ฉันรีบจับบ่าแกร่งของฟินิกซ์เอาไว้แน่นอย่างตกใจทันทีที่เขาจับใต้ข้อพับเข่าของฉัน แล้วยกขึ้นไปพาดรอบเอวสอบไว้ด้วยความรวดเร็ว จากนั้นฟินิกซ์ก็โน้มลงมาจูบฉันด้วยความเร่าร้อน ถึงแม้ว่าฉันพยายามจะหันหน้าหนีไปอีกทาง แต่ฝ่ามือใหญ่อีกข้างของเขาก็จับปลายคางของฉันเอาไว้แน่นจนฉันเจ็บไปหมด
ริมฝีปากของฉันรู้สึกระบมไปหมดเพราะฟินิกซ์ทั้งขบเม้มและบดเบียดริมฝีปากของเขาอย่างรุนแรงเร่าร้อน มือทั้งสองข้างของฉันที่จับอยู่ที่บ่าแกร่งของฟินิกซ์ก็จับเอาไว้แน่นมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อมือใหญ่ค่อยๆ ถอดชั้นในตัวบางของฉันออกจนตอนนี้มันมากองอยู่ที่ข้อเท้าอีกข้างโดยที่ฉันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ บ้าชะมัด!
“หึ”
ฟินิกซ์ถอนริมฝีปากออกแล้วเขาก็มองสบสายตากับฉันด้วยความเจ้าเล่ห์ ฉันหอบหายใจแรงเฮือกใหญ่ และขยับขาออกจากเอวสอบของเขา แต่ฝ่ามือใหญ่ก็จับเอาไว้แน่นซะก่อน จากนั้นฉันก็ได้ยินเสียงฟินิกซ์รูปซิบกางเกงของตัวเองและฉีกซองถุงยางออก นั่นทำให้ฉันถึงกับชะงักและยืนนิ่งตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันที
“นายมัน…เลว”
“อือ ฉันมันเลวเมเบล”
ฉันหันหน้าหนีมือใหญ่ของฟินิกซ์ที่ลูบไล้ลงมาที่ผิวแก้มของฉันอย่างแผ่วเบา จากนั้นเขาก็โน้มลงมากดจูบแรงๆ ที่ซอกคอของฉันอีกครั้งจนฉันต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“ฉันเกลียดนาย…”
ฉันเม้มริมฝีปากเอาไว้แน่น พร้อมกับจิกเล็บลงไปที่บ่าแกร่งของฟินิกซ์ด้วยความแรง อยากจะให้เขาเจ็บอย่างที่ทำกับฉันบ้าง แต่ดูเหมือนฟินิกซ์จะไม่รู้สึกรู้สาเลยสักนิดเขาถึงได้ยกยิ้มมุมปากและมองหน้าฉันด้วยสายตาคมดุดันเจ้าเล่ห์แบบนั้น ให้ตายสิ!
“หึ”
กึก!
“อ๊ะ!”
ฉันจิกเล็บลงไปที่บ่าแกร่งของฟินิกซ์แรงขึ้นกว่าเดิม เมื่อเขาดุนดันแก่นกายใหญ่เข้ามาภายในตัวของฉันด้วยความดุดันโดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว ฟินิกซ์ดุนดันเข้ามาคราวเดียวจนสุด มันลึกจนฉันอึดอัดไปหมด…
“เธอบอกว่าเกลียดฉัน แต่ในตัวเธอกลับตอบรับฉันนะเมเบล”
ฟินิกซ์จับต้นขาทั้งสองข้างของฉันขึ้นไปรัดรอบเอวสอบของเขาเอาไว้ จากนั้นฟินิกซ์ก็โน้มลงมาจูบขมับและซุกไซ้ที่ซอกคอลงมาจนถึงเนินอกของฉันด้วยความรวดเร็ว
“ฉันเกลียดนาย… อ๊ะ”
“หึ เกลียดฉันให้ได้ตลอดล่ะ”
“อย่า…อื้อ!”
ฟินิกซ์เริ่มขยับแก่นกายใหญ่ของเขาเข้าออกอย่างช้าๆ เนิบๆ ฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้างของเขาจับสะโพกของฉันเอาไว้แน่น ฉันสูดหายใจแรงเพราะรู้สึกอึดอัดและเสียวซ่านอย่างน่าอายเมื่อฟินิกซ์ขยับเข้าออกในตัวของฉันเร็วมากขึ้น บ้าจริง ฉันเกลียดฟินิกซ์ที่สุดเลย!
“ถ้าไม่อยากเจ็บก็อย่าเกร็ง”
เสียงเข้ามต่ำแหบพร่ากระซิบอยู่ข้างใบหูของฉัน พร้อมกับฟินิกซ์ที่ขยับแก่นกายใหญ่เข้าออกในตัวของฉันอย่างช่ำชอง มือใหญ่จับสะโพกของฉันใหเขยับไปตามใจที่เขาต้องการ และฉันต้องกำเสื้อเชิ้ตตรงบ่าแกร่งของเขาเอาไว้แน่นทันทีที่แก่นกายใหญ่ของฟินิกซ์กระแทกกระทั้นเข้ามาลึกสุดจนจุกไปหมด
“อื้อ… เลว”
เสียงด่าทอฟินิกซ์ที่ฉันเอ่ยออกมามันขาดห้วงและแหบแห้งจนฟังไม่รู้เรื่อง เพราะฟินิกซ์ขยับเข้าออกภายในตัวฉันรัวเร็วมากขึ้น ฉันกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเพื่อกลั้นเสียงครางที่น่าอายเอาไว้อย่างยากลำบาก บ้าชะมัด!
“หึ”
“ฟินิกซ์…อื้อ”
ฉันซบหน้าลงไปบนบ่าแกร่งของฟินิกซ์และกัดไหล่กว้างของเขาเอาไว้ทันทีที่ฟินิกซ์กระแทกกระทั้นเข้ามาถี่ยิบจนร่างกายของฉันสั่นเล็กน้อย พร้อมกับภายในตัวฉันก็ตอดรัดแก่นกายใหญ่ของเขารัวเร็วอย่างควบคุมไม่ได้ ให้ตายสิ
“เมเบล”
“อื้อ…อ๊ะ!”
ฉันจิกเล็บลงไปที่ต้นคอของฟินิกซ์และเนื้อตัวสั่นสะท้านไปหมด เมื่อเขากระแทกแก่นกายเข้ามารุนแรงและลึกสุดอีกสองสามครั้ง จากนั้นฟินิกซ์ก็แช่แก่นกายเอาไว้ภายในตัวฉันอยู่หลายนาที
ฉันหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ ข้างใบหูได้ยินเสียงหายใจของฟินิกซ์ที่หายใจแรงไม่ต่างจากฉันมากนักได้อย่างชัดเจน และมือของฉันทั้งสองข้างที่จับอยู่ตรงต้นคอของเขายังรับรู้ได้ถึงเหงื่อของฟินิกซ์ที่ไหลลงมาจากขมับของเขาเล็กน้อย
“มันยังไม่จบหรอกนะเมเบล”
“ไม่นะ ฉันไม่…อื้อ”
พรึบ!
ฉันยังพูดไม่ทันจบประโยค ฟินิกซ์ก็ค่อยๆ ถอดแก่นกายใหญ่ของเขาออกและวางฉันลงที่พื้นโดยที่ขาทั้งสองข้างก็ฉันยังสั่นไม่หาย ฉันรีบจับบ่าแกร่งของฟินิกซ์เอาไว้ทันทีที่ยืนโซเซและเกือบล้มลงไปที่พื้น…
หมับ!
ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของท่อนแขนแข็งแรงที่อุ้มฉันขึ้นไปไว้แนบแผงอกกำยำของเขาก่อนที่ฉันจะล้มลงไปกองที่พื้น และฉันต้องเม้มริมฝีปากเอาไว้ทันทีที่สายตาเหลือบไปเห็นชั้นในตัวบางของตัวเองกองอยู่ที่ข้อเท้าข้างหนึ่ง บ้าจริง น่าอายชะมัดเลย!
“นะ…นายจะไปไหน”
ฉันถามฟินิกซ์ปากคอสั่นเล็กน้อยเมื่อเขาอุ้มฉันเอาไว้ในท่อนแขนแข็งแรงแล้วเดินไปทางห้องนอนของตัวเองแทนที่จะเป็นห้องนอนของฉัน
“บอกแล้วว่ามันยังไม่จบ” ฟินิกซ์มองลงมาสบสายตากับฉันนิ่ง และพูดด้วยน้ำเสียงเข้มต่ำอย่างดุดันจนฉันต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่อย่างประหม่า
“ไม่นะ…”
กึก
“เปิดประตู”
ฉันชะงักทันทีที่ฟินิกซ์อุ้มฉันมาจนถึงหน้าห้องของเขาด้วยความรวดเร็ว ฉันหันไปมองบานประตูตรงหน้าอย่างทำตัวไม่ถูก และยังไม่ยอมทำตามที่ฟินิกซ์บอกจนมือใหญ่ที่จับอยู่ตรงต้นขาของฉันต้องบีบแน่นขึ้นอย่างข่มขู่
“ฟินิกซ์ นายหยุด…”
“ฉันบอกให้เปิดประตู เมเบล”
ฟินิกซ์ไม่คิดจะฟังที่ฉันพูดสักนิด เขามองฉันด้วยสายตาคมดุดันแวววับจนฉันต้องหันหน้าหนีกลับไปมองที่บานประตูอีกครั้ง และเสียงหัวใจที่เต้นตึกตักมันก็ทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิดตัวเองขึ้นมาทันที…
“มะ…”
“บางทีในห้องฉันอาจจะมีกุญแจมืออยู่” ฉันกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเอาไว้แน่นจนเจ็บไปหมด ฟินิกซ์กล้าเอาเรื่องกุญแจมือบ้านั่นมาขู่ฉันได้ยังไงกัน!
พรึบ!
ฉันเอื้อมมือไปเปิดประตูตามที่ฟินิกซ์บอกอย่างจำใจและรู้สึกโกรธเคืองเขามากขึ้นกว่าเดิม ให้ตายสิ ฉันทำอะไรคนอย่างเขาไม่ได้เลยหรือไงกัน บ้าที่สุด!
“หึ เด็กดี”
ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองฟินิกซ์ด้วยความหงุดหงิด และเม้มริมฝีปากเอาไว้อีกครั้ง อยากจะดิ้นและวิ่งหนีเขาไปให้รู้แล้วรู้รอดแต่ร่างกายกลับไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอย่างที่คิด แถมขาทั้งสองข้างยังสั่นอยู่เล็กน้อยไม่หายเลย ให้ตายเถอะ!
“สารเลว”
ทันทีที่ฟินิกซ์วางฉันลงที่พื้นห้องนอนของเขา ท่อนแขนแข็งแรงก็โอบรอบเอวบางของฉันเอาไว้เพื่อไม่ให้ฉันล้มลงไปที่พื้นซะก่อน ฉันหันหน้าหนีสายตาคมดุดันของฟินิกซ์ไปอีกทางแล้วบ่นพึมพำด่าเขาด้วยความโกรธเคือง แต่ฟินิกซ์คงได้ยินเขาถึงกอดรัดรอบเอวบางของฉันแน่นขึ้น
ปึง!
ฉันสะดุ้งเมื่อฟินิกซ์ปิดประตูห้องนอนของเขา แล้วมือใหญ่ก็จับปลายคางของฉันให้หันไปสบสายตาคมดุดันอย่างเจ้าเล่ห์ทันที
“ฉันเลวได้มากกว่านี้อีกเมเบล”
“ก็รู้ตัวหนิ ฉันไม่แปลกใจเท่าไหร่หรอกที่นายจะเลวได้มากกว่าที่เป็นอยู่”
หมับ!
“หึ และเธอจะต้องอยู่กับคนเลวๆ แบบฉัน…เมเบล”
ฝ่ามือใหญ่จับปลายคางของฉันแรงขึ้นจนฉันต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ และมือทั้งสองข้างก็พยายามผลักฟินิกซ์ให้ออกห่างทันทีที่เขาดึงตัวฉันเข้าไปแนบชิดกับแผงอกกำยำของเขาอีกครั้ง
พรึบ
“อื้อ!”
ริมฝีปาอุ่นร้อนของฟินิกซ์บดเบียดลงมาที่ริมฝีปากของฉันด้วยความรวดเร็ว เขาขบเม้มริมฝีปากล่างของฉันทันทีที่ฉันไม่ยอมให้ลิ้นเปียกชื้นของเขาเข้ามาตักตวงความหวานในโพรงปากของตัวเองจนฉันเจ็บแสบริมฝีปากไปหมดแล้ว!
“อ้าปาก”
“มะ…อื้อ!”
ฉันยกมือขึ้นไปทุบที่แผงอกกำยำของฟินิกซ์หลายต่อหลายครั้ง แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย แถมยังกอดฉันแน่นกว่าเดิมอีกด้วยซ้ำ
หมับ
มือใหญ่จับข้อมือของฉันที่กำลังทุบเนื้อตัวของเขาเอาไว้แน่น แล้วฟินิกซ์ก็ถอนริมฝีปากออก จากนั้นเขาก็ใช้มืออีกข้างค่อยๆ ถอดเนกไทของตัวเองออกพร้อมกับจ้องมองฉันด้วยสายตาคมดุดันทันที
“เป็นเด็กดีหน่อยเมเบล”
ฉันขยับตัวถอยหลังหนีฟินิกซ์ที่ทิ้งเนกไทของตัวเองลงที่พื้นหน้าห้องนอน แล้วเดินเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้นเรื่อยๆ
“ไม่ แล้วก็อย่ามาทำเหมือนฉันเป็นเด็กนะ!”
“หึ ก็จริง เธอคงไม่ใช่เด็กแล้ว”
สายตาคมดุดันของฟินิกซ์มองหน้าฉัน แล้วไล่ลงไปยังหน้าอกของฉันผ่านชุดนอนที่ยับยู่ยี่ และเขาก็หยุดสายตายังต้นขาของฉันที่ยังคงสั่นอยู่เล็กน้อย ให้ตายสิ ฉันอยากข่วนเนื้อตัวของฟินิกซ์ให้เลือดซิบชะมัดเลย!
“หยุดมองเดี๋ยวนี้นะฟินิกซ์!”
“ถ้าไม่ให้มอง แล้วให้ทำอะไรดี” ฟินิกซ์เลิกคิ้วเข้มขึ้นถามฉันพร้อมกับยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ จากนั้นเขาก็ค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก
“ไม่ให้ทำอะไรทั้งนั้น ฉันจะนอน”
ฉันกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเอาไว้แน่น แล้วตัดสินใจเดินไปยังประตูห้องนอนของฟินิกซ์ เพื่อออกไปจากห้องนี้ให้พ้นๆ หน้าเขาทันที แต่ฟินิกซ์ก็เดินมาขวางเอาไว้ แล้วหัวเราะในลำคอแกร่งเล็กน้อย
“คิดว่าฉันจะปล่อยเธอไปง่ายๆ งั้นเหรอ”
“เหอะ ไม่หรอกฟินิกซ์ แต่อย่างน้อยนายจะได้รู้ว่าฉันอยากไปให้พ้นๆ จากที่นี่สักที”
“ไม่คิดจะอยู่เพื่อหาหลักฐานว่าเธอไม่ได้ทำให้น้องสาวฉันต้องตายแล้วเหรอ เธอคงเหนื่อยที่จะโกหกแล้วสินะเมเบล”
“ก็ฉันไม่ได้ทำให้เฟรย่าต้องตาย หรือหักหลังอะไรใครทั้งนั้น” ฉันกำมือเอาไว้แน่นอย่างโกรธเคือง และเงยหน้ามองฟินิกซ์นิ่ง
“ถ้าอยากให้ฉันเชื่ออย่างนั้น ก็หาหลักฐานมายืนยันสิ”
ฟินิกซ์ถอยเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกมาโยนไปที่พื้นห้องใกล้ๆ กับเนกไทของเขา ฉันเม้มริมฝีปากเอาไว้อย่างประหม่า แต่ก็ยังทำเป็นใจดีสู้เสือยืนสบสายตาคมดุดันของฟินิกซ์อยู่ที่เดิม
“ได้ ฉันจะหาหลักฐานแล้วเอามาปาใส่หน้านายเลยคอยดู”
“หึ จะคอยดูนะเมเบล เด็กดีของฉัน”
แปะ!
“อย่ามาแตะตัวฉันนะ!”
ฉันปัดมือใหญ่ของฟินิกซ์ที่ยกขึ้นมาลูบไล้ที่ผิวแก้มของฉันออกอย่างโมโห แต่เขากลับทำเพียงยกยิ้มมุมปากขึ้น และมองฉันด้วยสายตาคมแวววับจนทำให้ฉันรู้สึกหวั่นๆ ขึ้นมาอีกครั้ง บ้าชะมัด!
หมับ!
“ท่าทางเธอจะไม่ชอบให้ฉันอ่อนโยนสินะเมเบล”
“ฟินิกซ์ ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
ฉันใช้มือทั้งสองข้างทุบลงไปที่แผ่นหลังกว้างของฟินิกซ์แรงๆ ทันทีที่เขาอุ้มฉันขึ้นไปพาดบ่าแกร่งเอาไว้โดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว
ตุบ!
“โอ๊ย!” ฉันร้องออกมาด้วยความจุกทันทีที่ฟินิกซ์โยนฉันลงไปที่เตียงใหญ่อย่างแรงจนตัวฉันกระเด้งขึ้นมาจากที่นอน ให้ตายสิ อยากฆ่าเขาชะมัดเลย!
“อย่าดิ้นน่า เธอก็รู้ว่ามันเปล่าประโยชน์”
ฟินิกซ์ขึ้นมาคร่อมร่างกายของฉันเอาไว้บนเตียงใหญ่เพื่อไม่ให้ฉันดิ้นหนีเขาได้ จนฉันทำได้เพียงดิ้นขลุกขลักแค่เล็กน้อยเท่านั้น พยายามจะใช้มือทั้งสองข้างของตัวเองดันร่างกายสูงใหญ่ของฟินิกซ์ให้ออกห่างแต่เขาก้ไม่ขยับตัวไปไหนสักนิด บ้าจริง!
พรึบ!
“ฟินิกซ์ อ๊ะ!” ฉันรีบหุบขาของตัวเองทันทีที่มือใหญ่จับหัวเข่าของฉันให้แยกออกกว้าง แล้วฟินิกซ์ก็แทรกตัวเข้ามาด้วยความรวดเร็วจนฉันขยับขาไปไหนไม่อีก
“เป็นเด็กดีเมเบล แล้วฉันจะไม่ทำให้เธอเจ็บ”
ฉันเม้มริมฝีปากเอาไว้แน่น เมื่อฝ่ามือใหญ่อุ่นร้อนลูบไล้ต้นขาของฉันขึ้นมาเรื่อยๆ และกอบกุมจุดเสียงกลางกายของฉันเอาไว้อย่างแผ่วเบา มือทั้งสองข้างของฉันเปลี่ยนมาเป็นกำผ้าปูที่นอนเอาไว้แทนที่จะผลักดันร่างกายสูงใหญ่ของฟินิกซ์ให้ออกห่าง เพราะไม่ว่าฉันจะพยายามทุบหรือข่วนเนื้อตัวของเขาจนเลือดซิบขนาดไหนฟินิกซ์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยฉันไปเลยสักนิด ให้ตายเถอะ
“จะทำอะไรก็รีบทำฟินิกซ์ แต่ฉันจะไม่มีวันเลิกเกลียดคนอย่างนาย จำไว้”
“หึ ฉันจะจำให้ขึ้นใจเลย เมเบล”
“อึก…อ๊ะ!”
ฉันกำผ้าปูที่นอนแน่นขึ้น พร้อมกับกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเอาไว้จนเจ็บไปหมด เมื่อฟินิกซ์ดุนดันแก่นกายใหญ่อุ่นร้อนของตัวเองเข้ามาทีเดียวจนสุดโดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว
“นี่สำหรับที่เธอปากดีกับฉันเมเบล”
ฟินิกซ์ขบสันกรามเอาไว้แน่น แล้วก้มลงมามองหน้าฉันที่เม้มริมฝีปากของตัวเองเอาไว้ เพื่อไม่ให้เสียงครางน่าอายออกมา เขายังคงแช่แก่นกายใหญ่ของตัวเองเอาไว้ภายในตัวฉัน และฝ่ามือใหญ่ก็จับสะโพกของฉันยกขึ้นเล็กน้อยจนฉันจุกไปหมด ให้ตายสิ!