กึก!
ฉันหลับตาลง และกัดนิ้วเรียวยาวของฟินิกซ์ด้วยความแรงจนเขาชะงักการขยับเข้าออกจากริมฝีปากของฉัน พอลืมตาขึ้นก็เห็นฟินิกซ์ขบกรามเอาไว้แน่น เขาจ้องมองมาที่ฉันนิ่งด้วยสายตาคมดุดัน และดูน่ากลัวมากขึ้น
“อ๊ะ...” มือใหญ่ของฟินิกซ์กระชากเสื้อเชิ้ตของเขาที่ฉันสวมอยู่ออกจนกระดุมบางเม็ดกระเด็นหลุดไปไกล ฉันสบสายตาคมของฟินิกซ์ด้วยความตระหนก แต่ยังคงนอนอยู่นิ่งๆใต้ร่างกายสูงใหญ่ของเขา
“เธอจะหุบปากแบบนี้ได้อีกไม่นานหรอกเมเบล” ฟินิกซ์โน้มตัวลงมาประกบริมฝีปากฉันด้วยความรวดเร็ว ฉันเม้มริมฝีปากของตัวเองไว้ทันที พยายามหันหน้าหนีเขา แต่มือใหญ่ก็จับใบหน้าของฉันเอาไว้แน่น ให้ตาย!
“อื้อ!” ฉันทำเพียงส่งเสียงประท้วงในลำคอเพราะเริ่มหายใจไม่ทัน เมื่อฟินิกซ์สอดแทรกลิ้นเปียกชื้นของเขาเข้ามาในโพรงปากฉันและจูบด้วยความเร่าร้อนดุดันอย่างเอาแต่ใจ แต่ร่างกายของฉันยังคงนอนนิ่งไม่ขยับหรือผลักร่างกายสูงใหญ่ของฟินิกซ์ออก ฉันจะทำตัวเหมือนหุ่นยนต์จนกว่าเขาจะหมดความอดทนไปเอง
“ขยับเมเบล เธอรู้ใช่มั้ยว่าตอนนี้ฉันเป็นยังไง” ฟินิกซ์กดสะโพกของเขาลงมาแนบชิดกับกลางกายของฉันมากขึ้น เขาสบสายตากับฉันนิ่ง แล้วยกยิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย ฉันกำมือทั้งสองข้างเอาไว้แน่นเมื่อฟินิกซ์เริ่มขยับขึ้นลงจนกางเกงนอนของเขาเสียดสีกับกางเกงชั้นในตัวบางของฉัน
มือใหญ่จับต้นขาฉันให้แยกกว้างออกจากัน แล้วเขาก็แทรกร่างกายสูงใหญ่ของตัวเองเข้ามา ความร้อนของแก่นกายของเขาสัมผัสกับจุดเสียงกลางกายของฉันผ่านเนื้อผ้าบาง ๆ ฉันทำได้เพียงกัดริมฝีปากของตัวเองเอาไว้แรงๆอย่างโกรธเคืองจนเจ็บไปหมด
ฉันหลับตาและสูดหายใจเอาอากาศเข้าปอดลึกๆทันทีที่มือใหญ่ของฟินิกซ์ค่อยๆถอดกางเกงชั้นในขอฉันออกช้า ๆ กว่าจะรู้ตัวมันก็ไปกองอยู่ที่ข้อเท้าข้างหนึ่งของฉันแล้ว ความเย็นจากแอร์กระทบผิวกายเปลือยเปล่าของฉันจนรู้สึกว่าตัวเริ่มสั่นขึ้นมาเล็กน้อย ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอาการสั่นมันมาจากความเย็น หรือจากสิ่งที่ฟินิกซ์กำลังทำกับฉันอยู่กันแน่
หมับ
ฉันเบิกตาโพรง และสะดุ้งทันทีที่ฝ่ามือใหญ่อุ่นร้อนลูบไล้ที่จุดเสียงกลางกายของฉันไปมาอย่างแผ่วเบา ฟินิกซ์ยังคงจ้องมองใบหน้าของฉันด้วยสายตาคมดุดันของเขาอยู่อย่างไม่วางตา ทั้ง ๆ ที่มือใหญ่ของเขาก็กำลังขยับลูบไล้จุดเสียงกลางกายของฉันอยู่ไม่ห่าง ให้ตายสิ บ้าชะมัด ฉันเกลียดคนอย่างเขา!
“อึก!” ฉันหันหน้าหนีไปอีกทาง มือกำผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น เมื่อริมฝีปากและลิ้นเปียกชื้นของฟินิกซ์ไล้เลียดูดดึงยอดอกที่แข็งชูชันของฉันด้วยความแรงจนเกิดเสียงดังน่าอายไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด สายตาฉันเอาแต่จับจ้องไปที่ผ้าม่านตรงหน้าต่างที่มีแสงสว่างจากภายนอกส่องเข้ามาเพียงน้อยนิดเท่านั้น ฉันไม่อยากเห็นหน้าฟินิกซ์ ไม่อยากแม้แต่จะพูด หรือแตะตัวเขาแม่แต่น้อย...
“หึ แฉะเร็วดีนี่” เสียงเข้มต่ำของฟินิกซ์ดังขึ้นข้างใบหูพร้อมๆกับนิ้วมือเรียวยาวของเขาที่สอดเข้ามาภายในร่างกายของฉันด้วยความรวดเร็ว ฉันสะดุ้งกับสัมผัสจาบจ้วงรุนแรงของฟินิกซ์ และกัดริมฝีปากล่างเพื่อกลั้นเสียงน่าอายของตัวเองไว้ทันทีที่เขาเริ่มขยับนิ้วเรียวยาวเข้าออกรัวเร็วขึ้น
ฉันสูดหายใจแรง มือกำผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่นจนกลัวว่ามันจะขาดไปซะก่อน มือใหญ่ข้างที่ใส่กุญแจมือไว้ก็ดึงมือฉันออกจากผ้าปูที่นอน ฟินิกซ์จับมือฉันเอาไว้แล้วกดลงไปบนเตียงแทน
“อื้อ...” ฉันรีบเม้มริมฝีปากตัวเองเอาไว้อีกครั้งเมื่อเสียงครางเริ่มดังขึ้นโดยแทบควบคุมเอาไว้ไม่อยู่ น่าอายชะมัด!
ฟินิกซ์ขบเม้มบริเวณซอกคอของฉันแรงๆจนฉันรู้สึกเจ็บ แล้วเขาก็เอานิ้วเรียวยาวของตัวเองออก ฉันหอบหายใจแรงทันที มือข้างที่กำผ้าปูที่นอนอยู่เริ่มคลายออก ส่วนอีกข้างก็ยังถูกมือใหญ่ของฟินิกซ์จับเอาไว้แน่นอย่างน่าโมโห
“หึ ฉันไม่ให้เธอรอนานนักหรอก” ฉันมองฟินิกซ์ด้วยความตื่นตระหนกอีกครั้งเมื่อเขาหยิบถุงยางออกมาจากลิ้นชักข้างเตียง และหันหน้าหนีไปอีกทางทันทีที่รับรู้ว่าฟินิกซ์ถอดกางเกงนอนของเขาออกแล้ว
พรึ่บ!
“อ๊ะ!” ฉันร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อตัวลอยจากการถูกมือใหญ่และท่อนแขนแข็งแรงของฟินิกซ์โอบกอดรอบเอวบางเอาไว้แน่น แล้วดึงให้ฉันขึ้นไปนั่งลงบนแผงอกกำยำของเขาด้วยความรวดเร็ว
เสื้อเชิ้ตของฟินิกซ์ยังค้างอยู่ที่แขนข้างที่ฉันใส่กุญแจมือเอาไว้อยู่ แต่ฟินิกซ์กำลังเปลือยเปล่าไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้นเดียว เพราะเขาไม่ได้ใส่เสื้อมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทำให้ช่วงล่างของฉันที่กำลังนั่งคล่อมแผงอกกำยำเปลือยเปล่าของเขารับรู้ถึงร่างกายสูงใหญ่อุ่นร้อนอย่างแนบชิดทันที
ฉันรีบขยับตัวลุกขึ้นยืนด้วยความรวดเร็ว แต่มือใหญ่ของฟินิกซ์ก็จับต้นขาฉันเอาไว้แน่น แล้วดึงลงจนฉันต้องกลับไปนั่งทับแผงอกกำยำของเขาอีกครั้ง มือข้างที่เราสองคนใส่กุญแจมืออยู่ฟินิกซ์จับมือฉันเอาไว้แล้วสอดประสานนิ้วมือเรียวยาวของเขาเข้ากับนิ้วมือทั้งห้าของฉัน จากนั้นฟินิกซ์ก็จ้องมองใบหน้าของฉันด้วยสายตาคมดุดัน แต่ครั้งนี้มันดูแวววาวเจ้าเล่ห์อย่างน่าประหลาด ฉันจึงรีบหันหน้าหนีสายตาของเขาทันที ให้ตายสิ!
“จะหนีไปไหน” ฉันจ้องมองใบหน้าของฟินิกซ์ด้วยความขุ่นเคือง กัดริมฝีปากล่างของตัวเองเอาไว้จนรู้สึกเจ็บไปหมด เมื่อมือใหญ่จับยึดสะโพกฉันเอาไว้แน่น แล้วออกแรงบังคับให้ฉันขยับจนแก่นกายใหญ่ของเขาค่อยๆ ดุนดันเข้ามาภายในตัวฉันอย่างช้า ๆ แต่สักพักฟินิกซ์ก็ดันเข้ามาจนสุด ฉันสะดุ้งด้วยความตื่นตกใจและรู้สึกเจ็บจุกจนต้องจิกเล็บลงไปบนแผงอกกำยำของเอาแรงๆ
“อ๊ะ!” ฟินิกซ์ขยับเข้าออกอย่างช้า ๆ เนิบๆ แต่ลึกทุกการสอดใส่ ฉันหลับตาทั้งสองข้างแน่น กัดริมฝีปากล่างเอาไว้เพื่อกลั้นเสียงน่าอายของตัวเองด้วยความรวดเร็ว
“ขยับหน่อยเมเบล” เสียงเข้มต่ำแหบพร่าของฟินิกซ์ทำให้ฉันจิกเล็บของตัวเองลงไปที่ผิวเนื้อตรงแผงอกกำยำมากขึ้น แล้วลากยาวไปตามกล้ามเนื้อท่อนบนเปลือยเปล่าของเขาอย่างโมโห และเมื่อปรือตาลงไปมองก็เห็นว่าแผงอกกำยำของฟินิกซ์เลือดซิบออกมาเล็กน้อย ฉันยิ้มเยาะที่มุมปากทันทีที่เหลือบขึ้นไปสบสายตาคมดุดันของเขาที่กำลังจ้องมองฉันอยู่
“มะ...ไม่ อึก” ฉันสูดหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ทันทีที่ฟินิกซ์กระแทกกระทั้นด้วยความรุนแรงจนเสียงกุญแจมือ และเสียงเตียงกระทบกับพนังดังไปทั่วห้องนอน
“หึ เป็นอะไรอยากให้ฉันทำเบากว่านี้หรือไง” ฉันกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่นขึ้น พยายามยกสะโพกของตัวเองออก แต่มือใหญ่ของฟินิกซ์ก็จับต้นขาฉันแล้วดันลงพร้อมกับเขาที่ยกสะโพกสอบของตัวเองขึ้นมาด้วยความดุดัน ฉันจุกจนน้ำตาแทบไหลออกมาจากหางตา ต้นขาสั่นเล็กน้อยอย่างน่าอาย บ้าชะมัดเลย!
“อ๊ะ!” ฉันเผลอครางเสียงน่าอายออกมาในที่สุดทันทีที่ฟินิกซ์ขยับเข้าออกรัวเร็วขึ้น เขาหัวเราะในลำคอเหมือนกำลังพอใจที่ฉันไม่อาจต้านทานเสียงร้องได้อีก
ฉันรู้สึกเจ็บใจจนต้องจิกเล็บลงบนแผงอกกำยำของฟินิกซ์อีกครั้งด้วยความแรง เขาไม่ใส่ใจกับรอยข่วนจนเลือดซิบบนท่อนบนเปลือยเปล่าของตัวเองด้วยซ้ำ ฟินิกซ์ยังคงกระแทกกระทั้นเข้ามาภายในตัวฉันถี่ยิบ และลึกจนตัวฉันสั่นสะท้าน จากนั้นฉันก็ฟุบตัวลงไปทับแผงอกกำยำของเขาเอาไว้อย่างหมดเรี่ยวแรง ฉันหลับตา และหอบหายใจแรง
เพียงไม่นานฉันก็ได้ยินเสียงเข้มต่ำแหบพร่าของฟินิกซ์ครางต่ำอยู่ตรงขมับของตัวเอง เขาหยุดขยับแต่ยังอยู่ภายในตัวฉันลึกสุด จนรู้สึกอึดอัดไปหมด ฉันได้ยินเสียงหอบหายใจแรงของฉันและฟินิกซ์ที่ดังไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด แผงอกกำยำของเขาขยับขึ้นลงตามการหายใจ ใบหูของฉันที่แนบอยู่กับแผงอกข้างซ้ายของฟินิกซ์ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงกว่าปกติเล็กน้อยของเขา
เสียงหัวใจของฉันที่เต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ ฉันอยากจะลุกออกไปให้ห่างๆจากฟินิกซ์ อย่าจะผลักไสเขาออกไปจากร่างกายของตัวเองให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ขาของตัวเองกลับสั่นและเรี่ยวแรงหายไปหมดจนทำได้เพียงแค่หลับตาลงอย่างอ่อนล้าเท่านั้น
ฉันลืมตาขึ้นช้า ๆ ค่อยๆหันไปมองด้านข้างของตัวเองก็พบเพียงความว่างเปล่า ลองมองไปรอบห้องนอนก็ไม่เจอฟินิกซ์จึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก
“อึก...” พอขยับตัวลุกขึ้นนั่งก็รู้สึกเจ็บช่วงล่าง และข้อมือที่เป็นรอยแดงจากการโดนกุญแจมือขูดไปกับผิว ตอนนี้กุญแจมือถูกฟินิกซ์เอาออกไปจากข้อมือของฉันเรียบร้อยแล้ว ฉันรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายเปลือยเปล่าของตัวเองเอาไว้ทันทีที่ความเย็นจากแอร์กระทบที่ผิวหนังจนรู้สึกหนาวขึ้นมาเล็กน้อย
ก๊อกๆ ๆ
“คุณเมเบลตื่นหรือยังคะ” ฉันขมวดคิ้วมุ่นมองที่ยังประตูห้องนอนที่ปิดสนิทอย่างสงสัย แล้วรีบหยิบเสื้อเชิ้ตของฟินิกซ์ที่หล่นอยู่ข้างเตียงขึ้นมาสวมไว้ด้วยความรวดเร็ว
“ตื่นแล้ว” ฉันตอบออกไปด้วยเสียงแหบแห้งจนตัวเองแทบจะไม่ได้ยินด้วยซ้ำ
“ขออนุญาตเข้าไปนะคะ” และประตูห้องนอนก็เปิดออกพร้อมกับแม่บ้านที่เดินเข้ามา โดยที่ในมือของเธอมีชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำติดมาด้วย
“อะไรน่ะ” ฉันมองชุดเดรสในมือของแม่บ้านสลับกับมองหน้าเธออย่างไม่เข้าใจ และรู้สึกกังวลแปลกๆ
“ชุดที่คุณเมเบลต้องใส่ไปงานเลี้ยงกับคุณฟินิกซ์วันนี้ค่ะ" แม่บ้านมองหน้าฉันพร้อมกับส่งยิ้มกว้างมาให้อย่างใจดี ฉันชะงักไปเล็กน้อยและจ้องมองชุดเดรสในมือของเธอที่กำลังวางอยู่บนเตียงอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไร นี่ก็ต้องเป็นคำสั่งของฟินิกซ์อีกตามเคยสินะ ให้ตายสิ ขนาดตัวไม่อยู่ยังจะสั่งแม่บ้านเอาไว้อีก บ้าชะมัดเลย
“งานเลี้ยงอะไรน่ะ ไม่ไปหรอก” ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วนั่งลงที่เตียงอย่างเหนื่อยหน่าย
“อย่าขัดคำสั่งคุณฟินิกซ์เลยนะคะ ที่จริงคุณฟินิกซ์ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรนักหรอกค่ะ” ฉันหันไปมองใบหน้ายิ้มแย้มของแม่บ้านที่ยังคงส่งยิ้มใจดีมาให้ฉันเหมือนเดิม
“เขาคงทำเลวร้ายแค่กับฉันสินะ” ฉันพูดพึมพำกับตัวเองด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อยเมื่อนึกถึงใบหน้าของฟินิกซ์
“คุณฟินิกซ์เป็นคนรักครอบครัวมากเลยนะคะ โดยเฉพาะน้องสาวเพียงคนเดียวอย่างคุณเฟรย่า อีกอย่างคุณฟินิกซ์ก็ตามใจเธอตลอดเลย...” ฉันชะงักและนั่งนิ่งไปทันทีที่ได้ยินชื่อของเพื่อนรักอย่างเฟรย่า แม่บ้านหันมามองหน้าฉันแล้วหยุดพูดไปทันที จากนั้นเธอก็ส่งยิ้มกว้างใจดีมาให้ฉันอีกครั้ง
“อึก…” ฉันจับผ้าห่มฝืนหนาที่อยู่ข้างตัวเอาไว้แน่น จนทำให้รู้สึกเจ็บข้อมือที่มีรอยแผลแดงๆจากการโดนกุญแจมือบาดโดยไม่รู้ตัว
“เดี๋ยวทำแผลให้นะคะ” แม่บ้านมองลงมาที่แผลตรงข้อมือของฉันแล้วพูดด้วยเสียงอ่อนโยน ฉันทำเพียงพยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนที่เธอจะเดินออกไปจากห้องนอน
ฉันยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียงนอน และสมองก็คิดเรื่องของเฟรย่าจนมึนเบลอไปหมด ทำไมฟินิกซ์ถึงคิดว่าเป็นเพราะฉันเฟรย่าถึงต้องตาย ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนฉันกับเฟรย่าและเคลี่ก็ไม่ได้มีปัญหากัน เราสามคนเรียนด้วยกัน เที่ยวด้วยกันและเป็นเพื่อนกันมาตลอด อาจจะมีบางครั้งที่เฟรย่ากับเคลี่ทะเลาะกัน แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไรสักหน่อย แล้วทำไมฟินิกซ์ถึงต้องคิดว่าเป็นเพราะฉันด้วย ให้ตายสิ ฉันไม่เข้าใจอะไรเลย
“คุณเมเบลคะ” ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อแม่บ้านคนเดิมกลับมาพร้อมกับกล่องปฐมพยายาลแล้วจับข้อมือฉันขึ้นไปทำแผลเบาๆ นี่ฉันเหม่อขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย
“เอ่อ...คุณชื่ออะไรเหรอ” ฉันถามเธอด้วยเสียงแหบแห้งทันทีที่ข้อมือได้ทำการพันผ้าพันแผลเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
“จูลี่ค่ะ คุณเมเบลไม่ต้องเรียกว่าคุณหรอกค่ะ ฉันเป็นแค่แม่บ้าน” ฉันส่งยิ้มบางกลับไปให้จูลี่เล็กน้อย
“ขอบคุณนะจูลี่”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณเมเบลรีบไปแต่งตัวเถอะนะคะ เดี๋ยวอีกสักพักคุณฟินิกซ์คงมาถึงแล้ว” ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ทันที และนึกอะไรขึ้นมาได้เลยรีบถามจูลี่ก่อนที่เธอจะเดินออกไปจากห้องซะก่อน
“นี่จูลี่ เฟรย่าเคยพักอยู่ที่บ้านหลังนี้มั้ย”
“เคยค่ะ ทำไมเหรอคะ” จูลี่หันมามองหน้าฉันด้วยความสงสัย ฉันเลยยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจ และตั้งใจถามเธออย่างระมัดระวังอีกรอบ
“แล้วรู้รึเปล่าว่าห้องของเฟรย่าอยู่ที่ไหน” ทันทีที่ฉันพูดจบ จูลี่ก็ดูจะลำบากใจขึ้นมาเล็กน้อย และมองมาที่ฉันอย่างเป็นกังวลทันที
“เอ่อ...คุณเมเบลจะทำอะไรเหรอคะ ถ้าคุณฟินิกซ์รู้เข้า...”
“ฉันไม่ทำอะไรหรอก แค่อยากรู้เฉยๆน่ะ ฉันไม่บอกฟินิกซ์หรอกนะว่าใครบอก เชื่อใจฉันได้” ฉันส่งยิ้มบางไปให้จูลี่ เธอดูกังวลมากขึ้นอย่างลำบากใจที่จะบอก
“ห้องคุณเฟรย่าอยู่ที่ชั้นสองค่ะ” จูลี่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ทันทีที่พูดจบ ฉันเส่งยิ้มกว้างไปให้เธอเมื่อได้ยินคำตอบที่ต้องการสักที
“ขอบคุณมากนะ” จูลี่มองหน้าฉันด้วยความเป็นกังวลอีกครั้ง แล้วเธอก็ส่งยิ้มใจดีมาให้ก่อนจะเดินออกไปจากห้องพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาล
หลังจากที่จูลี่ออกไปได้ไม่นานฉันก็เข้าไปอาบน้ำ และกลับเข้ามาใส่ชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำที่วางอยู่บนเตียงด้วยความขุ่นเคือง ฉันไม่รู้ว่าฟินิกซ์คิดอะไรอยู่ถึงต้องให้ฉันใส่ชุดบ้าๆนี่แล้วไปงานเลี้ยงกับเขาก็ไม่รู้ ฟินิกซ์ต้องคิดที่จะทำอะไรเลวร้ายกับฉันอีกแน่นๆ เลย ให้ตายเถอะ!
ปึง!
“แต่งตัวเสร็จรึยัง” ฉันสะดุ้งทันทีที่เสียงเข้มต่ำดังขึ้นอยู่หน้าประตูห้องนอนโดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัว ฉันมองฟินิกซ์ที่เพิ่งกระชากประตูเปิดออกด้วยความแรง แล้วยืนพิงกรอบประตูมองมาทางฉันด้วยสายตาคมดุดันเรียบนิ่งอย่างหงุดหงิด
“เสร็จแล้ว” ฉันหันกลับมามองดูตัวเองในกระจกอีกครั้ง แล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างเหนื่อยหน่ายทันที บ้าชะมัด ชุดอะไรเนี่ยทำไมมันถึงได้ดูโป๊ขนาดนี้
หมับ!
ฉันชะงักไปเล็กน้อยทันทีที่มือใหญ่ของฟินิกซ์จับปลายคางฉันไว้ แล้วบังคับให้เงยหน้าขึ้นไปสบสายตาคมดุดันของเขาที่กำลังจ้องมองใบหน้าของฉันเรียบนิ่ง
“มีอะไรอีก” ฉันขมวดคิ้วมุ่นแล้วถามฟินิกซ์ด้วยเสียงที่ขุ่นเคือง เขาปล่อยมือใหญ่ที่จับปลายคางฉันออก แล้วเขาก็โน้มตัวลงมาใกล้ๆจนฉันต้องก้าวถอยหลังหนีอย่างตกใจ
“ไม่คิดจะลองดีกับฉันแล้วเหรอ” เสียงเข้มต่ำดังใกล้กับใบหูของฉันจนต้องเม้มริมฝีปากเอาไว้ แล้วจ้องหน้าฟินิกซ์ด้วยความท้าทาย
“ถ้าฉันทำนายจะปล่อยฉันไปรึไงล่ะ”
“หึ ฉันยังไม่หหมดสนุกในตัวเธอเลยเมเบล” ฉันหันหน้าหนีฝ่ามือใหญ่ของฟินิกซ์ที่ยกขึ้นมาลูบไล้ที่ผิวแก้มฉันอย่างแผ่วเบา แต่ฉันรู้ว่าเขาไม่คิดจะอ่อนโยนกับฉันสักนิด สายตาคมดุดันของเขาที่มองมามันมีแต่ความโกรธแค้น เกลียดชังอยู่นั้น... แต่มันก็ไม่ต่างจากฉันเท่าไรนักหรอก
“สารเลว” ฉันพูดพึมพำของมา แต่ฟินิกซ์คงได้ยินเขาถึงยกยิ้มมุมปากขึ้นแล้วมองฉันด้วยสายตาคมแวววาวเจ้าเล่ห์ที่แฝงไปด้วยความน่ากลัว จนฉันต้องสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อรวบรวมสติของตัวเอง
“ฉันเลวได้ยิ่งกว่านี้แน่ ถ้าเธอยังชอบขัดคำสั่งฉันไม่เลิก” ฉันหันไปมองฟินิกซ์อีกครั้งด้วยความโกรธแค้นที่เพิ่มมากขึ้น
“ก็ไม่น่าแปลกใจนักหรอก คนแบบนายก็ทำแต่เรื่องเลวๆถนัดอยู่แล้วหนิ”
หมับ!
“หึ เวลาอยู่บนเตียงกับฉันก็ให้มันอวดเก่งแบบนี้บางนะ บางทีถ้าเธอทำให้ฉันพอใจเมื่อไร ฉันอาจจะปล่อยเธอไปก็ได้เมเบล” มือใหญ่ของฟินิกซ์จับต้นแขนของฉันเอาไว้แน่น แล้วดึงตัวฉันเข้าไปใกล้จนหน้าอกแนบชิดกับแผงอกกำยำของเขา ฉันกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแล้วพยายามดันแผงอกกำยำของฟินิกซ์ให้ออกห่าง แต่เขากลับไม่ขยับสักนิด ให้ตายเถอะ มันน่าโมโหชะมัดเลย!