เมื่อโทนี่ขับรถยนต์คันหรูมาถึงบ้านของฟินิกซ์ ฉันก็เหลือบสายตามองซ้ายมองขวาไปทั่วบริเวณรอบๆ หลังจากที่ลงจากรถ และรีบเดินเข้ามาภายในตัวบ้าน
"คุณเมเบลมีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ"
ฉันหันไปมองจูลี่ที่เพิ่งเดินเข้ามาด้วยความตกใจเล็กน้อย แล้วก็ต้องสูดหายใจเอาอากาศเข้าปอดลึกๆ เพื่อตั้งสติ จากนั้นก็ยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าไปให้เธอทันที
"เปล่า ไม่มีอะไรหรอก แค่แปลกใจว่าทำไมคนดูน้อยกว่าปกติน่ะ"
"พอดีคุณฟินิกซ์ให้หยุดพักวันนี้น่ะค่ะ จะมีก็แต่แม่บ้านที่มาใหม่กับฉันที่คอยดูแล" ฉันพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจกลับไปให้จูลี่ พร้อมกับส่งยิ้มกว้างไปให้เธอ
"ระ...เหรอ"
"คุณเมเบลครับ"
ฉันสะดุ้ง แล้วหันไปมองโทนี่ที่เดินเข้ามาใกล้อย่างตื่นตระหนก ให้ตายสิ ฉันรู้สึกกระวนกระวายไปหมดแล้วนะ ทำไมถึงมีแต่คนคอยเรียกฉันอยู่เรื่อยเลยเนี่ย
"มีอะไรเหรอโทนี่" ฉันกระแอมเล็กน้อย แล้วถามโทนี่ด้วยการทำตัวให้เป็นปกติให้ได้มากที่สุด
"คุณฟินิกซ์ให้ผมมาบอกคุณว่างานเลี้ยงเพิ่งเลิก และต้องอยู่คุยงานกับคุณครูสต่อครับ"
ฉันขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจขึ้นมาทันที ฟินิกซ์จะกลับบ้านตอนไหนก็เรื่องของเขาสิ จะให้โทนี่มาบอกฉันทำไมกัน บ้าชะมัด
"อือ ขอบคุณมากนะโทนี่" ถึงจะมึนงงอยู่เล็กน้อย แต่ฉันก็หันไปบอกโทนี่ พร้อมกับรอยยิ้มบาง
ดีเหมือนกัน ยิ่งฟินิกซ์อยู่ที่บ้านของครูสนานเท่าไหร่ ฉันก็มีเวลาเข้าไปที่ห้องของเฟรย่ามากขึ้นเท่านั้น แต่ตอนนี้ต้องให้ทั้งจูลี่และโทนี่ออกไปจากตรงนี้ให้ได้ซะก่อน ให้ตายเถอะ
“งะ…งั้นฉันไปพักผ่อนก่อนนะ” ฉันบอกจูลี่กับโทนี่จบก็รีบเดินขึ้นไปยังห้องของตัวเองที่อยู่ข้างๆ กับห้องของฟินิกซ์ทันที
พอเข้ามาในห้องของตัวเองได้ ฉันก็พิงกับประตูและถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก แล้วในหัวสมองก็คิดหาทางลงไปที่ชั้นสองที่ห้องของเฟรย่าอีกครั้ง หวังว่าครั้งนี้จะไม่มีใครมาเรียกฉันอีกนะ
หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ตอนนี้ก็เป็นช่วงค่ำพอดี ฉันค่อยๆ แง้มเปิดประตูห้องนอนของตัวเองอีกครั้ง หันมองซ้ายมองขวา แล้วสอดส่ายสายตาดูว่ายังมีแม่บ้านหรือคนของฟินิกซ์อยู่แถวนี้อีกหรือเปล่า และเมื่อไม่เห็นว่ามีใครอยู่บริเวณนี้ฉันก็รีบเดินไปที่ชั้นสองของบ้านด้วยความรวดเร็ว
“เมื่อวานเห็นมีผู้หญิงมาหาคุณฟินิกซ์ด้วยล่ะ แต่คุณฟินิกซ์ไม่อยู่ คุณนาธานเลยออกไปคุยแทน สงสัยจะเป็นผู้หญิงของคุณฟินิกซ์รึเปล่าน่ะ”
ทันทีที่ได้ยินเสียงแม่บ้านกำลังคุยกันมาจากอีกด้านของชั้นสอง ฉันก็รีบซ่อนตัวที่หัวมุมผนังด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวของตัวเองอย่างตกใจ บ้าชะมัดเลย
ฉันคิดว่าไม่มีใครอยู่ที่ชั้นสองซะอีก ทำไมแม่บ้านสองคนนี้ต้องมาเช็ดราวบันไดตอนนี้ด้วยล่ะเนี่ย!
“ไม่ใช่หรอก ฉันเห็นคุณฟินิกซ์ไม่เห็นจะสนใจเลย อีกอย่างเหมือนจะแค่เคยเป็นคู่นอนเฉยๆ ด้วย”
“นี่ หยุดพูดเรื่องของเจ้านายได้แล้ว และนั่นจะเช็ดบันไดกันไปถึงไหน มันเงาวับกว่ากระจกแล้วนะ”
เสียงของจูลี่พูดกับแม่บ้านสองคนที่คงจะเพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ได้ไม่นานด้วยเสียงที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ทั้งสองหุบปากฉับ และพยักหน้าหงึกหงัก จากนั้นก็รีบเผ่นออกไปทางหลังบ้านด้วยความรวดเร็ว
ฉันเม้มริมฝีปาก และมือทั้งสองข้างของตัวเองก็กำเอาไว้แน่นโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ แถมยังรู้สึกขุ่นเคืองฟินิกซ์เกี่ยวกับเรื่องที่แม่บ้านสองคนเมื่อกี้เพิ่งคุยกันอีกต่างหาก ให้ตายสิ!
“เหอะ ช่างเขาสิ” ฉันส่ายหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองออกไปจากหัว แล้วมองดูบริเวณรอบๆ อีกครั้ง พอเห็นว่าทุกคนออกไปจากชั้นสองแล้ว ฉันก็รีบเดินไปที่หน้าห้องนอนของเฟรย่าทันที
“เฟรย่า…”
ฉันยกมือขึ้นไปลูบที่ประตูห้องของเฟรย่าเบาๆ แล้วภาพที่ฉันกับเพื่อนที่เคยหัวเราะด้วยกันก็โผล่เข้ามาในหัวอย่างควบคุมไม่ได้ ถ้าตอนนี้เฟรย่ายังมีชีวิตอยู่ เราสองคนคงได้มานั่งเล่าเรื่องตลกๆ ด้วยกัน หัวเราะด้วยเรื่องไร้สาระด้วยกันอีกครั้ง แต่มันคงเป็นไปไม่ได้อีกต่อไปแล้ว…
ฉันกำมือที่กำลังลูบอยู่ที่ประตูห้องของเฟรย่าเอาไว้แน่น ทันทีที่มีภาพใบหน้าของฟินิกซ์แทรกเข้ามา เฟรย่าเป็นเพื่อนรักของฉันและมันจะเป็นแบบนั้นตลอดไป แต่กับพี่ชายของเธอ แค่จะมองหน้าเขาฉันยังไม่อยากจะมองด้วยซ้ำไป
“ฉันขอโทษนะ แต่พี่ชายของเธอใจร้ายกับฉันชะมัด…”
ฟินิกซ์อาจจะเป็นพี่ชายที่แสนดีของเฟร่ย่า แต่ในเมื่อเขาทำเรื่องเลวร้ายกับฉัน ทำให้ฉันต้องเจ็บ ทำให้ฉันต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ และทำร้ายจิตใจของฉันจนไม่มีชิ้นดี ฉันคงเลิกเกลียดพี่ชายของเธอไม่ได้หรอกเฟรย่า เธอคงเข้าใจฉันสินะ…
ฉันหลับตาลงพร้อมกับสูดหายใจเอาอากาสเข้าปอดเฮือกใหญ่อย่างรวบรวมสติ และเหลือบมองลงไปที่ลูกบิดประตูห้องนอนของเฟรย่าทันที
หมับ!
“ฉันต้องรู้ให้ได้ ว่าทำไมฟินิกซ์ถึงคิดว่าฉันหักหลังเธอ” หลังจากที่พึมพำกับตัวเอง เพื่อคลายความประหม่าลงเล็กน้อย ฉันก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วจับที่ลูกบิดประตูแน่น จากนั้นก็เปิดประตูออกทันที…
กึก!
ฉันชะงักมือ และเบิกตาโพรงอย่างตื่นตระหนกขึ้นมาทันทีที่รับรู้ได้ว่าประตูเปิดไปออก ให้ตายเถอะ!
“บ้าชะมัด…”
กึก ๆ
ฉันเม้มริมฝีปาก และพยายามเปิดประตูห้องนอนของเฟรย่าอีกครั้ง แต่มันก็ยังคงเปิดไม่ออกอยู่ดี บ้าที่สุด!
ถึงจะคิดไว้อยู่แล้วว่ามันอาจจะไม่ได้ราบรื่นมากนัก ที่ฉันจะเข้ามาที่ห้องของเฟรย่า แต่พอมาเจอแบบนี้มันก็อดที่จะหงุดหงิด และโมโหฟินิกซ์ไม่ได้น่ะสิ!
พรึ่บ
ฉันหันไปมองที่บริเวณบันไดทันทีที่ได้ยินเสียงเหมือนมีคนกำลังเดินมา และเมื่อสายตาไปเจอฟินิกซ์ ฉันก็ได้แต่ยืนนิ่งตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตูทันที ไหนโทนี่บอกว่าเขาจะอยู่คุยงานกับครูสอีกนานไง นี่มันยังไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยซ้ำ ทำไมฟินิกซ์ถึงกลับมาอยู่ที่บ้านแบบนี้กันล่ะเนี่ย!
ฉันกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเอาไว้แน่นจนเจ็บไปหมด แล้วรีบวิ่งไปซ่อนตัวที่มุมข้างห้องของเฟรย่าด้วยความรวดเร็ว ฉันยืนนิ่งจนแทบลืมหายใจ พร้อมกับได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นแรงขึ้นมาอย่างประหม่าอีกต่างหาก บ้าจริง นี่ฟินิกซ์หลอกฉันอีกแล้วหรือไงกัน!
“มาทำอะไรตรงนี้ เมเบล”
ลมหายใจของฉันชะงักและได้แต่ยืนนิ่งตัวแข็งทื่อมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อเสียงเข้มต่ำของฟินิกซ์ดังอยู่ด้านข้างของตัวเองโดยที่ฉันไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าเขามายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ให้ตายสิ มาเฟียเป็นแบบนี้กันทุกคนเลยหรือไง!
“ฉะ…ฉัน”
“หึ ว่าไง”
ฟินิกซ์ยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วมองหน้าฉันด้วยสายตาคมดุดันดูอันตรายจนฉันถึงกับทำตัวไม่ถูก แต่ก็ต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ และตั้งสติของตัวเอง จากนั้นก็ทำใจกล้าเงยหน้าขึ้นไปสบสายตากับเขาอีกครั้ง
“ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน” ฉันบอกฟินิกซ์จบก็เดินออกมาด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างประหม่า
หมับ!
“งั้นเหรอ” มือใหญ่ของฟินิกซ์จับข้อมือของฉันเอาไว้แน่น ก่อนที่ฉันจะได้เดินผ่านเขาออกไปด้วยซ้ำ บ้าชะมัดเลย!
“ปล่อยฉันนะฟินิกซ์” ฉันเม้มริมฝีปากเอาไว้แน่นทันทีที่ฝ่ามือใหญ่ของฟินิกซ์บีบต้นแขนของฉันแรงมากขึ้นกว่าเดิม
“เธอมาทำอะไรหน้าห้องน้องสาวฉัน”
ฟินิกซ์มองหน้าฉันด้วยสายตาคมดุดันน่ากลัว จนฉันถึงกับต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างทำตัวไม่ถูก แรงบีบต้นแขนของฉันจากมือใหญ่ก็เพิ่มมากขึ้น จนฉันต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“ฉันไม่ได้มาทำอะไร ปล่อย!” ฉันพยายามสะบัดแขนของตัวเองออกจากมือใหญ่ของฟินิกซ์แต่ก็ทำไม่ได้อยู่ดี บ้าชะมัดเลย ฉันเจ็บนะ!
พรึบ!
“หึ ยังจะโกหกอีกเหรอเมเบล คิดว่าฉันโง่มากรึไง”
ฟินิกซ์กระชากต้นแขนของฉันแล้วดึงเข้าไปใกล้เขามากขึ้น จนตัวฉันแนบชิดอยู่กับแผงอกกำยำของฟินิกซ์โดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
ฉันเงยหน้าขึ้นไปสบสายตาคมดุดันของฟินิกซ์แล้วยกยิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย จากนั้นก็สูดหายใจเอาอากาสเข้าปอดลึกๆ เพื่อรวบรวมความกล้าของตัวเอง ถึงฟินิกซ์จะดูน่ากลัวและอันตรายขนาดไหน แต่ฉันไม่มีวันยอมให้กับคนอย่างเขาหรอก ไม่มีวัน!
“ถ้าไม่โง่นายคงรู้ไปนานแล้วว่าฉันไม่ใช่คนทำให้เฟรย่าต้องตาย”
“เมเบล!”
กึก
ฉันกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเอาไว้แน่นทันทีที่ฟินิกซ์ดันตัวฉันเข้าไปชิดกับผนังอย่างแรงแล้วเขาก็ขยับเข้ามาบดเบียดกักขังฉันไว้ จนหน้าอกของฉันแนบชิดกับแผงอกกำยำของเขาอีกครั้ง ให้ตายสิ!
“เหอะ ทำไม ฉันพูดแทงใจดำของนายรึไงฟินิกซ์”
ฉันมองฟินิกซ์ที่ขบกรามเอาไว้แน่นอย่างโมโห แล้วก็ต้องหายใจแรงเฮือกใหญ่เมื่อเขาขยับเข้ามาแนบชิดกับฉันมากขึ้น จนฉันแทบของใจไม่ออก
“อย่าคิดจะท้าทายฉัน”
ฟินิกซ์โน้มลงมาพูดชิดกับใบหูของฉันจนลมหายใจอุ่นร้อนของเอาสัมผัสบริเวณผิวแก้มของฉันไปมาอย่างแผ่วเบา จากนั้นเขาก็ขยับริมฝีปากซุกไซ้ลงมาที่ซอกคอของฉันด้วยความรวดเร็ว
“ฟินิกซ์ อย่านะ!”
ฉันดันแผงอกกำยำของฟินิกซ์ออกพร้อมกับกำเสื้อเชิตของเขาเอาไว้แน่น แต่เมื่อดันฟินิกซ์ให้ออกห่างไม่สำเร็จ ฉันก็เปลี่ยนเป็นจิกเล็บและข่วนที่แผงอกกำยำของเขาแรงๆ แทนทันที
“ชอบความรุนแรงงั้นเหรอ”
หมับ! พรึบ!
“นะ… นายจะทำอะไร”
ฉันเงยหน้าถามฟินิกซ์ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเคลืออย่างหวาดหวั่นเล็กน้อย เมื่อฝ่ามือใหญ่จับที่ต้นขาของฉันและดันปลายชุดนอนของฉันขึ้นด้วยความรวดเร็ว ให้ตายสิ ฉันดันเขาออกจนสุดแรงแต่ฟินิกซ์ก็ไม่ขยับสักนิด บ้าที่สุด!
“เป็นอะไร กลัวฉันขึ้นมารึไงเมเบล”
ฟินิกซ์มองฉันด้วยสายตาคมดุดันและยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ฉันกัดริมฝีปากล่างของตัวเองอย่างโกรธเคือง มือทั้งสองข้างก็พยายามปัดมือใหญ่ที่กำลังลูบไล้ขึ้นไปที่ต้นขาของฉันมากขึ้นเรื่อยๆ จนวุ่นวายไปหมด
“อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ ปล่อยฉัน!”
“ฉันจะทำกับเธออย่างที่ฉันต้องการ… เมเบล”
พรึบ!
“ฟินิกซ์… อ๊ะ”
ฉันเบิกตาโพรงและร้องอุทานขึ้นมาอย่างตกใจทันทีที่ฟินิกซ์ขยับฝ่ามือใหญ่เข้าไปในชั้นในตัวบางของฉันโดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว ฉันสุดหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วรีบตั้งสติที่แตกกระเจิงของตัวเองอีกครั้ง จากนั้นก็พยายามดันแผงอกกำยำของฟินิกซ์ให้ออกห่างจากตัวของฉันด้วยความแรง แต่เขากลับไม่ขยับสักนิดเนี่ยสิ ให้ตายเถอะ!
“แยกขาออก” ฉันชะงักไปเล็กน้อย และมือทั้งสองข้างของตัวเองก็กำเสื้อเชิ้ตของฟินิกซ์เอาไว้แน่นทันที
“ไม่” ฉันจ้องหน้าฟินิกซ์ด้วยความโกรธเคือง และกัดริมฝีปากล่างของตัวเองจนเจ็บไปหมด ตรงนี้ถึงจะเป็นมุมแคบๆ และคงจะไม่มีใครมาเห็นหากฟินิกซ์คิดจะทำอะไรทุเรศๆ กับฉันก็จริง แต่เขาคิดจะทำให้ฉันอับอายมากกว่าที่เป็นอยูรึไงกัน!
หมับ!
“นี่… อ๊ะ!”
ฉันรีบจับบ่าแกร่งของฟินิกซ์เอาไว้แน่นอย่างตกใจทันทีที่เขาจับใต้ข้อพับเข่าของฉัน แล้วยกขึ้นไปพาดรอบเอวสอบไว้ด้วยความรวดเร็ว จากนั้นฟินิกซ์ก็โน้มลงมาจูบฉันด้วยความเร่าร้อน ถึงแม้ว่าฉันพยายามจะหันหน้าหนีไปอีกทาง แต่ฝ่ามือใหญ่อีกข้างของเขาก็จับปลายคางของฉันเอาไว้แน่นจนฉันเจ็บไปหมด
ริมฝีปากของฉันรู้สึกระบมไปหมดเพราะฟินิกซ์ทั้งขบเม้มและบดเบียดริมฝีปากของเขาอย่างรุนแรงเร่าร้อน มือทั้งสองข้างของฉันที่จับอยู่ที่บ่าแกร่งของฟนิกซ์ก็จับเอาไว้แน่นมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อมือใหญ่ค่อยๆ ถอดชั้นในตัวบางของฉันออกจนตอนนี้มันมากองอยู่ที่ข้อเท้าอีกข้างโดยที่ฉันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ บ้าชะมัด!
“หึ”
ฟินิกซ์ถอนริมฝีปากออกแล้วเขาก็มองสบสายตากับฉันด้วยความเจ้าเล่ห์ ฉันหอบหายใจแรงเฮือกใหญ่ และขยับขาออกจากเอวสอบของเขา แต่ฝ่ามือใหญ่ก็จับเอาไว้แน่นซะก่อน จากนั้นฉันก็ได้ยินเสียงฟินิกซ์รูปซิบกางเกงของตัวเองและฉีกซองถุงยางออก นั่นทำให้ฉันถึงกับชะงักและยืนนิ่งตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันที
“นายมัน…เลว”
“อือ ฉันมันเลวเมเบล”
ฉันหันหน้าหนีมือใหญ่ของฟินิกซ์ที่ลูบไล้ลงมาที่ผิวแก้มของฉันอย่างแผ่วเบา จากนั้นเขาก็โน้มลงมากดจูบแรงๆ ที่ซอกคอของฉันอีกครั้งจนฉันต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“ฉันเกลียดนาย…”
ฉันเม้มริมฝีปากเอาไว้แน่น พร้อมกับจิกเล็บลงไปที่บ่าแกร่งของฟินิกซ์ด้วยความแรง อยากจะให้เขาเจ็บอย่างที่ทำกับฉันบ้าง แต่ดูเหมือนฟินิกซ์จะไม่รู้สึกรู้สาเลยสักนิดเขาถึงได้ยกยิ้มมุมปากและมองหน้าฉันด้วยสายตาคมดุดันเจ้าเล่ห์แบบนั้น ให้ตายสิ!
“หึ”
กึก!
“อ๊ะ!”