Hate : 4

2785 Words
“ปล่อยฉันนะ!” ฟินิกซ์หัวเราะเสียงเข้มต่ำในลำคอเบาๆเมื่อเห็นว่าฉันทำอะไรเขาไม่ได้ สายตาคมดุดันของฟินิกซ์จ้องมองฉันนิ่ง สักพักเขาก็ปล่อยมือใหญ่ออกจากต้นแขนของฉัน แล้วเดินออกจากห้องนอนไปทันที “รีบตามมา” ฉันเม้มริมฝีปากเอาไว้อย่างขุ่นเคือง จ้องมองแผ่นหลังกว้างกำยำของฟินิกซ์แล้วอยากจะทุบแรงๆสักครั้ง ฉันไม่ใช่หมาของเขานะ! “…” พอฉันยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมและไม่ยอมตอบ ฟินิกซ์ก็หันมองหน้าฉันด้วยความหงุดหงิด แล้วเขาก็เดินมาทางฉันอย่างรวดเร็ว พรึ่บ! “อ๊ะ...ปล่อยฉันลงนะ” ฉันเบิกตาโพรงด้วยความตกใจ ที่จู่ ๆ ฟินิกซ์ก็อุ้มฉันขึ้นไปพาดบ่าแกร่งของเขาเอาไว้ด้วยความรวดเร็วจนฉันตั้งตัวไม่ทัน “อย่าขัดคำสั่งฉัน” ฟินิกซ์ไม่ยอมปล่อยฉันลง แถมเขายังเดินดุ่ม ๆ ออกจากห้องโดยมีตัวฉันห้อยอยู่บนบ่าแกร่งของเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน ให้ตายสิ คนอื่นจะเห็นกางเกงในฉันหมดแล้วนะ ไอ้ชุดเดรสบ้านี่ก็สั้นชะมัด! “ฟินิกซ์ ปล่อยฉันลงสิ!” ฉันทั้งทุบทั้งข่วนแผ่นหลังกว้างกำยำของเขาจนเจ็บมือไปหมด แต่ฟินิกซ์ก็ยังไม่ยอมปล่อยให้ฉันลงไปเดินบนพื้นดี ๆ มือใหญ่จับต้นขาฉันเอาไว้แน่น และเขาก็ใช้มือใหญ่อีกข้างที่ว่างกดลิฟท์อย่างไม่รีบร้อน ในขณะที่ลิฟท์กำลังเลื่อนลง ฉันก็ยังคงพยายามดิ้นหนีอีกครั้ง หมับ! “ถ้ายังไม่หยุดดิ้น ฉันไม่หยุดแค่นี้แน่เมเบล” ฉันชะงักและหยุดดิ้นทันทีที่มือใหญ่ล้วงเข้ามาในชุดเดรสของฉัน และลูบไล้ไปมาที่แก้มก้นของฉันแผ่วเบาจากนั้นนิ้วเรียวยาวของเขาก็สอดเข้ามาในกางเกงในของฉันอย่างน่าโมโห “หยุดนะ!” ฉันกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเอาไว้แน่น หยุดตุบตีแผ่นหลังกว้างกำยำของฟินิกซ์ และเลิกดิ้นในที่สุด ให้ตายสิ! “หึ ในลิฟท์ก็น่าสนใจดี แต่พอดีตอนนี้ฉันกำลังรีบอยู่ด้วยสิ” ฉันต้องพยายามไม่ข่วนหน้าของฟินิกซ์ สูดหายใจเข้าลึกๆอย่างควบคุมอารมณ์โมโหของตัวเอง และสักพักลิฟท์ก็เปิดออก ฟินิกซ์เดินไปหน้าบ้านที่มีรถยนต์หรูจอดรออยู่แล้ว โดยที่มีฉันห้อยอยู่ที่บ่าแกร่งของเขา “ปล่อยฉันลงสักที” ฉันพูดพึมพำออกมาอย่างหงุดหงิด เมื่อฟินิกซ์เอาแต่ยืนคุยกับลูกน้องของตัวเอง แต่ไม่ยอมปล่อยฉันลงจากบ่าแกร่งของเขาสักที ทั้ง ๆ ที่รถก็จอด และลูกน้องอีกคนของฟินิกซ์เปิดประตูรออยู่ด้านหน้าแล้วด้วยซ้ำ ตุบ “เข้าไปในรถ” ฉันมองฟินิกซ์ด้วยสีหน้าขุ่นเคืองทันทีที่เขาปล่อยฉันลงจากบ่าแกร่ง ฉันเลยรีบเข้านั่งในรถอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจเท่าไรนัก พอฟินิกซ์เข้ามานั่งข้างฉันในรถยนต์คันหรูของเขา ฉันก็รีบขยับตัวออกห่าง แล้วหันหน้าไปทางหน้าต่างรถด้วยควารวดเร็ว หมับ “นี่!” ฉันหันขวับไปมองหน้าฟินิกซ์ทันทีที่ท่อนแขนแข็งแรงของเขากอดรอบเอวบางของฉัน แล้วดึงตัวฉันเข้าไปนั่งใกล้ๆจนแทบจะนั่งไปบนตักของเขาอยู่แล้วเนี่ย! “รังเกียจฉันจนต้องนั่งเอาหน้าแนบกระจกรถเลยเหรอ” เสียงเข้มต่ำของฟินิกซ์ที่พูดอยู่ข้างใบหู ทำให้ฉันต้องหันหน้าหนีเขาไปอีกทางทันที “รู้แล้วก็ถอยไปไกล ๆ” ฉันบอกฟินิกซ์ด้วยน้ำเสียบราบเรียบ แต่มือใหญ่ของเขากลับลูบไล้ลงไปที่ต้นขาของฉันที่โผล่พ้นชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำจนฉันต้องหันขวับมาจ้องมองเขาด้วยความโกรธเคืองมากขึ้น “ยิ่งเธอทำแบบนี้ ฉันยิ่งอยากสนุกกับเธอมากขึ้นรู้มั้ยเมเบล” ฉันกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเอาไว้แน่นด้วยความหงุดหงิดทันทีที่ได้ยินเสียงเข้มต่ำกวนประสาทของฟินิกซ์ “เลว” ฉันมองจ้องหน้าและสบสายตาคมดุดันของฟินิกซ์เรียบนิ่งอย่างไม่เกรงกลัว เขายกยิ้มมุมปากชึ้นอย่างเยาะเย้ยแล้วมือใหญ่ก็ขยับขึ้นมาลูบไล้ต้นขาฉันอย่างจาบจ้วงจนฉันต้องขยับขาหนีเขาด้วยความรวดเร็ว “หึ ขอบคุณ” ฉันกำมือเอาไว้แน่นจนเจ็บไปหมด ฟินิกซ์หัวเราะในลำคอแกร่งเล็กน้อย แล้วเขาก็เอามือใหญ่ออกจากต้นขาของฉันทันที จากนั้นฟินิกซ์ก็หันไปกดโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ขยับตัวนั่งห่างจากเขาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นั่งหันหน้ามองวิวข้างทางผ่านกระจกรถโดยไม่หันไปทางฟินิกซ์ตลอดทาง และเพิ่งมารู้ตัวว่าถึงที่หมายแล้วก็ตอนที่ประตูรถยนต์คันหรูถูกเปิดออก “ลงมา” ฟินิกซ์ลงจากรถแล้วหันมาสั่งฉันอีกครั้ง ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ และเลื่อนมือไปจับปลายกระโปรงชุดเดรสของตัวเองให้ดูเรียบร้อยมากขึ้น หมับ! “อ๊ะ...อะไรของนายเนี่ยฟินิกซ์” ฉันเงยหน้าขึ้นไปโวยวายันทีที่ข้อมือของตัวเองถูกมือใหญ่ของฟินิกซ์กระชากออกจากรถจนตัวฉันเซไปกระแทกกับแผงอกกำยำของเขาด้วยความแรง “อย่าลีลาให้มันมาก เราสายแล้ว” ฟินิกซ์พูดด้วยเสียงเข้มที่ต่ำลงจนฉันรับรู้ได้ว่าเขากำลังหมดความอดทนกับคนอย่างฉันอยู่แน่ ๆ สายแล้วยังไงล่ะ ช่างเขาสิ ฉันไม่ได้อยากจะมาด้วยสักหน่อย ฉันอยากกลับบ้าน! “เรื่องของนายสิ มาบอกฉันทำไม” ฉันพึมพำออกมา แต่จงใจให้ฟินิกซ์ได้ยินอยู่ดี เขาจับข้อมือฉันแน่นขึ้นจนฉันต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บขึ้นมาทันที “อย่าคิดจะลองดีกับฉันเมเบล” ฉันเม้มริมฝีปากของตัวเองเอาไว้อย่างโกรธเคือง และต้องเซถอยหลังเกือบล้มลงไปที่พื้นทันทีที่ฟินิกซ์ปล่อยมือใหญ่ออกจากข้อมือของฉันโดยไม่ทันได้ตั้งตัว บ้าชะมัด! “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ฉันหันไปมองลูกน้องของฟินิกซ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยความสงสัย เขายิ้มบางมาให้แล้วถามด้วยความเป็นห่วง ฉันเลยส่งยิ้มกลับไปให้เขาบ้างแล้วส่ายหน้าให้เล็กน้อย “ฉันไม่เป็นไร ขอบใจนะ” “ไม่ต้องไปยุ่งกับเธอนาธาน” ฟินิกซ์ที่เดินอยู่ด้านหน้าฉันหันไปบอกลูกน้องของตัวเองด้วยเสียงเข้มต่ำเรียบนิ่ง จากนั้นเขาก็หันมามองฉันด้วยสายตาคมดุดันดูน่ากลัว จนฉันได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นแล้วหันหน้าไปมองทางอื่นแทน “เอ่อ...ครับ” นาธานตอบกลับฟินิกซ์เสียงแผ่วเล็กน้อย ฉันหันไปมองนาธาน แล้วส่งยิ้มไปให้อย่างขอโทษที่ทำให้ต้องเดือดร้อนเพราะฉันไปด้วย ผู้คนในงานเลี้ยงมีแต่คนแต่งตัวดูดี หรูหราเต็มไปหมด จนฉันต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่อย่างประหม่าขึ้นมาทันที ฟินิกซ์คิดอะไรอยู่ถึงให้ฉันมางานนี้กับเขากัน ทั้ง ๆ ที่เขาคิดว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงเลวๆที่ทำให้น้องสาวของตัวเองตายเนี่ยนะ เขาคิดจะทำอะไรกับฉันกันแน่... “ไอ้ครูส” ฉันที่เดินอยู่ข้างฟินิกซ์หันไปมองผู้ชายตรงหน้าด้วยความรวดเร็ว “ไง ไอ้ฟินิกซ์ ไม่เจอกันนานเลยนะ” ครูสเหลือบมามองฉันแล้วหันไปเลิกคิ้วให้กับฟินิกซ์เล็กน้อย “นี่เมเบล” ฟินิกซ์มองมาทางฉันด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ฉันเลยทำแค่เพียงส่งยิ้มกลับไปให้ครูส และไม่พูดอะไรออกมาอย่างทำตัวไม่ถูก “ฉันครูสนะ รู้จักไอ้ฟินิกซ์ตั้งแต่เด็กแล้วน่ะ ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้น่า ฉันไม่โหดเท่ามันหรอกนะ” ครูสขยิบตาฉันอย่างขี้เล่น แล้วหัวเราะออกมาเล็กน้อย “ฉันคิดว่าทุกคนในงานก็ดูเป็นมิตรมากกว่าฟินิกซ์ทั้งนั้นแหละค่ะ” ฟินิกซ์หันมาจ้องหน้าฉันด้วยความไม่พอใจทันทีที่ฉันพูดจบ ส่วนครูสกลับหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานแทน เหอะ ก็มันจริงนี่ เขาจะมามองหน้าฉันทำไม “เธอนี่น่ารักจังเมเบล ดื่มอะไรหน่อยมั้ย” ครูสยื่นแก้วไวน์มาให้ ฉันเลยยื่นมือไปรับพร้อมกับยิ้มให้เขาเล็กน้อย “แล้วการประชุมจะเริ่มเมื่อไหร่” ครูสหันไปมองฟินิกซ์แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น ประชุมงั้นเหรอ นี่ไม่ใช่งานเลี้ยงวันเกิดครูสหรือไงกัน “น่าจะอีกสักยี่สิบนาที” ฉันไม่ได้สนใจที่ฟินิกซ์กับครูสคุยกันสักเท่าไร เพราะตอนนี้สติและสายตาของฉันกำลังจดจ่ออยู่กับการหาทางออกไปจากงานเลี้ยงบ้าบอนี่อยู่น่ะสิ “อือ แต่เร็วหน่อยก็ดี กูไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี่นาน ๆ” ฟินิกซ์พยักหน้าให้ครูสเล็กน้อย แล้วสายตาคมก็หันมามองหน้าฉันอย่างดุดัน จนฉันชะงักและเลิกมองซ้ายมองขวาทันที ให้ตาย หวังว่าเขาคงไม่รู้หรอกนะว่าฉันคิดจะทำอะไร “กลัวนกน้อยของมึงจะหนีออกจากรงหรือไง” ครูสยกยิ้มมุมปากขึ้น แล้วมองฟินิกซ์สลับกับฉันอย่างเจ้าเล่ห์ ฉันได้แต่ยืนนิ่งทำเป็นไม่รับรู้เรื่องอะไรทั้งนั้น อยากออกไปจากที่นี่ชะมัด “หึ มันหนีไปไหนไม่รอดหรอก” ฉันเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองฟินิกซ์อย่าขุ่นเคือง ใครเป็นนกน้อยในกรงองนายไม่ทราบ! “คุณครูส คุณวิลเลียมมาขอพบครับ” ลูกน้องของครูสเดินเข้ามาบอกเสียงเบา ครูสพยักหน้ากลับไปเล็กน้อย แล้วหันมาบอกฟินิกซ์กับฉันด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี “กูไปคุยธุระแปบ ผมไปก่อนนะครับเมเบล เดี๋ยวมาคุยด้วยใหม่” ฉันส่งยิ้มบางกลับไปให้ครูสพร้อมกับพยักหน้าหงึกหงัก จากนั้นสายตาฉันก็เหลือบไปเห็นอาหารที่อยู่ไกลออกไป และท้องก็ร้องขึ้นมาทันที หมับ! “จะไปไหน” มือใหญ่ของฟินิกซ์จับที่ต้นแขนของฉันเอาไว้แน่น ฉันเงยหน้ามองเขาด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่นอย่างหงุดหงิด “ฉันหิว จะไปหาอะไรกิน นายจะบังคับไม่ให้ฉันกินอะไรเลยรึไง” ฟินิกซ์ปล่อยมือใหญ่ออกจากต้นแขนของฉัน แล้วจ้องมองฉันด้วยสายตาคมดุดัน “อย่าไปไหนโดยไม่บอก” ฉันพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างหงุดหงิด แล้วรีบเดินไปทางโต๊ะอาหารด้วยความรวดเร็ว ฟินิกซ์ก็เดินตามมาด้านหลัง แต่ฉันก็ทำเป็นไม่สนใจเขาอยู่ดี “ฟินิกซ์คะ” เสียงหวานของผู้หญิงที่ดังอยู่ด้านข้างฟินิกซ์ทำให้ฉันต้องหันไปมองด้วยความสงสัย เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมาก แต่งตัวหรูหรา รูปร่างเหมือนนางแบบ และสายตาที่มองมาทางฉันดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ “ลอเรน มีอะไร” ฟินิกซ์หันไปคุยกับเธอด้วยท่าทีนิ่งเฉย ฉันเลยหันกลับมาตักอาหารใส่จานของตัวเองอีกครั้งอย่างไม่ใส่ใจ พวกเขาจะเป็นใครหรือคุยอะไรกันก็เรื่องของพวกเขาสิ “แหม เดี๋ยวนี้ไม่โทรหาฉันเลยนะคะ” ถึงไม่อยากรับรู้เรื่องของพวกเขาสองคน แต่สายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นว่าลอเรนยกมือขึ้นเกาะท่อนแขนแข็งแรงของฟินิกซ์ และมืออีกข้างของเธอก็ลูบไล้ที่บ่าแกร่งของเขาแผ่วเบา “ฉันไม่มีธุระอะไรที่ต้องโทรไปหนิ แล้วก็เอามือเธออกจากแขนฉันได้แล้ว” ลอเรนยกยิ้มมุมปากขึ้น แล้วค่อย ๆ เอามือของเธอออกตามที่ฟินิกซ์บอก จากนั้นลอเรนก็หันมามองฉันพร้อมกับกรีดยิ้มเยาะเย้ยใส่ จนฉันถึงกับต้องขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ “หรือว่านี่จะเป็นคู่ขาคนใหม่ของคุณคะ ท่าทางก็ใช่ได้นี่ แต่ดูจืดเกินสำหรับคุณหรือเปล่าฟินิกซ์” มือฉันกำจานอาหารเอาไว้แน่นทันที และกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเอาไว้อย่างโกรธเคือง เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ คู่ขาฟินิกซ์งั้นเหรอ เหอะ ให้ตายฉันก็ไม่ไปเป็นคู่ขาของเขาหรอก น่าโมโหชะมัด “ฉันไม่ใช่คู่ขาของใครทั้งนั้น คุณคงเข้าใจผิดนะคะ” ฉันหันไปมองลอเรนด้วยสายตาไม่เป็นมิตรไม่ต่างจากที่เธอมองฉันสักเท่าไหร่หรอก “แน่ใจเหรอ งั้นรอยตรงนี้ของใครล่ะ” นิ้วเรียวสวยของลอเรนจิ้มมาที่รอยแดงตรงเนินอกของฉันที่อุตส่าห์ทารองพื้นที่จูลี่เอามาไว้ให้ปกปิดเอาไว้ แต่มันคงไม่รอดพ้นจากสายตาของผู้หญิงอย่างลอเรนสินะ รอยที่น่ารังเกียจที่ฟินิกซ์เป็นคนทำไว้บนร่างกายของฉัน... หมับ! “พอแล้วลอเรน” เสียงเข้มต่ำของฟินิกซ์พูดขึ้นอย่างดุดัน พร้อมกับมือใหญ่ที่จับข้อมือของลอเรนออกจากการจิ้มรอยแดงตรงเนินอกของฉันด้วยความรวดเร็ว ฉันเงยหน้ามองฟินิกซ์ที่ยังคงจ้องมองไปทางลอเรนด้วยสายตาดุดันน่ากลัว เธอยิ้มมุมปากเยาะอีกครั้งแล้วสะบัดข้อมือออก “ล้อเล่นนิดหน่อยน่าฟินิกซ์ แล้วมาเล่นกันใหม่นะ” ลอเรนบอกฟินิกซ์ด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีแต่แฝงไปด้วยการเย้ยหยั่น และหันมาพูดกับฉันพร้อมกับยักไหล่ แล้วเธอก็เดินไปอีกทางทันที “คุณฟินิกซ์ การประชุมจะเริ่มแล้วครับ” นาธานเดินเข้ามาบอกฟินิกซ์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง ฉันถอนหายใจอกมาอย่างเหนื่อยหน่ายที่ต้องมาเจอกับะไรแบบนี้ บ้าบอที่สุด ความอยากอาหารเมื่อกี้หายไปหมดแล้วให้ตายเถอะ “นาธาน นายคอยดูเมเบลไว้ และไม่ต้องให้ใครตามฉันมา” ฟินิกซ์จ้องหน้าฉันนิ่ง แล้วหันไปสั่งนาธานด้วยเสียงเข้มต่ำ “แต่ผมว่า...” นาธานมองฟินิกซ์ด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลเล็กน้อย แต่ฟินิกซ์ก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อนที่เขาจะทันพูดจบประโยค “ฉันจะเข้าไปคนเดียว” ฟินิกซ์พูดเสียงเข้มต่ำขึ้นจนนาธานได้แต่พยักหน้าอย่างเข้าใจ “ครับ” “อย่าให้เมเบลคลาดสายตาเด็ดขาด เข้าใจนะนาธาน” ฉันหันขวับไปมองแผ่นหลังกว้างของฟินิกซ์ด้วยความมขุ่นเคืองทันที “เข้าใจครับคุณฟินิกซ์” นาธานรับคำอย่างจริงจัง แล้วฟินิกซ์ก็หันมามองหน้าฉันเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เดินขึ้นไปบนชั้นสอง โดยฉันได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างของเขาที่หายลับเข้าไปในห้องประตูสีดำอย่างไม่เข้าใจ ฉันขมวดคิ้วมุ่นทันที มีอะไรหลายอย่างในตัวของฟินิกซ์ และสิ่งที่เขาทำที่ฉันไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง “นาธาน ฉันขอถามอะไรหน่อย” ฉันหันไปสะกิดแขนนาธานที่ยืนอยู่ด้านข้างอย่างสงสัย “อะไรครับ” “ฟินิกซ์ทำงานอะไรอยู่เหรอ” นาธานมองหน้าฉันด้วยความแปลกใจเล็กน้อย เขาทำท่าคิดสักพักก็ส่งยิ้มกว้างมาให้ฉัน “คุณเมเบลไม่รู้จริง ๆ เหรอครับ” ถ้าฉันรู้จะถามทำไมล่ะ บ้าชะมัด ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วส่ายหน้ากลับไปให้เขาแทน “ไม่รู้น่ะสิ ตกลงนายจะบอกฉันได้มั้ย” “คุณเมเบลลองเดาดูสิครับ” ฉันขมวดคิ้วมุ่นมองนาธานที่ยังคงมองมาที่ฉันยิ้ม ๆ อย่างอารมณ์ดี ผิดกับฉันที่ชักจะหงุดหงิดเขาแล้วเนี่ยสิ “ถ้าให้ฉันเดา...” ฉันพูดไปก็มองรอบห้องไปตามทางผู้คนที่อยู่ในงานเลี้ยง สายตามองไปทางผู้ชายชุดดำที่อยู่ตามมุมห้อง และมีบางคนที่เดินตามเจ้านายของตัวเองอีกเล็กน้อย “คิดออกรึยังครับคุณเมเบล” ฉันหันไปมองหน้านาธานอีกครั้ง แล้วพูดอย่างไม่ค่อยจะมั่นใจเท่าไหร่ “มาเฟียรึไง” ทันทีที่ฉันพูดจบ นาธานก็ฉีกยิ้มกว้าง และเลิกคิ้วมองมาทางฉันด้วยความแปลกใจเล็กน้อย และท่าทางของเขาก็ทำให้ฉันยืนนิ่งตัวแข็งทื่อขึ้นมาอย่างทำตัวไม่ถูก ให้ตายสิ อย่าบอกนะว่าฟินิกซ์เป็น...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD