็ว
“อร่อยจริง” กรองแก้วเอ่ย อากาศร้อน ๆ ได้กินของเปรี้ยว ๆ มันช่างอร่อยเสียจริง
“ฉันมีน้ำชามะนาวด้วยนะแก้ว ลองเอาไปดื่มสิจ้ะ จะได้ชื่นใจ” ว่าแล้วยื่นแก้วให้
“จ้ะ” กรองแก้วแก้วรับไปดื่ม “หูยอร่อย ทำขายได้เลยนะเนี่ย”
“ชมเกินไปแล้วค่ะ” สายไหมหัวเราะ ก่อนจะถอดผ้าที่เคยปิดหน้าตัวเองออกเพื่อรับลม ใบหน้าสวยแดงระเรื่อเพราะความร้อน สายไหมจึงหยิบหมวกขึ้นมาพัดแรงกว่าเดิม
รถกระบะสีฟ้าหม่นของกำนันเสือแล่นฝุ่นตลบเข้ามา หยุดปุ๊บ เสียงเครื่องดับปั๊บ ก่อนเจ้าตัวจะก้าวลงมาด้วยท่าทางสบาย ๆ ใส่หมวกปีกกว้าง ขนมปังปิ้งคาบปากไว้ข้างนึง
“ร้อนไหมสายไหม?”
“ร้อนสิคะ”
“ที่จริงฉันก็ไม่ได้อยากให้เธอมาทำงานแบบนี้นะ เมื่อเช้าฉันว่าจะบอกเธอ ให้ไปช่วยทำความสะอาดห้องทำงานให้ แต่บอกไม่ทัน เพราะเธอมาตัดอ้อยกับกรองแก้วตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง” กำนันพูด
“ฉันทำงานนี้แหละดีแล้ว ฉันมาตัดอ้อยตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ตอนนี้ได้250มัด คูณ 3.50 ก็จะได้ 875 ตัดไปถึงเย็นก็น่าจะได้พันกว่า มันดีกว่าไปทำงานทำความสะอาดเป็นไหน ๆ” สายไหมเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ
ตัดอ้อยมันเป็นงานเหมา ทำได้เยอะก็ได้เงิน ทำได้น้อย ก็ได้เงินน้อย เหนื่อยก็พัก ไม่ได้ถูกบีบบังคับเหมือนทำงานรายวัน
“ก็ไม่อยากให้ผิวสวย ๆ พังน่ะ” สายตาที่กำนันส่งให้ ทำให้สายไหมต้องเม้มปาก นี่มันพวกเจ้าชู้ชีกอชัด ๆ ขนาดเธอเป็นคนงานตัดอ้อยก็ไม่เว้น
“ผิวก็ผิวฉัน จะพังไม่พังก็ช่าง ไม่ใช่ผิวกำนันสักหน่อย จะยุ่งเพื่อ!”
“ก็ไม่ได้อยากยุ่งมากหรอก แต่คนสวยอย่างหนูสายไหม ควรได้งานดี ๆ ชีวิตดี ๆ กว่านี้นะ”
“แก้วก็อยากมีชีวิตที่ดีนะคะ กำนันช่วยแนะนำหน่อย หรือจะให้แก้วไปทำความสะอาดห้องทำงานให้ก็ได้นะคะ แก้วยินดีไปค่ะ” กรองแก้วเอ่ยแทรก มองกำนันเสืออย่างรู้ทัน
“เอ็งน่ะตัดอ้อยไปเถอะแก้ว ฉันต้องการให้หนูสายไหมไปทำงานด้วย ไม่ใช่เอ็ง!”
“อ้าว ก็เห็นว่าอยากได้คนทำความสะอาด จะแก้วหรือสายไหมไป มันก็เหมือนกันล่ะค่ะ”
“ไม่เหมือน ฉันอยากได้สายไหมไปทำ ไม่ใช่เอ็งกรองแก้ว!” กำนันยืนยันเจตนารมย์ของตัวเอง
“ฉันไม่ไปทำด้วยหรอกค่ะ ตัดอ้อยเหมาะกับฉันแล้ว”
“แต่การใช้หนี้ของเธอ คือทำความต้องการของเจ้าของไร่ทั้งหมด ฉันอยากให้เธอไปความสะอาดที่ห้องทำงานฉัน ช่วยดูแลฉัน”
“นี่กำนัน อ้าปากฉันก็เห็นลิ้นไก่แล้ว กำนันอยู่เฉย ๆ อย่าพูดอะไรให้ฉันหงุดหงิดดีกว่าน่ะ ถ้ากำนันอยากได้คนไปปรนนิบัติพัดวี เชิญหาที่อื่นค่ะ แถวนี้มีแต่คนงานตัดอ้อย! ถ้ากำนันพูดไม่เข้าหู จะโดนตัดปากแทนตัดอ้อยก็ได้”
“โอ๊ย ปากเธอนี่มันคมเหมือนมีดอ้อยเลยนะ ฟันฉับ ตรงใจพอดีเลย แบบนี้ฉันน่ะชอบ” คำพูดกำนันทำให้หญิงสาวเม้มปากขัดใจ
“ถ้าปากฉันเหมือนมีดอ้อย ก็เพราะเจอพวกมาแหย่มาเต๊าะนี่แหละค่ะ กำนัน!” ว่าแล้วเอามะยมจิ้มพริกเกลือ กำนันเสือเอามือกุมอกทำท่าราวกับโดนยิงกลางใจ
“อูยยย… เจ็บจี๊ด! ถึงทรวง”
“ไปไกล ๆ ค่ะจะทำงาน” สายไหมหน้ามุ่ย
“ไปทำงานในห้องทำงานกับฉันก็ได้นะ” สายไหมหันขวับ เหลือบตามองนิ่ง ๆ
“เอาเวลาไปดูคนงานคนอื่นเถอะค่ะ ฉันไม่ใช่คนว่างมานั่งไร้สาระกับกำนันหรอก”
“ถึงฉันจะไร้สาระ ฉันก็อยากไร้สาระกับเธอแค่คนเดียว ถ้าเกิดเปลี่ยนใจอยากทำงานในร่ม บอกฉันนะ” ว่าจบก็เดินไปคุยกับคนงานคนอื่น สายไหมมองตามหลังเขา เธอส่ายหน้าช้า ๆ แล้วนั่งกินมะยมต่อ
“ฮ่า ๆ” สายไหมหันไปมองกำนันเสือที่พูดคุยกับคนงานอีกระลอก เขาพูดแล้วหัวเราะเป็นกันเอง ทำให้ใบหน้าสวยของหญิงสาว เกิดรอยยิ้มบางเบาแอบผุดขึ้นที่มุมปากโดยไม่รู้ตัว…